- หน้าแรก
- ยอดชายนายกะล่อน กับ ฮูหยินจอมพลัง
- บทที่ 11 - ก่อกรรมทำเข็ญ ย่อมหนีไม่พ้นกรรม
บทที่ 11 - ก่อกรรมทำเข็ญ ย่อมหนีไม่พ้นกรรม
บทที่ 11 - ก่อกรรมทำเข็ญ ย่อมหนีไม่พ้นกรรม
บทที่ 11 - ก่อกรรมทำเข็ญ ย่อมหนีไม่พ้นกรรม
หนึ่งชั่วยามต่อมา เซี่ยอานกับเซี่ยงชิงเดินเข้าไปในหอนางโลมชื่อ "ฮวาจวง" ที่ถนนจั่วอาน เลือกห้องที่ดีที่สุด นั่งดื่มเหล้าคุยกันอย่างถูกคอ
"เมื่อกี้พี่สามทำเอาข้าตกใจแทบแย่ หัวใจจะวายตาย!" ยกแก้วเหล้าขึ้นคารวะ เซี่ยอานบ่นอุบอย่างไม่จริงจังนัก
"ฮ่าๆๆ งั้นพี่ชายขอไถ่โทษน้องชายตรงนี้เลยแล้วกัน!" เซี่ยงชิงหัวเราะร่า ยกแก้วเหล้ากระดกหมดแก้วในรวดเดียว ท่าทางองอาจสมชายชาตรี
"พี่สามคอแข็งจริงๆ!" เซี่ยอานยกนิ้วโป้งชม แล้วดื่มตามจนหมดแก้ว ก่อนจะวางแก้วลง ทำหน้าสงสัย "คำเตือนของพี่สาม ข้าจดจำใส่ใจไม่กล้าลืม แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งไม่เข้าใจ หวังว่าพี่สามจะช่วยไขข้อข้องใจ..."
"หือ?" เซี่ยงชิงรินเหล้าให้เซี่ยอาน ยิ้มถาม "สงสัยเรื่องอะไร?"
เซี่ยอานมองเซี่ยงชิงที่รินเหล้าให้ตัวเอง แล้วพูดแปลกๆ ว่า "ดูจากสีหน้าพี่สามเมื่อกี้ ไม่เหมือนแกล้งทำ แต่ทำไมสองวันก่อน ตอนที่พี่รองเฉินกังบุกเข้าไปในจวนอ๋องจะฆ่าข้า พี่สามกับพี่ใหญ่เหยียนไคถึงไปห้ามไว้ทันเวลาล่ะ?"
เซี่ยอานหมายถึงวันที่สองหลังจากที่เขาได้เสียกับเหลียงชิวอู่... วันนั้นก็เหมือนทุกวัน เซี่ยอานนอนตื่นสายตะวันโด่งอยู่ในห้องที่จวนอ๋องอันเล่อ จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามา คนนำทีมคือรองแม่ทัพเฉินกังที่เพิ่งเจอเมื่อกี้นี้
ตอนนั้นเซี่ยอานยังไม่รู้ว่าพวกใส่เกราะดำผูกผ้าแดงที่คอพวกนี้เป็นทหารหน่วยไหน กำลังจะอ้าปากถาม ก็โดนเฉินกังลากลงจากเตียงซ้อมจนน่วม สุดท้ายถึงขั้นชักดาบจะฟันคอเขา
โชคดีที่เหยียนไคกับเซี่ยงชิงตามมาทัน แย่งตัวเซี่ยอานมาจากมือเฉินกัง ทั้งสามคนซัดกันนัวเนียจนห้องเซี่ยอานแทบพังราบ ในที่สุดเหยียนไคกับเซี่ยงชิงก็สยบเฉินกังได้ แล้วลากตัวกลับไป
วันต่อมา เซี่ยงชิงก็ได้รับคำสั่งจากเหลียงชิวอู่ให้มาขอขมาหลี่โซ่วและเซี่ยอานเรื่องความใจร้อนของเฉินกัง และวันนั้นเองที่เซี่ยอานได้รู้จักกับเซี่ยงชิง รองแม่ทัพแห่งค่ายเทพยุทธ์ที่ปกติคงไม่มีวาสนาได้เจอกัน
"อ๋อ น้องชายหมายถึงเรื่องนั้น..." เซี่ยงชิงถือแก้วเหล้าทำท่านึก แล้วส่ายหน้า "น้องชายไม่รู้อะไร ท่านแม่ทัพเห็นพวกเราเป็นเหมือนพี่น้อง มีเรื่องสำคัญอะไรก็เรียกพวกเราไปปรึกษา หลังจากงานเลี้ยงวันนั้น นางเรียกพวกเราสี่คนเข้าจวน บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด น้องชายเอ๋ย พวกเราตอนนั้นแทบอกแตกตายด้วยความโกรธ..."
"ฮะ ฮ่าๆ..." เซี่ยอานยิ้มแห้ง หดคอหนี
"ตอนนั้นพี่รองเฉินกังจะพุ่งไปฆ่าเจ้าที่จวนอ๋องเดี๋ยวนั้นเลย แต่ท่านแม่ทัพห้ามไว้ และสั่งเด็ดขาดว่าห้ามพวกเราวู่วาม ตอนนั้นข้าเห็นสีหน้าพี่รองตอนเดินออกไป ก็รู้ว่าแกกลืนความแค้นนี้ไม่ลง วันรุ่งขึ้นหลังเช็คชื่อ พี่รองก็เรียกพรรคพวกในค่ายหายตัวไป ข้ารู้ทันทีว่าท่าไม่ดี เลยรีบชวนพี่ใหญ่เหยียนไคตามไปที่จวนอ๋อง แล้วก็เป็นอย่างที่เห็น... แต่พูดตามตรงนะ ถ้าท่านแม่ทัพไม่ได้สั่งไว้ก่อนว่าห้ามทำร้ายเจ้า น้องชายคิดว่าจะมีชีวิตรอดมานั่งอยู่ตรงนี้เหรอ?"
เซี่ยอานยิ้มขื่น "ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณพี่สามที่ช่วยชีวิต..."
"ข้าบอกแล้วไง ไม่ใช่พวกข้าที่ไว้ชีวิตเจ้า ท่านแม่ทัพต่างหาก... คืนนั้น ท่านแม่ทัพบอกว่า ยอมเสียความบริสุทธิ์ให้เจ้า ยังดีกว่าให้ไอ้รัช... ให้ไอ้สารเลวนั่นสมหวังในแผนชั่ว..."
พูดถึงตรงนี้ แววตาเซี่ยงชิงฉายแววอำมหิต กัดฟันด่า "นึกไม่ถึงจริงๆ เป็นถึงองค์รัชทายาท ว่าที่กษัตริย์ กลับทำเรื่องต่ำช้าสามานย์ได้ลงคอ!"
"พี่สามด่าได้ถูกต้อง!" เซี่ยอานผสมโรงอย่างร้อนตัว ก่อนจะถาม "แต่พี่สาม ข้าได้ยินว่านางก็เป็นคนสำคัญในกองทัพ ทำไมหลี่เหว่ยถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?"
เซี่ยงชิงขมวดคิ้ว ตอบเสียงเครียด "สาเหตุก็เพราะช่วงนั้นมีข่าวลือในเมืองจี้จิงว่า องค์ชายสี่กำลังจะกลับเมืองหลวง... น้องชายคงเคยได้ยินใช่ไหม?"
"นักรบอันดับหนึ่งแห่งต้าโจว? อ๋องเซี่ยงหลี่เม่า?"
"ใช่!" เซี่ยงชิงพยักหน้า มองซ้ายมองขวาแล้วลดเสียงลง "พูดกันตามตรง วันนั้นที่องค์รัชทายาทหลี่เหว่ยจัดงานเลี้ยงเชิญขุนนาง ไม่ใช่เพื่อฉลองชัยชนะให้องค์ชายสี่หรอก แต่เป็นเพราะเขาได้ยินข่าวลือว่าองค์ชายสี่จะกลับมา..."
"หมายความว่า?"
"หลี่เหว่ยเป็นรัชทายาท มีอำนาจในเมืองหลวงก็จริง แต่เทียบกับองค์ชายสี่แล้วยังห่างชั้น องค์ชายสี่หลี่เม่าเป็นผู้นำทางทหาร กุมกำลังพลนับแสนทางชายแดนเหนือ ถ้ากลับมาเมืองหลวงเมื่อไหร่ ย่อมสั่นคลอนตำแหน่งรัชทายาทของหลี่เหว่ยแน่ๆ ดังนั้นหลี่เหว่ยเลยต้องรีบดึงตัวแม่ทัพนายกองที่มีอำนาจในมือมาเป็นพวก ก่อนที่องค์ชายสี่จะกลับมา..."
"นางก็เป็นหนึ่งในนั้น?"
"อืม!" เซี่ยงชิงพยักหน้า แล้วแก้คำพูด "ต้องบอกว่า ท่านแม่ทัพคือตัวแปรที่สำคัญที่สุด น้องชายคงเคยได้ยินว่า หลายปีก่อนค่ายเทพยุทธ์ของเราเคยติดตามองค์ชายสี่หลี่เม่าขึ้นเหนือไปทำศึก..."
"เคยได้ยิน ไล่พวกนอกด่านถอยไปหลายร้อยลี้..."
"ฮ่าๆๆ" พอพูดถึงเรื่องนี้ เซี่ยงชิงก็อดภูมิใจไม่ได้ แต่แล้วหน้าก็เครียดลง "ปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้แหละ สี่กองกำลังพิทักษ์เมืองหลวง ตามกฎแล้วห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการสืบราชสมบัติ แต่เพราะเคยร่วมรบกันมา หลายคนเลยมองว่าค่ายเทพยุทธ์ของเราเป็นขั้วอำนาจขององค์ชายสี่หลี่เม่า อีกอย่าง ความสามารถทางการรบของท่านแม่ทัพ ก็ทำให้พวกผู้ชายอย่างเรายังต้องทึ่ง เพราะงั้น หลี่เหว่ยถึงต้องยอมเสี่ยงทำเรื่องบัดสี เพื่อจะกำจัดเสี้ยนหนามนี้ เริ่มจากพูดดีๆ ถ้าท่านแม่ทัพไม่ยอม ก็ใช้เล่ห์กล..."
เขาเลียริมฝีปาก พูดเสียงเย็น "โง่เขลาสิ้นดี! หลี่เหว่ยไม่คิดบ้างเลยว่า ถ้ามันทำสำเร็จจริงๆ... เมืองจี้จิงคงได้ลุกเป็นไฟ!"
"หมายความว่าไง?" เซี่ยอานงง ในใจคิด หรือว่าค่ายเทพยุทธ์จะก่อกบฏ?
เซี่ยงชิงอ้าปากจะพูด แต่แล้วก็หัวเราะเบาๆ เปลี่ยนเรื่อง "ช่างเถอะๆ อย่าพูดถึงมันเลย ในเมื่อน้องชายเข้าออกจวนได้อย่างเปิดเผย แสดงว่าตกลงกับท่านแม่ทัพเรียบร้อยแล้ว วันหน้าได้เป็นท่านเขย ข้าคงต้องฝากเนื้อฝากตัวกับน้องชายแล้วล่ะ!"
"พี่สามล้อเล่นแล้ว..." เซี่ยอานยิ้มแห้ง เขารู้สึกตะหงิดๆ ว่าเซี่ยงชิงยังมีเรื่องปิดบังเขาอยู่
"ล้อเล่นที่ไหนกัน!" เซี่ยงชิงโบกมือ ดื่มเหล้าหมดแก้ว แล้วเช็ดปาก มองห้องที่เงียบเหงาที่มีแค่พวกเขาสองคน ขมวดคิ้ว "กินเหล้าแบบนี้จืดชืดแย่!"
พูดจบเขาก็ลุกไปเปิดประตู ตะโกนลั่น "เถ้าแก่! เถ้าแก่! เรียกสาวงามมาปรนนิบัติพี่น้องข้าหน่อย!"
"พี่สาม จะดีเหรอ?" เซี่ยอานถูมือ แกล้งทำเป็นเกรงใจ
"กลัวอะไร แค่มานั่งดริ๊งก์เป็นเพื่อน! เจ้าไม่พูด ข้าไม่พูด ใครจะไปรู้?" เซี่ยงชิงหันมาขยิบตาให้ ทั้งคู่มองตากันแล้วยิ้มอย่างรู้กัน
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนรับรองจวนตงกั๋วกง เฉินกังที่รออยู่นาน ในที่สุดก็ได้พบเหลียงชิวอู่ที่เพิ่งตื่นจากนอนกลางวัน
"ท่านแม่ทัพ..."
"ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในค่าย ไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่ทัพ..." เหลียงชิวอู่โบกมือ เชิญเฉินกังนั่ง
"ขอรับ!" เฉินกังรับคำ นั่งลงหลังจากขอบคุณ อีอีที่คอยรับใช้อยู่ข้างๆ ยกน้ำชามาเสิร์ฟ
"ขอบใจ..." รับถ้วยชามา เฉินกังประสานมือขอบคุณ ในฐานะคนเก่าคนแก่ของจวน เขาจะไม่รู้อนาคตของอีอีได้ยังไง
"พี่รองเฉิน ท่านมาหาข้าแบบนี้ แสดงว่าได้เรื่องแล้วใช่ไหม?" เหลียงชิวอู่นั่งที่ประธาน จิบชาแล้วถามเสียงเรียบ
"ขอรับ คุณหนู!" เฉินกังพยักหน้า วางถ้วยชา ประสานมือรายงาน "ข้าสืบรู้แล้ว คนที่มาด้อมๆ มองๆ เฝ้าดูจวนเราเมื่อคืน เป็นคนของจวนหนานกั๋วกงขอรับ!"
"อะไรนะ?" เหลียงชิวอู่แปลกใจ ขมวดคิ้ว "เข้าใจผิดหรือเปล่า? จวนหนานกั๋วกงกับจวนเราสนิทสนมกันดี ไม่มีเหตุผลที่จะส่งคนมาจับตาดู..."
"ตอนแรกข้าก็สงสัยเหมือนกัน เลยให้ลูกน้องที่ไว้ใจได้แอบตามไป ลูกน้องข้าเห็นกับตาว่าพวกมันกลับไปรายงานที่จวนหนานกั๋วกง..."
"แปลกจริง!" เหลียงชิวอู่ลุกขึ้น เดินงุ่นง่านไปมาในห้อง "ตระกูลลวี่แห่งจวนหนานกั๋วกง คบหากับตระกูลเหลียงชิวเรามาหลายชั่วอายุคน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายสิบปีในราชสำนัก ไม่มีเหตุผลต้องส่งคนมาสอดแนม... รู้ไหมว่าทำไม?"
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบ ให้ข้าพาลูกน้องไปจับตัวมาสอบสวนสักคนไหมขอรับ?"
"อย่า!" เหลียงชิวอู่ยกมือห้าม ส่ายหน้าพูดอย่างใจเย็น "อย่าให้เรื่องเล็กน้อยมาทำลายมิตรภาพหลายสิบปี ไว้รอจังหวะเหมาะๆ ข้าจะไปถามท่านลุงลวี่เอง..."
"ขอรับ! งั้นข้าจะไปสั่งให้ถอนกำลังกลับ จะได้ไม่เกิดเรื่องบานปลาย!"
"อืม!" เหลียงชิวอู่พยักหน้า นั่งลงที่เดิม แต่เห็นเฉินกังยังไม่ไป ก็ถาม "พี่รองเฉินยังมีอะไรอีกหรือ?"
เฉินกังทำหน้าลังเล ก่อนจะถาม "คุณหนู ท่านคิดจะแต่งงานกับไอ้คนไร้ยางอายนั่นจริงหรือขอรับ?"
เหลียงชิวอู่อึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าเฉินกังหมายถึงเซี่ยอาน ขมวดคิ้วถาม "ท่านเจอเขาแล้ว?"
"ไม่ได้ทำร้ายเขาใช่ไหม?"
เฉินกังรู้นิสัยเจ้านายดี ไม่กล้าปิดบัง เล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟังหมดเปลือก ตั้งแต่เรื่องที่เขาชักดาบใส่ จนถึงเรื่องที่เซี่ยงชิงมาขวางไว้ เหลียงชิวอู่ฟังไปเดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็คลายออก
"พี่รองเฉิน ข้ากับเขาสาบานต่อหน้าบรรพชนแล้ว เรื่องนี้ท่านอย่าเข้ามายุ่งอีก ถ้าท่านทำร้ายเขา ก็เท่ากับทำร้ายข้า..."
เฉินกังตาโต อ้าปากค้าง สุดท้ายก็พยักหน้าแรงๆ รับคำ "ข้าเข้าใจแล้ว! งั้นข้าขอตัวลา?"
"อืม!" เหลียงชิวอู่พยักหน้า จู่ๆ ก็นึกอะไรได้ ยกมือเรียก "เดี๋ยว! พี่รองเฉิน ท่านบอกว่าท่านมากับเซี่ยงชิง?"
"ใช่ขอรับ" เฉินกังที่เดินไปถึงประตูหันกลับมา "วันนี้ไม่ใช่เวรเจ้าเซี่ยงชิง มันว่างเลยมาเป็นเพื่อนข้า..."
"แล้วตัวเขาไปไหน?"
"เอ่อ..." เฉินกังมองซ้ายมองขวา ยิ้มแห้งๆ "คงไปหาเหล้ากินมั้งขอรับ ไอ้นั่นมันอยู่นิ่งได้ที่ไหน..."
"อ้อ" เหลียงชิวอู่ไม่ได้ติดใจ โบกมือ "ไม่เป็นไร พี่รองเฉินไปเถอะ!"
"ลาล่ะขอรับ!"
มองแผ่นหลังเฉินกังเดินจากไป เหลียงชิวอู่บิดขี้เกียจ กำลังจะลุกกลับเรือนหลัง แต่เห็นอีอีทำหน้าแปลกๆ
"อีอี? เป็นอะไร?"
อีอีเงยหน้า กระซิบเสียงเบา "บ่าวกำลังคิดว่า รองแม่ทัพเซี่ยงจะพาตาท่านเขยไปกินเหล้าด้วยหรือเปล่า... ดูเหมือนรองแม่ทัพเซี่ยงกับท่านเขย จะสนิทกันอยู่นะเจ้าคะ..."
"แล้วยังไง?" เหลียงชิวอู่ไม่เข้าใจ
อีอีกัดปาก พูดเสียงอ่อย "คุณหนูก็รู้ รองแม่ทัพเซี่ยงกินเหล้าทีไร เมาเละเทะไม่รู้เรื่องทุกที อีกอย่าง สถานที่ที่รองแม่ทัพเซี่ยงชอบไป..."
นางพูดไม่จบ เพราะเห็นใบหน้าสวยๆ ของเจ้านาย เริ่มมีไอแห่งความโกรธพวยพุ่งออกมา
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอีอี เหลียงชิวอู่หน้าบึ้งเดินไปที่โต๊ะติดผนัง คว้าดาบยักษ์ที่วางอยู่บนแท่นไม้ด้วยมือเดียว
"ตึง!"
ปลายปลอกดาบยักษ์กระแทกพื้นเสียงดัง ปลายอีกด้านสูงเลยหัวเหลียงชิวอู่ไปอีก
ยกดาบยักษ์ขึ้นเหน็บเอวด้วยมือเดียว สีหน้าของผู้หญิงคนนี้ มืดมนจนน่ากลัว
"อีอี ไป!"
"จะ... เจ้าค่ะ..."
[จบแล้ว]