เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - ทะเบียนสมรส

บทที่ 21 - ทะเบียนสมรส

บทที่ 21 - ทะเบียนสมรส


บทที่ 21 - ทะเบียนสมรส

ลู่เฉิงหลุบตามองเธอ "ผมทายว่าไม่มี"

"ทำไม?"

"เพราะไม่มีใครดีเท่าผม"

"แหวะ~"

ถึงผู้ชายคนนี้จะหลงตัวเอง แต่แปลกที่เธอไม่รู้สึกหมั่นไส้หรือรำคาญเลย

คงเพราะมันเป็นเรื่องจริงมั้ง

ลู่เฉิงอาจจะไม่ได้หน้าหวานพิมพ์นิยม แถมผิวเข้มหน้าดุ ดูน่ากลัวนิดๆ

แต่หุ่นคือดีงามพระรามแปด ไหล่กว้างเอวสอบขายาว เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าซิกแพคแน่นแน่นอน

เห็นลู่เฉิงจ้องรอคำตอบ เจียงม่อลี่เลยตอบไปว่า

"นอกจากคู่หมั้นวัยเด็กอย่างจางเจียหมิง ชาตินี้ฉันไม่เคยคบใครมาก่อน"

"คุณไม่ได้รักชอบเจียหมิงแบบชู้สาว ปัดเศษทิ้งไป ผมก็คือรักแรกของคุณเหมือนกัน"

ลู่เฉิงดูพอใจกับคำตอบนี้มาก แววตาอ่อนโยนลงหลายส่วน

แต่เขาหารู้ไม่ว่า "ชาตินี้" ของเจียงม่อลี่ หมายถึงเพิ่งผ่านมาแค่สี่วัน

ชาติที่แล้วของเจียงม่อลี่เคยมีแฟนมาแล้วสามคน แต่จบไม่สวยสักคน

คนแรกคบได้ครึ่งเดือน กินข้าวสองมื้อ ดูหนังหนึ่งเรื่อง บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ แล้วก็เลิกไปคืนดีกับแฟนเก่าแบบสายฟ้าแลบ

คนที่สองคบสองเดือน หยุดอยู่ที่เกือบจะจูบ เธอโดนกลิ่นปากเขาตีจนเกือบอ้วก

คนที่สามรู้จักกันในเกม คุยกันถูกคอสามเดือน ตอนจะนัดเจอกันดันชวนเธอไปเที่ยวเมืองไทย เธอเลยรีบบล็อกทุกช่องทางหนีแทบไม่ทัน

"เราขี่รถกลับไปกันเถอะ"

ลู่เฉิงมองเธอ "อยากขี่จักรยานเหรอ?"

เจียงม่อลี่พยักหน้า "คุณขี่รถพ่อฉัน ฉันขี่คันใหม่นั่น"

จริงๆ เธอเล็งจักรยานผู้หญิงยี่ห้อนกฟีนิกซ์คันนั้นตั้งแต่เดินเข้าบ้านแล้ว

สีครีมตัดน้ำตาลอ่อน ตะกร้าหน้าสานสีครีม สวยถูกใจเธอมาก

นึกว่าเป็นสินสอดของเจียงชิง เธอยังคิดจะ "แย่ง" มาขี่เลย ที่ไหนได้เป็นของเธอเอง

"ได้สิ แต่คุณตามผมไปที่รถก่อนนะ ผมมีของจะให้"

เจียงม่อลี่ "......คุณมีรถ? รถอะไร?"

ลู่เฉิงชี้ไปที่รถจี๊ปทหารข้างหน้า "รถไม่ใช่ของผม ของพ่อผม ผมยังไม่ถึงระดับใช้รถประจำตำแหน่ง"

เจียงม่อลี่มองรถจี๊ปแล้วหันกลับมามองเขา "มีรถทำไมไม่รีบบอก จะขี่จักรยานหาพระแสงอะไร!"

ลู่เฉิงขำ "ก็นึกว่าคุณอยากขี่"

"ที่อยากขี่เพราะไม่อยากเบียดรถเมล์ย่ะ"

ลู่เฉิงเปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เจียงม่อลี่อย่างสุภาพ

ตอนจะขึ้นรถ ได้กลิ่นเหล้าจางๆ จากตัวเขา เจียงม่อลี่ถาม "คุณดื่มเหล้า ขับรถได้เหรอ?"

"แค่สองแก้วเล็กๆ ไม่เป็นไรหรอก"

เห็นหน้าตาปกติ แววตาแจ่มใส เจียงม่อลี่คิดว่าเขาคงรู้ลิมิตตัวเอง เลยกำชับว่า "งั้นขับช้าๆ นะ" แล้วขึ้นรถไป

พอนั่งเรียบร้อย ลู่เฉิงช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้ แล้วค่อยเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ

แหม สุภาพบุรุษจังแฮะ

...

