- หน้าแรก
- ยอดชายนายกะล่อน กับ ฮูหยินจอมพลัง
- บทที่ 3 - ยอดขุนพลหญิงแห่งต้าโจว
บทที่ 3 - ยอดขุนพลหญิงแห่งต้าโจว
บทที่ 3 - ยอดขุนพลหญิงแห่งต้าโจว
บทที่ 3 - ยอดขุนพลหญิงแห่งต้าโจว
และแล้ว... ผลของการหนีก็คือโดนจับตามระเบียบ ไม่มีปาฏิหาริย์ เจ็บตัวฟรีอีกต่างหาก
มองดูทหารค่ายเทพยุทธ์นับร้อยนายที่ล้อมหน้าล้อมหลัง เซี่ยอานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใช้ความหวังริบหรี่สุดท้ายส่งสายตาอ้อนวอนไปทางเหยียนไคกับเซี่ยงชิง "พี่ใหญ่เหยียน พี่สามเซี่ยง น้องชายคนนี้เป็นพลเมืองดีมาตลอด ไม่เคยทำผิดกฎหมาย คดโกงใคร พวกพี่ช่วยเมตตา ปล่อยน้องชายไปเถอะนะ?"
"ในเมื่อไม่ได้ทำผิด แล้วเจ้าจะกลัวอะไร?" เหยียนไค พี่ใหญ่สุดในบรรดาสี่ขุนพลตบไหล่เซี่ยอานเบาๆ แล้วหัวเราะ
"ก็มัน..." เซี่ยอานยิ้มแหย ตั้งท่าจะมุดหนีอีกรอบ แต่เซี่ยงชิงคว้าแขนหมับ กระชากตัวกลับมา จ้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง "มัด!"
"ขอรับ!" ทหารสองนายพุ่งเข้ามาทันที จัดการมัดมือมัดตัวเซี่ยอานจนแน่นหนา จังหวะนั้นเซี่ยงชิงก็สั่งต่อ
"ส่งปลายเชือกอีกด้านมาให้ข้า!"
"ขอรับ!" ทหารพยักหน้า ส่งปลายเชือกที่มัดเซี่ยอานให้ถึงมือเซี่ยงชิง
"พี่สาม ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้มั้ง?!" เซี่ยอานโอดครวญหน้าเศร้า พูดตรงๆ เมื่อกี้เขากะจะเสี่ยงดวง พุ่งชนทหารที่คุมตัวแล้วหนี แต่ไม่นึกเลยว่าเซี่ยงชิงจะลงมาคุมตัวเขาด้วยตัวเอง
ให้ตายเถอะ นั่นมันปีศาจที่หยุดม้าบ้าด้วยมือเปล่านะเว้ย เซี่ยอานไม่คิดหรอกว่าร่างกายบอบบางของเขาจะมีแรงเยอะกว่าม้าตัวนั้น
เซี่ยงชิงปรายตามอง ยิ้มเยาะ "เจ้ามันเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว กันไว้ดีกว่าแก้! เดิน!" พูดจบก็กระตุกเชือกในมือ
แก้แค้น! นี่มันการแก้แค้นชัดๆ!
เห็นสีหน้าสะใจแบบไม่ปิดบังของเซี่ยงชิงแล้ว เซี่ยอานได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
เดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยย่านถนนเฉาหยางมาครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเซี่ยอานก็ถูกลากตัวมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังมหึมาอย่างไม่เต็มใจ
จวนตงกั๋วกงสกุลเหลียงชิว!
สถานที่ที่ไม่มีใครในเมืองจี้จิงไม่รู้จัก แต่สำหรับเซี่ยอาน ที่นี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าถ้ำเสือแดนมังกรเสียอีก
เหยียนไคไม่ได้เข้าไปในจวน แต่หันมาบอกเซี่ยงชิง "เซี่ยงชิง เจ้าพาเขาไปพบท่านแม่ทัพนะ ข้าจะกลับค่ายไปเช็คคลังอาวุธหน่อย"
"อืม!" เซี่ยงชิงรับคำ
เซี่ยอานมองป้ายชื่อจวนตัวทองอร่ามแล้วถอนหายใจยาว จู่ๆ ก็เกิดไอเดีย ฝืนยิ้มพูดว่า "พี่ใหญ่เหยียน พี่สามเซี่ยง ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ช่วยแก้มัดให้หน่อยได้ไหม? มันน่าอายนะ..."
ดูเหมือนจะรู้ทัน เหยียนไคยิ้มให้แต่ไม่สนใจ เดินจากไปดื้อๆ ส่วนเซี่ยงชิงแค่นเสียงเฮอะ กัดฟันพูดใส่หน้าเซี่ยอาน "เจ้าก็รู้จักอายด้วยเรอะ? ข้าเนี่ย รองแม่ทัพค่ายเทพยุทธ์ คุมทหารตั้งสามพัน โดนเจ้าปั่นหัวเป็นลิง วิ่งไล่จับทั่วเมือง... แฮ่กๆ!"
ยิ่งพูดยิ่งของขึ้น จนท้ายประโยคถึงกับหอบหายใจแรง ต้องรู้ก่อนว่าตอนที่เซี่ยงชิงหยุดม้าพยศกลางตลาดเขายังไม่เหนื่อยขนาดนี้ แสดงว่าตอนนี้เขาโกรธจัดจริงๆ
"ข้าผิดไปแล้ว ข้ารู้สำนึกแล้ว..."
"สายไปแล้ว!" เซี่ยงชิงทำหน้าสะใจ กระตุกเชือกในมือ "เจ็บแล้วต้องจำ เจ้ามันเจ้าเล่ห์ ขืนปล่อยตอนนี้ เดี๋ยวก็ไปก่อเรื่องอีก..."
"ไม่หรอกน่า ไม่หรอก..."
"หุบปาก! เดิน!" เซี่ยงชิงยกเท้าถีบก้นเซี่ยอานเบาๆ ทีหนึ่ง
โอย... คนคนนี้ใช้ไม่ได้เลย เจ้าคิดเจ้าแค้นชะมัด...
เหลือบมองเซี่ยงชิงที่ทำหน้าฟิน เซี่ยอานถอนหายใจอย่างปลงตก ยอมเดินเข้าจวนไปแต่โดยดี
อาจจะเพราะเห็นเซี่ยอานดูซึมๆ ไป เซี่ยงชิงเลยเริ่มใจอ่อน เดินเข้าไปกระซิบข้างหู "เอาน่า เลิกทำหน้าเหมือนตูดได้แล้ว ใครใช้ให้เจ้าดื้อตั้งแต่แรกล่ะ? ถ้าเชื่อฟังพี่ชายเดินตามมาดีๆ ก็จบแล้ว ไม่เห็นต้องเจ็บตัวเลย พี่ชายไม่คิดร้ายกับเจ้าหรอก! เอางี้ วันหลังพี่ชายเลี้ยงเหล้า โอเคไหม?"
"ไปที่ไหน?" เซี่ยอานกลอกตา แต่ดูเหมือนจะเริ่มสนใข
"เจ้าว่าไงล่ะ?" เซี่ยงชิงยักคิ้ว ทำท่ารู้กัน
"พูดแล้วนะ!" เซี่ยอานหน้าบานขึ้นมาทันที แต่พอฉุกคิดได้ ก็ถอนหายใจอีกเฮือก ยิ้มขื่นๆ "จะมีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย!"
"พูดจาเหลวไหล ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า!" เซี่ยงชิงหัวเราะ
เดินผ่านลานชั้นนอก ผ่านระเบียงทางเดิน วนไปวนมาราวหนึ่งถ้วยชา เซี่ยงชิงถึงพาเซี่ยอานที่ถูกมัดเป็นแหนมเข้ามาถึงลานชั้นใน
ต้องยอมรับว่าทิวทัศน์ในลานชั้นในนั้นงดงามมาก ทั้งดอกไม้ ศาลาริมน้ำ หอชมวิว แต่ไอ้ชั้นวางอาวุธนานาชนิดที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างลานโล่งนั่นมันช่างขัดหูขัดตาเสียจริง
ฝั่งตรงข้ามลานโล่งคืออาคารสูงสิบสามห้องที่ดูโอ่อ่าอลังการ โดยเฉพาะตึกตรงกลางที่สูงหลายวา ในเมืองต้าโจวที่ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว คงมีแต่บ้านตระกูลใหญ่เท่านั้นถึงจะสร้างได้ใหญ่โตขนาดนี้
"ก๊อกๆๆ!"
มาหยุดหน้าห้องที่ใหญ่ที่สุดทางปีกตะวันออก เซี่ยงชิงเคาะประตูเบาๆ
"เข้ามา!"
เสียงผู้หญิงที่ฟังดูห้าวหาญ ทรงพลัง และเปี่ยมอำนาจดังลอดออกมา
เซี่ยงชิงผลักประตูเข้าไป ลากเซี่ยอานที่หน้าบูดบึ้งตามเข้าไปด้วย ภายในห้อง ตรงโต๊ะทำงาน มีสตรีสวมชุดเกราะนางหนึ่งกำลังถือตำราพิชัยสงคราม นั่งหันข้างให้พวกเขา
"ท่านแม่ทัพ นำตัวคนร้ายมาส่งแล้วขอรับ!" เซี่ยงชิงประสานมือรายงานเสียงเข้ม ถ้าไม่ติดว่ามุมปากแอบกระตุกยิ้มแปลกๆ ล่ะก็นะ
"ดี!" หญิงสาวนางนั้นพยักหน้า ค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเซี่ยอาน
วินาทีนั้น เซี่ยอานต้องยอมรับว่าเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกไปชั่วขณะ เหตุผลมีเพียงข้อเดียว... ผู้หญิงตรงหน้านี้สวย... สวยจนวัวตายควายล้ม
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ภาพความทรงจำตอนเจอนางครั้งแรกก็ผุดขึ้นมา วันนั้นเขาไปงานเลี้ยงฉลองชัยชนะทางเหนือกับอ๋องหลี่โซ่ว...
"หลี่เม่า?"
"ไม่เคยได้ยินชื่อเหรอ?" อ๋องอันเล่อ หลี่โซ่ว มองเซี่ยอานที่ปากมันแผล็บเพราะกินไก่ แล้วส่ายหน้าเบาๆ
"คุ้นๆ อยู่นะ..." เซี่ยอานหยิบผ้าเช็ดปากมาเช็ดคราบมัน ทำท่าครุ่นคิด แล้วจู่ๆ ตาก็ลุกวาว ร้องเสียงหลง "หรือจะเป็นองค์ชายสี่ หลี่เม่า ที่พวกนักเล่านิทานตามโรงน้ำชาชอบพูดถึงว่าออกรบตั้งแต่อายุยังน้อยคนนั้น?"
"ดูท่าเจ้าก็ไม่ได้โง่ดักดานนี่นา!" หลี่โซ่วหัวเราะ ไม่สนสายตาค้อนขวับของเซี่ยอาน แล้วทำหน้าจริงจัง ลดเสียงลง "ใช่แล้ว! เขาคือยอดขุนพลอันดับหนึ่งแห่งต้าโจว อ๋องเซี่ยง หลี่เม่า!"
"อ๋องเซี่ยง?" เซี่ยอานอึ้ง ทำหน้าประหลาด "ถึงกับเอาไปเปรียบเทียบกับฌ้อปาอ๋อง เซี่ยงอวี่ เลยเหรอ..."
"เจ้าไม่รู้หรอกว่าศึกครั้งนั้นมันอันตรายแค่ไหน ไม่แปลกที่จะสงสัย" หลี่โซ่วยิ้มบางๆ แล้วพึมพำ "ตอนนั้นพวกชนเผ่าทางเหนือกว่าแสนคนบุกข้ามพรมแดนมาอย่างดุดัน แค่เดือนเดียวเมืองหน้าด่านสำคัญอย่างอวี๋หยางก็แตก ตามด้วยโยวโจวทั้งแถบ ไฟสงครามลามมาเกือบถึงจี้โจว คนในเมืองหลวงขวัญหนีดีฝ่อ ขุนนางในราชสำนักจนปัญญา แม้แต่เสด็จพ่อยังคิดจะย้ายเมืองหลวงหนี..."
"บ้าน่า ถึงกับจะย้ายเมืองหลวง? เมืองจี้จิงไม่มีทหารเก่งๆ สักกองทัพเลยเหรอ?" เซี่ยอานถามด้วยความตกใจ
หลี่โซ่วขมวดคิ้วดุ "อย่าพูดพล่อยๆ! จี้จิงเป็นเมืองหลวงของต้าโจว จะไม่มีทหารได้ยังไง? เพียงแต่..."
"เพียงแต่?"
"ตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์ต้าโจวมา ในเมืองจี้จิงมีกองกำลังสี่เหล่าทัพที่ไม่เคยถูกเรียกใช้งานในยามปกติ เจ้าเคยได้ยินไหม?"
เห็นหลี่โซ่วเปลี่ยนเรื่อง เซี่ยอานงงเล็กน้อย ส่ายหน้า
"สี่กองทัพนี้บัญชาการโดยทายาทของสี่แม่ทัพผู้ร่วมก่อตั้งแผ่นดิน มีหน้าที่เดียวคือปกป้องเมืองหลวง ไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลมั่วซั่ว และไม่อยู่ในสารบบกองทัพของชาติ ฟังคำสั่งจากฮ่องเต้เพียงผู้เดียว แม้แต่แม่ทัพใหญ่ของแผ่นดินก็สั่งการไม่ได้ ได้แก่ กองทัพบูรพา [ค่ายเทพยุทธ์] กองทัพทักษิณ [ค่ายทะลวงฟัน] กองทัพประจิม [ค่ายคลายทุกข์] และกองทัพอุดร [ค่ายพิทักษ์] แต่ละกองทัพมีกำลังพลราวสองหมื่น... ตอนเกิดศึกทางเหนือ ภาคใต้เมืองหนานหยางเกิดกบฏ กองทัพหลวงถูกส่งไปปราบกบฏหมด แม้แต่กองทัพทักษิณก็ถูกส่งไปช่วย พูดง่ายๆ คือทั้งเมืองจี้จิง นอกจากทหารรักษาวังแล้ว เหลือทหารแค่หกหมื่นนาย ลองคิดดู ถ้าเป็นเจ้า เจ้าจะกล้าทิ้งเมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ร้อยปี แล้วเคลื่อนทัพออกไปเสี่ยงไหม?"
"เอ่อ..."
"ขนาดเจ้ายังลังเล ไม่ต้องพูดถึงขุนนางพวกนั้น ไม่มีใครกล้าเสนอให้ยกทัพไปทางเหนือสักคน ทุกคนคิดแต่จะตั้งรับรักษาเมืองหลวง..."
"แล้วทางเหนือล่ะ..."
"สละเบี้ยรักษาขุน" หลี่โซ่วถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ความคิดขุนนางพวกนั้นเดาไม่ยาก ยอมถอยให้ศัตรูบุกเข้ามาก่อน รอจนปราบกบฏทางใต้เสร็จค่อยกลับไปตีคืน ย่อมปลอดภัยกว่าการทุ่มหมดหน้าตักส่งทหารที่มีอยู่น้อยนิดไปตายทางเหนือ ซึ่งอาจทำให้เมืองหลวงแตกได้... ส่วนชะตากรรมของชาวบ้านทางเหนือ แม้จะมีคนคิดได้ ก็คงไม่มีใครกล้าพูดออกมาในสถานการณ์แบบนั้นหรอก"
เขาพูดพลางส่ายหน้า
"..."
"และตอนนั้นเอง พี่สี่หลี่เม่า เป็นคนเดียวที่ยืนกรานจะออกรบ เขาเกลี้ยกล่อมเสด็จพ่อ จนได้นำกองกำลังส่วนตัวกับกองทัพบูรพาค่ายเทพยุทธ์รวมสองหมื่นห้าพันนายขึ้นเหนือ ไปสู้กับชนเผ่าป่าเถื่อนนับแสน ยื้อยุดกันหลายเดือน จนสังหารข้าศึกไปกว่าครึ่ง ยันศัตรูไว้ที่ชายแดนจี้โจว แล้วอาศัยจังหวะนั้นรุกกลับ ยึดเมืองอวี๋หยางและเมืองสำคัญในโยวโจวคืนมาได้หมด แถมยังบุกตะลุยออกนอกด่าน ไล่ต้อนพวกชนเผ่าถอยร่นไปทางเหนือกว่าสามร้อยลี้ หลังศึกนั้น เสด็จพ่อเลยให้พี่สี่ประจำการที่อวี๋หยาง คุมสถานการณ์ชายแดนเหนือ และแต่งตั้งให้เป็นนักรบอันดับหนึ่งแห่งต้าโจว อ๋องเซี่ยง!"
"โห... สองหมื่นห้าสู้กับเป็นแสน แถมยังชนะขาด..."
แม้จะเป็นแค่คำบอกเล่า แต่เซี่ยอานก็อดทึ่งกับตัวเลขและวีรกรรมนั้นไม่ได้
ในหัวเขาเคยได้ยินเรื่องการชนะศึกด้วยกำลังที่น้อยกว่ามาบ้าง แต่แบบที่ท่านหลี่เม่าทำ ทั้งต้านทาน ตีโต้ กู้ดินแดน แถมยังไล่ล่าศัตรูออกไปนอกด่าน นี่มัน...
"พี่สี่ของท่านนี่ ยอดคนจริงๆ แฮะ..." เซี่ยอานชมจากใจ
หลี่โซ่วยิ้มนิดๆ แล้วมองไปทางประตูตำหนัก พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "ยอดคนยังมีอีกคนนะ... มานั่นแล้ว!"
"เอ๊ะ? อะไรนะ?" เซี่ยอานงง กำลังจะอ้าปากถาม จู่ๆ ท้องพระโรงที่เคยจอแจก็เงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ประตู
"แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพบูรพาค่ายเทพยุทธ์ ท่านแม่ทัพเหลียงชิว มาถึงแล้ว!"
สิ้นเสียงขานชื่อของคนรับใช้หน้าประตู นายพลในชุดเกราะผู้หนึ่งก็ก้าวเท้าเข้ามาในท้องพระโรงอย่างองอาจ
วินาทีนั้น สีหน้าของเซี่ยอานดูตลกพิลึก
ผู้... ผู้หญิง?
[จบแล้ว]