เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 804 เมืองม้าบินที่รุ่งเรืองและสงบสุข

ตอนที่ 804 เมืองม้าบินที่รุ่งเรืองและสงบสุข

ตอนที่ 804 เมืองม้าบินที่รุ่งเรืองและสงบสุข


ดาบพิศวงของจี๋เจ๋อมีลักษณะเฉพาะตัวมาก

เป็นดาบที่ยาวและแคบมีรอยสีแดงที่ไหลไปที่ปลายดาบเย็นยะเยียบ มีความรู้สึกพิศวงจนอธิบายไม่ถูกผสมกับความเย็นทำให้มันเหมือนงูสีแดงกำลังซุ่มรอเหยื่อในความมืด

‘ความจริงมันสมกับที่ได้ชื่อว่าดาบพิศวง’

ถังเทียนประหลาดใจ  ดาบไม่มีวิญญาณ  แต่มันมีรัศมีของสิ่งมีชีวิต  เขาเพียงแต่รู้สึกได้ว่ารัศมีนี้มาจากสมบัติดวงดาว  แดนบาปไม่มีสมบัติวิญญาณและสมบัติอื่นระดับเดียวกันอย่างกระบี่พญาเขียวไม่มีรัศมีอย่างเดียวกัน

‘น่าสนใจ’

ความสนใจของถังเทียนเพิ่มขึ้น  เขาเปิดการทำงานของเกราะเทพเจ้าและสำรวจดาบพิศวงอย่างระมัดระวัง

เมื่อกระตุ้นการทำงานดาบพิศวงที่อยู่ต่อหน้าเขาเปลี่ยนไปสิ้นเชิง ตัวดาบยาวและแคบที่ดูทื่อเปล่งสีแดงน่าพิศวง

‘กฎธรรมชาติ,  กฎเลือด’

เป็นครั้งแรกที่ถังเทียนได้เห็นกฎเลือด  เขาตรวจดูสายใยกฎเลือดอย่างระมัดระวัง  กฎเลือดคือแขนงหนึ่งของกฎเป็น  เลือดคือสิ่งที่มีอยู่ในสรรพชีวิตและเป็นสิ่งสำคัญไม่อาจขาดได้ในชีวิตมีพลังมากมายที่น่าทึ่ง

ด้วยความรู้เรื่องประโยชน์ของเลือด  ไม่ใช่แค่เพียงแดนบาปเท่านั้นที่มี ในสวรรค์วิถีมีวิทยายุทธหลายวิชาที่ใช้การกระตุ้นพลังสายเลือด

กฎเลือดของดาบพิศวงเป็นกฎที่ทรงพลังมาก  ตราบเท่าที่ได้รับหยดเลือดของศัตรูก็สามารถส่งผลต่อการควบคุมเลือดในร่างกายของศัตรูได้  นี่หมายความว่าตราบใดที่มันดื่มเลือด  ศัตรูจะสูญเสียการควบคุมเลือดในร่างกาย มันสามารถกินเลือดศัตรูซึ่งจะช่วยให้มันเปลี่ยนเป็นพลังบริสุทธิ์และหล่อเลี้ยงผู้ใช้เป็นคุณสมบัติที่น่ากลัวไปพร้อมกัน

ไม่มีใครยินดีเผชิญหน้ากับอาวุธแบบนั้น

‘รังสีพิศวงก็ถูกสร้างขึ้นเพราะสายใยกฎธรรมชาติสีแดงเข้มที่บิดพันกัน  ทำไมเป็นเช่นนั้น?’

ถังเทียนไม่เข้าใจ  กฎธรรมชาติของกระบี่พญาเขียวเป็นพิษซึ่งยังคงเป็นแขนงหนึ่งของกฎเป็น มันโบกพลิ้วเหมือนกับพืชน้ำและสร้างพิษออกมา  แต่มันไม่สร้างรัศมีที่เหมือนวิญญาณ

ภายใต้สภาพตื่นรู้ของเกราะเทพเจ้าความเข้าใจเรื่องกฎธรรมชาติของเขาแทบจะไม่มีทางพลาด แต่ขณะนั้นเขาเข้าใจสถานการณ์อย่างยากลำบาก แค่ตรงจุดนี้คือเหตุผลให้ระดับของดาบพิศวงสูงกว่ากระบี่พญาเขียว

ถังเทียนหมกมุ่นตัวเองอยู่ในปรากฏการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

“ข้าได้ยินว่านายท่านยังคงต้องการกองทัพ”  สวี่เย่หัวเราะ ระดับพลังในปัจจุบันทำให้เขากลายเป็นคนสำรวมและใจเย็นสายตาของเขาลึกซึ้ง “ข้าสงสัยว่าตอนนี้จะเป็นยังไง?”

อาโมรี่ตกใจชั่วครู่จากนั้นโพล่งออกมา  “ถังห้าวสร้างกองทัพหรือ?เขาพยายามวางท่าอีกครั้งแน่นอน”

คนอื่นๆ ค่อนข้างอิจฉาเขาเกี่ยวกับถังห้าวไม่ใช่คำพูดที่ใครๆ ก็เรียกได้ตามปกติและมิตรภาพในอดีตที่ยากจะรับได้ คนอื่นอาจรู้สึกว่าอาโมรี่ยิ่งมีค่ามากต่อเจ้านาย  แต่ก็เป็นมิตรภาพที่ยากจะได้รับจริงๆ

“ก็คงจะแปลกถ้าเขาไม่ใช่อย่างนั้น”  หานปิงหนิงพูดอย่างเฉื่อยชา

คนที่คุ้นเคยกับถังเทียนจะรู้ว่าบุคลิกของเขาเอาแน่นอนไม่ได้ เรื่องที่คาดไม่ถึงและแปลกประหลาดทั้งหมดไม่มีอะไรที่เกินปกติจากเขา

เนี่ยชิวหัวเราะ เขาไม่วิจารณ์ สำหรับคนที่มาจากกลุ่มดาวราชสีห์และได้ร่วมเหตุการณ์เขารู้สึกว่าเขาไม่สิทธิ์วิจารณ์ แน่นอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นจะเห็น การให้ดูแลหน่วยสุญญตาพิสูจน์แล้วว่านายท่านเชื่อถือและไว้วางใจเขา

เนี่ยชิวผู้รู้ดีถึงการเป็นไปของโลกรู้ว่าความเชื่อถือนี้ไม่ได้รับมาง่ายๆ และมีค่ามาก  สุภาพบุรุษตายเพื่อคนผู้ชื่นชมพวกเขาจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เนี่ยชิวจะยกย่องถังเทียนในฐานะเจ้าเหนือหัวของเขาเขาไม่เคยแม้แต่จะพูดอะไรแย่ๆ

เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้านายสร้างกองทัพเขาเพียงแต่หัวเราะเรื่องนี้ในใจ

เขามีแต่ความรู้สึกนับถือต่อพลังและความกล้าหาญของเจ้านาย แต่การเป็นแม่ทัพทหารเป็นระบบที่แตกต่างสิ้นเชิงถ้าไม่มีการเรียนการฝึกฝนเป็นปี ก็ยากแม้แต่จะเข้าใจได้

‘ความคิดของนายท่านต้องมาจากความสนใจชั่วครู่เหมือนกับเด็กที่สนใจบางอย่างฉับพลัน เขาจะต้องเล่นกับมันดูก่อน ความจริงใจของเจ้านายค่อนข้างจะไร้เดียงสา นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกแม้แต่น้อย’

“เขาต้องอิจฉาความสำเร็จของเราแน่นอน!”  อาโมรี่พูดอย่างมีความสุข  และเริ่มเบ่งกล้ามอวด “ข้ารู้จักถังห้าวดี! ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ! ฮ่าฮ่า ครั้งนี้ต้องเป็นเขาบ้างล่ะที่ไล่ดมฝุ่นเรา!”

ยิ่งอาโมรี่คิด เขาก็ยิ่งตื่นเต้นมาก  ตั้งแต่ทั้งสองรู้จักกัน เขามักจะถูกถังห้าวข่มถูกทุบตี  ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมปล่อยโอกาสได้ล้อถังเทียน

คนที่เหลือไม่เหมือนอาโมรี่ที่รักอิสระไม่สนใจอะไร  พวกเขายังคงเคารพต่อถังเทียน  แต่!

เจ้าโคเถื่อนนี่พูดถูก!

ความสำเร็จในการสู้รบครั้งสุดท้ายที่หน่วยสุญญตาเป็นเรื่องโดดเด่นเฉิดฉายแน่นอน  พวกเขาไร้ผู้ต่อต้าน  ถ้าจะพูดว่าการสู้กับตระกูลเล็กๆก็คงไม่พอจะโน้มน้าวคนอื่นๆ อย่างนั้นการสู้รบของเขากับสี่นักสู้ในทำเนียบนักสู้แดนบาปก็สั่นสะเทือนแดนบาปได้  สี่นักสู้ในทำเนียบกำลังขนาดนั้นก็เพียงพอทำลายได้หลายเมืองแล้ว

หลายคนรู้สึกว่าหน่วยสุญญตาอาจไม่สามารถต้านทานสี่เมืองใหญ่  แต่ถ้าพวกเขาต้องรับมือหน่วยสุญญตา  พวกเขาจะต้องจ่ายราคาสูงแน่  มุมมองแบบนี้เริ่มเติบโตมากขึ้นในแดนบาป เนื่องจากราคาในตลาดของนักโทษหน่วยสุญญตากำลังขยายตัว  เฉพาะแค่ตอนนี้ ไม่มีใครยินดีรับนักโทษสุญญตามาทำงานเป็นกรรมกรแน่

ส่วนใหญ่ของมหาอำนาจที่สู้กับหน่วยสุญญตาจะไม่สามารถสู้กับสี่เมืองใหญ่ได้ และเลือกคอยเวลาของพวกเขาและนั่งอยู่รอบนอก  แต่ยังคงมีผู้มีอิทธิพลเล็กน้อยที่เลือกส่งนักโทษสุญญตาคืนมาที่เมืองม้าบิน

หลายคนคิดว่าหน่วยสุญญตาจะใช้ความได้เปรียบของชัยชนะที่ต่อเนื่องพิชิตหลายที่หลายแห่ง  แต่พวกเขาไม่คาดเลยว่ากลับมีการระดมพลที่เมืองม้าบินแทน

หน่วยสุญญตายังคงได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ต่อเนื่อง  แต่ก็ถูกข่มไว้โดยเนี่ยชิว  อีกทางหนึ่งเขาไม่ได้รับคำสั่งใดๆ จากถังเทียนอีกอย่างหนึ่งเนี่ยชิวไม่ได้หวั่นไหวกับการได้รับชัยชนะ  มาตรฐานพลังปัจจุบันของหน่วยสุญญตายังยืดขยายออกไปได้ สมาชิกสองสามคนแรกที่ได้รับการช่วยเหลือมีประสบการณ์สู้รบมากที่สุดและพลังของพวกเขากำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และยังมีความรู้เกี่ยวกับกลยุทธทั้งหมด แต่สมาชิกได้รับการช่วยเหลือในช่วงหลังๆ จะต้องใช้เวลามากขึ้น

กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือยังไม่ใช่เวลาดีที่สุดที่พวกเขาจะต่อสู้ เนื่องจากพวกเขาต้องรวบรวมพลัง

แต่สี่เมืองใหญ่ไม่ยอมรามือกับหน่วยสุญญตา

ตู้เค่อไม่เห็นด้วยกับการจัดการหน่วยสุญญตา  แต่ก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน  ในสี่เมืองใหญ่การสนับสนุนให้ฆ่าหน่วยสุญญตาแข็งกร้าวมาก และเขาไม่มีความตั้งใจจะคัดค้าน นอกจากนี้เขายังสนใจต่อวิถีกองทัพที่จะต้องรบ  และเขาต้องการเห็นขีดจำกัดของหน่วยสุญญตา

ยิ่งสู้รบมาก ยิ่งมีแรงกดดันมากหน่วยสุญญตาจะถูกบังคับให้เปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาซึ่งเป็นจุดที่เขาสนใจ

เขาไม่สนใจว่าใครจะชนะหรือแพ้  เนื่องจากท้ายที่สุดเขาก็ยังเป็นคนชนะอยู่ดี

ภายใต้การยอมรับโดยปริยายของตู้เค่อ เมืองม้าบินตอนนี้ตกอยู่ภายใต้คลื่นโจมตีที่ถาโถม กองกำลังทุกประเภทโอบล้อมเมืองม้าบินเหมือนกับคนบ้า  แต่เนี่ยชิวก็แสดงพลังที่น่าประหลาดพร้อมกับหน่วยสุญญตาเอาชนะศัตรูได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับคนอื่น หน่วยสุญญตาดูเหมือนจะล่มสลายได้ทุกเมื่อแต่เนี่ยชิวเผชิญกับความยากลำบากอย่างมีความสุข สำหรับเขาการเผชิญหน้ากับกองกำลังกลุ่มต่างๆอย่างรุนแรงไม่อาจเทียบได้กับนักสู้ในทำเนียบ

‘การสู้รบที่มีความรุนแรงต่ำนี่เป็นวิธีฝึกฝนกองทัพได้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ?’

มีบางครั้งที่เขาจะตั้งใจให้มีความผิดพลาดสองสามครั้งแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความเหนื่อยล้าและบาดเจ็บมากเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มนักสู้วิ่งหนี  แต่ถึงอย่างนั้นความสำเร็จเร็วๆนี้ของพวกเขามากมายเกินไปจนทำให้หลายคนตกใจแทบตาย

กลุ่มนักสู้ถูกหน่วยสุญญตาทำลายไปไม่ใช่คนไร้ชื่อหลายคนเป็นโจรอื้อฉาวซึ่งล้วนตกเป็นเหยื่ออยู่ในเมืองม้าบิน

สนามประหารเมืองม้าบินแสดงให้เห็นอารมณ์ของทุกคนต่อวันแห่งการสู้รบต่อเนื่อง

พวกเขาถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น

ในอดีต แดนบาปยังขาดแคลนแนวคิดก้าวหน้าเพราะโครงสร้างในแดนบาปมีเสถียรภาพมาก จนไม่สามารถพัฒนาได้  แต่คาดไม่ถึงเลยว่าถังเทียนปรากฏตัวพร้อมกับหน่วยสุญญตาทำให้อาคารที่ผุพังอยู่แล้วต้องพังทลาย

‘อย่างนั้นกองทัพก็ทรงพลังมาก!’

‘การสู้รบสามารถทำเช่นนั้นได้เช่นกัน’

สมรภูมิเลือดเมืองม้าบินส่งผลใหญ่ต่อแดนบาปทั้งหมด การสู้รบทั้งหมดเป็นที่ประจักษ์กับสายตาคนนับไม่ถ้วน ผู้ทรงอำนาจเกือบทุกคนส่งคนของพวกเขามาสังเกตการณ์สู้รบ

“สวัสดีพี่ชาย ท่านยังอยู่ที่นี่อีกหรือไม่ว่าฝนจะตกแดดจะร้อนก็ตาม”

“ใช่แล้วถ้าเราพลาดไป ก็คงจะน่าเสียดาย!”

“ข้าสงสัยว่าวันนี้จะมีการสู้รบอีกไหม,เฮ้อ, โจรพวกนี้เป็นยังไงกัน ไม่ได้พยายามกันให้มากเลย   ใช้ชีวิตแบบโลภหรือเปล่า?”

“เราไม่สามารถเอาแต่รอดูได้นะ  มา มา มา ข้าเอาน้ำชามาด้วย เราจะค่อยๆดื่มแล้วคอยดูกันต่อไป”

“ยังคงเป็นท่านพี่ที่รอบคอบ...”

ดูท่ามีแนวโน้มอยู่ต่ออีกหลายวัน ถึงขนาดที่ยอดเขาที่หันหน้าเข้าหาเมืองม้าบินซึ่งมีวิวดีที่สุดที่จะใช้มองดูมีพวกฝ่ายรักษาความปลอดภัยมองดูและพวกที่ฉลาดในธุรกิจก็สบโอกาสทำธุรกิจไปวิ่งขายอาหารสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างดี

แต่แน่นอนตระกูลที่มั่งคั่งจะอยู่บนเรือพวกเขาและดูสนามรับจากระยะไกล

แม้ว่าพวกโจรจะไม่ขาดกำลังคน  แต่หลังจากเห็นสหายของพวกเขาล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งวัน  พวกเขาเริ่มจะเปลี่ยนกลยุทธ พวกเขาเริ่มจะเลียนแบบการเคลื่อนไหวของหน่วยสุญญตา  แต่พวกเขาก็ได้แต่ยอมแพ้ แม้ว่าการสู้รบกับหน่วยสุญญตาจะกลายเป็นเรื่องสนุกมากขึ้น

แต่ไม่มีอะไรน่าเชื่อมากไปกว่านี้

สมมติว่าก่อนหน้านี้ยังคงมีความคลางแคลงใจอยู่ จากนั้นความก้าวหน้าของพวกโจรทำให้ทุกคนตระหนักว่าแดนบาปกำลังเข้าสู่ยุคกองทัพ

คนที่มีปัญญาสองสามคนกลับบ้านด้วยความตื่นเต้นยิ่งขึ้น ระหว่างช่วงเวลานี้กองทัพจัดตั้งใหม่แพร่ขยายออกไปราวกับต้นไผ่งอกเติบโตหลังฝนตก  พวกเขายังคงปรากฏออกมาเรื่อยไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าจะสร้างกองกำลังแบบไหนมาก็ล้วนขายหน้ากลับไปยังบ้านของพวกเขา

สิ่งที่ทำกับกองทัพๆ เดียวจึงทำให้เมืองม้าบินเป็นที่แห่งเดียวที่มีประสบการณ์

พื้นที่รอบเมืองม้าบินกลายเป็นชุมชนแออัด

พร้อมกับหน่วยสุญญตาและพวกโจรคนสังเกตการณ์ที่เคลื่อนไหวอย่างตื่นเต้นทำให้บรรยากาศดูยิ่งใหญ่มากขึ้น

ความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องทำให้เมืองม้าบินเหมือนกับเหวไร้ก้นที่เป็นที่อ้างอิงของชีวิตนับไม่ถ้วนทำให้ผู้คนมีความรู้สึกว่ายากจะหยั่งถึง แม้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่จะลอกเลียนความสามารถของหน่วยสุญญตาเพิ่มพูนขีดความสามารถต่อสู้ของพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะหน่วยสุญญตาได้  นอกจากนี้พวกเขาไม่สามารถถอยได้  พวกเขาถูกเกณฑ์มาโดยสี่เมืองใหญ่ที่ใช้จ่ายเงินไปจำนวนมาก  ถ้าพวกเขาต้องถอยก็หมายความว่าล่วงเกินต่อสี่เมืองใหญ่

หลังจากต่อสู้มาหลายวันมากความเกลียดชังต่อหน่วยสุญญตาไม่สามารถคลี่คลายได้อีกต่อไป

ถ้าพวกเขาต้องถอนกำลัง  ก็เท่ากับล่วงเกินสองมหาอำนาจใหญ่ในแดนบาป  และพวกเขาจะไม่มีทางอยู่รอดได้หลังจากนั้น  พวกเขาส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะถอยและได้แต่ฝืนสู้

แต่โจรเหล่านี้ล้วนแต่ฉลาดและเจ้าเล่ห์

‘ถ้าเราไม่สามารถสู้ได้ถ้าเราไม่สามารถหลบหนีได้  งั้นเราจะถ่วงเวลา’

ทุกวันพวกเขาจะแกล้งส่งกลุ่มเล็กๆ แกล้งทำสงคราม  เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มีท่าทีแย่  พวกเขาจะถอยหนี  หลังจากนั้นพวกเขาจะส่งคนอีกกลุ่มหนึ่งมา

เพราะเหตุนั้นสถานการณ์โดยรวมจึงมั่นคงและทุกคนสงบใจได้อีกครั้ง

เมืองม้าบินยิ่งได้รับความนิยมไม่หยุดหย่อน

จบบทที่ ตอนที่ 804 เมืองม้าบินที่รุ่งเรืองและสงบสุข

คัดลอกลิงก์แล้ว