ภายในรถจี๊ปค่อนข้างดิบเถื่อน เหมือนกล่องเหล็ก ข้างหน้ามีเก้าอี้สองตัว ข้างหลังเป็นม้านั่งยาว เทียบกับรถยุคปัจจุบันคือรถกระป๋องชัดๆ

แต่ในยุคนี้ การมีรถสี่ล้อขับถือเป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่กล้าฝันถึง

"พ่อคุณอย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็นระดับผู้บัญชาการสินะ?"

สบสายตาอยากรู้อยากเห็นของเจียงม่อลี่ ลู่เฉิงยิ้ม "น่าจะเรียกว่า พ่อเรา มากกว่านะ"

เจียงม่อลี่กำลังจะเถียงว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ลู่เฉิงก็หยิบห่อผ้าจากกระเป๋าสะพายทหารยัดใส่มือเธอ

"อะไรเนี่ย?"

ลู่เฉิงพยักหน้าให้เปิดดู

เจียงม่อลี่เปิดห่อผ้าดู บนสุดคือสมุดบัญชีเงินฝาก

ยอดคงเหลือ 3,806.45 หยวน

ในยุคข้าวยากหมากแพง เงินฝากสามพันกว่าหยวนนี่ถือเป็นเศรษฐีเลยนะ

ลู่เฉิงสังเกตสีหน้าเจียงม่อลี่พลางอธิบาย

"ตอนนี้เงินเดือนผม 109 หยวน เมื่อก่อนส่งให้แม่เก็บ ต่อไปจะให้คุณเก็บทั้งหมด ปกติคุณจะใช้อะไรผมไม่ยุ่ง แต่เพื่ออนาคตครอบครัวเรา เงินในบัญชีถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งถอน ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนใช้จากเบี้ยเลี้ยงผม แน่นอนว่านี่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวผมนะ"

ด้วยค่าครองชีพตอนนี้ สองคนใช้ 109 หยวนเหลือเฟือ

ขนาดเจียงต้าไห่ 68 หยวนยังเลี้ยงทั้งบ้านห้าคนได้

ใต้สมุดบัญชีเป็นปึกคูปอง ทั้งคูปองข้าว น้ำตาล เนื้อ ผ้า ผัก สินค้าอุตสาหกรรม แยกประเภทมัดยางไว้อย่างเรียบร้อย

ชัดเจนว่านี่คือสมบัติทั้งหมดของลู่เฉิง

เจียงม่อลี่มองค้อนเขาขำๆ "ไม่กลัวฉันหอบสมบัติหนีเหรอ?"

"คุณจะหนีไปไหนได้?"

นั่นสิ

ยุคนี้ไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่ซื้อตั๋วใบเดียวไปได้ทั่วประเทศ จะไปไหนต้องมีใบแนะนำตัว ไม่งั้นซื้อตั๋วรถไม่ได้ พักโรงแรมไม่ได้ โดนตำรวจจับส่งกลับภูมิลำเนาอีก

"บ้านพักครอบครัวผมยื่นเรื่องไปแล้ว แต่คงยังไม่ได้เร็วๆ นี้ ช่วงนี้คุณพักกับพ่อแม่ผมไปก่อน รอได้บ้านแล้วค่อยย้ายไป"

"ไม่ต้องห่วง งานบ้านคุณไม่ต้องทำ มีอาสะใภ้ห่างๆ อยู่ที่บ้าน คอยดูแลพ่อแม่ผมอยู่แล้ว"

พูดง่ายๆ ก็คือแม่บ้านนั่นแหละ

แต่ยุคนี้เข้มงวดเรื่องชนชั้นนายทุน เลยต้องเลี่ยงบาลีเรียกว่าญาติมาอาศัยอยู่ด้วย

"สหายเจียงม่อลี่"

เจียงม่อลี่หันไปมองเขา

"สามหมุนหนึ่งดัง สินสอด 500 หยวน แต่งแล้วยึดเงินเดือน ไม่ยุ่งเรื่องใช้เงิน ไม่ต้องทำงานบ้าน ไม่ต้องอยู่รวมกับพ่อแม่สามี ผมจัดให้หมดแล้ว ส่วนเรื่องลูก ถ้าตอนนี้คุณยังไม่อยากมีก็ไม่เป็นไร คุณยังมีข้อเรียกร้องอื่นอีกไหม?"

ตอนนั้นเจียงม่อลี่พูดส่งเดชไปเพื่อแกล้งคู่หมั้น

ไม่นึกว่าผู้ชายคนนี้จะจำได้หมด แถมยังทำให้ได้หมดทุกข้อ

"ตอนนี้ยังไม่มี มีแล้วจะบอก"

"งั้นแสดงว่า คุณพอใจในตัวผม ยินดีจะแต่งงานเป็นภรรยาผมใช่ไหม?"

มองดูแววตาจริงจังของชายหนุ่ม เจียงม่อลี่แซวเล่นๆ "ขอแต่งงานตอนนี้ไม่ช้าไปหน่อยเหรอ?"

ผู้ใหญ่เจอกันแล้ว กินเลี้ยงหมั้นแล้ว รับซองแดงแล้ว ยังมีสิทธิ์ปฏิเสธอีกเหรอ

"คุณไม่ปฏิเสธแสดงว่าตกลง"

พูดจบ ลู่เฉิงยื่นสมุดเล่มเล็กให้เธอสองเล่ม

เล่มหนึ่งเป็นทะเบียนบ้านปกกระดาษแข็งสีน้ำตาล อีกเล่มเป็นทะเบียนสมรสปกพลาสติกสีแดง

เห็นทะเบียนสมรส เจียงม่อลี่ตาขวากระตุก

พอเปิดดูเห็นชื่อข้างใน หัวใจที่แขวนอยู่ก็ร่วงตุ๊บ

"สหายลู่เฉิง อธิบายหน่อยซิ? เราไปแต่งงานกันตอนไหน ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง?"

"เมื่อวานซืนเจียงเผิงมาหาผม บอกว่าสำนักงานจัดหางานจะมาบีบคุณกับลุงเจียง แล้วเอาทะเบียนบ้านมาให้ผม บอกให้ผมรีบไปจดทะเบียนกับคุณ ผมนึกว่าคุณรู้เรื่องแล้วซะอีก"

เจียงเผิง แกตายแน่!

เจียงม่อลี่กัดฟันกรอด ดูวันที่ในทะเบียนสมรส ปรากฏว่าเป็นวันนี้

"พ่อฉันรู้เรื่องจดทะเบียนไหม?"

"เมื่อเช้ายุ่งจนลืมบอกครับ"

"ไม่กล้าบอกมากกว่ามั้ง!"

ลู่เฉิงลูบจมูกแก้เก้อ

ถึงจะโมโหที่โดนมัดมือชก แต่เจียงม่อลี่ก็ไม่ได้โกรธจริงจัง

ผู้ชายคนนี้เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง เธอไม่เสียเปรียบ แต่ในใจยังตะขิดตะขวง

เจียงต้าไห่กับเจียงเผิงรีบให้เธอแต่งงานเพราะไม่อยากให้ไปชนบท แต่ลู่เฉิงทำไมต้องรีบแต่งขนาดนี้?

เธอหรี่ตามองลู่เฉิงอย่างจับผิด "สุขภาพคุณไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"

ก่อนหน้าเธอ ลู่เฉิงไม่เคยมีแฟน ก็ตัดเรื่องแต่งงานรอบสองหรือมีลูกติดไปได้เลย

ระดับนายทหาร นิสัยใจคอต้องผ่านการตรวจสอบมาแล้ว ปัญหาน่าจะอยู่ที่สุขภาพ

"ประจำการชายแดนมาหลายปี บาดเจ็บเล็กน้อยหลายครั้ง แต่หายดีหมดแล้ว ไม่งั้นคงปลดประจำการไปนานแล้ว"

"ฉันไม่ได้ถามเรื่องนั้น คือแบบว่า เรื่องอย่างว่าของคุณปกติดีใช่ไหม?"

ถามจบ เจียงม่อลี่หน้าแดงแปร๊ดก่อนเพื่อน

ลู่เฉิงอาการหนักกว่า หูแดงก่ำจนเกือบหยดเลือด แต่สีหน้ายังพยายามนิ่ง

"ผมดูเหมือนคนไม่ปกติเหรอ?"

"เรื่องแบบนี้ดูภายนอกไม่รู้หรอก หรือเดิมทีอาจจะปกติ แต่บาดเจ็บแล้วกระทบกระเทือนก็ได้ คุณดูสิ หน้าตาก็ดี หุ่นก็ดี ชาติตระกูลดี ความสามารถเพียบ แค่กระดิกนิ้วสาวๆ ก็วิ่งเข้าใส่เป็นเบือ ทำไมเจาะจงต้องเป็นฉัน มันน่าสงสัยอยู่นะ"

"คุณคิดกับผมแบบนี้เหรอ? คุณว่าผมหน้าตาก็ดี หุ่นก็ดี ชาติตระกูลดี ความสามารถเพียบ?"

ถึงจะเป็นคำพูดของเธอเอง แต่พอออกจากปากผู้ชาย ทำไมฟังแล้วมันจั๊กจี้หัวใจพิกล

"นั่นไม่ใช่ประเด็น..."

ลู่เฉิง "นี่แหละประเด็น สหายเจียงม่อลี่ ความคิดเห็นของคุณที่มีต่อผมสำคัญมาก ดูเหมือนคุณจะพอใจในตัวผมมากนะ"

เจียงม่อลี่ปิตทะเบียนสมรส "แล้วคุณล่ะ คิดยังไงกับฉัน?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 21 - ทะเบียนสมรส

คัดลอกลิงก์แล้ว