- หน้าแรก
- เมื่อสวรรค์เรียกข้าไปพิพากษา
- บทที่ 43 - การข่มขวัญ
บทที่ 43 - การข่มขวัญ
บทที่ 43 - การข่มขวัญ
บทที่ 43 - การข่มขวัญ
"วิ้ง!"
ป้ายอาญาสิทธิ์เฟิงตูสั่นสะเทือน ปล่อยกระแสพลังสายหนึ่งออกมา ตกลงตรงหน้าเจียงหลิน
พลังนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างของหลัวซานฉื่อ
เมื่อหลัวซานฉื่อมองเห็นสภาพแวดล้อมชัดเจน ก็รีบก้มกราบทำความเคารพองค์เหนือหัวสามครั้ง
จากนั้นจึงหันมาประสานมือคารวะเจียงหลิน "คารวะท่านอาจารย์"
"อืม"
เจียงหลินพยักหน้า "ลำบากท่านเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว ได้ความว่าอย่างไรบ้าง"
"ข่าวร้ายขอรับ"
หลัวซานฉื่อขมวดคิ้ว กล่าวว่า "ท่านอาจารย์ เมื่อคืนตอนที่ท่านสังหารนักพรตแซ่หวัง เทพจรัญเหตุราตรีได้สะกดรอยตามมันอยู่ตลอด"
"เดิมทีคิดว่าพอนักพรตแซ่หวังตาย อย่างน้อยก็ไม่น่าจะมีทารกผีโผล่ออกมาอีกสักระยะหนึ่ง"
"แต่เมื่อคืนนี้เอง เจ้าพ่อหลักเมืองตามอำเภอต่างๆ ในหางโจว ตรวจพบพ่อค้าที่ลักลอบขนทารกผีได้ถึงสิบเจ็ดคน รวมทารกผีทั้งหมด... แปดสิบเก้าตน!"
"อะไรนะ"
เจียงหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความโกรธจะแล่นพล่านในดวงตา
เขาดูออกอยู่แล้วว่าคนทำทารกผีไม่ได้มีแค่นักพรตแซ่หวังคนเดียว และคนบงการก็น่าจะรู้แล้วว่านักพรตแซ่หวังตายไปแล้ว
แต่ในคืนเดียวกับที่นักพรตแซ่หวังตาย เจ้าพ่อหลักเมืองกลับตรวจเจอทารกผีถึงแปดสิบเก้าตน!
นี่มันหมายความว่ายังไง
คำเตือน?
หรือการข่มขวัญ?
มันกำลังบอกเจียงหลินโต้งๆ ว่า สิ่งที่เจ้าเจอเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง!
เจ้าฆ่านักพรตแซ่หวังไปคนหนึ่ง อย่าว่าแต่จะทำให้ข้าสะเทือนเลย ข้าไม่แคร์ด้วยซ้ำ!
เอ้า เอาทารกผีแปดสิบเก้าตัวนี้ไปดูเล่น!
"กำเริบเสิบสานนัก!"
สีหน้าของเจียงหลินดำทะมึนลง
กล้าข่มขู่คุกคามผู้ถือกฎดำถึงขนาดนี้!
คนบงการคนนี้ มันกินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง!
"ท่านอาจารย์โปรดระงับโทสะ!"
หลัวซานฉื่อรีบกล่าว "บางทีคนบงการอาจจะจนตรอก กลัวความผิด เลยเสี่ยงดวงขนทารกผีที่เหลือทั้งหมดออกไปก็ได้"
เจียงหลินหันไปมองหลัวซานฉื่อแล้วแค่นหัวเราะ "คำพูดนี้ ท่านเจ้าพ่อหลักเมืองเชื่อเองรึเปล่าล่ะ"
หลัวซานฉื่อเงียบไป
เพราะเขารู้ดีว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย
"ตรวจ ค้นพ่อค้าทุกคนให้ละเอียด อย่ามาบอกข้านะว่าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไม่มีน้ำยา!"
เจียงหลินจ้องหน้าหลัวซานฉื่อ น้ำเสียงเย็นยะเยือก "ตราบใดที่ไม่ขัดต่อกฎดำ ให้งัดทุกวิถีทางออกมาใช้!"
"ไม่ว่าจะเป็นกฎซ่างชิง กฎยมโลก หรือกฎสวรรค์หนี่ชิง ต่อให้ทำผิดกฎพวกนั้น เดี๋ยวข้าจะเป็นคนยื่นเรื่องชี้แจงต่อผู้ตรวจการฝ่ายตะวันตกเอง!"
"รับทราบ!"
หลัวซานฉื่อรีบรับคำ
เขารู้ดีว่าท่านอาจารย์ตรงหน้าโกรธจริงแล้ว
ตัวการเบื้องหลังเรื่องทารกผีนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย!
ดูหมิ่นผู้ถือกฎดำ ก็เท่ากับดูหมิ่นกฎดำ เท่ากับหยามเกียรติแห่งแดนอุดร!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าหาว่าผู้ถือกฎดำเล่นไม่ซื่อก็แล้วกัน!
ต่อหน้ากฎดำ กฎอื่นทั้งหมดต้องหลีกทาง!
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมีวิธีการที่ผิดกฎอยู่แล้ว และมีเยอะด้วย!
ต้องรู้ว่าสิ่งที่ควบคุมเหล่าเทพพื้นบ้านในยมโลก ไม่ได้มีแค่กฎดำ กฎดำเป็นเพียงกฎที่เข้มงวดที่สุดเท่านั้น
ภายใต้กฎดำ ยังมีกฎยิบย่อยอีกมากมาย
แต่ตอนนี้ เมื่อมีคำสั่งจากผู้ถือกฎ ต่อให้นอกเหนือจากกฎดำ กฎอื่นจะถูกละเมิดบ้าง ก็มีคนตัวสูงคอยรับหน้าให้!
และสำหรับเจียงหลิน เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ
มีปัญหาอะไร ไปฟ้ององค์เหนือหัวนู่น!
อาญาสิทธิ์แห่งสำนักขับไล่ภูตมารขั้วอุดรบัญชา: ตรวจค้น!
เมื่อมีคำสั่งนี้ เจียงหลินก็ทำได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด!
"ให้เจ้าพ่อหลักเมืองทุกอำเภอจับตาดูต่อไป เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับทารกผีต้องรายงานขึ้นมา ถ้าจำเป็น ให้จัดการก่อนรายงานทีหลังได้"
เจียงหลินสูดหายใจลึก สั่งการเสียงเฉียบขาด
"ขอรับ น้อมรับบัญชา"
หลัวซานฉื่อพยักหน้า เตรียมจะขอตัวลา เพราะขืนอยู่ที่นี่ต่อ เขาคงทนแรงกดดันไม่ไหว
"เดี๋ยวก่อน มีอีกเรื่องหนึ่ง"
เจียงหลินไม่เปิดโอกาสให้หลัวซานฉื่อหนี ถามต่อว่า "เมื่อคืนมีทหารผียืมทางผ่านเฉียนถัง ท่านรู้เรื่องไหม"
"อะไรนะขอรับ"
หลัวซานฉื่อชะงักไป แล้วกล่าวว่า "ผู้น้อยไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมส่งขุนพลแห่งนรกเลยนะขอรับ"
"ท่านอาจารย์แน่ใจหรือว่าเป็นทหารผีจากนรก"
กฎของการยืมทางเขาย่อมรู้ดี ถ้าเมื่อคืนมีทหารผีผ่านทางจริง เขาที่เป็นเจ้าพ่อหลักเมืองไม่มีทางไม่รู้
เจียงหลินเพียงแค่พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไร
"เรื่องประหลาด..."
หลัวซานฉื่อขมวดคิ้ว "ต่อให้ไม่ส่งหนังสือแจ้งมา แต่ถ้าเทพจรัญเหตุราตรีเห็น ก็ต้องรายงานสิ"
"เป็นไปได้ว่าทหารผีกองนั้นอาจจะแค่เดินทัพผ่านเฉตปกครอง เป็นภารกิจลับเฉพาะกิจ เทพจรัญเหตุราตรีเลยไม่รู้เรื่อง"
"หรือไม่ก็..."
หลัวซานฉื่อพูดไม่จบ แต่เจียงหลินเข้าใจความหมาย
หรือไม่ก็
ทหารผีกองนั้นไม่ได้ออกมาจากนรกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย!
"พอกลับไป ผู้น้อยจะเร่งตรวจสอบให้ละเอียด!"
หลัวซานฉื่อรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญมาก จึงรับปากด้วยสีหน้าจริงจัง
"อืม"
เจียงหลินพยักหน้า "ลำบากท่านแล้ว"
"มิได้ขอรับ นี่เป็นหน้าที่ของผู้น้อยอยู่แล้ว"
"ผู้น้อยขอลา"
ว่าแล้ว ร่างจำแลงของหลัวซานฉื่อก็สลายไป ออกจากอารามดาราม่วง
"ฟู่ว..."
เจียงหลินกลับไปนั่งขัดสมาธิ ค่อยๆ ปรับลมหายใจ
"เทียนเผิงเทียนเผิง จิ่วหยวนซาทง..."
เขาท่องมนต์เทียนเผิงในใจ เพื่อสงบจิตใจและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
หลังจากท่องไปเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าจบ เจียงหลินก็ลืมตาขึ้น
ความรู้สึกปวดเมื่อยชาหนึบที่เคยรุนแรง ตอนนี้เบาบางลงบ้างแล้ว
เจียงหลินรู้ว่านี่เป็นผลจากการที่ระดับพลังของเขาพัฒนาขึ้น
เมื่อฝึกวิชาเทียนเผิงเสร็จ เจียงหลินก็ลุกขึ้น หยิบไม้กวาดมาเริ่มปัดกวาดเช็ดถูอาราม
ทุกขั้นตอนเขาทำอย่างพิถีพิถัน ไม่ปล่อยให้มีจุดสกปรกแม้แต่นิดเดียว
กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงวัน ตอนนี้เจียงหลินไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่แล้ว
แววตาของเขากระจ่างใส
"ตัวการใหญ่นี่ร้ายไม่เบา"
เจียงหลินพึมพำกับตัวเอง
การที่ความโกรธหายไป ไม่ได้แปลว่าเขาลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
อีกฝ่ายจงใจยั่วโมโหเขา
สิ่งที่ผู้ถือกฎดำต้องระวังที่สุด คือการทำงานด้วยความโกรธ
หากภูตผีทำผิดมหันต์ กฎซ่างชิงและกฎหยกไม่อาจลงโทษได้หมด จึงค่อยใช้กฎดำ หากภูตผีทำผิดเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ถือกฎกลับใช้กฎดำด้วยโทสะ อายุขัยจะสั้นลงหนึ่งปี และโทษทัณฑ์ที่ภูตผียังรับไม่หมด ผู้ถือกฎต้องรับไว้เอง
นี่คือกฎเหล็กที่ระบุไว้ชัดเจน
การใช้อาคมของผู้ถือกฎ จำเป็นต้องทำด้วยจิตใจที่ผ่องใส มิฉะนั้นต่อให้เป็นการกำจัดภัยให้ประชาชน ตัวเองก็จะถูกลงโทษด้วย
ข้อจำกัดอันเข้มงวดของกฎดำที่มีต่อผู้ถือกฎนั้น ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน
"เรื่องทารกผียังไม่จบ ก็อยู่ในความคาดหมาย"
เจียงหลินเดินย่ำเท้าตามค่ายกลดวงดาวรอบเทวรูปแม่ทัพหวังในลานวัด พลางประมวลข้อมูลที่มีอยู่
"เมื่อคืนคนบงการใช้เวลาแค่คืนเดียว ไม่สิ ครึ่งคืน ขนย้ายทารกผีเกือบเก้าสิบตัวผ่านพ่อค้าสิบกว่าคน"
"อีกฝ่ายไม่ได้มีอิทธิพลแค่ในโลกวิญญาณ แต่ในโลกมนุษย์ก็ต้องมีเส้นสายยิ่งใหญ่คับฟ้า"
"แถมยังมีทหารผีผ่านทางอีก ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู นรกภูมินั้นกว้างใหญ่ แม้จะมีพระแม่ธรณีคอยดูแล แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงบนสวรรค์อยู่ดี"
เจียงหลินรู้ดีว่า ในนรกเองก็มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งขั้วอำนาจ ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน
"เจ้าพ่อหลักเมืองทำได้แค่ตามล้างตามเช็ด สืบอะไรลึกๆ ไม่ได้ อีกฝ่ายระวังตัวมาก ที่เคลื่อนไหวอยู่ก็มีแต่พวกลูกกระจ๊อก"
เจียงหลินหยุดเดิน มองออกไปนอกเขาหลงจิ่ง
จากเหตุการณ์เมื่อคืน เจียงหลินพบว่าบทบาทของเจ้าพ่อหลักเมืองมีขีดจำกัด คนร้ายระวังตัวแจ ใช้แต่ตัวเบี้ยที่ไม่มีความสำคัญ
"ถ้าอยากจะล้างบางเรื่องนี้ให้สิ้นซาก คงต้อง..."
"ไปเมืองหางโจวสักเที่ยว!"
[จบแล้ว]