เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - การพูดคุย

บทที่ 4 - การพูดคุย

บทที่ 4 - การพูดคุย


บทที่ 4 - การพูดคุย

"เซี่ยอาน!"

ท่ามกลางความเงียบภายในห้อง เสียงของผู้หญิงที่เจือแววหงุดหงิดดังขึ้น

"หือ?" เซี่ยอานสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เหลียงชิวอู่ แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายเทพยุทธ์และเจ้าของจวนตงกั๋วกง

แย่ละสิ... มัวแต่นึกถึงอดีตเพลินไปหน่อย ที่นางพูดมาเมื่อกี้ไม่ได้ฟังเลยสักนิด ทำไงดีล่ะทีนี้

ทั้งสองจ้องตากันโดยไม่มีใครพูดอะไร

เมื่อเห็นว่าแววตาหงุดหงิดของเหลียงชิวอู่เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เซี่ยอานก็เหงื่อแตกพลั่ก เขาตระหนักว่าต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อกู้สถานการณ์

"เอ่อ... กินข้าวยัง?"

เหลียงชิวอู่ชะงักไป มองเซี่ยอานราวกับมองคนปัญญาอ่อน จ้องอยู่นานสองนานกว่าจะเอ่ยเสียงขรึม "มื้อเช้าหรือมื้อเที่ยง?"

เซี่ยอานที่นึกว่านางจะไม่คุยด้วยแล้ว พอได้ยินเสียงตอบก็เหมือนเจอระฆังช่วยชีวิต รีบตอบกลับทันควัน "ดะ... ได้หมดแหละ!"

"ยัง!" เหลียงชิวอู่ตอบสั้นๆ น้ำเสียงเด็ดขาด

"..."

ท่าไม่ดีแล้วแฮะ... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป... ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อกู้บรรยากาศกลับมา...

แต่ในขณะที่เซี่ยอานกำลังขบคิดหาทางออก หญิงสาวตรงหน้าก็หมดความอดทนเสียก่อน

"ทำไมไม่ตอบคำถามข้า?"

"อะไรนะ?" วินาทีที่ปากไวตอบรับไป เซี่ยอานก็รู้ตัวทันทีว่าพลาดแล้ว

เป็นไปตามคาด แววตาของเหลียงชิวอู่ฉายแววโกรธเกรี้ยว นางกดเสียงต่ำ "กล้าเมินเฉยต่อคำพูดของข้า นี่เจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่หรือ?"

สิ้นเสียงต่ำๆ นั้น เซี่ยอานก็รู้สึกเหมือนมีแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

"เปล่านะ ไม่ใช่นะ ข้าก็แค่..."

"แค่อะไร?"

"ข้าก็แค่... ยังไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ว่ารองแม่ทัพคู่ใจของอ๋องเซี่ยงหลี่เม่าที่บุกตะลุยแดนเหนือ แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายเทพยุทธ์ จะเป็นสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้..."

"หือ?" แววตาของเหลียงชิวอู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย นางพึมพำทวนคำ "งดงาม... ถึงเพียงนี้?"

ทันใดนั้น คิ้วของนางก็ขมวดมุ่น ตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่น "เจ้ากล้าล้อเลียนข้ารึ?"

สิ้นเสียง สัญชาตญาณความตายก็พุ่งวาบเข้ามาในใจเซี่ยอาน

เฮ้ย? คุยกันอยู่ดีๆ ไหงองค์ลงซะงั้น?

เซี่ยอานมองหญิงสาวด้วยความหวาดผวา แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ

"จะ... เจ้าจะทำอะไร?"

"ผู้ที่หยามข้า ต้องตาย!" เหลียงชิวอู่กัดฟันพูดทีละคำ ค่อยๆ ชักดาบออกจากฝักที่วางพิงโต๊ะอยู่ สายตาที่มองเซี่ยอานเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน

ตาย... งานนี้ตายจริงแน่...

เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากเซี่ยอาน เขาขนลุกซู่ด้วยความกลัวตาย แต่นั่นกลับทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมา ตะโกนด่ากลับไปบ้าง "แม่คุณเอ๊ย เป็นบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย ข้าชมว่าสวยก็หาว่าดูถูก?! ต่อให้จะฆ่ากันจริงๆ ก็ช่วยหาเหตุผลที่มันเข้าท่ากว่านี้หน่อยได้ไหม!"

"สะ... สวย?" รังสีอำมหิตในดวงตาของเหลียงชิวอู่ชะงักกึก นางจ้องหน้าเซี่ยอานอยู่นานก่อนจะถามเสียงเครียด "เจ้า... พูดจริงรึ?"

"ฮึ!" เซี่ยอานถลึงตาใส่ พูดตรงๆ ว่าเมื่อกี้เขาตกใจจนแทบฉี่ราด

"ที่เจ้าพูด เป็นความจริงหรือ? ชมข้าจริงๆ ไม่ได้ล้อเลียนข้าใช่ไหม?" หญิงสาวถามย้ำอีกครั้งโดยไม่สนใจสีหน้าโกรธเคืองของเซี่ยอาน

"ก็เออสิ!" เซี่ยอานตะโกนตอบด้วยความโมโห นาทีนี้เขาไม่สนแล้วว่ากิริยาหยาบคายแบบนี้จะไปกระตุ้นต่อมโหดของนางอีกหรือเปล่า ก็คนมันโมโหนี่หว่า

แต่ผิดคาด หญิงสาวไม่ได้ถือสาความหยาบคายของเขา ตรงกันข้าม รังสีฆ่าฟันในดวงตากลับค่อยๆ จางหายไป หลังจากจ้องหน้าเซี่ยอานอยู่อึดใจใหญ่ นางก็เก็บดาบเข้าฝัก แล้วกล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิด "ขอโทษด้วย ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับข้า ข้านึกว่าเจ้ากำลังเหยียดหยามข้า... เชิญนั่ง!"

เอ๋?

เซี่ยอานเห็นความรู้สึกผิดบนใบหน้าของเหลียงชิวอู่อย่างชัดเจน เขาอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามนาง แล้วถามด้วยความแปลกใจ "จริงดิ? ไม่เคยมีใครชมเจ้าเลยเหรอ?"

เหลียงชิวอู่ส่ายหน้าเรียบๆ

"ทำไมล่ะ?"

"ยังจะถามอีกเรอะ?" หญิงสาวมองเซี่ยอานแปลกๆ ก่อนจะยิ้มขื่น "ไม่ขาวพอ เหตุผลแค่นี้พอไหม?"

"ขาว?" เซี่ยอานชะงัก เพิ่งสังเกตว่าเหลียงชิวอู่หมายถึงสีผิวของนาง ผิดกับสตรีส่วนใหญ่ในยุคนี้ ผิวของนางเป็นสีทองแดงระเรื่อ ไม่ได้ขาวผ่องยาดองเหมือนสาวชาวบ้านทั่วไป ซึ่งคงเป็นเพราะต้องตากแดดตากลมในสนามรบมานานปี

"เจ้าเองก็คงคิดว่ามันน่าเกลียดสินะ..." แววตาของหญิงสาวฉายแววผิดหวังจางๆ

"ไม่นี่..."

"ไม่?" นางเงยหน้าขวับ จ้องเขม็ง

"อืม ข้ากลับคิดว่า..." ภายใต้การจ้องมองของนาง สีหน้าของเซี่ยอานดูแปลกพิกล

เหลียงชิวอู่ไม่ได้ซักไซ้ต่อ แม้จะสังเกตเห็นแววตาหลุกหลิกของเซี่ยอาน แต่ไม่รู้ทำไม นางกลับจับสังเกตอะไรบางอย่างได้จากแววตาของชายหนุ่มตรงหน้า

บางอย่างที่คล้ายกับความชื่นชม... หลงใหล...

แต่ก็นั่นแหละ นางยังไม่ปักใจเชื่อ

"ถ้าเจ้าคิดแบบนั้นจริง ทำไมถึงไม่กล้าสบตาข้า?"

แม่คุณเอ๊ย สายตาเจ้าคมกริบซะขนาดนั้น ใครจะไปทนไหว... คำพูดนี้เซี่ยอานไม่กล้าพูดออกไปแน่ๆ เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆ "เอาเป็นว่าข้าไม่ได้โกหกเจ้า ถึงผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบผู้หญิงผิวขาว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะคิดแบบนั้น!"

"ไม่ใช่ทุกคนงั้นรึ..." เหลียงชิวอู่นิ่งคิด ก่อนจะขมวดคิ้วถาม "แล้วผมล่ะ?"

"ผม?" เซี่ยอานมองผมของนางโดยอัตโนมัติ พอได้มาดูใกล้ๆ ถึงเห็นว่าสีผมของนางไม่ได้ดำขลับเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ออกแดงนิดๆ

ที่แท้นางก็กังวลเรื่องนี้มาตลอดสินะ? เซี่ยอานถึงบางอ้อ มิน่าล่ะเมื่อกี้ถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ที่แท้นางก็มีปมด้อยเรื่องสีผิวกับสีผมที่ไม่เหมือนชาวบ้านนี่เอง

"พิเศษมาก และก็สวยมากด้วย จริงๆ นะ!" เซี่ยอานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังสุดขีด

จ้องหน้าเซี่ยอานอยู่นาน ในที่สุดหญิงสาวก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มจางๆ เพียงแค่มุมปากยกขึ้นนิดเดียว ถ้าเซี่ยอานไม่จ้องอยู่คงไม่ทันสังเกตเห็น

ขอบคุณสวรรค์ รอดตายแล้วกู... เซี่ยอานลูบอกเบาๆ แต่แล้วรอยยิ้มเขาก็ต้องค้างเติ่งในวินาทีถัดมา

"เซี่ยอาน คำชมของเจ้า ข้ารับไว้แล้ว แต่เจ้ายังไม่ตอบคำถามเมื่อครู่ของข้าเลย ทำไมเจ้าถึงผิดสัญญา ไปหลบหัวอยู่ในจวนอ๋องอันเล่อ ไม่ยอมมาพบข้า?"

"..."

ให้ตายสิ ยังจำได้อีกเรอะ! แม่คุณ ความจำจะดีเกินไปแล้วมั้ง?

เซี่ยอานเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ สบเข้ากับดวงตาจริงจังของเหลียงชิวอู่

"เอ่อ... คือเรื่องมันเป็นงี้ ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากมานะ แต่ช่วงนี้งานในจวนอ๋องมันยุ่งมาก..." เซี่ยอานเหงื่อแตกพลั่ก พยายามแถสุดชีวิต

"งานยุ่ง?" เหลียงชิวอู่ขมวดคิ้ว พึมพำด้วยความสงสัย "แล้วทำไมองค์ชายเก้าหลี่โซ่วถึงบอกว่าเจ้าวันๆ เอาแต่นั่งๆ นอนๆ ไม่ทำอะไรเลย..."

องค์ชายเก้า?

เซี่ยอานใจหายวาบ

ไอ้หลี่โซ่ว ไอ้คนทรยศ! ไหนบอกรักกันเหมือนพี่น้อง มีอะไรช่วยกัน... นี่มันแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจเลยนี่หว่า!

อาจจะเพราะเห็นพิรุธของเซี่ยอาน เหลียงชิวอู่ขมวดคิ้วมุ่น แฝงแววโกรธเคือง "เซี่ยอาน หรือว่าเจ้ากำลังโกหกข้า?"

"ขอโทษครับ ขอโทษครับ..." เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา เซี่ยอานก็พนมมือไหว้ปลกๆ

เหลียงชิวอู่มองเซี่ยอานเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม "ข้าเกลียดคนโกหกที่สุด... เห็นแก่ที่เจ้าทำผิดครั้งแรก ข้าจะละเว้นให้สักครั้ง!"

พูดจบ นางก็คลายคิ้วที่ขมวดลง แล้วเริ่มเทศนาด้วยสีหน้าจริงจัง "คนเรานั้น ความซื่อสัตย์ กตัญญู เมตตา สามัคคี มีมารยาท รู้จักยุติธรรม และละอายต่อบาป เป็นสิ่งสำคัญ ห้ามละเลยเด็ดขาด!"

"ครับๆๆ..." เซี่ยอานพยักหน้ารัวๆ

"รับปากแค่ครั้งเดียวก็พอ พูดมากไปมันดูเหมือนเจ้าไม่ได้ใส่ใจ!"

"เอ่อ... ครับ!"

"อืม!" เหลียงชิวอู่พยักหน้าอย่างพอใจ นางรินน้ำชาใส่ถ้วยแล้วจิบ ส่วนเซี่ยอานได้แต่นั่งอึ้ง

นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ย? โดนเทศน์? โดนผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน แถมวุฒิภาวะทางอารมณ์ดูจะเด็กกว่าเทศนาจนเถียงไม่ออก?

ไม่รู้ทำไม เซี่ยอานรู้สึกตะหงิดๆ แปลกๆ พิกล กว่าเขาจะรู้ตัวก็ปาไปอีกหลายวันให้หลัง

"สรุปก็คือ ไม่อยากมาเจอข้าใช่ไหม?" ผ่านไปครู่ใหญ่ หญิงสาวเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

"ไม่ใช่ๆ..." เซี่ยอานรีบส่ายหน้า แต่พอมองสบตาเหลียงชิวอู่ เขาก็นึกถึงเรื่องเมื่อครู่ได้ เลยก้มหน้าเงียบ

"เด็กดีสอนง่าย!" เห็นเซี่ยอานไม่แถต่อ เหลียงชิวอู่ก็รู้สึกพอใจ แต่พอใจไม่ได้แปลว่าถูกใจ

"ทำไมถึงไม่อยากมาเจอข้า? วันนั้นข้าส่งกระดาษให้เจ้า บอกให้อีกสามวันมาหาที่จวน ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ทำไมถึงผิดนัด?"

เมื่อน้ำเสียงของเหลียงชิวอู่เริ่มหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ เซี่ยอานรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุม

แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เขาก็เริ่มรู้แล้วว่าผู้หญิงที่ชื่อเหลียงชิวอู่คนนี้เป็นคนจริงจังมาก ถ้าไม่ตอบ นางก็จะถามอยู่นั่นแหละ และถ้าโกหก จุดจบศพคงไม่สวย...

"ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ไม่กล้า..." กัดฟันตอบแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้า

เขารู้ดีว่าผู้หญิงที่ดูสงบนิ่งคนนี้ เวลาโกรธขึ้นมามันน่ากลัวขนาดไหน วันนั้นสายตาอำมหิตของนางเหมือนมีดนับพันเล่มที่สับความกล้าของเขาจนเละไม่มีชิ้นดี

ก่อนจะมาเจอนาง เซี่ยอานไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงจะมีสายตาที่น่าเกรงขามขนาดนี้ได้

เซี่ยอานลืมไม่ลง วันนั้นภายใต้สายตาพิฆาตของนาง เขาถึงกับเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น

น่าขำไหมล่ะ? ลูกผู้ชายอกสามศอก โดนผู้หญิงจ้องจนเข่าอ่อน...

แต่เซี่ยอานขำไม่ออก เขาพนันเลยว่าต่อให้เป็นคนอื่นมาเจอ ก็คงสภาพดูไม่จืดไปกว่าเขาหรอก

เจ้าหลี่โซ่วพูดถูก แม่คุณคนนี้มันปีศาจชัดๆ ฝีมือพอๆ กับอ๋องเซี่ยงหลี่เม่า เป็นหนึ่งในแม่ทัพที่เก่งกาจที่สุดของต้าโจว!

แล้วเขาก็ดันไปทำเรื่องอย่างว่ากับนางซะแล้ว...

ซวยแล้ว ซวยของจริง...

เขาคิดว่าจำเป็นต้องอธิบายเรื่องวันนั้นอีกรอบ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปาก ประโยคถัดมาของหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้เขาชะงักกึก

"ไม่ว่าจะยังไง เจ้าต้องแต่งเข้าตระกูลเหลียงชิวของข้า! นี่คือเรื่องที่ข้าส่งคนไปเชิญเจ้ามาเพื่อจะบอกในวันนี้!"

เอ๋? หา?? เซี่ยอานตาโต อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - การพูดคุย

คัดลอกลิงก์แล้ว