เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - งานเลี้ยงหมั้น

บทที่ 20 - งานเลี้ยงหมั้น

บทที่ 20 - งานเลี้ยงหมั้น


บทที่ 20 - งานเลี้ยงหมั้น

อาหารทยอยเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว เต็มโต๊ะกลมไปหมด ทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติครบเครื่อง

หมูสามชั้นราดซอสกระเทียม ปลาราดพริก กระต่ายแช่น้ำพริก เต้าหู้ทรงเครื่อง ไก่ผัดเม็ดมะม่วง เนื้อวัวพะโล้ เป็ดรมควัน ขาหมูน้ำแดง...

กับข้าวสี่อย่าง เนื้อสัตว์แปดอย่าง แกงจืดเป็ดตุ๋นหัวไชเท้าดองอีกหนึ่งหม้อ แถมด้วยของหวานสองอย่าง คือก้อนแป้งทอดราดน้ำตาลแดงกับขนมไข่หงส์

คนบ้านจางตะลึงตาค้าง

เกิดมาจนป่านนี้ อย่าว่าแต่ได้กินเลย เห็นยังไม่เคยเห็นกับข้าวดีๆ เยอะแยะขนาดนี้มาก่อน

เจียงชิงเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

ถึงจะเกิดใหม่มาแล้วรอบหนึ่ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าภัตตาคารหรูขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกที่ได้กินอาหารเหลาชุดใหญ่แบบนี้

แต่พอคิดได้ว่าความสุขสบายนี้ได้มาเพราะบารมีเจียงม่อลี่ เธอก็รู้สึกจุกแน่นในอก

"ม่อลี่ อย่าเอาแต่กินคนเดียวสิ คีบกับข้าวให้คุณป้าอันบ้าง"

เจียงม่อลี่คายก้างปลาออกมา แล้วหันไปพูดกับอันฮุ่ย "อยากกินอะไรคีบเองเลยนะคะ ถ้าเอื้อมไม่ถึงก็ลุกขึ้นยืนคีบเอา"

อันฮุ่ยยกน้ำพุทราขึ้นจิบแก้เก้อด้วยความหมั่นไส้

เธอดูออกแล้ว ว่าลูกสะใภ้คนนี้ไม่ได้แคร์เลยว่าแม่ผัวอย่างเธอจะพอใจหรือไม่พอใจ

เจียงชิงมองฉากนี้แล้วลอบยิ้มเยาะในใจ

เจียงม่อลี่ยังไงก็คือเจียงม่อลี่ โง่และอวดดีไม่เปลี่ยน

พ่อลู่ก็ไม่ชอบหน้าอยู่แล้ว ขนาดงานหมั้นยังไม่ยอมโผล่หัวมา เจียงม่อลี่ยังไม่รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัว

ทำตัวแบบนี้ เผลอๆ ยังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านลู่ ก็โดนถอนหมั้นก่อนแน่

ลู่เฉิงในฐานะคู่หมั้น รีบออกโรงปกป้องเมียตัวเองทันที

"ม่อลี่พูดถูกครับ ทุกคนอยากกินอะไรคีบเองเลย ไม่ต้องเกรงใจ คนกันเองทั้งนั้น"

อันฮุ่ยกับเจียงม่อลี่พร้อมใจกันมองค้อนลู่เฉิง

เจียงม่อลี่: ใครใช้ให้พูดมาก

อันฮุ่ย: ดูทำท่าเข้าสิ เห่อเมียจนออกนอกหน้า น่าหมั่นไส้!

ลู่เฉิงหัวเราะ

สมกับเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้ มองค้อนเหมือนกันเปี๊ยบ

เจียงต้าไห่เลิกหวังให้ลูกสาวทำตัวน่ารักแล้ว เลยจัดการเอง "ลองชิมปลาราดพริกดูครับ รสเปรี้ยวหวานกำลังดี เนื้อปลาไม่คาวเลย เป็นเมนูเด็ดของกวางหัวเขา"

ลู่เฉิงรับลูก "คุณลุงครับ ถ้าคุณลุงชอบรสชาติร้านนี้ งั้นงานแต่งผมกับม่อลี่ ก็จัดที่นี่เลยแล้วกันครับ"

เจียงม่อลี่แทบสำลัก

เจียงต้าไห่รับคำทันที "ดีๆ เอาสิ"

"งั้นตกลงตามนี้นะครับ"

เดี๋ยวสิ จะจัดงานแต่งไม่ถามความเห็นเจ้าสาวอย่างฉันสักคำเลยเหรอ?

อีกอย่าง ฉันยังไม่ได้ตกลงจะแต่งนะ!

เจียงม่อลี่กำลังจะวางตะเกียบประท้วง อันฮุ่ยที่นั่งข้างๆ ก็ยื่นซองอั่งเปามาวางตรงหน้า

"นี่เป็นธรรมเนียม รับไว้สิ"

อาจเพราะเคืองเรื่องไม่คีบกับข้าวให้ น้ำเสียงอันฮุ่ยเลยดูห้วนๆ ไปหน่อย

"ม่อลี่ เหม่ออะไรอยู่ รีบขอบคุณคุณป้าอันเร็วเข้า"

เห็นเจียงม่อลี่นิ่ง เจียงต้าไห่เลยรีบสะกิด

เจียงชิง หลี่หงอิง และจินอวี้หลานที่นั่งร่วมโต๊ะ มองตาละห้อยด้วยความอิจฉา

ก่อนหน้านี้ก็ให้สินสอด 888 หยวนไปแล้ว นี่ให้ซองเพิ่มอีกต่างหาก

บ้านลู่นี่รวยขนาดไหนกันนะ

ทำไมพวกเธอถึงไม่เจอพ่อแม่สามีใจปล้ำแบบนี้บ้างนะ

ตามปกติ เจียงม่อลี่ไม่เคยปฏิเสธเงิน

แต่ถ้ารับเงินนี้ ก็เท่ากับยอมรับการแต่งงาน

แต่คิดดูอีกที ลู่เฉิงทั้งหล่อทั้งรวย เธอไม่เสียหาย

ส่วนเรื่องนิสัยและครอบครัว คนที่กองทัพคัดกรองมาแล้ว เธอก็วางใจได้ระดับหนึ่ง

"ขอบคุณค่ะคุณป้า!"

พอเธอรับซอง เจียงต้าไห่กับลู่เฉิงก็โล่งอก

ทุกคนลงมือทานอาหารต่อ บรรยากาศชื่นมื่น

"อ้าว แล้วเสี่ยวเผิงล่ะ?"

หลี่หงอิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามทักขึ้นมา เจียงม่อลี่ถึงเพิ่งนึกได้ว่าเจียงเผิงยังเฝ้าส้วมแทนเธออยู่

เธอตอบเลี่ยงๆ ไป แล้วขอยืมกล่องข้าวอลูมิเนียมจากร้านมาสองใบ ใบหนึ่งใส่กับข้าว อีกใบใส่ข้าวสวย กะว่าจะเอาไปส่งให้เจียงเผิงหลังกินเสร็จ

กินอิ่มหนำสำราญ เดินออกจากภัตตาคาร เจียงต้าไห่ชวนทุกคนไปนั่งจิบชาฟังนิทานที่โรงน้ำชาต่อ

เจียงม่อลี่ห่วงต้องไปส่งข้าวให้เจียงเผิง "พ่อ พวกลุงไปเถอะ หนูมีธุระ"

เจียงต้าไห่ดึงแขนไว้ "แกห้ามไปไหนทั้งนั้น"

เมื่อเช้าบ้านลู่มาสู่ขอ เจียงม่อลี่ไม่อยู่บ้านก็เสียมารยาทมากแล้ว บ่ายนี้ต้องอยู่เป็นเพื่อนว่าที่แม่สามี ทำคะแนนหน่อย

"หนูมีธุระจริงๆ"

"อย่ามาอ้าง แกจะมีธุระอะไรนักหนา"

เจียงม่อลี่กำลังจะอ้าปากบอกว่าได้งานล้างส้วม ลู่เฉิงก็พูดแทรกขึ้นมา "คุณลุงครับ ให้พวกลุงไปดื่มชากันเถอะครับ ผมจะพาม่อลี่ไปเดินเล่นในเมือง"

เจียงต้าไห่รีบผลักเจียงม่อลี่ไปหาลู่เฉิง ยิ้มจนตีนกาขึ้นหน้า "ได้ๆ พวกเธอไปเถอะ เดินเล่นกันให้สนุกนะ"

เจียงม่อลี่ "..."

ลู่เฉิงทักทายอันฮุ่ย หลี่หงอิง และคนบ้านจาง แล้วถือวิสาสะคว้ากล่องข้าวจากมือเจียงม่อลี่ไปถือเอง

"ไปกันเถอะ"

"ไปก็ไป!"

เจียงม่อลี่เดินเชิดหน้าไปก่อน

ลู่เฉิงเดินตามหลังไปครึ่งก้าว สายตาคมมองตามร่างเล็กกะทัดรัดด้วยรอยยิ้ม

เจียงต้าไห่ยิ้มหน้าบาน หันไปเห็นลูกเลี้ยงมองตามลูกสาวตัวเองตาละห้อย เลยบอกให้จางเจียหมิงพาเจียงชิงไปเดินเล่นบ้าง

พอคู่จางเจียหมิงกับเจียงชิงแยกตัวออกไป เจียงต้าไห่ก็หันมาบอกอันฮุ่ยกับจางเถี่ยเซิง

"หนุ่มสาวเขาไปเที่ยวกันแล้ว พวกเราคนแก่ไปจิบชาฟังงิ้วกันดีกว่า"

อันฮุ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ "วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่าค่ะ เรื่องงานแต่งให้เด็กๆ เขาตกลงกันเอง พวกเราผู้ใหญ่แค่คอยสนับสนุนเรื่องเงินกับลงแรงก็พอ"

"ได้ครับๆ คุณนายจะกลับยังไงครับ ให้ผมขี่จักรยานไปส่งไหม?"

อันฮุ่ยโบกมือ "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกลับพร้อมเสี่ยวกวง พวกเขาเอารถบรรทุกมา"

เจียงต้าไห่ตาโต "รถบรรทุกปลดแอกหน้าบ้านพักนั่น ของพวกคุณเหรอครับ"

"ของเยอะน่ะค่ะ ถือไม่ไหว เลยขอยืมรถจากหน่วยงานมาใช้"

จินอวี้หลานกับจางเถี่ยเซิงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ไม่แค่มีทหารรับใช้ รถบรรทุกทหารยังยืมมาใช้ได้ง่ายๆ แสดงว่าตำแหน่งพ่อของลู่เฉิงในกองทัพต้องใหญ่โตมากแน่ๆ

เจียงต้าไห่เหมือนหนูตกถังข้าวสารชัดๆ!

แต่ยังดี ที่บ้านจางเกี่ยวดองกับบ้านเจียงแล้ว ความโชคดีนี้ บ้านจางก็น่าจะพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย

...

เดินห่างออกมาได้ระยะหนึ่ง ลู่เฉิงก็ก้าวยาวๆ ขึ้นมาเดินเคียงข้างเจียงม่อลี่ "นี่เอาข้าวไปส่งให้ใคร?"

"น้องเขยคุณไง"

ลู่เฉิงยิ้ม "ผมยังติดอั่งเปาเขาอยู่อีกซองนี่นะ"

เจียงม่อลี่กวาดตามองเขาหัวจรดเท้า "คุณสมบัติครบเครื่องขนาดนี้ ยังกลัวหาเมียไม่ได้อีกเหรอ?"

ลู่เฉิงย้อนถาม "แล้วทำไมคุณถึงยังไม่แต่งงานล่ะ?"

"เพราะไม่เจอใครยอมจ่ายสินสอด 500 หยวนไง"

พอพูดถึงสินสอด เจียงม่อลี่ก็นึกขึ้นได้ "จักรยานผู้หญิงคันนั้นในลานบ้าน คุณเอามาเหรอ?"

"อื้ม ตามที่คุณขอ ของสามหมุนหนึ่งดังครบชุด แถมสินสอด 888 หยวน"

เจียงม่อลี่ตาโตกว่าเดิม "คุณให้สินสอดที่บ้านตั้ง 888 หยวนเลยเหรอ?"

"พูดให้ถูกคือให้คุณ อยู่ที่พ่อคุณ กลับไปคุณไปขอพ่อคุณได้เลย ผมดูแล้วพ่อคุณไม่ใช่คนจะอมสินสอดลูกสาวหรอก"

"เขาจะเป็นคนยังไง คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์"

เจียงม่อลี่ค้อนใส่ แต่ในใจกลับพอใจกับการแต่งงานครั้งนี้มากขึ้น

ต้องบอกว่า พอใจในตัวผู้ชายคนนี้มาก

หน้าตาดี หุ่นแซ่บ แถมยังสายเปย์ เป็นทหารอีกต่างหาก ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบัน คงโดนสาวโสดรุมทึ้งจนไม่เหลือซากแล้ว

"คุณเคยมีแฟนไหม?" เธอถามด้วยความอยากรู้

"ไม่เคย ผมเข้ากองทัพตอน 17 ไปอยู่ทิเบตสี่ปี แล้วย้ายมาประจำชายแดนตะวันตกเฉียงใต้ อยู่แต่ในค่าย ไม่มีโอกาสหาแฟน"

ถึงเจียงม่อลี่จะไม่ถือสาเรื่องแฟนเก่า แต่ถ้าไม่มีเลยก็ดีกว่า

"งั้นแสดงว่า ฉันเป็นรักแรกของคุณ?"

"ใช่ แล้วคุณล่ะ?"

เจียงม่อลี่กระพริบตาปริบๆ "คุณทายสิ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - งานเลี้ยงหมั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว