เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - คนที่หัวเราะทีหลังคือผู้ชนะ

บทที่ 22 - คนที่หัวเราะทีหลังคือผู้ชนะ

บทที่ 22 - คนที่หัวเราะทีหลังคือผู้ชนะ


บทที่ 22 - คนที่หัวเราะทีหลังคือผู้ชนะ

ลู่เฉิงไม่ได้ตอบทันที ดวงตาลึกซึ้งไล่มองเครื่องหน้าของเจียงม่อลี่อย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "เห็นคุณครั้งแรก ใจผมก็แกว่ง อยากได้คุณมาเป็นเมียทันที"

"เห็นแก่หน้าตา?"

"เรียกว่ารักแรกพบดีกว่า"

ในสายตาเจียงม่อลี่ สองอย่างนี้มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่เธอไม่ถือสาหรอก

ตัวเธอเองก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร ก็แค่คนโลภมากบ้ากามเหมือนกัน

ถ้าลู่เฉิงเตี้ย อ้วน จน ขี้เหร่ มีข้อใดข้อหนึ่งเธอก็ไม่เอาเหมือนกันแหละ

"สรุปว่า สุขภาพร่างกายคุณไม่มีปัญหาแน่นะ?"

"เรื่องนี้ผมพูดเองไม่ได้ผลหรอก คุณต้องมาตรวจสอบด้วยตัวเอง"

สีหน้าลู่เฉิงดูปกติ แต่ใบหูที่แดงก่ำฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังเขินและทำตัวไม่ถูก

เข้าตำราหน้าตายแต่อายม้วน

เจียงม่อลี่โดนความย้อนแย้งในตัวผู้ชายคนนี้ตกเข้าอย่างจัง คันยุบยิบในหัวใจ อยากจะลากเขาเข้าหอเผด็จศึกซะคืนนี้เลย

"ในเมื่อเราจดทะเบียนเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายแล้ว งั้นฉันต้องย้ายไปอยู่บ้านคุณเลยไหม?"

ลู่เฉิงเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ตรงๆ เขาติดเครื่องรถยนต์พลางชวนคุย "คุณว่ารสชาติอาหารเมื่อกลางวันเป็นยังไงบ้าง?"

"ก็ใช้ได้"

"ถ้าคุณไม่ติดขัดอะไร งานแต่งของเราจัดที่กวางหัวเลยแล้วกัน เอามาตรฐานเดียวกับมื้อเที่ยงนี่แหละ"

"ได้สิ"

"งั้นฤกษ์แต่งเอาเป็นวันที่ 20 ดีไหม?"

วันนี้วันที่ 16 เหลืออีกแค่สี่วันก็ถึงวันที่ 20 แล้ว

กลัวเจียงม่อลี่จะเข้าใจผิดว่าเขารีบร้อนจนดูไม่จริงใจ ลู่เฉิงเลยรีบอธิบาย "วันที่ 21 ผมต้องกลับเข้ากรมแล้ว รีบแต่งให้เสร็จๆ คุณจะได้ย้ายไปอยู่บ้านผม ผมไปดูบ้านคุณมาแล้ว มีแค่สองห้อง พัดลมก็ไม่มี ทั้งเบียดทั้งร้อน"

นี่แหละปัญหาที่เจียงม่อลี่กลุ้มใจอยู่

บ้านเจียงมีแค่ห้องโถงด้านนอกที่เป็นห้องนอนเจียงต้าไห่ที่มีพัดลมเพดาน ส่วนห้องด้านในที่เธอกับเจียงชิงนอนนั้นแคบมาก แถมยังวางเตียงเหล็กสองชั้น พื้นที่ติดพัดลมเพดานก็ไม่มี การระบายอากาศก็แย่ หน้าร้อนทีเหมือนนอนในกรงนกอบซาวน่า

เธอย้อนถามลู่เฉิง "บ้านคุณใหญ่ไหม?"

"ก็พอได้ เป็นบ้านตึกเก่าสมัยก่อนเอามาดัดแปลง บ้านเราอยู่ชั้นหนึ่ง มีสี่ห้องนอน สองห้องโถง มีลานบ้านด้วย พ่อกับแม่นอนห้องนึง น้าแม่บ้านนอนห้องนึง ที่เหลือก็ว่างอยู่"

เจียงม่อลี่ตาเป็นประกาย "ห้องคุณมีพัดลมเพดานไหม?"

"มี ปีที่แล้วที่บ้านซื้อทีวีมาเครื่องหนึ่งด้วย กลางคืนถ้าเบื่อๆ ก็ดูทีวีได้"

ตาเจียงม่อลี่วิบวับกว่าเดิม "ย้ายทีวีไปไว้ในห้องนอนฉันได้ไหม?"

นอนดูทีวีบนเตียง ชีวิตจะฟินขนาดไหน

"ไม่ได้"

"เชอะ ไหนบอกรักแรกพบ ก็งั้นๆ แหละ"

เจียงม่อลี่รู้อยู่แล้วว่าคำขอนี้มันเอาแต่ใจ แต่คาแรคเตอร์ของเธอคือนางมารร้ายจอมเรื่องมากนี่นา

ลู่เฉิงมองเธออย่างจนใจ "แม่ผมก็ต้องดูทีวีนะ คุณจะให้แม่เข้าไปดูทีวีในห้องนอนเราทุกคืนเลยหรือไง?"

"งั้นทำไมไม่ซื้ออีกเครื่องล่ะ?"

"เดี๋ยวผมลองถามๆ เพื่อนดูให้"

จริงๆ เจียงม่อลี่ก็ไม่ได้อยากดูทีวีขนาดนั้น แต่ท่าทีของฝ่ายชายทำให้เธอพอใจมาก

เสน่ห์ของผู้ชายที่มีอายุมากกว่าก็ตรงนี้แหละ ในชั่วขณะที่เขามองคุณด้วยสายตาจนปัญญา คุณถึงจะรู้ว่านั่นคือสัญญาณว่าเขายอมจำนนต่อคุณแล้ว

"เดี๋ยวเอาข้าวไปส่งน้องชายคุณก่อน แล้วเราค่อยไปห้างสรรพสินค้า ซื้อของใช้เตรียมงานแต่งกัน"

เจียงม่อลี่ไม่มีปัญหา

เห็นรถจี๊ปแล่นผ่านหน้าไป แววตาของเจียงชิงฉายแววอำมหิต

เธอกับจางเจียหมิงเดินตามหลังเจียงม่อลี่กับลู่เฉิงมาติดๆ เห็นกับตาว่าทั้งคู่ขึ้นรถจี๊ปไป

จางเจียหมิงทำท่าอยากจะโบกรถขอติดไปด้วย แต่เธอห้ามไว้

เธอเกาะใครกินก็ได้ แต่จะไม่มีวันลดตัวไปเกาะบารมีเจียงม่อลี่เด็ดขาด

ได้ดีแค่ตอนนี้จะนับเป็นอะไรได้ คนที่หัวเราะทีหลังต่างหากคือผู้ชนะตัวจริง

ลู่เฉิงก็โง่พอกัน ตาต่ำไปคว้าเอาคนโง่อย่างเจียงม่อลี่มาทำเมีย ไม่ช้าก็เร็วต้องโดนเมียพาซวยจนหมดอนาคต เหมือนจางเจียหมิงในชาติก่อนแน่ๆ

คิดได้แบบนี้ เจียงชิงค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย

"เสี่ยวชิง คุณอยากไปเดินเล่นที่ไหน?"

ได้ยินจางเจียหมิงถาม เจียงชิงตอบส่งๆ "หาที่นั่งพักเถอะ อากาศร้อน เดินไปเหงื่อออกเปล่าๆ แถมยังเปลืองเงินด้วย"

ได้ยินแบบนี้ จางเจียหมิงยิ้มกว้างอย่างดีใจ

"แม่ผมยังกังวลอยู่เลย บอกว่าคุณเป็นสาวในเมือง กลัวคุณจะรังเกียจที่บ้านผมจน แม่ว่าจะไปหยิบยืมเงินคนอื่นมาสมทบให้ครบ 66 หยวนเป็นค่าสินสอด ผมบอกแม่แล้วว่าคุณไม่มองวัตถุพวกนี้หรอก ถ้าคุณรังเกียจความจนรักความรวย คุณคงไม่เลือกแต่งกับผมแล้ว"

เจียงชิงจุกในอกพูดไม่ออก

เพื่อให้จางเจียหมิงและครอบครัวรู้สึกว่าเธอดีกว่าเจียงม่อลี่ เธอเลยพยายามสร้างภาพลักษณ์ขยันขันแข็ง อดทน มัธยัสถ์

แต่ความจริงแล้ว เธอไม่ได้ปลงตกกับลาภยศสรรเสริญขนาดนั้น

เธอก็ต้องการหน้าตา ต้องการความเคารพและการยอมรับเหมือนกัน

"เสี่ยวชิง เป็นอะไรไป?"

เห็นเจียงชิงขอบตาแดง จางเจียหมิงเริ่มลนลาน

"เจียหมิง คุณรู้ไหมว่าสินสอด 8 หยวน 8 เหมา จะทำให้ฉันโดนคนอื่นหัวเราะเยาะขนาดไหน? ฉันไม่ได้ถือตัวสูงส่งอย่างที่คุณคิด ฉันเองก็ต้องการให้คนอื่นให้เกียรติและใส่ใจ ใช่ ฉันเป็นคนพูดเองว่าไม่เอาสินสอด แต่ที่ฉันพูดแบบนั้นเพราะฉันเห็นใจคุณ ไม่อยากกดดันคุณ แต่ในฐานะลูกผู้ชาย คุณไม่คิดจะทำเพื่อฉัน พยายามให้เกียรติฉันบ้างเลยเหรอ?"

จางเจียหมิงหน้าเสีย "ผม... ผมคิดน้อยไป คุณอย่าร้องไห้นะ"

เจียงชิงก้มหน้าเช็ดน้ำตา

ในใจจางเจียหมิง เจียงชิงเข้มแข็งมาตลอด ไม่เคยบ่นเหนื่อย ไม่เคยร้องไห้พร่ำเพรื่อ

ภาพเธอสะอื้นเงียบๆ ตรงหน้าดูน่าสงสารจับใจ ทำให้จางเจียหมิงทั้งปวดใจและรู้สึกผิด

"เสี่ยวชิง ผมผิดไปแล้ว ขอโทษนะที่ทำให้คุณน้อยใจ เดี๋ยวกลับไปผมจะให้แม่ไปยืมเงินมา ให้ครบ 66 ไม่สิ 88 หยวนเลย ดีไหม?"

เจียงชิงเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้น

ขอบตาแดงๆ ทำให้ดูอ่อนแอ แต่แววตากลับมุ่งมั่น

"ไม่ต้องหรอก แค่คุณมีใจก็พอแล้ว เจียหมิง ที่ฉันแคร์ไม่ใช่เงิน แต่เป็นใจของคุณต่างหาก"

จางเจียหมิงซาบซึ้งในความเข้าใจของเจียงชิงจนแทบอยากจะควักหัวใจออกมาวางให้

"เสี่ยวชิง วางใจเถอะ ผมจะขยันสร้างผลงาน จะรีบทำให้คุณสุขสบายให้ได้"

"เจียหมิง ฉันเชื่อใจคุณค่ะ"

เจียงชิงมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน "คุณเป็นคนมีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็ง แถมยังหัวไว คุณต้องมีอนาคตไกลแน่นอน ไม่แพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น"

คำพูดให้กำลังใจนี้ เปรียบเสมือนยากระตุ้นชั้นดีสำหรับจางเจียหมิงที่มาจากครอบครัวยากจนและอยู่ในจุดต่ำสุด ทำให้เขาตั้งปฏิญาณในใจว่าจะต้องสร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้

...

"ก๊อกๆ"

ได้ยินเสียงเคาะประตู ลู่เต๋อเจาไม่เงยหน้า "เข้ามา"

จนกระทั่งฟังเสียงฝีเท้าแล้วรู้สึกแปลกๆ เขาถึงเงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นอันฮุ่ยก็แปลกใจ "คุณมาทำไม?"

อันฮุ่ยเสียงแข็ง "ฉันมาไม่ได้หรือไง งั้นฉันกลับก็ได้"

"โอ้ย เดี๋ยวสิคุณ"

ลู่เต๋อเจารีบเดินมาขวาง ปิดประตูห้องทำงานลงกลอน

"ดูคุณสิ คิดมากอีกแล้ว ผมก็แค่ถามไปงั้นแหละ มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวผมชงชาให้กิน อยากกินชาอะไร?"

"กินไม่ลงหรอก อิ่มลมจนจุกแล้วเนี่ย"

"ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูด"

ลู่เต๋อเจายื่นถ้วยชาของตัวเองให้ภรรยาจิบ "สู่ขอไม่ราบรื่นเหรอ?"

อันฮุ่ยจิบชาไปสองอึก ถึงค่อยเปิดปาก "เรื่องงานแต่งน่ะตกลงเรียบร้อย"

"แล้วแม่หนูนั่นเป็นยังไงบ้างล่ะ?"

ลู่เต๋อเจาถึงตัวจะไม่ไปเพราะต้องรักษาฟอร์ม แต่ใจพะวงอยู่ตลอด ทำงานทำการไม่รู้เรื่องเลย

"ก็งั้นๆ แหละ"

"งั้นๆ นี่มันยังไง?"

อันฮุ่ยวางถ้วยชาเคลือบของสามีลงบนโต๊ะรับแขกเสียงดังปัง "หน้าตาใช้ได้ มารยาทไม่เอาไหน เหมือนที่คนเขาไปสืบมานั่นแหละ ไม่ผิดเพี้ยน"

ลู่เต๋อเจาไม่แปลกใจ ข้อมูลที่องค์กรตรวจสอบมาต้องแม่นยำอยู่แล้ว

เขาถามถึงครอบครัวของเจียงม่อลี่ต่อ

การแต่งงานของสองตระกูล นิสัยใจคอของพ่อแม่ฝ่ายหญิงก็สำคัญมากเช่นกัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - คนที่หัวเราะทีหลังคือผู้ชนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว