เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 803 สำเร็จ

ตอนที่ 803 สำเร็จ

ตอนที่ 803 สำเร็จ


ถังเทียนลืมเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกเขาหมกมุ่นอยู่ในโลกของตัวเองอย่างสิ้นเชิง

เมื่ออยู่ในเกราะเทพเจ้าเขามีสติปัญญาแหลมคมมากและฉลาดเชี่ยวชาญในกฎธรรมชาติ  แต่ภายในมิติอิสระของกระบี่พญาเขียว สายใยกฎธรรมชาติสองสายที่เติบโตมาด้วยกันมีผลต่อเขาอย่างยิ่งใหญ่

สายใยกฎธรรมชาติของกระบี่พญาเขียวรวมเข้าด้วยกันกับกฎอวกาศถังเทียนรู้คุณค่าของมันดี  ในแดนบาปนักสู้สามารถฝึกกฎธรรมชาติได้ประเภทเดียว เป็นความเข้าใจร่วมกันในแดนบาปว่าไม่สามารถเข้าใจได้มากกว่ากฎเดียวกฎธรรมชาติกฎเดียวก็เพียงพอสำหรับนักสู้ที่จะได้รับการรู้แจ้งความหมายของกฎอย่างแท้จริง

ถังเทียนยังคงมีความคิดเช่นเดียวกัน  แต่ในตัวกฎมันเองก็มีข้อเสียของตัวเองและนั่นก็คือขีดจำกัดของมัน  การฝึกกลุ่มวิชาหนึ่งเป็นสิ่งที่สวรรค์วิถีก็มี  แต่น้อยคนนักจะทำได้

เนื่องจากสถานการณ์สู้รบใดๆจะยุ่งยากซับซ้อนตลอดกาล กระบี่เล่มหนึ่งตัดกฎธรรมชาติได้เป็นล้านอาจฟังเหมือนกดขี่กันเกินไป  แต่ความจริงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก  นักสู้ส่วนใหญ่เลือกจะชำนาญในด้านใดด้านหนึ่งและเลือกเรียนกลุ่มวิทยายุทธที่เกื้อหนุนกันก็สามารถเผชิญสถานการณ์ได้ทุกประเภท

การใช้วิทยายุทธกลุ่มวิชาเดียวหมายความว่าพวกเขาต้องการความร่วมมือประสานงานมากขึ้นจึงจะสามารถเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้

แต่ในแดนบาปถังเทียนไม่เห็นการร่วมมือเป็นกลุ่มแต่อย่างใด

ถังเทียนคงจะมีความรู้สึกว่าความจริงเรื่องนี้แปลก  ถ้าเขาเพิ่งเข้ามาในแดนบาปแต่ตอนนี้ถังเทียนไม่พบว่าแปลก ในทุกที่ที่เขาผ่านมา  เขาไม่ชอบแดนบาปที่สุด  นี่เป็นสถานที่หยุดนิ่ง ไม่เพียงแต่พวกเขาสูญเสียความกล้าหาญจะยืนหยัดและต่อสู้เท่านั้นแต่พวกเขายังสูญเสียความกล้าที่จะก้าวออกไป และพวกเขามีชีวิตอยู่เหมือนกับว่าพวกเขารอให้เติบโตแก่และตายไป  พวกเขาไม่มีอารมณ์จะสำรวจ ไม่มีอารมณ์จะสร้าง

หนุ่มชาวฟ้าไม่ชอบแดนบาปแม้แต่น้อย

เขาส่ายศีรษะและทิ้งความคิดที่ซับซ้อนทั้งหมดออกไปจากใจ ความคิดเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะเก็บมาคิดมันซับซ้อนเกินไปสำหรับหนุ่มชาวฟ้า หนุ่มชาวฟ้าจะให้ความสนใจกับร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่างเดียว  ‘บางทีปิงอาจสนใจที่นี้หรือถังโฉ่วอาจจะสนใจก็ได้?’

หนุ่มชาวฟ้าไม่ชอบทำหลายอย่างที่เขาไม่มีความถนัด

แต่เขาตระหนักได้ว่าเขากลับมีความสนใจในเรื่องอื่นอย่างมาก

‘มีกฎธรรมชาติอยู่จริงๆเท่าใดกันแน่?’  ไม่มีใครรู้ พวกมันมีอยู่มากมายกว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกับดวงดาวในท้องฟ้า  และยังเป็นหนึ่งในเหตุผลให้แดนบาปยังไม่ถูกสำรวจ  กฎธรรมชาติในแดนบาปเป็นเหมือนทะเลอัญมณี  ไม่ว่าจะเลือกเม็ดใดก็เป็นอัญมณีงดงามแพรวพราว

ในสวรรค์วิถีวิทยายุทธทั้งหมดจะถูกสร้างและพัฒนาหลายรุ่นอย่างช้าๆเป็นกระบวนการที่ช้าและยากลำบาก ที่ซึ่งพลังงานบริสุทธิ์ไม่มีค่า  เคล็ดการใช้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเลือดเหงื่อและน้ำตาของทุกรุ่น

‘กฎธรรมชาติไม่ขาดในเรื่องการเปลี่ยนแปลง’นั่นเป็นสิ่งที่คนในแดนบาปคิดกัน สำหรับความเข้าใจของพวกเขา พวกเขาควรจะหากฎธรรมชาติที่เหมาะสมภายในทะเลกฎธรรมชาติ  พวกเขาไม่ต้องดูแลหรือสนใจการหลอมรวมกฎต่างๆ และต้องการเพียงหากฎธรรมชาติที่พวกเขาต้องการ

แต่ถังเทียนคิดแตกต่างออกไป

เขาเป็นหัวหน้าผู้นำมานานแล้วดังนั้นเขาจึงคิดแตกต่างจากคนธรรมดา  ตัวอย่างเช่นเขาจะคิดว่า มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการผลักดันให้เป็นระบบใหญ่เขาไม่ใช่คนที่ชอบลุยเดี่ยวอีกต่อไป เขามีกลุ่มดาวหมีใหญ่และทวีปซางโจวและเป็นเจ้าเหนือหัวอย่างมิต้องสงสัย

เมื่อหน่วยสุญญตาเริ่มฝึกกฎธรรมชาติถังเทียนมีการค้นพบบางอย่าง กฎธรรมชาติที่พวกเขาได้รับการรู้แจ้งเป็นกฎธรรมชาติที่ธรรมดาและฝึกได้ง่ายที่สุด

ไม่ใช่เรื่องแปลก ก่อนที่พวกเขาจะได้รับร่างพลังกายเป็นศูนย์สมาชิกหน่วยสุญญตาทุกคนยังอ่อนแอมาก ดังนั้นกฎธรรมชาติที่พวกเขามีจึงถูกหยุดเอาไว้ในระดับผิวเผิน ตรงจุดนี้พวกเขาไม่อาจเทียบได้กับชาวท้องถิ่นที่เติบโตในแดนบาป  สำหรับสวี่เย่และคนที่มีระดับเขา  พวกเขาจะสะดุ้งตกใจกับการรู้แจ้งกฎของหน่วยสุญญตา  แต่พวกเขาจะมีความรู้สึกจำเจน่าเบื่อหน่ายกันทุกคน  และคนอื่นรู้สึกไม่พอใจ

แต่ถังเทียนไม่เห็นในทำนองนั้น

เขาเองทำตัวเป็นตัวอย่างระดับปัจจุบันของเขาแข็งแกร่งมากกว่าในอดีตหลายเท่า และได้เห็นเกราะเทพเจ้ารู้เคล็ดต่อสู้หลายอย่าง  แต่เขาต้องการใช้วิทยายุทธพื้นฐานอยู่บ่อยครั้ง

เกี่ยวกับกองทัพขนาดใหญ่สิ่งที่มากเกินไปอาจไม่จำเป็นต้องดีก็ได้

สำหรับกรณีของหน่วยสุญญตาเป็นเรื่องประโยชน์ของกองทัพ

กฎธรรมชาติสามถึงห้าแบบก็สามารถสร้างชื่อได้มากแล้ว  และเมื่อพวกเขาสามารถหลอมรวมผสานกันได้ก็หมายความว่ามีความหลากหลายมากขึ้น  หลายๆอย่างที่แดนบาปไม่ให้ความสนใจ กลับเป็นขุมทรัพย์สำหรับถังเทียน

นอกจากความสามารถในการเพิ่มความสามารถต่อสู้ให้กับหน่วยสุญญตาแล้วยังช่วยเพิ่มความสามารถให้กับถังเทียนอย่างมากมาย

เขาคิดถึงเรื่องเกราะเทพเจ้าของเขาแล้วมันคือสิ่งที่สร้างจากสายใยกฎธรรมชาติหลายอย่างจริงๆ แต่สายใยกฎธรรมชาติทั้งหมดนี้ยังอยู่ในความวุ่นวายและยุ่งเหยิง  ถังเทียนเคยคิดจะแยกกฎเหล่านั้นออก เนื่องจากเขารู้สึกว่ามันคือปมสำหรับความก้าวหน้าของเกราะเทพเจ้า  แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างไร  เขาไม่พบวิธีสางสายใยกฎธรรมชาติ

สายใยกฎธรรมชาติที่คล้ายคลึงกันทั้งสองในมิติอิสระที่เติบโตคู่กันเปิดเผยความรู้นี้กับเขา

‘ข้าจะสามารถทำอย่างนั้นได้ไหม?’

แต่เขาก็ตระหนักได้โดยเร็วว่าสายใยกฎธรรมชาติของเขาเองไม่สามารถเติบโตได้  ‘ภายใต้สถานการณ์อะไรสายใยกฎธรรมชาติจึงจะเติบโตได้?’ เขาทบทวนถึงสายใยกฎธรรมชาติในมิติอิสระของกระบี่พญาเขียวอย่างระมัดระวัง

‘ทำไมพวกมันจึงเติบโตได้?’

การเติบโตเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดของชีวิต  และชีวิตทั้งหมดจะไม่หยุดเติบโตเมื่อคงอยู่

ส่วนพื้นฐานที่สุดของการเติบโตก็คือต้องได้การเสริมบำรุง

‘กฎธรรมชาติไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่การเติบโตของมันต้องได้สิ่งบำรุงเลี้ยงบางอย่างหรือ?’

‘แต่ถ้ามันใช่เล่า งั้นอะไรคือสิ่งบำรุงให้สายใยกฎธรรมชาติเติบโต?’  เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องกระบี่พญาเขียว  ‘เป็นไปได้ไหมว่าไม้หมึกคลื่น? เป็นไปได้!  แต่นั่นก็หมายความว่าทุกคนก็ต้องการสิ่งบำรุงเลี้ยงที่ต่างกันหรือไม่?’

‘เกราะเทพเจ้าบรรจุกฎธรรมชาติมากมาย จำเป็นต้องได้ปริมาณงานที่เหมาะสม...’

ถ้าเป็นคนธรรมดาคนใดคนหนึ่งเผชิญหน้ากับปริมาณงานที่น่ากลัว  พวกเขาคงรู้สึกขลาดกลัวแน่นอน  นอกจากนี้ยังเป็นแค่อาคันตุกะคนหนึ่งด้วย  ถังเทียนไม่รู้สึกขลาดกลัวแม้แต่น้อย  แต่เขากลับเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นแทน  ถ้าคำถามทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการคลี่คลาย  นั่นหมายความว่าพลังของเกราะเทพเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน!

‘ข้าจะหาหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อบำรุงเลี้ยงสายใยกฎธรรมชาติ!’

ถังเทียนวิ่งออกมาจากห้อง  เขากระตือรือร้นอยากจะทำการทดสอบ

ทันทีที่เขาวิ่งออกมาจี๋เจ๋อรออยู่ด้านนอกห้องตลอดเวลาก้าวออกมาข้างหน้าพูดด้วยท่าทางสุภาพ  “นายท่าน!”

ถังเทียนหยุดด้วยความประหลาดใจ  “มีเรื่องอะไร?”

“เรื่องเล็ก”  จี๋เจ๋อพยักหน้าและโค้งคำนับ

เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องเล็กถังเทียนโบกมือ  “ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ต้องตามหาข้า  ข้ากำลังยุ่งมาก”

จี๋เจ๋อรู้สึกว่าเหมือนถูกยั่วต้องรีบไล่ตามเขาทันที “ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย  ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยขอรับ”

ถังเทียนถูกรบกวนจึงพูดอย่างเหลืออด  “พูดไป เรื่องอะไร?”

“นั่นคือ...นี่คือดาบของผู้น้อย  ข้าหวังว่านายจะช่วยตรวจสอบดูบ้าง”

จี๋เจ๋อยิ้มประจบ  สมาชิกที่มองอยู่ในระยะไกลมองดูอย่างรังเกียจ

จี๋เจ๋อไม่สนใจแม้แต่น้อย  ยิ้มนิดหน่อยจะเป็นไรไป  ดาบพิศวงเป็นฉายาของเขาและยังเป็นชื่อของดาบเขา กระบี่พญาเขียวเป็นสมบัติระดับต่ำกว่า และคุณภาพแตกต่างกันเมื่อเทียบกับดาบพิศวง แต่พลังที่มันสร้างหลังจากที่นายท่านเล่นกับมันแล้วทำให้หัวใจของเขาหนาวยะเยือกมันเอาชนะดาบพิศวงของเขาได้ทั้งระดับอย่างสิ้นเชิง

สมบัติเป็นสิ่งมีค่าและราคาแพงมากในแดนบาป  และมีเพียงไม่กี่ชิ้นที่มีชื่อสมบัติคือวัตถุที่ไม่สามารถใช้เงินซื้อหากันได้ และไม่เคยได้ยินว่าพลังของสมบัติสามารถเพิ่มขึ้นได้ ถ้าข่าวเช่นนั้นถูกปล่อยออกไป  ทั่วทั้งแดนบาปจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้แน่  พวกตัวประหลาดเฒ่าไม่มีของดีๆอยู่กับตัวหรือ?  ค่ายฝึกฝนเล็กๆจะต้องเต็มไปด้วยผู้คนแน่นอน

‘เกิดอะไรขึ้นกับรอยยิ้ม!’

‘ผู้นำคนหนึ่งสามารถรับหรือยืนหยัดได้ตามต้องการ อำนาจอาจไม่ใช่สิ่งที่น่ายกย่องแน่นอน!’

‘เถอะน่า, นายท่าน ได้โปรด!’

เขามองดูถังเทียนอย่างจริงจังสายของเขาน่าสงสารและมุ่งหวังเหมือนคนกำลังจะอกหัก

น่าเสียดายที่ถังเทียนมองไม่เห็น  “เอามานี่”

จี๋เจ๋อตกใจเขาเตรียมพยายามสร้างความโปรดปรานมากมาย แต่ก่อนที่เขาจะเริ่มเขา...สำเร็จแล้วหรือ? แต่เขารู้สึกตัวโดยเร็ว เขาเอาดาบพิศวงของเขาออกมา  “นายท่าน, คิดว่าท่านจะทำอะไรกับมันได้บ้าง!”

“จะดีหรือถ้ามันพังเล่า?”

หัวใจของจี๋เจ๋อตึงเครียด  หน้าของเขาแดง ‘โอวพระเจ้า,ข้าลืมเรื่องนั้นไปได้ยังไง!’

ดาบพิศวงมีประวัติศาสตร์ที่พิเศษ  มันถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของเขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาหลายรุ่น มันจะเป็นยังไงถ้าตกอยู่ในมือของเขา

‘ถ้ามันจะต้องพัง...’

แต่คำพูดก็ได้กล่าวไปแล้ว  และสายเกินกว่าสำนึกเสียใจ  เขารู้สึกเหมือนกับว่ากลืนเมล็ดแข็งๆมันยากจะกลืนได้ ขณะที่เขาพูดอย่างน่าสงสาร “นายท่านโปรดอย่าขู่ขวัญข้าน้อย”

ถังเทียนมองดูเขาอย่างหยอกล้อ“ดูท่าทางย่ำแย่ของเจ้าสิ”

“นายท่านยิ่งใหญ่  ผู้น้อยอย่างข้าจะเทียบกับท่านได้ยังไง?”  จี๋เจ๋อยกยอเขาทันที

“นั่นก็จริง!” ถังเทียนดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น เขาตบไหล่จี๋เจ๋อและเปลี่ยนอารมณ์ทันที “สบายใจได้, ข้าจะระวัง,ถ้ามันพังจริงๆ..”

จี๋เจ๋อสงบใจได้ นายท่านก็ร่ำรวยและรับผิดชอบเขามั่นใจว่าเขาคงจะได้รับการชดใช้

“อย่างนั้นเจ้าก็ต้องถือว่าตัวเองโชคร้าย”  ถังเทียนพูดราวกับว่าเป็นจริงเป็นจัง

หน้าของจี๋เจ๋อเขียวคล้ำ เขาก้มหัวต่ำ  รู้สึกสำนึกเสียใจอยู่ในใจ  เขาเกลียดตนเองจนอยากจะตีอกชกหัวตัวเองนัก ‘ข้าลืมตัวเพราะความโลภในสิ่งของ ข้าต้องเสียของนี้ไปเพราะความโง่แท้ๆ

‘ถ้ามันต้องพังไปจริงๆ..’

‘บรรพบุรุษ ได้โปรดอย่าคลานออกมาจากหลุมและตามหาศิษย์ผู้นี้เลย!’

‘ศิษย์ผู้นี้ไม่มีอาวุธอะไรต่อไปอีกแล้ว!’

ถังเทียนไม่สนใจจี๋เจ๋อ  ความจริงก็เหมือนกับว่ามีบางคนส่งหมอนให้เขาขณะที่เขาต้องการจะหลับ  เขาเรียนรู้ส่วนต่างๆ อีกครั้ง ‘สำหรับจี๋เจ๋อเอาดาบพิศวงให้เขา เขาเป็นคนดีคนหนึ่งจริงๆ’

ถังเทียนกระแอมเบาๆ  “ข้าจะมอบภารกิจสำคัญให้เจ้า”

“นายท่านโปรดแนะนำ”  จี๋เจ๋อคร่ำครวญอย่างไร้เรี่ยวแรง

ถังเทียนทำเป็นไม่ได้ยินเขา  “หาวัสดุสองสามอย่างที่ใช้สร้างอาวุธแล้วเอามาที่นี่”

“นายท่าน!  ท่านต้องการวัสดุแบบใด?”  จี๋เจ๋อถามอย่างอ่อนแรง

“ทุกอย่างที่มี”  ถังเทียนตอบ

‘ทุกอย่าง..ที่มี...’

จี๋เจ๋อจ้องมองนายท่านอย่างว่างเปล่า  ‘นายท่าน,ท่านคิดว่ากำลังสั่งอาหารตามสั่งหรือนี่? ท่านต้องการให้เอาทุกอย่างที่มีท่านรู้ไหมว่าในโลกนี้มีวัสดุอยู่เท่าใด? ล้อเล่นกันหรือเปล่า?’

ถังเทียนชำเลืองมองเขา  “ยิ่งมีหลายชนิดก็จะดีต่อดาบพิศวงของเจ้า”

จี๋เจ๋อสั่น ตาของเขากลายเป็นสีแดงและเหมือนกับว่าตื่นเต้น  “ผู้น้อยจะไปเอามาเดี๋ยวนี้แหละ”

เมื่อเห็นจี๋เจ๋อหายไปเหมือนลมถังเทียนดีใจทันที  ‘เป็นคนงานที่ใช้ง่ายจริงๆ’

เมื่อสมาชิกที่อยู่ในระยะไกลสังเกตพวกเขา  พวกเขาไม่ได้ยินเสียงสนทนา แต่เมื่อเห็นถังเทียนรับดาบพิศวงของจี๋เจ๋อ  และจี๋เจ๋อจากไปอย่างตื่นเต้น  ทุกคนฮือฮาทันที

“เขาทำสำเร็จ!  จี๋เจ๋อทำได้สำเร็จ!”  เสี่ยวชิวตื่นเต้นมาก

“สำเร็จอะไรกัน?”เล่าปี๋ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ช่างหัวมันเถอะ”เสี่ยวชิวพูดด้วยสีหน้าอิจฉา

จบบทที่ ตอนที่ 803 สำเร็จ

คัดลอกลิงก์แล้ว