เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 802 กระบี่พญาเขียวใหม่

ตอนที่ 802 กระบี่พญาเขียวใหม่

ตอนที่ 802 กระบี่พญาเขียวใหม่


กระบี่พญาเขียวในมือของท่านหน้ากากผีพลันเปล่งรัศมีแพรวพราวทันทีเกิดเป็นบอลแสงหนึ่งใหญ่และหนึ่งเล็ก

บอลแสงสีเขียวเป็นประกายแพรวพราวจับตาทุกคน  ชั้นระลอกพลังที่รุนแรงปรากฏออกมารอบตัวนายท่านพลังผันผวนที่อธิบายไม่ถูกกระจายออกมาอย่างรวดเร็วไปในทุกตำแหน่ง  ฝูเจิ้งจือรู้สึกตัว  ‘อวกาศผันผวน!’

พลังผันผวนรุนแรงก็หมายความว่ามิติรอบๆปั่นป่วนอย่างมาก

มิติใดๆที่ปั่นป่วนจะน่ากลัวน่าสยดสยองสำหรับนักสู้ทุกคน

หน้าของฝูเจิ้งจือบิดเบี้ยว  เขาลอยตัวออกมาและดึงตัวพยายามหลบหนี  ถ้าเขาถูกดึงดูดเข้าไป  เขาอาจถูกตัดเป็นชิ้น

เพียงแต่หลังจากถอยออกมาเกินสามสิบเมตรเขาจึงหยุดได้เขาหันไปมองท่านหน้ากากผีทันทีด้วยความหวาดกลัวในใจ  ทั่วทั้งค่ายทหารสั่นสะเทือน ทหารทุกคนเผ่นหนีออกมาและเมื่อมองฉากภาพข้างหน้า  พวกเขาตะลึง

“เกิดอะไรขึ้น?”  จี๋เจ๋อถามพร้อมกับทำหน้าประหลาดใจ

“ข้าไม่รู้”  ฝูเจิ้งจือมองดูตกตะลึง สายตาของเขาจับนิ่งดูที่บอลแสงสีเขียวหนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กในมือของเจ้านาย  ระลอกพลังที่เปล่งออกมาไม่หยุดหย่อนมาจากบอลทั้งสอง

‘นั่นคือกระบี่พญาเขียวจากตระกูลข้าหรือ?’

กระบี่พญาเขียวเป็นสมบัติตกทอดของตระกูลฝูซึ่งเขาได้รับมาเมื่อเขายังอายุน้อย  หลังจากใช้มันมาหลายปี เขาคิดว่าเขามีความรู้เกี่ยวกับมันอย่างสมบูรณ์ แต่กระบี่พญาเขียวในมือของเขาไม่เคยสร้างภาพอย่างที่เห็นข้างหน้า  หรือจะเป็นเพราะว่ากระบี่เลือกเจ้าของที่สมควร?

‘หรือว่ากระบี่พญาเขียวยังมีความลึกลับอื่นที่ยังค้นไม่พบ

เมื่อคิดดูแล้ว ฝูเจิ้งจือถึงกับตื่นเต้น  แต่เขารู้สึกวิตก  ‘ถ้ากระบี่พญาเขียวก่อนนี้เป็นที่ต้องตาของเจ้านายแล้วละก็..อย่างนั้นเขาไม่ควรสนใจกับความก้าวหน้าของกระบี่พญาเขียวไม่ใช่หรือ?’

แสงรัศมีเปล่งออกมาจากกระบี่ยิ่งสว่างเจิดจ้ามากขึ้นกฎอวกาศผันผวนยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ร่างของถังเทียนลอยจากพื้นขึ้นไปในอากาศ

ความปั่นป่วนคงอยู่หนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะสงบ  และกระบี่พญาเขียวรั้งรัศมีกลับคืน

ถังเทียนลงมาอยู่ที่พื้นและโยนกระบี่พญาเขียวให้ฝูเจิ้งจือ  “เอาไปพิสูจน์ดูด้วยตัวเอง”

ฝูเจิ้งจือรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกทันที  เขาคว้ากระบี่และตอบรับอย่างปลาบปลื้ม“ขอบคุณนายท่าน!”

นับแต่เขารู้แจ้งเกราะเทพเจ้า  เขาก็ได้รับความรู้กฎธรรมชาติประเภทต่างๆทั้งวันทั้งคืน ความเข้าใจกฎธรรมชาติของเขาอยู่เหนือคนอย่างฝูเจิ้งจือและจี๋เจ๋ออย่างมากมาย  แต่หลังจากเห็นประจักษ์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น  เขาตกใจทันที สายใยแสงเขียวที่งอกออกมาในความเป็นจริงก็คือกฎธรรมชาติ ซึ่งก็หมายความว่ากฎธรรมชาติสามารถเติบโตได้อย่างนั้นหรือ? ใยแสงที่งอกในมิติอิสระอาจถือว่าเป็นการควบรวมกฎธรรมชาติ

ความคิดนับไม่ถ้วนผุดผ่านเข้ามาในใจของเขา  เขาไม่ได้ทักทายใครและหายวับไป

เขาต้องการเวลาย่อยซึมซับความรู้

“เล่าฝู..เอ่อ..มาให้พี่น้องของเราได้เห็นประจักษ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

จี๋เจ๋อเดินเข้ามาด้วยความสงสัย  ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น สมาชิกอื่นๆก็มารวมตัวกัน  ความสับสนวุ่นวายทุกคนต่างก็ได้เห็น  ถ้าพวกเขาบอกว่าไม่สนใจก็คงเป็นการโกหก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนเป็นชาวเมืองพายุพวกเขาจะไม่เคยเห็นกระบี่พญาเขียวมาก่อนได้ยังไง?

ฝูเจิ้งจือเองก็เต็มไปด้วยความสงสัย

กระบี่พญาเขียวมีการเปลี่ยนแปลงภายนอกไปมาก สีเขียวเข้มแต่เดิมกลายเป็นสีเขียวเหมือนกับหยก  ตัวกระบี่คลุมไปด้วยเส้นตารางสีเขียวเข้มเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนง่ายๆ ท้ายด้ามกระบี่มีวงกลมสองสามวงซึ่งเป็นขนคล้ายกับพืชน้ำส่ายไหวอย่างนุ่มนวล  แต่ลักษณะโดดเด่นเฉพาะที่สุดก็คือเส้นสายเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่สม่ำเสมอ

ทุกคนอดประหลาดใจไม่ได้

ฝูเจิ้งจือตกใจอย่างหนักเนื่องจากกระบี่  พลังผันผวนจากกระบี่พญาเขียวกลายเป็นสิ่งไม่คุ้นเคยสำหรับเขามาก ถ้าไม่ใช่เพราะกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าเขา  เขาไม่มีทางเชื่อว่ากระบี่คู่ที่อยู่ต่อหน้าเขาคือกระบี่พญาเขียวดั้งเดิมของเขา

กฎอวกาศที่ปั่นป่วนทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงจนสังเกตได้เลือนราง

ฝูเจิ้งจือที่มีประสบการณ์กับพลังผันผวนยกกระบี่สั้นในมือซ้ายทันทีและตวัดออกไป

กระบี่สั้นหายไปในกลางอากาศ

ครู่ต่อมาในพื้นที่สนามฝึกฝนห่างออกไป 800เมตร  เกิดระเบิดเป็นหมอกเขียวทันที

หมอกเขียวกระจายตัวอย่างรวดเร็วในพริบตาทั่วทั้งสนามฝึกก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกเขียว

ทุกคนสีหน้าเปลี่ยนพวกเขาได้รับการฝึกฝนในสนามฝึกฝนมาหลายวัน และรู้ดีแก่ใจถึงความยาวของสนามฝึก  สนามฝึกรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความยาว 3กิโลเมตร และมีแผ่นหินบนพื้นหนา 1.5 เมตร

หมอกเขียวไม่สลายลงแม้แต่น้อยและมองดูเหมือนกับทะเลหมอกเขียว

ฝูเจิ้งจือโบกมือทะเลหมอกเขียวที่คลุมทั่วสนามฝึกฝนสลายไปทันที หมอกเขียวนี้สามารถปรากฏและหายได้โดยไม่มีคำเตือน

“ใครก็ได้เรียกสายลมกระโชก”

คนที่พูดก็คือฝูเจิ้งจือผู้มีความประหลาดใจอยู่ในใบหน้า

กฎธรรมชาติลมเป็นกฎทั่วไปและมีคนฝึกกฎธาตุลมมากที่สุด มีใครบางคนเรียกพลังสายลม

พื้นหินที่หนาซึ่งคลุมไปทั้งสนามฝึกค่อยๆลดขนาดลงเหมือนทรายและพอถูกลมพัดมันก็เริ่มถูกขัดบางลงด้วยความเร็วที่เห็นด้วยตาเปล่า

ทุกคนที่ตอนแรกตกตะลึงกับทะเลหมอกเขียวกลับตกตะลึงอีกครั้ง

ร่างของจี๋เจ๋อกระพริบวาบและปรากฏตัวอยู่ที่สนามฝึกซ้อม  ทันทีที่เขายืนที่พื้น ซี่....  เขาอยู่ในท่ามกลางแผ่นหิน  เขาก้มลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  มีรูเล็กๆในหินนับไม่ถ้วนเป็นกลุ่มหนาเหมือนกับว่ามีฝูงมดกัดกินจนแผ่นหินอ่อนร่วน

เขารู้สึกตกใจ

จากนั้นเขาค่อยเข้าใจสาเหตุที่แผ่นหินกลายเป็นทราย ทั่วทั้งสนามฝึกฝนถูกกัดกร่อนอย่างสิ้นเชิง  และดูร่วนหลวมไปหมด

จี๋เจ๋อเคยเห็นเรื่องราวต่างๆมามากและมีความรู้ เมื่อเห็นรูขนาดเท่าเข็ม เขารู้ว่ามีบางอย่างที่ทำด้วยกฎธรรมชาติอวกาศ  แต่ปริมาณและขนาดของมันใหญ่เกินไป  เขาไม่เคยคาดเลยว่ามันยังจะมีพิษอยู่ด้วย

อาวุธที่มีพิษและพลังกฎอวกาศคุณสมบัติที่ไม่ง่ายจะรวมอยู่ด้วยกัน

ฝูเจิ้งจือสะบัดกระบี่สั้นอีกครั้งและเหมือนครั้งก่อน เมื่อมันหลุดออกไปจากมือของเขามันหายและไปปรากฏห่างออกไปร้อยเมตรทันที ขณะที่ทุกคนคิดว่ากระบี่กำลังจะระเบิดพลังอีกครั้งฝูเจิ้งจือสะบัดกระบี่อีกเล่มหนึ่งในมือ และกระบี่ที่อยู่ห่าง 100 เมตรหายไปอย่างเงียบงัน

ซี่....

เป้าหมายอยู่บนสนามฝึกอีกสนามหนึ่งมีควันและทรายลอยฟุ้งขึ้น  และมีรูขนาดเท่าหมัดเห็นได้ชัดทะลวงผ่านลงไป

หน้าของทุกคนที่ตกตะลึงอยู่แต่เดิมแล้วยังบิดเบี้ยวอีกครั้งความกลัวเหลือจะพรรณนาปรากฏอยู่ในดวงตาพวกเขา

ไม่มีใครที่เป็นมือใหม่ มีหรือที่พวกเขาจะไม่ตระหนักถึงพลังในครั้งนี้?  วิธีการดังกล่าวใช้สำหรับการลอบสังหารไม่สามารถหลบเลี่ยงและป้องกันได้ และยิ่งกว่านั้นพวกเขายังไม่รู้สึกถึงความผันผวนของมิติอวกาศใดๆ  ก็หมายความว่ามันแทบจะป้องกันไม่ได้

นอกจากนี้ ยังมีพิษ!

ทุกคนเงียบ

แม้แต่ฝูเจิ้งจือก็ยังตกใจ ตะลึงเป็นไก่ตาแตก

กระบี่พญาเขียวเดิมสามารถใช้กฎอวกาศและเมื่อเขาสู้กับถังเทียน เขาอาศัยมันช่วยหลบหนี แต่กฎธรรมชาติอวกาศเดิมปลดปล่อยแสงโล่ป้องกันจากพลังมิติปั่นป่วนอย่างหนาแน่น

มิติอวกาศที่ปั่นป่วนคือสิ่งที่นักสู้ทุกคนที่ฝึกในกฎอวกาศหวังว่าจะทำให้ลดลงให้มากเท่าที่ทำได้

แต่มิติอวกาศปั่นป่วนที่น้อยและเล็กยิ่งพรางซ่อนตัวได้ดี ก็จะยิ่งมีพลังรุนแรงมาก

แต่ลดความผันผวนของมิติอวกาศได้เป็นปัญหาที่ยากยิ่งสำหรับทั้งแดนบาป  และหลายคนใช้ความพยายามไปมากมายโดยไม่ได้ผล  แต่ความผันผวนของมิติอวกาศของเขาเบาบางมาก  และแม้แต่ฝูเจิ้งจือเองก็ยังยากตรวจสอบ

ใจของเขามึนชาและสะท้าน

‘นี่....นายท่านทำแบบนี้ได้ยังไง?’

ในท่ามกลางความตกใจ,เขาไม่รู้ว่าคนทั่วทั้งค่ายฝึกเหมือนกับอยู่ในอาการเสียสติ

“เล่าหวัง,ตบหน้าข้าที, ข้ากำลังฝันอยู่หรือเปล่า!”  เล่าปี๋บ่นพึมพำใบหน้าหดหู่

เล่าหวังที่กำลังมีสีหน้าอารมณ์อย่างเดียวกันตบทันที

ผัวะ!

“เฮ้ย..แล้วกันสิโว้ย!”  เสี่ยวชิวอุทานออกมาเขากุมหน้าและหันมาถลึงตาใส่เล่าหวัง “เล่าหวัง!  บ้าหรือเปล่าทำไมมาตบหน้าข้า!”

เล่าหวังค่อยหายตกตะลึงและได้สติ  เขากล่าวขอโทษทันที  “โอวข้าตบผิดคน, ผิดคนจริงๆ”

เล่าปี๋ค่อยรู้สึกตัวและหัวเราะ  “ข้าไม่ได้ฝัน ข้าไม่ได้ฝัน  เล่าฝูคราวนี้เจ้าได้รับผลประโยชน์กำไรแล้ว”

“กำไรแน่ๆ”  ทุกคนที่อยู่รอบๆพยักหน้าถอนหายใจอย่างมีอารมณ์

ฝูเจิ้งจือถูกปลุกตื่นจากภวังค์เพราะคำว่า “กำไรแน่ๆ”  เขาถือกระบี่พญาเขียวและซ่อนไว้เก็บอย่างกังวล

“ดูท่าทางเล่าฝูกลัวอย่างนั้นทำอย่างกับว่าเราต้องการจะขโมยมันไปจากเขาเสียอย่างนั้น!”  เล่าปี๋พูดอย่างไม่สบายใจ

“เจ้าไม่อยากได้หรือ?”  เล่าหวังถาม

“อยากได้จะแย่อยู่แล้ว!”  ทุกคนตะโกนลั่น

สายตาทุกคนเต็มไปด้วยความอิจฉา  ทุกคนจับตามองฝูเจิ้งจือที่กำลังวิ่งหนีออกไป

“ใครจะรู้ว่านายท่านทำของแบบนั้นได้!” เล่าปี๋ทำท่าเหมือนกำลังถอนหายใจ

“ลึกล้ำจริงๆ!”  เล่าหวังกล่าว

“นี่ไม่เคยเกิดมาก่อน!”  เสี่ยวชิวโพล่งออกมา

“เราไม่ปล่อยให้เล่าฝูผูกขาดความสะดวกสบายนี้แน่”  เล่าปี๋พูดอย่างมีอารมณ์

“ใช่แล้วคราวนี้เล่าฝูทำได้ เขาโชคร้ายกลายเป็นดี”

“ท่านจี๋เจ๋อก็คงจะได้เหมือนกัน”  เสี่ยวชิวกล่าว

ทุกคนหันหน้ามาพร้อมกัน จริงๆท่านจี๋เจ๋อหายไปแล้ว

“พวกเจ้าต้องการเป็นอย่างพวกเขาหรือ?”  เล่าปี๋หันมาถาม

“พวกเจ้ามีสมบัติไหม?”เล่าหวังแย้ง

“วิญญาณยากไร้ได้แต่ฝัน”  เสี่ยวชิวพูดอย่างไม่สบายใจ

เล่าปี๋พูดออกมา  “นายท่านบอกว่ามันเป็นสมบัติหรือ?  พวกเราส่วนใหญ่อาจไม่มีสมบัติแต่พวกเราทุกคนก็มีอาวุธดีๆ อยู่สองสามชิ้นไม่ใช่หรือ?  ต่อให้ไม่สามารถทำได้ดีเหมือนอย่างของเล่าฝู,แต่มันก็ยังจะมีความก้าวหน้าได้ และพวกเราก็ยังจะได้รับประโยชน์อยู่ดี”

พอพูดออกไปเช่นนั้น ทุกคนเงียบ

ตาทุกคนกลายเป็นสีแดงด้วยความริษยาอีกครั้ง  ‘ใช่แล้วถ้านายท่านสามารถสร้างสมบัติได้ อย่างนั้นก็คงเป็นเรื่องง่ายที่จะปรับปรุงสิ่งของต่างๆให้ก้าวหน้าขึ้น?’

แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสมบัติ  แต่อาวุธของพวกเขาก็มีคุณภาพดีและมีคุณสมบัติในการใช้งานที่ดีบางส่วนอยู่ในตัว ความจริงอาวุธหลายอย่างแค่มีขีดคั่นจากสมบัติแค่สายใยเดียวถ้าสามารถปรับปรุงพัฒนาเล็กน้อย แม้เพียงน้อยนิดอาวุธเหล่านั้นมีความเป็นไปได้จะเข้าขอบเขตเป็นอาวุธสมบัติ

นั่นจะทำให้คุณภาพของอาวุธเหล่านั้นก้าวกระโดด

มีสมบัติเพียงไม่กี่ชิ้นในแดนบาป  และแม้ว่าอาวุธในมือของพวกเขาจะเป็นอาวุธชั้นเลิศ แต่ความแตกต่างในเรื่องพลังราวกับฟ้าและดิน  พวกเขารู้ด้วยตัวเองว่าถ้าอาวุธของพวกเขาสามารถพัฒนาขึ้นได้แม้สักเล็กน้อย  คุณค่าของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

‘แล้วจะเป็นยังไงถ้าพวกเขายกระดับอาวุธของพวกเขาเป็นสมบัติ?’

เมื่อคิดเรื่องนั้นได้ เรื่องที่ล่อใจนี้กลายเป็นสิ่งดึงดูดใจพวกเขาทันที  ในสถานะของพวกเขาทุกคนเป็นคนสำคัญในตระกูลของตนเอง สมบัติธรรมดาไม่สามารถสั่นสะท้านพวกเขาได้ แต่มีสมบัติที่ประมาณค่ามิได้ ที่แม้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

ทุกคนเริ่มคิดหาวิธีขอให้นายท่านช่วยพัฒนาอาวุธของพวกเขา

“เราน่าจะไปคุกเข่าที่หน้าห้องของเขาดีไหม?”  ใครบางคนเสนอ

“ยังมืออาชีพไม่พอ  พวกเจ้าจะโดนนายท่านจับแขวนกับเสา”  ทุกคนแค่นเสียงทันที

คนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย

“เอาเงินให้นายท่านดีไหม?”

“พวกเจ้ามีเงินมากกว่านายท่านหรือ?”

ทุกคนแค่นเสียง

“หาสาวงามให้เขาสักคนดีไหม?”

“แม่นางกู้เสวี่ยคงได้แหกอกเจ้า”

“แม่นางหานปิงหนิงคงได้กลับมาฆ่าเจ้า”

“....”

“....”

“งั้นเรามีแต่ต้องใช้แผนชายงาม!”

“นายท่านคงได้ฉีกอกพวกเจ้าตาย”

จบบทที่ ตอนที่ 802 กระบี่พญาเขียวใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว