เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - คลื่นใต้น้ำก่อนการสอบ

บทที่ 33 - คลื่นใต้น้ำก่อนการสอบ

บทที่ 33 - คลื่นใต้น้ำก่อนการสอบ


บทที่ 33 - คลื่นใต้น้ำก่อนการสอบ

คืนนั้น หลังจากที่พ่ายแพ้ศึกบนเตียงกับเหลียงชิวอู่ เซี่ยอานก็เล่าเรื่องที่จ่างซุนเซียงอวี่พูดกับเขาเมื่อตอนกลางวันให้นางฟัง เพราะยังไงซะในแง่หนึ่ง เหลียงชิวอู่กับอีอีก็คือคนที่สนิทที่สุดของเขาในตอนนี้

"อาน ท่านคิดจะรับข้อเสนอ?" สีหน้าของเหลียงชิวอู่ไม่ได้ยินดีปรีดาอย่างที่เซี่ยอานคาดไว้

"ทำไมจะไม่ล่ะ?" เซี่ยอานย้อนถามด้วยความประหลาดใจ

"ท่านมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว" เหลียงชิวอู่ส่ายหน้า เตือนด้วยความกังวลว่า "ถึงข้าจะรู้จักนางมาสิบกว่าปี แต่ข้าก็เดาใจนางไม่ถูก ข้าว่าเรื่องนี้ต้องมีเลศนัย!"

"ไม่ขนาดนั้นมั้ง อู๋ นางก็แค่นึกสนุก..."

"นึกสนุก? กับการสอบขุนนางเนี่ยนะ? อาน ต้าโจวเราให้ความสำคัญกับการสอบขุนนางมากนะ การใช้อำนาจในทางมิชอบ ทุจริตการสอบแบบนี้ ถ้าวันหลังถูกตรวจสอบขึ้นมา ต่อให้เป็นนางก็รับผิดชอบไม่ไหว นั่นมันโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงเชียวนะ! ทำไมนางถึงยอมเสี่ยงช่วยท่านขนาดนี้ ท่านไม่ลองคิดดูดีๆ หน่อยเหรอ?"

"นางอาจจะว่างจัดก็ได้มั้ง!" เซี่ยอานยักไหล่

จากการคลุกคลีกับจ่างซุนเซียงอวี่มาสองวัน เขาเริ่มจับนิสัยผู้หญิงคนนี้ได้ ในสายตาเขา เนื้อแท้ของจ่างซุนเซียงอวี่ไม่ได้เลวร้าย ผิดที่นางฉลาดเกินไป สิ่งที่คนอื่นรู้ นางรู้ แต่สิ่งที่นางรู้ คนอื่นไม่รู้ นานวันเข้า ความรู้สึกเหนือกว่าก็กลายเป็นการดูถูกคนอื่น ไม่อยากสื่อสารกับคนรอบข้าง เหมือนนกกระเรียนในฝูงไก่ แม้จะดูสูงส่ง แต่สิ่งที่ตามมาคือความโดดเดี่ยวอ้างว้าง

พูดง่ายๆ ในสายตาเซี่ยอาน จ่างซุนเซียงอวี่ก็คือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าขั้นอ่อนที่มีสติปัญญาสูงส่ง และที่แย่กว่านั้นคือผู้หญิงคนนี้ความอดทนต่ำ อ่อนไหวง่ายต่อความเหงา จนเกิดความบิดเบี้ยวในจิตใจ ถึงขั้นทำเรื่องร้ายกาจเพื่อระบายความอัดอั้น

แต่ในเวลาปกติ นางก็เป็นแค่เด็กสาวขี้โอ่คนหนึ่ง อย่างน้อยตอนที่เซี่ยอานสอนความรู้เหล่านั้นให้นาง หรือตอนที่พาไปเที่ยวเล่น ความคิดนี้ทำให้เซี่ยอานอดสงสารนางไม่ได้ สงสารที่นางเกิดผิดที่ มาเกิดในต้าโจว ยุคสมัยที่ผู้ชายเป็นใหญ่และการศึกษายังไม่ก้าวหน้า ความรู้ที่ล้าหลังไม่ตอบโจทย์ความอยากรู้อยากเห็นของนาง จนทำให้นางมองโลกในแง่ลบว่า 'โลกนี้ก็มีแค่นี้' และหลงเดินผิดทาง

ช่างน่าเศร้าจริงๆ! ทั้งที่มีรูปลักษณ์งดงามปานนั้น มีสติปัญญาเหนือมนุษย์ปานนั้น...

คิดถึงตรงนี้ เซี่ยอานก็ถอนหายใจเงียบๆ ส่ายหน้าพูดว่า "เอาเถอะ ไม่ว่าจะยังไง นี่ก็เป็นโอกาสของข้า..." พูดพลางเขาก็สังเกตเห็นสีหน้าของเหลียงชิวอู่ ถามอย่างสงสัย "เจ้าดูเหมือนจะไม่พอใจ?"

"พอใจ?" เหลียงชิวอู่ขมวดคิ้ว ยิ้มเย็นชา "ท่านคิดว่าข้าควรจะดีใจแทนท่านงั้นหรือ?"

"ทำไมจะไม่ล่ะ?" เซี่ยอานไม่เข้าใจ เขาโอบกอดหญิงสาวในอ้อมแขน แต่กลับถูกนางสะบัดออกอย่างไม่ไยดี นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง ขมวดคิ้วพูดว่า "อาน จำตอนที่ท่านเพิ่งเข้าจวนตงกั๋วกงได้ไหม ตอนนั้นข้าเคยจะจัดการเรื่องตำแหน่งขุนนางให้ท่าน..."

"เป็นอะไรไป โกรธเหรอ?" เซี่ยอานจับแขนนางอย่างเอาใจ แต่ก็ยังถูกสะบัดออก

"ข้าไม่ได้โกรธ! ข้าแค่ไม่เข้าใจ!" เหลียงชิวอู่มองเซี่ยอานเขม็ง พูดเสียงเครียด "ตอนนั้นท่านปฏิเสธตำแหน่งที่ข้าจัดหาให้ บอกว่าจะใช้ความสามารถของตัวเองสอบเข้าเป็นขุนนาง แต่ตอนนี้ล่ะ ท่านกลับยอมรับสิ่งที่นางจัดฉากให้... แถมยังเป็นวิธีสกปรกแบบนี้! บอกข้าสิว่าทำไม?! ท่านฉลาด แต่ข้าโง่ เพราะฉะนั้นเวลาอธิบายอย่าอ้อมค้อม มีอะไรพูดมาตรงๆ ข้าอยากจะรู้นักว่าสองอย่างนี้มันต่างกันตรงไหน!"

"เจ้า..." มองสายตาคาดคั้นของเหลียงชิวอู่ เซี่ยอานส่ายหน้าอย่างจนใจ

"พูดสิ!"

"ดึกดื่นป่านนี้จะพูดอะไรอีก ไม่เช้าแล้ว รีบนอนเถอะ..." เซี่ยอานพยายามตัดบท

"บอกมาว่าท่านไม่พอใจอะไรข้า! ห้ามนอน!" เหลียงชิวอู่กระชากผ้าห่มที่คลุมตัวเซี่ยอานออก

เซี่ยอานถอนหายใจเฮือกใหญ่ พูดอย่างหงุดหงิด "อู๋ เจ้าอย่าให้มันมากนัก..."

"ใครกันแน่ที่มาก? ข้ารู้ ข้าสวยสู้นางไม่ได้ ผิวไม่ขาวเท่านาง ผมก็ไม่..."

เซี่ยอานรู้ดีว่าภรรยาคนนี้กังวลเรื่องรูปลักษณ์ที่ผิดแผกจากหญิงอื่นมาตลอด ถึงขั้นมีปมด้อยลึกๆ พอเห็นนางโยงเข้าเรื่องนี้ เขาก็ปวดหัวตึบ ส่ายหน้าพูดว่า "ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดเลย อย่ามาหาเรื่องน่า..."

"งั้นก็อธิบายมาสิว่ามันยังไงกันแน่!" นางเสียงแข็ง

เซี่ยอานเองก็เป็นคนประเภทอ่อนไมนอกแข็งใน พอถูกเหลียงชิวอู่บีบคั้นหนักเข้า ไฟโทสะก็เริ่มคุกรุ่น ลุกขึ้นนั่งพูดเสียงขุ่นว่า "อยากฟังใช่ไหม? ได้ ข้าจะบอกให้! สาเหตุก็เพราะเจ้าเป็นเมียข้า ข้าไม่อยากอาศัยบารมีชื่อเสียงของเจ้าเพื่อเป็นขุนนาง เข้าใจหรือยัง?!"

"..." ความโกรธบนใบหน้าเหลียงชิวอู่ชะงักกึก นางอ้าปากค้าง ลังเลพูดว่า "ถ้างั้นนาง..."

"นางเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? นางจะช่วย ข้าก็ยินดีรับ วันหน้าหาโอกาสตอบแทนบุญคุณนางก็จบ!"

"ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง ขอโทษนะอาน ข้าใจร้อนไปหน่อย..." เหลียงชิวอู่เข้าใจแล้ว มองเซี่ยอานอย่างรู้สึกผิด

"เข้าใจแล้วนะ?"

"อืม..."

"ขอบคุณสวรรค์..."

"แต่ข้าไม่เห็นด้วย!"

"ห๊ะ?"

"ข้าบอกว่า ถึงข้าจะเข้าใจเหตุผลของท่าน แต่ข้าไม่เห็นด้วย! เรื่องการสอบขุนนาง ใช้อำนาจในทางมิชอบ ทุจริตการสอบ นี่เป็นโทษหลอกลวงเบื้องสูง! หากมีคนตรวจสอบเจอ โทษประหารเก้าชั่วโคตรนะ!"

มองภรรยาที่เคร่งเครียดจริงจังตลอดเวลา เซี่ยอานนวดดั้งจมูกอย่างจนปัญญา พูดเสียงเบาว่า "อู๋ อย่าพูดให้มันเว่อร์วังนักเลย ข้าจะบอกให้นะ ถ้าถูกจับได้ถึงจะเรียกว่าอาชญากรรม ถ้าจับไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น..."

เหลียงชิวอู่ได้ยินดังนั้นแววตาก็ฉายแววโกรธเคือง ดุเสียงเข้ม "อาน ท่านมีแต่ตรรกะวิบัติ!"

"แล้วไม่จริงหรือไง? โลกนี้เรื่องใช้อำนาจในทางมิชอบมีถมไป ขุนนางท้องถิ่นโกงกิน สร้างเรื่องบังหน้า ขูดรีดประชาชน นี่ไม่ใช่หลอกลวงเบื้องสูง ละเลยหน้าที่หรือไง? พูดจาภาษาชาวบ้านนะ ตอนที่เจ้าจะฝากข้าเข้ารับราชการ นั่นไม่เรียกว่าใช้อำนาจในทางมิชอบเหรอ?"

"ท่าน!" เหลียงชิวอู่หน้าแดงด้วยความโกรธ ตัวสั่นระริก แต่เถียงไม่ออกสักคำ

เห็นนางโกรธจัด เซี่ยอานก็รู้ตัวว่าพูดแรงไป รีบแก้ต่าง "อู๋ เจ้าดีทุกอย่าง แต่ซื่อตรงเกินไป เจ้าอยากรักษาอุดมการณ์ของเจ้า ไม่มีใครว่า แต่เจ้าจะไปบังคับให้ทุกคนเป็นเหมือนเจ้าไม่ได้... อีกอย่าง ความไม่ยุติธรรมในโลกนี้มีตั้งเยอะแยะ เจ้าคนเดียวจะไปจัดการไหวเหรอ? แกล้งปิดตาข้างหนึ่ง ทำเป็นมองไม่เห็นบ้าง ไม่ได้หรือไง?"

เหลียงชิวอู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ท่านพูดถูก โลกนี้มีความไม่ยุติธรรมมากเกินไป ข้าเองก็ไม่มีแรงและเวลาไปจัดการ..."

เซี่ยอานดีใจ กำลังจะพูดต่อ แต่จู่ๆ หญิงสาวตรงหน้าก็หน้าขรึมลง พูดเสียงจริงจัง "แต่ท่านเป็นสามีข้า มีแต่ท่านเท่านั้นที่ข้าเหลียงชิวอู่ต้องจัดการให้ได้! อย่างที่ท่านพูด จ่างซุนเซียงอวี่ไม่ใช่เมียท่าน นางถึงกล้าแนะนำให้ท่านใช้วิธีสกปรกแบบนั้น แต่ข้าเป็นเมียท่าน! ข้ายอมให้สามีข้าเป็นคนธรรมดาไร้ชื่อเสียงไปตลอดชีวิต ดีกว่าให้เขาไต่เต้าด้วยวิธีแบบนี้!"

"เจ้า..."

"อาน คนเราเกิดมาชาตินึง ต้องยืนหยัดอย่างองอาจ ไม่ละอายต่อฟ้าดิน!"

"อู๋ เจ้าอย่าเป็นแบบนี้ตลอดได้ไหม? นางรับปากข้าแล้วว่า เจ้ากรมพิธีการกับรองเจ้ากรมล้วนเป็นลูกศิษย์ปู่นาง ขุนนางคนอื่นก็ได้รับบุญคุณจากตระกูลจ่างซุน ไม่มีใครมาตามสืบเรื่องนี้หรอก แค่ครั้งเดียว แค่ครั้งเดียวได้ไหม?"

มองสายตาเว้าวอนของเซี่ยอาน เหลียงชิวอู่ถอนหายใจยาว ส่ายหน้า "ท่านยังไม่เข้าใจ อาน ข้าไม่ได้กลัวท่านทำผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูง แต่ข้ากลัวท่านจะตกเป็นเบี้ยล่างของผู้หญิงคนนั้น นางกำลังหาวิธีควบคุมท่าน อาน! ตราบใดที่ท่านยอมรับข้อเสนอนี้ วันหน้าท่านก็จะมีชนักติดหลังให้นางกำไว้..."

"ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก ด้วยสติปัญญาของนาง ถ้าจะควบคุมข้า นางใช้วิธีที่ดีกว่านี้ได้ ไม่ใช่วิธีที่จะพาลซวยมาถึงตัวนางเองแบบนี้..." เซี่ยอานมองเหลียงชิวอู่อย่างจนใจ "ข้ารู้ว่าเจ้ามองนางในแง่ร้าย ข้าก็เหมือนกัน แต่ครั้งนี้นางหวังดีจริงๆ นะ..."

"ไม่! นางกำลังหาทางคุมท่าน! นางสนใจเรื่องที่ท่านเล่าให้ฟัง นางเลยอยากคุมท่าน เปลี่ยนท่านเป็นของเล่นของนาง..."

เซี่ยอานส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "ทำไมเจ้าถึงมั่นใจขนาดนั้น?"

"สัญชาตญาณ!"

"..." เซี่ยอานยกมือขวาขึ้น "โอเคๆ เราไม่คุยเรื่องสัญชาตญาณของเจ้าแม่นไม่แม่น... นางอยากคุมข้า อืม ได้ แล้วทำไมไม่พูดบ้างล่ะว่า เจ้าเองก็อยากคุมข้า อยากให้ข้าเป็นเบี้ยล่างเจ้าเหมือนกัน?"

"ข้าเปล่า!"

"เปล่าเหรอ? กฎเหล็กที่ต้องกลับจวนตงกั๋วกงก่อนตะวันตกดินคืออะไร? จะออกจากบ้านต้องมารายงานเจ้าก่อนคืออะไร? จะไปเจอใคร ที่ไหน นานแค่ไหน เจ้าต้องซักไซ้... แถมที่ไหนห้ามไป ที่ไหนไปไม่ได้ เจ้าเตือนข้าไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้วนะ?"

"ข้า... ข้าแค่ไม่อยากให้ท่านหลงเดินทางผิด..."

"อู๋ ข้าซาบซึ้งใจมากที่เจ้าไม่รังเกียจอดีต และไม่ถือสาความต่างของฐานะ ยอมแต่งงานกับคนธรรมดาอย่างข้า แถมยังดูแลข้าอย่างดี แต่... ข้าเป็นสามีเจ้าใช่ไหม? ข้าไม่ใช่ลูกเจ้า และไม่อยากเป็นนักเรียนที่เจ้าต้องคอยอบรมสั่งสอน เจ้าไม่จำเป็นต้องจัดการทุกอย่างแทนข้า ข้ามีความคิดเป็นของตัวเอง..."

"..."

หญิงสาวอ้าปากค้าง มองเซี่ยอานอย่างเหม่อลอยอยู่นาน นางหยิบเสื้อผ้าข้างเตียงขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าเงียบๆ แล้วลงจากเตียง เดินไปที่ประตู

"จะ... จะไปไหน..." เซี่ยอานถามอย่างตกใจ

"กลับห้อง..." หญิงสาวตอบเสียงเบา น้ำเสียงฟังดูผิดหวังและเสียใจ

มองนางเปิดประตู กำลังจะเดินจากไป เซี่ยอานอ้าปาก ร้องเรียกโดยสัญชาตญาณ "อู๋..."

หญิงสาวหันกลับมา มองเซี่ยอานนิ่งๆ

"ข้ารู้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าไม่ได้สนใจ แต่ข้าไม่อยากจริงๆ ไม่อยากให้วันข้างหน้าเวลาคนอื่นเรียกข้า เขาจะเรียกว่า 'สามีของเหลียงชิวอู่'... ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะวางแผนเล่นงานข้าหรือไม่ แต่นี่เป็นโอกาสพันปีมีหนเดียวสำหรับข้า!"

"..." จ้องมองเซี่ยอานเนิ่นนาน ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางขยับเล็กน้อย ถอนหายใจเบาๆ "ตามใจท่านเถอะ ข้า... จะไม่ยุ่งกับท่านอีกแล้ว..."

พูดจบ นางก็เดินออกจากห้อง ปิดประตูลงเบาๆ

ยัยผู้หญิงทึ่มคนนั้น คงผิดหวังมากสินะ... นอนอยู่บนเตียงคนเดียว เซี่ยอานถอนหายใจเงียบๆ

ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องกันสามวัน เซี่ยอานแทบไม่ได้คุยกับเหลียงชิวอู่เลย พอเรียกนาง นางก็หาข้ออ้างเลี่ยงไป ออกเช้ากลับดึก เหมือนจงใจหลบหน้าเซี่ยอาน แม้แต่ตอนกลางคืนก็ไม่มาหา ให้แค่อีอีมาปรนนิบัติเซี่ยอานแทน

"วันนั้นคุณหนูเสียใจมาก อีอีไม่เคยเห็นคุณหนูเสียใจขนาดนั้นมาก่อน... อาน ที่คุณหนูเข้มงวดกับท่าน เพราะนางคาดหวังในตัวท่านมากนะ..." คืนหนึ่ง อีอีพูดกับเซี่ยอานอย่างระมัดระวัง

เซี่ยอานฟังแล้วรู้สึกไม่ดี เขารู้ว่าเหลียงชิวอู่เป็นผู้หญิงที่ดี เขารู้ว่าควรไปปลอบนาง ขอโทษนาง เพียงแต่เหยื่อล่อที่จ่างซุนเซียงอวี่โยนมา มันยั่วยวนใจเขาเกินไป

แม้ปากจะบอกปาวๆ ว่าอยากเป็นขุนนางใหญ่ แต่ประสบการณ์ที่โดนปฏิเสธไปทั่วเมืองหลวงสอนให้เขารู้ว่า หากไม่มีแบ็คอัพที่แข็งแกร่ง การจะยืนหยัดและได้ดีในเมืองหลวง มันยากแสนเข็ญ เขาไม่อยากพึ่งพาอำนาจของเหลียงชิวอู่เพื่อไต่เต้า เพียงเพราะนางเป็นเมียเขา... ถือซะว่าเป็นศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของลูกผู้ชายก็แล้วกัน

"พี่อีอี ฝากบอกอู๋ด้วยว่า หลังสอบเสร็จ ข้าจะไปขอโทษนาง..."

หลังจากฝากคำพูดไว้กับอีอี วันรุ่งขึ้นเซี่ยอานก็ย้ายออกจากจวนตงกั๋วกง เขาไม่ได้กลับไปที่จวนอ๋องอันเล่อ แต่ใช้เงินเก็บหลายสิบตำลึง บวกกับเงินที่หลี่โซ่วสนับสนุนอีกร้อยกว่าตำลึง ซื้อบ้านชาวบ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากจวนตงกั๋วกง

เพราะเขาต้องการเข้าสอบฮุ่ยซื่อในฐานะ เซี่ยอานชาวเมืองกวางหลิง ไม่ใช่เด็กรับใช้จวนอ๋อง และไม่ใช่ลูกเขยจวนตงกั๋วกง

และแล้ววันเวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนสาม ซึ่งก็คือวันก่อนการสอบ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 33 - คลื่นใต้น้ำก่อนการสอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว