เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - สนามสอบอลเวง

บทที่ 35 - สนามสอบอลเวง

บทที่ 35 - สนามสอบอลเวง


บทที่ 35 - สนามสอบอลเวง

วันสอบฮุ่ยซื่อ เซี่ยอานมาถึงสนามสอบที่สำนักไท่ฉางแต่เช้าตรู่ สถานที่แห่งนี้เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมพิธีการ กะด้วยสายตาคร่าวๆ แค่พื้นที่ของสำนักไท่ฉางก็น่าจะใหญ่กว่าจวนตงกั๋วกงเสียอีก แต่ถึงกระนั้น ถนนด้านนอกสำนักไท่ฉางก็ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เบียดเสียดกันจนแทบจะปิดทางเข้าจวนมิด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนเหล่านี้คือบัณฑิตจวี่เหรินที่เดินทางมาสอบที่เมืองหลวงจากทั่วสารทิศ พวกเขาล้วนเป็นยอดคนมีความรู้ที่ผ่านการสอบระดับภูมิภาคมาแล้ว พอมายืนปะปนกับพวกเขา เซี่ยอานก็รู้สึกใจฝ่อนิดๆ

เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา บัณฑิตที่มารอสอบจึงจับกลุ่มคุยกันสัพเพเหระเพื่อคลายความตื่นเต้น ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มวัยสิบหกสิบเจ็ดถึงยี่สิบห้ายี่สิบหก ความแข็งแกร่งทางจิตใจยังไม่มากนัก

ต้องรู้ว่าการสอบฮุ่ยซื่อ เปรียบเสมือน 'ประตูมังกร' บัณฑิตทั่วหล้าตรากตรำร่ำเรียนมาหลายปี หรือหลายสิบปี ก็เพื่อจะกระโดดข้ามประตูมังกรนี้ กลายร่างจากปลาคาร์ปเป็นมังกรผงาดฟ้าไม่ใช่หรือ?

ถ้าสำเร็จ ก็จะได้ดิบได้ดี ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ถ้าล้มเหลว อนาคตที่วาดฝันไว้ก็พังทลาย ความพากเพียรนับสิบปีก็สูญเปล่า

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่บัณฑิตเหล่านี้จะวิตกกังวล ความกังวลนี้แผ่ซ่านมาถึงเซี่ยอาน ทั้งที่ตอนมาเขายังรู้สึกชิลๆ เพราะมีคำรับรองของจ่างซุนเซียงอวี่ แต่พอมาถึงสนามสอบ บรรยากาศตึงเครียดรอบตัวทำเอาเซี่ยอานรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปตอนสอบเอ็นทรานซ์ยังไงยังงั้น...

มีคนทุกรูปแบบจริงๆ แฮะ!

เซี่ยอานรำพึงในใจ กวาดตามองไปรอบๆ เก็บภาพอันน่าขบขันเหล่านั้น ใต้ต้นไม้ไม่ไกลจากเขา มีบัณฑิตคนหนึ่งกำลังยัดหมั่นโถวเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง...

อ่าฮะ ประเภทเครียดแล้วลงที่ของกินสินะ!

เซี่ยอานยักไหล่ หันไปมองทางซ้าย เห็นบัณฑิตคนหนึ่งถือตำรา ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กท่องหนังสือ

เฮ้ย พี่ชาย ถือหนังสือกลับหัวแล้ว...

ส่ายหน้าอย่างระอา เซี่ยอานหันไปมองทางขวา ใต้ต้นไม้ใหญ่ฝั่งขวา มีบัณฑิตคนหนึ่งนั่งตัวตรง หลับตาทำสมาธิ ท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม

เมื่อคืนคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับล่ะสิ? ลำบากแย่เลยนะ รีบงีบเถอะ เดี๋ยวสอบไม่ไหว...

มองขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของบัณฑิตคนนั้น เซี่ยอานแทบจะหลุดขำ

สภาพจิตใจบัณฑิตต้าโจวนี่ไม่ได้เรื่องเลย เจอสถานการณ์แค่นี้ก็...

"ผ่าง ผ่าง ผ่าง!"

ขณะที่เซี่ยอานกำลังนึกขำความตื่นตูมของคนอื่น ทันใดนั้นเสียงฆ้องหน้าประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง ทำเอาเซี่ยอานสะดุ้งโหยง เกือบเผลอโยนพัดในมือทิ้ง...

เกือบไปแล้ว... ถ้าทำพังล่ะก็ อย่าว่าแต่สอบเลย รีบหนีเอาตัวรอดดีกว่า!

นึกภาพตอนจ่างซุนเซียงอวี่อาละวาด เซี่ยอานก็กลืนน้ำลายเอือก กำพัดในมือแน่น

"แอ๊ด..."

ประตูใหญ่ของสำนักไท่ฉางค่อยๆ เปิดออก ขุนนางสวมชุดขุนนางราชสำนักสิบกว่าคนเดินออกมา ตามด้วยเจ้าหน้าที่อีกโขยง รวมแล้วหลายสิบคน ทันใดนั้นหน้าประตูที่เคยจอแจก็เงียบกริบ

คนที่ยืนอยู่ตรงกลางคือขุนนางหนุ่มวัยประมาณสามสิบ เขาประสานมือคารวะฝูงชนตรงหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวเสียงขรึม "ข้าคือเจ้ากรมพิธีการ หร่วนเส้าโจว รับราชโองการจากฝ่าบาท ให้ดูแลการสอบฤดูใบไม้ผลิรอบนี้ และเป็นหัวหน้าผู้คุมสอบฮุ่ยซื่อครั้งนี้... เนื่องจากปีนี้มีผู้เข้าสอบจำนวนมาก จึงแบ่งการสอบเป็นสามรอบ รอบละสามวัน ข้อสอบคล้ายปีก่อนๆ วันแรกสอบเรียงความสี่ตำรา วันที่สองสอบกลอนห้าคำแปดสัมผัสและเรียงความห้าคัมภีร์ วันที่สามสอบนโยบาย... เอาล่ะ ผู้ที่มีรายชื่อต่อไปนี้ขอให้ขึ้นมาบนบันได ให้เจ้าหน้าที่กรมพิธีการตรวจค้น หากไม่พกโพยหรือตำราที่ใช้ทุจริต ก็เข้าสอบได้! หากใครยังไม่ถูกเรียกชื่อ ให้มาใหม่รอบหน้า! เฉินซิน? เรียกชื่อ!"

พูดจบเขาก็มองไปที่ขุนนางข้างกาย

"ขอรับ!"

ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของเหล่าบัณฑิตด้านล่าง ขุนนางที่ชื่อเฉินซินหยิบสมุดเล่มหนาจากโต๊ะหน้าประตู ขานชื่อเสียงดัง "บัณฑิตจวี่เหรินจากเมืองป๋อไห่ ถังเฉิง! อยู่ไหม?"

สิ้นเสียง ในฝูงชนก็มีบัณฑิตแต่งตัวดีคนหนึ่งเดินออกมา รีบก้าวขึ้นบันได ในมือถือตะกร้าใบหนึ่ง ข้างในมีพู่กัน หมึก กระดาษร่าง ที่ทับกระดาษ ผ้าเช็ดหน้า และหมั่นโถวเจ็ดแปดลูก ดูท่าคงเป็นเสบียงสำหรับหลายวันนี้

เขาล้วงป้ายไม้ไผ่ออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ขุนนางผู้นั้น กล่าวอย่างนอบน้อม "นักเรียนถังเฉิงจากป๋อไห่ขอรับ!"

ป้ายไม้ไผ่ที่เขายื่นให้ เหมือนกับที่จ่างซุนเซียงอวี่ให้เซี่ยอานเปี๊ยบ

เฉินซินพยักหน้า ส่งสายตาให้ขุนนางรอบข้าง ทันใดนั้นก็มีขุนนางคนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่สองคนเดินเข้ามา ไม่เพียงค้นตัว ยังตรวจค้นของที่บัณฑิตผู้นั้นนำมาอย่างละเอียด แม้แต่หมั่นโถวในตะกร้าก็ยังบิมารดูทีละลูก

หลังตรวจสอบจนแน่ใจว่าบัณฑิตถังเฉิงไม่ได้พกของต้องห้ามมา เฉินซินก็พยักหน้า ใช้พู่กันติ๊กในบัญชีรายชื่อ พูดเรียบๆ ว่า "หมายเลขเจี่ยจื่อสิบหก!"

บัณฑิตผู้นั้นคารวะขุนนางกรมพิธีการอีกครั้ง แล้วหิ้วตะกร้าเดินเข้าสนามสอบ

จากนั้น บัณฑิตคนที่สอง ที่สาม ก็ทยอยถูกค้นตัวแล้วเข้าสนามสอบไป

ทันใดนั้น ขุนนางคนนั้นก็ตะโกน "เมืองกวางหลิง เซี่ยอาน!"

เซี่ยอานที่กำลังชะเง้อคอรออยู่ในฝูงชนสะดุ้ง รีบหิ้วกล่องข้าวและกล่องเครื่องเขียนเดินเข้าไป ทำตามอย่างบัณฑิตคนก่อนๆ วางของลง คารวะเหล่าขุนนางอย่างนอบน้อม กล่าวเสียงหนักแน่น "นักเรียนเซี่ยอานจากกวางหลิงขอรับ!"

"..."

เฉินซินที่ถือบัญชีรายชื่อกวาดตามองเซี่ยอาน พยักหน้า พูดเรียบๆ ว่า "เอาป้ายมาหรือเปล่า?"

"อยู่นี่ขอรับ เชิญท่านตรวจสอบ!" เซี่ยอานยื่นป้ายที่จ่างซุนเซียงอวี่ให้มา

"อืม!" เห็นว่าเป็นป้ายที่กรมพิธีการออกให้จริง เฉินซินก็พยักหน้า พูดว่า "เพื่อป้องกันการทุจริต ข้าต้องตรวจของที่เจ้านำมา..."

"เชิญขอรับ!"

สิ่งแรกที่ถูกตรวจคือตะกร้าที่สานอย่างประณีตงดงาม พอเปิดฝาชั้นบนออก ด้านในแบ่งเป็นชั้นๆ สามชั้นอย่างเป็นระเบียบ ชั้นแรกวางไก่อบกรอบหอมฉุยทั้งตัว ชั้นที่สองเป็นเนื้อวัวแล่จานใหญ่ ส่วนชั้นที่สามเป็นไก่สับอีกจาน นอกจากนี้ยังมีตะเกียบ จอกเหล้า และเหล้าอีกสามกาเล็ก

"ฮ่าๆๆ หมอนี่ทำอะไรเนี่ย?"

"เจ้านี่กะจะมาปิกนิกที่สำนักไท่ฉางเหรอ?"

บัณฑิตที่เห็นเหตุการณ์พากันหัวเราะครืน แม้แต่ขุนนางกรมพิธีการบางคนยังส่ายหน้ายิ้มๆ ทำเอาเซี่ยอานหน้าแดงก่ำ อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

พี่อีอี เล่นใหญ่ไปแล้วนะ...

เซี่ยอานหัวเราะแห้งๆ หันไปมองเจ้ากรมพิธีการหร่วนเส้าโจวที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ยิ้มเจื่อนๆ พูดว่า "ใต้เท้า เอ่อ การสอบไม่ได้กำหนดเมนูอาหารของผู้เข้าสอบใช่ไหมขอรับ?"

"..." หร่วนเส้าโจวทั้งขำทั้งระอา นึกในใจว่าบัณฑิตคนอื่นมาสำนักไท่ฉางส่วนใหญ่กินไม่ได้นอนไม่หลับ เจ้าหมอนี่กลับ...

"อืม ราชสำนักไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องนี้!" หร่วนเส้าโจวตอบเรียบๆ เดินหยิบตะเกียบมาจิ้มๆ อาหารแต่ละจานเพื่อดูว่าซ่อนอะไรไว้ไหม แล้วสั่งให้ลูกน้องเปิดกล่องเครื่องเขียนของเซี่ยอาน

ระหว่างนั้น เซี่ยอานได้แต่ภาวนาในใจ เพราะกล่องนี้อีอีก็เป็นคนเตรียมให้...

พอกล่องเครื่องเขียนเปิดออก เซี่ยอานเหลือบมองข้างใน เห็นมีแค่พู่กัน หมึก ผ้าเช็ดหน้าของใช้จำเป็น ก็ลอบถอนหายใจโล่งอก

ทันใดนั้น ขุนนางกรมพิธีการคนหนึ่งกลับมองสำรวจผนังด้านในและด้านนอกกล่องอย่างสงสัย แล้วขมวดคิ้ว "มีช่องลับ!"

พูดจบเขาก็คลำๆ ที่ขอบกล่อง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง กริ๊ก เหมือนกลไกถูกกระตุ้น

ขุนนางผู้นั้นปรายตามองเซี่ยอานที่หน้าถอดสี แล้วยกส่วนบนของกล่องขึ้น เผยให้เห็นส่วนล่างของกล่อง

ตอนนั้นเอง ทุกคนในที่นั้นถึงกับอึ้ง แล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง เพราะเห็นว่าในช่องลับของกล่อง มีขาหมูน้ำแดงจานหนึ่งวางอยู่ แม้จะเย็นชืดแล้ว แต่กลิ่นหอมยังเตะจมูก

"..."

แม้แต่เจ้ากรมพิธีการที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชนยังอดหัวเราะไม่ได้ มองเซี่ยอานแล้วพูดเหน็บว่า "เจ้า... มาสอบจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?"

"ใช่ขอรับ ใช่..." เซี่ยอานเหงื่อแตกพลั่ก พยักหน้ารัวๆ แล้วรีบแก้ตัว "นักเรียนเป็นคนกินจุ... ภรรยาที่บ้านกลัวนักเรียนหิว ก็เลย... ขายหน้าแล้ว ขายหน้าแล้ว!"

"หึหึ!" หร่วนเส้าโจวยิ้มอย่างไม่แสดงความคิดเห็น โบกมือให้ลูกน้องค้นตัวเซี่ยอาน พอเขาหันกลับมา สายตาก็เหลือบไปเห็นพัดพับด้ามหยกที่เซี่ยอานกำอยู่ในมือขวา

เขามองเซี่ยอานอย่างลึกซึ้ง ครุ่นคิดบางอย่าง

-- ขณะเดียวกัน ที่จวนอัครมหาเสนาบดี --

ในขณะที่เซี่ยอานกำลังหงุดหงิดกับหมายเลขสอบ 'เจี่ยจื่อสองร้อยห้าสิบ' ของตัวเอง อัครมหาเสนาบดีอิ้นกงแห่งต้าโจว กำลังนั่งขมวดคิ้วมองสมุดรายชื่อในห้องหนังสือ

[บัณฑิตกวางหลิง เซี่ยอาน...]

มองชื่อผู้เข้าสอบบรรทัดสุดท้ายในหน้าสุดท้ายของสมุดรายชื่อ แววตาของอิ้นกงเต็มไปด้วยความสงสัย

"เกิดอะไรขึ้น? วันก่อนข้าตรวจดูคร่าวๆ จำได้ว่าไม่มีคนคนนี้นี่นา..."

ด้วยความสงสัย อิ้นกงก้มลงดูเทียบลายมือ แต่พบว่านั่นเป็นลายมือของเขาเองชัดๆ

"หรือว่าข้าจำผิด? เฮ้อ แก่แล้วเลอะเลือนจริงๆ..." อิ้นกงลูบเคราสีขาว ส่ายหน้ายิ้มขื่น

ทันใดนั้น สีหน้าอิ้นกงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงเรียกบ่าวที่ทำความสะอาดห้องหนังสือเข้ามาถาม "ตอนข้าไม่อยู่ มีใครเข้ามาในห้องหนังสือนี้ไหม?"

"เรียนนายท่าน คุณหนูเล็กเคยเข้ามาขอรับ เหมือนจะรื้อหาอะไรสักอย่างบนโต๊ะนายท่าน ตอนนั้นบ่าวแค่มองอยู่ไกลๆ เลยเห็นไม่ชัด..."

"เซียงอวี่?" อิ้นกงชะงัก แล้วกลอกตาไปมา ลูบเคราหัวเราะเบาๆ "ดีนะที่ข้าดูผ่านตามาแล้วรอบนึง ไม่งั้นคงโดนยัยหนูต้มซะเปื่อย... หึหึ แต่จะว่าไป เลียนแบบลายมือข้าได้เหมือนขนาดนี้ แยกไม่ออกเลยทีเดียว น่าทึ่งจริงๆ!"

ชื่นชมเสร็จ อิ้นกงก็ก้มหน้าลง มองชื่อผู้เข้าสอบในบรรทัดสุดท้ายเงียบๆ สีหน้านิ่งสงบดั่งบ่อน้ำลึก ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - สนามสอบอลเวง

คัดลอกลิงก์แล้ว