เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - พอมีประสบการณ์แล้ว อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น

บทที่ 14 - พอมีประสบการณ์แล้ว อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น

บทที่ 14 - พอมีประสบการณ์แล้ว อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น


บทที่ 14 - พอมีประสบการณ์แล้ว อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น

วันขึ้นสิบห้าค่ำ เดือนสาม ปีรัชศกหงอู่ที่ 23 ณ ลานฝึกยุทธ์หลังจวนตงกั๋วกง เซี่ยอานยืนอ้าปากค้าง มองดูคู่หมั้นที่เพิ่งเข้าพิธีสาบานตนไปหมาดๆ กำลังร่ายรำเพลงง้าวที่หนักกว่า 80 ชั่ง (ประมาณ 40-50 กิโลกรัม) ซึ่งเป็นกิจวัตรยามเช้าของนาง

ตอนแรกที่อีอีบอกน้ำหนักของง้าวเล่มนั้น เซี่ยอานนึกว่านางล้อเล่น แต่เขาคิดผิด สีหน้าของอีอีตอนพูดนั้นจริงจังมาก

เขามองดูเหลียงชิวอู่ที่ถืออาวุธหนักอึ้งแกว่งไปมาอย่างคล่องแคล่วราวกับกิ่งไม้ พลางรำพึงในใจ

แม่คุณเอ๊ย ถ้าติดหนวดเข้าไปนี่มันกวนอูมาเกิดชัดๆ...

แปดสิบกว่าชั่ง... น้ำหนักตัวเขาตอนนี้ก็คงประมาณนี้แหละมั้ง พูดง่ายๆ คือผู้หญิงคนนั้นใช้มือเดียวหิ้วเขาปลิวได้สบายๆ เลยใช่ไหม?

คิดแล้วเซี่ยอานก็รู้สึกหนังตากระตุก ยิกๆ เขาจำได้ลางๆ ว่าเมื่อก่อนเคยมีเพื่อนมาบ่นให้ฟังว่าเมียเก่งเกินไป สามีอย่างมันกดดันชิบหาย ตอนนั้นเซี่ยอานหัวเราะเยาะ แถมยังซ้ำเติมมันอีก แต่วันนี้พอเจอกับตัว เขาถึงเข้าใจความรู้สึกนั้นอย่างซาบซึ้ง

แต่จะว่าไป แม่คุณตรงหน้านี่ มันเกินคำว่าเก่งไปไกลโขแล้วมั้ง?

ถอนหายใจยาว เซี่ยอานอดถามไม่ได้ "นางยังโกรธเรื่องเมื่อวานอยู่หรือเปล่า? ทำไมข้าเรียกแล้วนางไม่ตอบ?"

อีอียิ้ม ส่ายหน้าอธิบาย "คุณหนูยังโกรธท่านเขยอยู่ไหม บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ แต่เวลาคุณหนูฝึกยุทธ์ สมาธิจะแน่วแน่มาก ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ดังนั้นไม่ว่าจะบ่าว หรือรองแม่ทัพเซี่ยง ก็จะไม่มีใครเข้าไปรบกวนเวลาคุณหนูฝึกยุทธ์... อ้อ จริงสิ วันหลังถ้าท่านเขยมาคนเดียว ก็อย่าเข้าไปขัดจังหวะตอนคุณหนูฝึกยุทธ์เด็ดขาดนะเจ้าคะ"

"ทำไมล่ะ? หรือไปกวนแล้วนางจะโกรธ?"

"ไม่ใช่เรื่องโกรธหรอกเจ้าค่ะ" อีอีส่ายหน้า พูดเสียงเครียด "สองปีก่อน บ่าวป่วยนอนซมอยู่บนเตียง มีสาวใช้คนอื่นมาดูแลคุณหนูแทน นางไม่รู้นิสัยตอนฝึกยุทธ์ของคุณหนู จะเข้าไปเช็ดเหงื่อให้ เกือบโดนคุณหนูฆ่าตายโดยไม่ตั้งใจ..."

"จริงดิ?" เซี่ยอานสูดปากด้วยความเสียวไส้ แต่พอหันไปมองแววตามุ่งมั่นของเหลียงชิวอู่ในสนาม เขาก็เริ่มเชื่อคำพูดของอีอีแล้ว

"ท่านเขยรอสักครู่นะเจ้าคะ กะเวลาดูแล้ว น่าจะใกล้เสร็จแล้วล่ะเจ้าค่ะ..."

"อ้อ ได้..." เซี่ยอานพยักหน้าอย่างงงๆ

พูดจากใจจริง แม้จะเพิ่งรู้จักกันแค่สองวัน แต่ความกลัวที่เซี่ยอานมีต่อเหลียงชิวอู่ก็เริ่มจางลง เพราะเขารู้สึกได้ว่า ผู้หญิงคนนี้จริงๆ แล้วคุยง่ายมาก ถ้าจะบอกว่าเขายังกลัวนางอยู่ ก็คงกลัวแค่นางจะเผลอตบเขาตายเหมือนมดปลวกตอนโมโหนั่นแหละ... ก็คนทียกอาวุธหนักหลายสิบโลแกว่งไปแกว่งมาได้หน้าตาเฉย บนโลกนี้มีไม่เยอะหรอกนะ

เวลาผ่านไปทีละนาที ประมาณหนึ่งก้านธูป หญิงสาวในสนามก็รวบกระบวนท่า สูดหายใจเข้าลึก ปรับลมหายใจ

เห็นดังนั้น อีอีตะโกนเรียกจากระยะไกล "คุณหนู! คุณหนู!"

อย่างที่อีอีบอก จนถึงตอนนี้ เหลียงชิวอู่ถึงเพิ่งสังเกตเห็นอีอีกับเซี่ยอานที่มายืนดูนางฝึก แววตาฉายแววแปลกใจเล็กน้อย

นางปล่อยมือง้าว เสียงดัง 'ตึง' ด้ามง้าวจมลึกลงไปในแผ่นหิน

มองดูพื้นหินที่แตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ เซี่ยอานสูดหายใจเฮือก เขาไม่ได้ตกใจสภาพแผ่นหินเท่าไหร่ แต่ตกใจสีหน้าเรียบเฉยของเหลียงชิวอู่มากกว่า เหมือนนางไม่ได้ออกแรงอะไรเลย

ศิษย์พี่ ไปตามเจ้าแม่กวนอิมมาเถอะ... เซี่ยอานบ่นพึมพำหน้าตาย

อีกด้านหนึ่ง เหลียงชิวอู่ไม่ทันสังเกตสีหน้าประหลาดของเซี่ยอาน เดินตรงเข้ามา รับผ้าขนหนูแห้งที่อีอีเตรียมไว้มาเช็ดเหงื่อ มองเซี่ยอานที่ทำท่าอึกอักอย่างแปลกใจ แล้วยิ้มถาม "เจ้ามาทำไม?"

"ข้าแค่มาดูเฉยๆ เห็นเจ้ากำลังใช้สมาธิเลยไม่ได้กวน..."

"อ้อ" เหลียงชิวอู่พยักหน้า แล้วพูดอย่างรู้สึกผิด "งั้นข้าก็บกพร่องต่อหน้าที่ภรรยาจริงๆ นึกว่าเจ้าไม่สนใจเรื่องวรยุทธ์เลยไม่ได้ชวน... ไหนๆ เวลายังเหลือ ให้ข้าช่วยฝึกวิชาให้เจ้าไหม?"

สำหรับทหารค่ายเทพยุทธ์ การได้ประมือกับเหลียงชิวอู่ ได้รับคำชี้แนะจากนาง ถือเป็นวาสนาและเกียรติยศสูงสุด แต่เซี่ยอานหารู้ไม่ พอได้ยินประโยคนี้ หน้าซีดเผือด รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

"ไม่เอาๆ ไว้คราวหน้าเถอะ ไว้คราวหน้า..."

"คราวหน้า?" เหลียงชิวอู่ทำหน้าเสียดาย

"ใช่ๆ คราวหน้า ดูสิ เจ้าก็เหนื่อยแล้ว..." พูดไปได้ครึ่งประโยค เสียงของเซี่ยอานก็ขาดห้วง เขาจ้องมองเหลียงชิวอู่ตาค้าง มองดูเครื่องแต่งกายของนางในตอนนี้

ต่างจากชุดปกติ ตอนนี้เหลียงชิวอู่รวบผมมัดไว้ข้างหลัง สวมรองเท้าหนังวัว ใส่ชุดคลุมตัวโคร่งที่ท่อนบนถอดกองไว้ที่เอว ถ้าไม่มีเข็มขัดรัดไว้คงหลุดลงไปกองกับพื้น

ส่วนหน้าอกหน้าใจที่เปลือยเปล่า ถูกพันไว้ด้วยผ้าแถบสีขาวกว้างประมาณหนึ่งนิ้ว เหนือหน้าอกขึ้นไปรวมถึงไหล่ทั้งสองข้างเปลือยเปล่าโชว์ผิวสีแทน ทำเอาเซี่ยอานตาพร่า จะเสียดายก็ตรงที่หน้าอกคู่งามถูกผ้าพันไว้แน่นจนดูแบนราบไปหน่อย

แต่ต้องยอมรับว่า นางในตอนนี้ เหมือนดอกไม้ป่าที่อาบน้ำค้างยามเช้า เต็มไปด้วยพลังชีวิตและความแข็งแกร่ง

โดยเฉพาะตอนที่เห็นเหงื่อหยดหนึ่งไหลจากแก้ม ลงมาที่คอ ผ่านไหปลาร้าสวยๆ ไหลลงไปที่ร่องอกซึ่งถูกผ้าพันไว้แน่น เซี่ยอานรู้สึกคอแห้งผาก ไฟราคะลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เจอกันครั้งแรก นางใส่เกราะ แววตาเย็นชา เหมือนดอกเหมยในฤดูหนาว ดูสูงส่งจนไม่กล้าแตะต้อง

เมื่อวานในศาลบรรพชน นางใส่ชุดผู้หญิง ดูสงบเสงี่ยม สง่างามเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่

แต่ตอนนี้ นางเหมือนม้าป่าพยศ ดิบเถื่อนและอิสระ เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความป่าเถื่อนที่ดึงดูดให้คนอยากจะปราบพยศ...

"งั้นคราวหน้าแล้วกัน!" เหลียงชิวอู่ผู้ซื่อตรงไม่ได้สังเกตว่าเซี่ยอานกำลังจ้องไหล่เปลือยของนางตาเป็นมัน นางหยิบถุงน้ำขึ้นมากรอกใส่ปาก แล้วเทน้ำราดตัว ปล่อยให้น้ำไหลจากหน้าผาก ลงมาที่คอ หน้าอก และชายเสื้อ...

"อึก!"

เห็นผ้าพันอกที่เปียกน้ำเริ่มแนบเนื้อจนเห็นสีผิวแทนรำไร เซี่ยอานตาถลน แทบจะหลุดออกมานอกเบ้า

คราวนี้เหลียงชิวอู่สังเกตเห็นแล้ว นางถลึงตาใส่เซี่ยอานอย่างไม่พอใจ

ไม่ใช่ว่านางไม่พอใจที่เซี่ยอานแอบมอง เพราะยังไงเขาก็เป็นว่าที่สามี เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถือสา แต่ท่าทางกลืนน้ำลาย หื่นกามออกนอกหน้าของเซี่ยอานต่างหากที่นางไม่ชอบ

ในความคิดของนาง ลูกผู้ชายควรให้ความสำคัญกับหน้าที่การงาน จะมาลุ่มหลงในกามรมณ์เกินงามได้ยังไง? แต่ในเมื่อเป้าหมายของความหื่นคือตัวนางเอง นางเลยพูดอะไรไม่ออก

"มองอะไร?" หญิงสาวถามเสียงเรียบ

"มองคนสวย..." เซี่ยอานพยักหน้ารัวๆ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าน้ำเสียงนางแปลกๆ รีบส่ายหน้า แต่เขย่าไปไม่กี่ทีก็รู้ว่ายิ่งทำยิ่งน่าสงสัย เลยแกล้งทำเป็นหูทวนลมเงียบปากดีกว่า

เห็นดังนั้น เหลียงชิวอู่ส่ายหน้า เปลี่ยนเรื่อง "เจ้ามาหาข้า มีธุระอะไร?"

อะไร? มาหาเจ้าต้องมีธุระด้วยเหรอ? เซี่ยอานเลิกคิ้ว ฟังยังไงก็รู้สึกทะแม่งๆ เหมือนเขาเป็นเด็กจอมก่อเรื่อง ส่วนแม่คุณตรงหน้าเป็นผู้ปกครอง...

"จะมีธุระอะไรได้ ก็แค่มาหาเจ้าไง ยังไงเจ้าก็เป็นคู่หมั้นข้า..."

"คู่หมั้น?" เหลียงชิวอู่พึมพำ มองเซี่ยอานด้วยสายตาดีใจปนแปลกใจ

ในที่สุดก็โตเป็นผู้ใหญ่สักทีนะ...

ยัยบื้อนี่คิดประโยคนี้อยู่ใช่ไหม! เซี่ยอานมองกลับอย่างอ่อนใจ

"เข้าใจแล้ว! ที่แท้เจ้าก็มีสำนึกนี้แล้ว ข้าเองต่างหากที่ใจแคบ..." เหลียงชิวอู่มองเซี่ยอานอย่างรู้สึกผิด พูดเรียบๆ "ในเมื่อเจ้าไม่มีธุระ งั้นพอดีเลย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า!"

พูดจบ สีหน้านางก็เย็นชาลง ขมวดคิ้วมองเซี่ยอาน "ในฐานะว่าที่สามีของข้าเหลียงชิวอู่ เมื่อวานเจ้ากลับไปเที่ยวหอนางโลมกับพี่สามเซี่ยง แถมยังเรียกหญิงคณิกามาปรนนิบัติ เมาหัวราน้ำ ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป..."

สีหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นโกรธจัด

ตั้งแต่ต้นจนจบ เซี่ยอานยืนฟังเหมือนเด็กทำความผิด ไม่ใช่ว่าเขาไม่กล้าเถียง แต่เรื่องเมื่อวานเขาอายเกินกว่าจะแก้ตัว

จะให้โยนความผิดทั้งหมดให้เซี่ยงชิงเหรอ? เซี่ยอานผู้รักพวกพ้องทำเรื่องหน้าด้านพรรค์นั้นไม่ลง จะโทษก็ต้องโทษที่เขายังปรับตัวกับสถานะใหม่ไม่ได้ ก็เขาเพิ่งหมั้นกับเหลียงชิวอู่ การแอบเมียไปเที่ยวผู้หญิง มันก็ฟังดูไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ

"ขอโทษจริงๆ..." เซี่ยอานก้มหน้ายอมรับผิด

เหลียงชิวอู่มองลึกเข้าไปในตาเซี่ยอาน ครู่ใหญ่ถึงพยักหน้า น้ำเสียงอ่อนลงบ้าง

"เจ้ารู้ตัวก็ดีแล้ว จำใส่ใจไว้ พี่สามเซี่ยงเป็นคนกันเอง ไม่ปากโป้งหรอก แต่วันหน้าเจ้าต้องออกสังคมพบปะคนนอก ถ้าทำตัวเหลวไหล จะโดนคนเขาดูถูกเอาได้..."

"อื้ม!" เซี่ยอานพยักหน้าหงึกๆ

"เห็นว่าทำผิดครั้งแรก จะยกโทษให้สักครั้ง เรื่องนี้พักไว้ก่อน" นางลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะลดเสียงกระซิบถาม "บอกข้ามาตามตรง เจ้าคิดจะช่วยองค์ชายเก้าชิงบัลลังก์จริงๆ หรือ?"

ชั่วขณะนั้น ตาของเซี่ยอานเบิกกว้าง มองเหลียงชิวอู่อย่างไม่อยากเชื่อ "เจ้า... เจ้ารู้ได้ไง?"

"พี่สามเซี่ยงบอกข้า เมื่อวานเจ้าเมาแล้วหลุดปากพูด ทีหลังเขาเลยมาบอกข้า" นางมองเซี่ยอานที่ทำหน้ากังวล แล้วพูดอย่างไม่พอใจ "ข้าเป็นเมียเจ้า จะทำร้ายเจ้าหรือไง? กลับกัน เจ้าเป็นสามี มีเรื่องสำคัญขนาดนี้กลับปิดบังข้า ไม่สมควรเลย! หรือว่าเจ้าไม่ไว้ใจข้า?"

เห็นแววตาผิดหวังของเหลียงชิวอู่ เซี่ยอานใจอ่อนยวบ รีบแก้ตัว "ไม่ใช่เรื่องไว้ใจไม่ไว้ใจ ก็เจ้ารู้ เรื่องแบบนี้จะพูดมั่วซั่วได้ที่ไหน..."

"เจ้ารู้? รู้แล้วยังพูดตอนเมาอีก?" เหลียงชิวอู่มองค้อน แล้วคลายคิ้วลง "ยังดีที่พวกผู้หญิงหากินพวกนั้นไม่ได้ยิน ไม่งั้นล่ะก็... วันหน้า ห้ามพูดเรื่องนี้อีก ถ้าคนไม่หวังดีได้ยินเข้า หัวจะหลุดจากบ่า!"

ฟังน้ำเสียงเป็นห่วงของเหลียงชิวอู่ เซี่ยอานรู้สึกอบอุ่นในใจ พูดติดตลกว่า "ข้ารับปากอีอีแล้ว วันหลังจะดื่มเหล้า จะให้นางดื่มเป็นเพื่อน..."

"อืม ก็เหมาะสมดี" เหลียงชิวอู่อึ้งไปนิดหนึ่ง แล้วยิ้ม "ถ้าแค่จิบพอกรุบกริบ ข้าดื่มเป็นเพื่อนเจ้าก็ได้... สรุปคือ ห้ามไปสถานที่อโคจรพวกนั้นอีก!"

หึงเหรอ? หรือแค่ไม่ชอบผู้หญิงหอนางโลม? เซี่ยอานเอียงคอสังเกตเหลียงชิวอู่ แต่ดูไม่ออกว่านางคิดอะไรอยู่

"ว่าแต่ ในเมื่อเจ้าคิดจะช่วยองค์ชายเก้าทำการใหญ่ เรื่องนี้ไม่ง่ายนะ ข้างกายองค์ชายเก้ามีคนสนิทกี่คน?"

เซี่ยอานหน้าเจื่อน ชูสองนิ้วขึ้นมา

"แค่สองคน?" เหลียงชิวอู่อึ้ง พึมพำ "รวมเจ้าด้วยก็แค่สามคน คนแค่นี้..."

"รวมข้าแล้ว สองคน..." เซี่ยอานเหงื่อตก

"..." เหลียงชิวอู่อ้าปากค้าง มองเซี่ยอานตาปริบๆ ท่าทางน่ารักดี แต่สายตาที่เหมือนมองคนปัญญาอ่อนนั่น ทำเอาเซี่ยอานอายแทบแทรกแผ่นดินหนี

"ข้าว่า ข้าจัดการเรื่องข้าราชการให้เจ้าดีกว่า!"

แม้จะฟังดูเหมือนปรึกษา แต่ในน้ำเสียงไม่มีความหมายว่าจะปรึกษาเลย เห็นชัดว่านางไม่เชื่อน้ำยาองค์ชายเก้าของเซี่ยอานสักนิด

สำหรับนิสัยพูดคำไหนคำนั้นของเหลียงชิวอู่ เซี่ยอานเริ่มชินแล้ว รีบอธิบาย "ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสซะทีเดียว! เจ้าลองคิดดู ตอนนี้บรรดาองค์ชายในราชสำนัก ที่มีอำนาจมากที่สุด ก็มีแค่ไอ้รัชทายาทสารเลวหลี่เหว่ย องค์ชายสี่หลี่เม่าทางเหนือ แล้วก็องค์ชายแปดหลี่เสียนที่อยู่เจียงหนาน สามคนนี้คานอำนาจกันอยู่ เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เทียบกันแล้ว องค์ชายคนอื่นๆ ก็แค่แสงหิ่งห้อย ไม่น่าสนใจ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้าหลี่โซ่ว แต่เพราะแบบนั้นแหละ ถึงมีโอกาส!"

"ยังไง?"

"เจ้าก็รู้ ไอ้รัชทายาทสารเลวนั่นปกติวางก้ามใหญ่โต ไม่เห็นหัวองค์ชายคนอื่น แต่พอได้ยินว่าองค์ชายสี่จะกลับเมืองหลวง ก็กลัวหัวหด นี่แสดงว่า มันกลัวองค์ชายสี่หลี่เม่า..."

"แน่นอนอยู่แล้ว!" เหลียงชิวอู่พยักหน้า "องค์ชายสี่หลี่เม่ากุมกำลังพลนับแสนทางเหนือ เป็นขวัญใจกองทัพ ส่วนรัชทายาท... ส่วนรัชทายาท แม้จะมีอิทธิพลในเมืองหลวง แต่ก็มีแค่พวกขุนนางแก่ๆ กับเชื้อพระวงศ์หนุนหลัง ส่วนองค์ชายแปดหลี่เสียน บารมีในเจียงหนานยังเหนือกว่าฮ่องเต้ซะอีก เจียงหนานเป็นแดนเถื่อน คนเก่งคนกล้าเยอะแยะ ทางการปราบเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่องค์ชายแปดกลับเอาอยู่ ทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมต่างยอมสยบ... ที่เจ้าพูดมา มันเกี่ยวอะไรกับองค์ชายเก้า?"

"หึหึ" เซี่ยอานแกล้งหัวเราะ ลดเสียงลง ทำหน้าเจ้าเล่ห์ "ใต้ฐานเทียนย่อมมืดมิด ความสนใจของรัชทายาทหลี่เหว่ย ย่อมพุ่งเป้าไปที่องค์ชายสี่กับองค์ชายแปด ใครจะมาสนใจคนอื่น? ยิ่งองค์ชายเก้าที่ไม่มีอำนาจอะไรเลย ยิ่งไม่อยู่ในสายตา?"

"..." เหลียงชิวอู่เผยอปาก แล้วหุบลง แววตาที่มองเซี่ยอานฉายแววทึ่ง

เซี่ยอานไม่ทันสังเกต พูดต่อ "พูดกันตรงๆ ตอนนี้องค์ชายสี่กับองค์ชายแปด คือเป้านิ่งชั้นดี ดึงดูดความสนใจทั้งหมดของรัชทายาทหลี่เหว่ย สิ่งที่เราต้องทำ คือแทรกตัวอยู่ระหว่างสามขั้วอำนาจนี้ ซ่อนคมในฝัก สะสมกำลังเงียบๆ ถึงเวลาจำเป็น ก็ร่วมมือกับองค์ชายที่อ่อนแอกว่า ล้มคนที่แข็งแกร่งที่สุดก่อน..."

"ล้มองค์ชายสี่หลี่เม่า?" เหลียงชิวอู่ทำหน้าลำบากใจ

เซี่ยอานอึ้ง พูดแปลกๆ "ดูยังไงตอนนี้รัชทายาทหลี่เหว่ยก็แกร่งสุดไม่ใช่เหรอ? องค์ชายสี่ทหารเยอะก็จริง แต่ก็เป็นแค่ขุนนาง แต่รัชทายาท คือว่าที่ฮ่องเต้นะ!"

"อืม ข้าลืมคิดไป ว่าต่อ!" เหลียงชิวอู่พยักหน้า ความลำบากใจจางหายไป

"ตามที่ข้าเดา องค์ชายสี่กับองค์ชายแปดก็น่าจะคิดแบบนี้ ดังนั้นพวกเขามีโอกาสสูงที่จะจับมือกันจัดการรัชทายาท พอล้มรัชทายาทได้ ก็จะเหลือแค่สองเสือ ช่วงชิงความเป็นใหญ่ ส่วนองค์ชายคนอื่น ก็จะกลับมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นเดียวกัน ถึงตอนนั้นแหละ คือศึกชิงบัลลังก์ของจริง!"

"อย่างนี้นี่เอง!" เหลียงชิวอู่พยักหน้า ชมจากใจ "ข้าประเมินเจ้าต่ำไปอีกแล้ว ดีมาก ดีมาก... นี่คือกุศโลบายที่เจ้าวางไว้ให้องค์ชายเก้าสินะ?"

ผิดคาด เซี่ยอานเกาหัวแก้เขิน ยิ้มแหยๆ "ข้าก็อยากตอบว่าใช่นะ แต่จริงๆ แล้ว เป็นไอ้หมอนั่นที่ชื่อหวังตั้นเป็นคนพูด..."

"หวังตั้น?"

"อ่า เมื่อก่อนเป็นกุนซือของรัชทายาทหลี่เหว่ย มีครั้งหนึ่งข้ากับหลี่โซ่วไปงานเลี้ยง ไอ้รัชทายาทสารเลวมันพูดจาดูถูกหลี่โซ่ว ข้าทนไม่ไหวเลยเหน็บแนมมันไปหน่อย รัชทายาทกลัวเสียหน้า เลยให้กุนซือมาประลองปัญญากับข้า ข้าฟลุ๊คชนะมาได้ ข้ากับหลี่โซ่วรอดตัวไป แต่ซวยพวกกุนซือ โดนรัชทายาทที่กำลังโกรธจัดไล่ออกจากจวน ตัดอนาคตทางราชการ ห้ามใครจ้างงาน หนึ่งในนั้นก็มีหวังตั้น... จำได้ว่าช่วงตรุษจีนปีนี้มั้ง ข้ากับหลี่โซ่วออกไปล่าสัตว์ ขากลับเจอหวังตั้นที่ไม่มีหน้ากลับบ้านเกิด กะจะนอนรอความตายอยู่ข้างถนนในเมืองจี้จิง ก็เลยเก็บกลับจวนมา..."

"เป็นเช่นนี้เอง" เหลียงชิวอู่พยักหน้าเข้าใจ แล้วถอนหายใจ "เป็นถึงรัชทายาท ว่าที่กษัตริย์ แต่ใจคอคับแคบ เพียงเพราะความพ่ายแพ้แค่ครั้งเดียว ก็ทำร้ายคนสนิท บีบคั้นบัณฑิตผู้มีความรู้ ไม่ใช่วิสัยของนายเหนือหัวที่ดีเลย..."

พูดจบ นางเปลี่ยนน้ำเสียง มองเซี่ยอานจริงจัง "คนที่เป็นกุนซือให้รัชทายาทได้ ย่อมต้องมีความรู้ความสามารถของจริง แต่ถึงอย่างนั้น คนของพวกเจ้าก็ยังน้อยไป... เอาเถอะ ในเมื่อเจ้ามีปณิธาน ข้าเป็นภรรยาก็ไม่ควรขัดศรัทธา เจ้าทำตามที่เจ้าคิดเถอะ เพียงแต่ ทำอะไรต้องเผื่อทางหนีทีไล่ไว้บ้าง อย่าทำอะไรจนสุดทาง ข้าจะได้แอบช่วยเจ้าได้..."

"เอ่อ ขอบใจนะ..." เซี่ยอานยิ้มแห้ง ขอบคุณ

"เจ้าเป็นสามีในอนาคตของข้า สมควรแล้ว!" หญิงสาวกำลังจะพูดต่อ ทันใดนั้นสาวใช้คนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามารายงาน "คุณหนู คุณหนูจ่างซุนมาขอพบเจ้าค่ะ..."

เซี่ยอานสังเกตเห็นชัดเจนว่า สีหน้าของเหลียงชิวอู่เคร่งขรึมลงทันที

"นางมาทำไม?" บ่นอุบอิบ เหลียงชิวอู่พยักหน้า บอกสาวใช้ "เชิญนางไปที่เรือนรับรองด้านหน้า เสิร์ฟชาชั้นดี ห้ามเสียมารยาท!"

"เจ้าค่ะ คุณหนู!" สาวใช้รับคำแล้วถอยออกไป

อาศัยจังหวะที่เหลียงชิวอู่กำลังขมวดคิ้วใช้ความคิด เซี่ยอานกระซิบถามอีอีข้างๆ

"อีอี คุณหนูจ่างซุนอะไรนั่นเป็นใครเหรอ?"

"เป็นเพื่อนสนิทคุณหนูเจ้าค่ะ..." อีอีกระซิบตอบ

เพื่อนสนิท? เพื่อนสาวคนสนิทเนี่ยนะ? ดูยังไงก็ไม่น่าใช่มั้ง? เซี่ยอานแอบสังเกตสีหน้าเหลียงชิวอู่ ทันใดนั้น เหลียงชิวอู่สูดหายใจเข้าลึก พูดเสียงขรึม "อีอี ตามข้าไปเรือนหน้า!"

พูดจบ นางหันมามองเซี่ยอาน สั่งเสียงเด็ดขาด "เจ้ากลับห้อง ห้ามออกมา!"

เอ๋? หมายความว่าไง?

เห็นเหลียงชิวอู่เปลี่ยนท่าที สั่งให้เขาหลบอยู่ในห้องเสียงแข็ง เซี่ยอานนอกจากจะงงแล้ว ยังเริ่มไม่พอใจนิดๆ

เมื่อกี้ยังผัวๆ เมียๆ อยู่เลย เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว? ให้คนเห็นไม่ได้หรือไง? หรือว่ากลัวข้าจะทำเจ้าขายหน้า? ไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าจะแต่งงานกับสามัญชน?

ยิ่งคิดเซี่ยอานก็ยิ่งหงุดหงิด

ฮึ! ห้ามไป ข้าก็จะไป!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - พอมีประสบการณ์แล้ว อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว