- หน้าแรก
- ยอดชายนายกะล่อน กับ ฮูหยินจอมพลัง
- บทที่ 42 - ทรมานบันเทิง
บทที่ 42 - ทรมานบันเทิง
บทที่ 42 - ทรมานบันเทิง
บทที่ 42 - ทรมานบันเทิง
ในขณะที่รัชทายาทหลี่เหว่ยสั่งให้ติงชิว นักฆ่าจากหออันตราย ตามสืบเรื่องที่เขาถูกลอบทำร้ายเมื่อครึ่งเดือนก่อน เซี่ยอานกำลังนอนอยู่ในบ้านรูหนูของตัวเอง ทนทุกข์ทรมานกับสิ่งยั่วยวนอันมหาศาล
เนื่องจากยกเตียงเดียวที่มีให้จ่างซุนเซียงอวี่ไปแล้ว เซี่ยอานเลยต้องระเห็จมานอนพื้น โชคดีที่อีอีรอบคอบ ให้คนมาจัดการปูเสื่อไว้ให้ก่อนหน้านี้ เอาผ้าห่มปูทับอีกชั้นก็พอนอนได้
แต่พอนึกถึงสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงกำลังนอนอยู่บนเตียงเขา เซี่ยอานก็รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ที่แย่กว่านั้นคือ จ่างซุนเซียงอวี่เหมือนจะดูออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ เลยจงใจใส่แค่ชุดชั้นในบางเบานอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ถ้าในห้องไม่มืดตึ๊ดตื๋อคงเห็นเอี๊ยมสีแดงตัวจิ๋วข้างในไปแล้ว
"คิกคิก คิกคิก..."
มองเซี่ยอานที่นอนคลุมโปงอยู่บนพื้นไม่กล้ามองมา จ่างซุนเซียงอวี่ก็ยิ่งนึกสนุก แกว่งเท้าเปล่าขาวผ่องไปมา แกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานเรียก "พี่อาน หลับหรือยังคะ?"
"..."
"พี่อาน เค้านอนไม่หลับง่ะ ทำไงดี?"
"..."
เซี่ยอานที่มุดหัวอยู่ในผ้าห่มกัดฟันกรอด เสียงออดอ้อนของจ่างซุนเซียงอวี่เหมือนมดนับพันตัวไต่ยั้วเยี้ยอยู่ในใจ ปลุกไฟราคะให้ลุกโชน ทรมานจนบอกไม่ถูก เขาอยากจะกระโจนขึ้นไปบนเตียง จับแม่ตัวดีที่ยั่วไม่เลิกมาจัดการให้รู้แล้วรู้รอด แต่เสียดาย เขาไม่กล้า...
ยัยนี่แบคกราวด์ใหญ่เกินไป...
ยัยผู้หญิงบ้า อย่าไปสนใจ อย่าไปสนใจ...
เซี่ยอานท่องยุบหนอพองหนอในใจ ดึงผ้าห่มคลุมโปงมิด
ทันใดนั้น เขาสะดุ้งเฮือก...
เขารู้สึกได้ถึงเท้าเล็กๆ นุ่มนิ่ม เย็นเฉียบ แอบมุดเข้ามาในผ้าห่ม สัมผัสขาเขาเบาๆ
ความรู้สึกเหมือนไฟช็อตทำให้เซี่ยอานสะดุ้งสุดตัว เปิดผ้าห่มลุกพรวด เห็นจ่างซุนเซียงอวี่นั่งห้อยขาอยู่ข้างเตียง หัวเราะคิกคักมองเขา
"เฮ้ย!"
"คิกคิกคิก..."
อาศัยแสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านหน้าต่าง เซี่ยอานเห็นชัดเจนว่าจ่างซุนเซียงอวี่ใส่แค่ชุดบางๆ เผยให้เห็นเอี๊ยมสีแดงวับๆ แวมๆ ขาขาวเรียวยาวข้างหนึ่งนั่งทับไว้ ส่วนอีกข้างยื่นมาเขี่ยผ้าห่มเขา
ยุคนี้มันไม่มีกางเกงในไม่ใช่เหรอ...
เซี่ยอานกลืนน้ำลายเอือก สายตาเผลอมองไปที่หว่างขาของนางโดยอัตโนมัติ น่าเสียดายที่มีผ้าห่มปิดอยู่ มองไม่ชัด แต่ไอ้ความวับๆ แวมๆ นี่แหละ ตัวกระตุ้นชั้นดีเลย
"อย่าเล่นแรงเกินไปนะ..." เสียงเซี่ยอานแหบพร่า แต่สีหน้าจริงจังมาก
"ทำไมล่ะ?" จ่างซุนเซียงอวี่หัวเราะคิกคัก
เซี่ยอานฝืนละสายตา พูดเสียงเครียด "แม่คุณ ฉันไม่ใช่สุภาพชนนะ ถ้าเล่นต่อ ฉันไม่รับประกันว่าคืนนี้เธอจะไม่เสียของสำคัญ... อย่างเช่น ความบริสุทธิ์!"
"..." จ่างซุนเซียงอวี่ชะงัก แล้วเอามือปิดปากหัวเราะพรูด "พูดจาตรงดีจังนะ เอาล่ะๆ!"
พูดจบเธอก็ชักขากลับ เอาผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่า เห็นเซี่ยอานยังจ้องตาไม่กะพริบ ก็หัวเราะยั่ว
"นอนได้แล้ว!"
เซี่ยอานพูดอย่างหงุดหงิด ล้มตัวลงนอน เอามือประสานท้ายทอย มองเพดานมืดมิด
เขาต้องประเมินความกล้าของจ่างซุนเซียงอวี่ใหม่ ในสายตาเขา ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศเหมือนเหลียงชิวอู่ ร่างกายบอบบางไม่มีทางสู้แรงผู้ชายได้ ถ้าเขาจะทำอะไรนางจริงๆ นางไม่มีทางขัดขืนได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังกล้ายั่ว...
ยัยคนบ้า...
เซี่ยอานส่ายหน้า
จู่ๆ หญิงสาวบนเตียงก็ถามขึ้น "เซี่ยอาน นายว่าฉันกับพี่หญิงอู่ ใครสวยกว่ากัน?"
"..."
"เซี่ยอาน ถามไม่ได้ยินเหรอ!"
เห็นเซี่ยอานเงียบ หญิงสาวบนเตียงเริ่มไม่พอใจ
เซี่ยอานถอนหายใจเบาๆ "ถามทำไม?"
"ก็อยากรู้นี่นา... พูดมาสิ! เอาความจริงนะ!"
"ไม่อยากตอบ!"
"ไม่อยากตอบ... แสดงว่ายอมรับว่าฉันสวยกว่าพี่หญิงอู่ใช่ไหม?"
"..." เซี่ยอานเงียบ ถ้าพูดเรื่องหน้าตา แม้เหลียงชิวอู่จะเป็นสาวงามหายาก แต่เทียบกับจ่างซุนเซียงอวี่ตรงหน้า ก็ยังด้อยกว่านิดหน่อย แต่ในฐานะสามี เซี่ยอานไม่อยากยอมรับ
"ไม่ตอบแสดงว่ายอมรับ! คิกคิก..." หญิงสาวบนเตียงพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้ามาหาเซี่ยอาน ยิ้มร่า "พูดจริงๆ นะ เมื่อกี้สายตานายโคตรน่ากลัวเลย ฉันนึกว่านายจะกระโจนเข้ามาจริงๆ ซะแล้ว!"
"...รู้แล้วยังไม่หุบปาก? บอกแล้วไงว่าไม่ใช่สุภาพชน!"
"นายกลัวฐานะฉันใช่ไหม?"
เซี่ยอานมองจ่างซุนเซียงอวี่ ไม่ปิดบัง "ใช่! ถ้าเธอไม่ใช่หลานสาวอัครมหาเสนาบดี ฉันคง..."
"คงทำไม?" หญิงสาวหัวเราะคิกคัก จงใจยั่ว
"..." เซี่ยอานมองค้อน ไม่พูดต่อ
จ่างซุนเซียงอวี่จ้องเซี่ยอานเงียบๆ สักพักก็หัวเราะเบาๆ "เสียดายจังนะ เซี่ยอาน..."
เหมือนจะเข้าใจความหมายแฝง เซี่ยอานชะงัก ขมวดคิ้ว "รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา?"
"รู้สิ..." จ่างซุนเซียงอวี่ถอนหายใจยาว นอนหงายมองเพดานมืดมิด พูดเสียงลอยๆ ว่า "ถ้านายกระโจนเข้ามาเมื่อกี้ บางทีฉันอาจจะยอมให้นายทำตามใจชอบก็ได้นะ..."
"เชอะ! ไม่เชื่อหรอก!"
"นั่นสิ พูดไปฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่... แค่รู้สึกแบบนั้น..." จ่างซุนเซียงอวี่ยิ้มบางๆ พูดกำกวม "วันนี้ฉันอาจจะเพี้ยนๆ ไปมั้ง..." นางปรายตามองเซี่ยอาน "น่าเสียดายนะ เซี่ยอาน นายพลาดโอกาสทองไปแล้ว! ถ้าเมื่อกี้นายได้ตัวฉัน บางทีฉันอาจจะยอมเป็นผู้หญิงของนายก็ได้..."
"บางที?"
"อื้อ สักห้าส่วนมั้ง..."
"แล้วอีกห้าส่วนล่ะ?"
"อีกห้าส่วน ก็คือหลังจากนั้นฉันจะวิ่งกลับบ้านไปฟ้องว่านายข่มขืน... แล้วนายก็จะตาย!"
"..."
"อยากลองพนันดูไหม?" หญิงสาวถามขึ้น
"พนันอะไร?"
หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง จ้องตาเซี่ยอาน หัวเราะคิกคัก "ก็พนันว่าตอนนี้ฉันจะไม่ขัดขืน ยอมให้นายทำอะไรก็ได้ แล้วมาดูกันว่าพรุ่งนี้เช้า ความอยากเป็นเมียนาย กับความแค้นอยากฆ่านาย อันไหนจะมากกว่ากัน..."
น้ำเสียงนางราบเรียบ แต่แฝงความบ้าคลั่งจนเซี่ยอานขนลุกซู่
"ไม่เล่น!" เซี่ยอานตอบทันควัน
พูดตามตรง เซี่ยอานค่อนข้างมั่นใจว่าครั้งนี้นางไม่ได้ล้อเล่น แต่เพราะแบบนั้นแหละเขาถึงเสียวสันหลังวาบ ผู้หญิงคนนี้ความคิดอ่านเดาทางไม่ได้จริงๆ
"ถ้านายชนะ นายก็ได้ดิบได้ดี ถ้าแพ้ ก็แค่เสียชีวิต แต่ไม่ว่าผลจะออกหน้าไหน นายก็ได้ตัวฉันไปครอง... แบบนี้ยังไม่กล้าเสี่ยงเหรอ?"
"ไม่!"
"ในเมืองหลวง มีผู้ชายตั้งเท่าไหร่ใฝ่ฝันอยากได้ตัวฉัน..."
"หุบปาก! ฉันไม่ชอบการพนัน!"
"กลัวแพ้?"
"เออ กลัวแพ้! ฉันทำแต่เรื่องที่มั่นใจเท่านั้น!"
"น่าเบื่อ..." หญิงสาวพลิกตัว บ่นอุบ "ทำแต่เรื่องที่กำไรแน่ๆ ชีวิตราบเรียบแบบนั้นจะมีรสชาติอะไร?"
"ฉันว่าแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ฉันไม่ใช่นักพนัน!"
"ดูทำตัวเข้า... ไม่มีอนาคต!"
"พอๆๆ นอนได้แล้ว! ...ขืนกวนอีก พรุ่งนี้งดพาเที่ยวนะ ปล่อยให้เฉาตายไปเลย!"
"ชิ..." เหมือนโดนจี้จุดอ่อน จ่างซุนเซียงอวี่หน้ามุ่ย ล้มตัวลงนอนคลุมโปงอย่างขัดใจ
ไม่นึกว่าไม้นี้จะได้ผล เซี่ยอานแปลกใจนิดหน่อย ขณะกำลังจะหลับ เสียงอ่อยๆ ของจ่างซุนเซียงอวี่ก็ดังขึ้นอีก
"นี่ คุยเป็นเพื่อนอีกหน่อยสิ นอนไม่หลับอะ..."
เซี่ยอานกรอกตา "ถ้าเป็นเรื่องปกติ..."
"อื้อ!" หญิงสาวพยักหน้ารัวๆ พลิกตัวมานอนคว่ำ เท้าคางยิ้มแฉ่ง "เซี่ยอาน ตกลงนายเป็นคนทีไหน? ฉันรู้นะว่านายไม่ใช่คนกวางหลิง..."
"เหอะ เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้ต่อให้อธิบายไปเธอก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก!"
"เชอะ คนเขาฉลาดออก..."
"ไม่เกี่ยวกับฉลาดไม่ฉลาด เธอฉลาดจะตายยังไม่รู้สามัญสำนึกพื้นฐานเลย?"
"มันซับซ้อนขนาดนั้นเลย?"
"ใช่!"
"งั้นก็ได้ อืม... แล้วครอบครัวนายล่ะ อันนี้บอกได้ไหม?"
"ได้สิ! เธอก็รู้จักนี่ อู๋ อีอี..."
"เอ่อ ไม่ได้ถามถึงสองคนนั้น หมายถึงคนอื่น..."
"คนอื่นไม่มีแล้ว!"
"ไม่มี... แล้ว?"
"อือ ฉันเป็นเด็กกำพร้า ถูกทิ้งตั้งแต่เด็กที่... สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำนองนั้นแหละ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่เป็นใคร..."
"..."
หญิงสาวนอนตะแคงมองเซี่ยอานเงียบๆ ผ่านไปพักใหญ่ถึงถามเสียงเบา "นาย... เกลียดพวกเขาไหม? พ่อแม่นายน่ะ?"
"ก็คงงั้นมั้ง ตอนเด็กๆ ก็เกลียด แต่พอโตขึ้นความเกลียดก็จางลง ฉันคิดว่าพวกเขาคงมีความจำเป็น อย่างเช่น ไม่มีเงิน... เงินนี่สำคัญนะ ไม่มีเงินก็ไม่มีข้าวกิน ไม่มีบ้านอยู่ แต่งงานไม่ได้ เลี้ยงลูกไม่ไหว แถมยังโดนคนดูถูก..."
จ่างซุนเซียงอวี่เหมือนโดนสะกิดใจ ยิ้มล้อเลียน "เพราะงั้นนายถึงอยากเป็นขุนนางใหญ่ หาเงินเยอะๆ?"
"หาเงินเยอะๆ น่ะใช่ แต่เป็นขุนนางใหญ่... นั่นอีกเรื่อง!"
"เอ๊ะ?" หญิงสาวงง "นายไม่ได้อยากเป็นขุนนางแต่แรกเหรอ?"
"หึ" เซี่ยอานนอนยิ้ม "อยากรู้ไหมความฝันเมื่อก่อนของฉันคืออะไร? ...ความฝันก็คือความหวัง จินตนาการ สิ่งที่อยากให้เป็นจริงน่ะ"
"ลองว่ามาสิ..."
"ความฝันของฉันนะ คือการเป็นเศรษฐีหน้าเลือด เป็นเจ้าที่ดินจอมโหด วันๆ ไม่ต้องทำอะไร จูงหมาดุๆ พาบ่าวไพร่หน้าโหดๆ เดินกร่างตามท้องถนน แซวสาวๆ สวยๆ คนไหนถูกใจก็ฉุดกลับบ้าน..."
"รังแกชาวบ้าน ฉุดคร่าหญิงสาว... นายนี่มันเลวระยำจริงๆ!" หญิงสาวบนเตียงกลั้นหัวเราะไม่ไหว
"เฮ้ยๆ พูดงี้แรงไปนะ นี่แค่ความฝัน ความฝันเข้าใจไหม?" เซี่ยอานทำเสียงดุ แต่พูดไปตัวเองก็ขำเอง
"คิกคิก ไม่น่าเชื่อเลย พี่อานดูภายนอกเป็นผู้ดี ที่แท้ในใจเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน..."
"เฮ้ยๆๆ อย่ามาใส่ร้ายกันง่ายๆ สิ ฉันแค่คิด ไม่ได้บอกว่าจะทำสักหน่อย!"
"แค่คิดก็ผิดแล้ว! วันนี้มีความคิดชั่วร้าย วันหน้าถ้านายมีอำนาจล้นฟ้า ใครจะรับประกันว่านายจะไม่ทำ?" หญิงสาวตาลุกวาว พูดอย่างตื่นเต้น "เอาไง ฉันฝากเส้นให้ไปเป็นนายอำเภอสักที่ แล้วนายพาฉันไปด้วย? ไปรังแกชาวบ้าน ฉุดคร่าหญิงสาว ฮิฮิ..."
"..." เซี่ยอานพูดไม่ออก
เขาลืมไปเลย ยัยผู้หญิงตรงหน้านี่แหละตัวอันตรายกว่าเขาเยอะ
"จบข่าว นอน!"
"ชิ..."
-- ขณะเดียวกัน จวนอัครมหาเสนาบดี --
ยามไฮ่สองเค่อ (ประมาณสามทุ่มครึ่ง) อิ้นกงยังคงนั่งคลุมเสื้ออ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน
ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากข้างนอก สาวใช้คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"กลับมาหรือยัง?" อิ้นกงถาม
สาวใช้ส่ายหน้า สีหน้าเป็นกังวล "เรียนนายท่าน คุณหนูเล็กยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะ ทำยังไงดีเจ้าคะ?"
อิ้นกงขมวดคิ้ว สั่งเสียงเข้ม "ไม่ต้องแตกตื่น! สั่งให้บ่าวไพร่เฝ้าประตูจวนไว้ ถ้าคุณหนูกลับมาให้ปรนนิบัตินางเข้านอน ถ้าไม่กลับมาทั้งคืน ก็ห้ามแพร่งพราย โดยเฉพาะที่จวนลูกชายข้า ห้ามให้รู้เด็ดขาด ไม่งั้นข้าจะลงโทษพวกเจ้า!"
สาวใช้รีบคุกเข่ารับคำ
"ออกไปได้!"
"เจ้าค่ะ! ...แต่คุณหนูเล็ก..."
"ถ้ามีใครถาม บอกว่าคุณหนูกลับมานอนแล้ว!"
"เอ่อ... เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้ว!"
มองแผ่นหลังสาวใช้เดินจากไป อิ้นกงส่ายหน้าช้าๆ
"ลูกสาวบ้านไหน ยังไม่ออกเรือน แต่ไม่กลับบ้านช่อง เฮ้อ..."
อิ้นกงลุกขึ้น กระชับเสื้อคลุม เดินไปที่ประตูห้องหนังสือ
[...เรียนนายท่าน วันนี้คุณหนูเล็กสั่งให้บ่าวขับรถพาไปหาคนที่ชื่อเซี่ยอาน พอไปถึงก็ไล่บ่าวกลับมา บ่าวไม่กล้าขัดคำสั่ง...]
นึกถึงคำรายงานของหลิวฝูคนขับรถ อิ้นกงถอนหายใจยาว
เซี่ยอาน... ก็คือเจ้าหนุ่มนั่นสินะ?
หึ! จะคุมอยู่เร้อ? ม้าพยศแห่งตระกูลจ่างซุนตัวนี้...
ถอนหายใจอีกเฮือก อิ้นกงเงยหน้ามองพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า พึมพำกับตัวเอง
"เจิ้น... ปักษาสวรรค์ในตำนาน ขนงามดั่งหงส์ ดั่งนกยูง นกสามัญมิอาจเทียบ... แต่มันคือวิหคพิษ เอาขนจุ่มเหล้า ดื่มเข้าไป แม้ยาเทวดาก็ช่วยไม่ได้... สุดท้ายวันหนึ่ง ก็ต้องตายเพราะขนของตัวเอง..."
[จบแล้ว]