- หน้าแรก
- ยอดชายนายกะล่อน กับ ฮูหยินจอมพลัง
- บทที่ 2 - จุดจบของการหนีก็คือโดนจับ
บทที่ 2 - จุดจบของการหนีก็คือโดนจับ
บทที่ 2 - จุดจบของการหนีก็คือโดนจับ
บทที่ 2 - จุดจบของการหนีก็คือโดนจับ
เอ๊ะ? ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้?
เซี่ยอานมองเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งทับอยู่บนอกของเขา ร้องไห้จ้าเสียงดังลั่น เขาอยากจะตบกบาลตัวเองสักฉาดจริงๆ
ให้ตายสิ! ถึงน้องหนูคนนี้จะเด็กเกินกว่าจะเรียกว่า "วีรบุรุษช่วยสาวงาม" ได้เต็มปาก แต่อย่างน้อยนี่ก็ถือเป็นการผดุงความยุติธรรมไม่ใช่เหรอ? ประโยคเท่ๆ หลังจบภารกิจมันคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การกระทำนี้สมบูรณ์แบบนะเว้ย! สถานการณ์หล่อๆ แบบนี้ ดันพูดผิดคิวซะงั้น? อา... สงสัยชาตินี้เราจะไม่มีวาสนาได้เป็นฮีโร่กับเขาแล้วมั้ง
ยิ่งคิด เซี่ยอานก็ยิ่งรู้สึกปวดหลังจนเริ่มจะชาไปหมดแล้ว ก็เมื่อกี้ตอนกระโดดหลบ เขาเอาหลังลงพื้นเต็มๆ นี่นา แถมแม่หนูน้อยยังนั่งทับอยู่บนอกอีก หายใจก็ลำบากอยู่แล้ว ยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่
พอคิดว่าตัวเองอาจจะขาดใจตายเพราะเด็กตัวกะเปี๊ยกนี่ เซี่ยอานก็รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนออกมา "ลูกเต้าเหล่าใครเนี่ย รีบมาอุ้มออกไปที!"
เสียงตะโกนนั้นเรียกสติชาวบ้านให้กลับคืนมา พร้อมกับเสียงร้องของผู้หญิงคนหนึ่ง สองสามีภรรยาเบียดฝูงชนเข้ามาหาเซี่ยอานอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายหญิงรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมากอดแนบอกแน่น ส่วนฝ่ายชายก็รอจนเซี่ยอานลุกขึ้นยืนได้ แล้วก็คว้ามือขวาของเขาไปเขย่าอย่างแรง พร่ำขอบคุณไม่หยุดปาก
หลังจากกล่าวขอบคุณกันจนน้ำไหลไฟดับ สองสามีภรรยาก็อุ้มลูกสาวที่ยังขวัญเสียเดินจากไป ทิ้งให้เซี่ยอานยืนมองแผ่นหลังของพวกเขาเงียบๆ
"นายเนี่ยน้า... ไม่กลัวตายหรือไง"
ไม่รู้มายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ เซี่ยงชิงเอ่ยถามขึ้น
"ไม่ได้คิดเลยแฮะ..."
"ไม่ได้คิด?" เซี่ยงชิงเลิกคิ้ว
"น่าจะเรียกว่าคิดไม่ทันมากกว่ามั้ง..." เซี่ยอานตอบ สายตาที่มองตามครอบครัวนั้นไปแฝงแววขมขื่นและโดดเดี่ยวจางๆ เหมือนจะมีความอิจฉาปนอยู่นิดๆ
"อย่างนี้นี่เอง" เซี่ยงชิงพยักหน้าเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะตบไหล่เซี่ยอานดังปุ แล้วพูดจากใจจริง "ลูกผู้ชายตัวจริง!"
"ขอบคุณ!" เซี่ยอานยิ้มบางๆ ประสานมือคารวะเซี่ยงชิง "ขุนเขาเขียวขจี สายน้ำไหลริน... ขอลา!"
"โชคดี!" เซี่ยงชิงประสานมือตอบด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แล้วจู่ๆ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเซี่ยอานที่กำลังจะหันหลังกลับ เตรียมชิ่งหนี แล้วพูดเสียงเหี้ยม "คิดว่าข้าจะพูดแบบนั้นเรอะ?!"
"เอ๋?" เซี่ยอานเหงื่อแตกพลั่ก หันกลับมายิ้มแหยๆ สบเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเซี่ยงชิง
"เป็นไงล่ะ ไปกับพี่ชายดีๆ เถอะน่า!"
"มุกนี้ใช้ไม่ได้ผลจริงๆ ด้วยสินะ..." เซี่ยอานถอนหายใจด้วยความเซ็ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นทำเสียงอ้อนวอน "พี่สามเซี่ยง ปล่อยน้องชายไปสักครั้งเถอะนะ ถือว่าทำบุญทำทาน?"
เซี่ยงชิงตาโต ดุใส่ทันที "ถ้าข้าปล่อยเจ้า แล้วใครจะปล่อยข้าหา? ท่านแม่ทัพสั่งคำขาดมา วันนี้ถ้าจับตัวเจ้ากลับไปไม่ได้ พี่ชายคนนี้โดนเล่นงานแน่... อย่ามาลูกไม้ซะให้ยาก!"
"ม้าตัวนั้นยังนอนกองอยู่ตรงนั้นเลย น้องชายตัวเล็กแค่นี้จะไปกล้าหือได้ไง... ไปก็ไปสิ!" เซี่ยอานถอนหายใจอย่างยอมจำนน
"ยอมง่ายๆ แบบนี้แต่แรกก็จบเรื่องแล้ว" เซี่ยงชิงหัวเราะ ปล่อยมือจากไหล่ของเซี่ยอาน แต่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามุมปากของเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าอยู่นั้นกำลังยกยิ้ม
เซี่ยอานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองไปทางด้านหลังของเซี่ยงชิง แล้วจู่ๆ ก็ชี้มือไปบนฟ้าตะโกนลั่น "พี่สาม ดูนั่น จานบิน!"
"อะ... อะไรนะ?" แม้จะงงว่าเป็นบ้าอะไร แต่เซี่ยงชิงก็เผลอหันตามไปมองบนฟ้าโดยสัญชาตญาณ ท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีอะไรผิดปกติ
ซวยแล้ว! เซี่ยงชิงรู้ตัวทันทีว่าพลาดท่า รีบหันขวับกลับมา แต่สายไปเสียแล้ว เซี่ยอานมุดหายเข้าไปในฝูงชนเรียบร้อย
"ไอ้เด็กเวร!"
ใบหน้าหล่อเหลาของเซี่ยงชิงดำทะมึนด้วยความโกรธ เขากระทืบเท้าขวาลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ ชาวบ้านรอบๆ ถึงกับรู้สึกเหมือนพื้นสะเทือน
จังหวะที่เซี่ยงชิงกำลังจะก้าวเท้าออกไล่ล่า จู่ๆ ก็มีมือปริศนามาคว้าไหล่เขาไว้
เซี่ยงชิงหันขวับไปมอง พบว่าเป็นคนขับรถม้าคันเมื่อกี้นั่นเอง
"เจ้าเป็นทหารหน่วยไหนกัน ทำไมถึงไม่รู้กาลเทศะเยี่ยงนี้ ดูสิว่าเจ้าทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้!"
มองตามนิ้วของคนขับรถม้าไป เซี่ยงชิงก็เห็นว่าม้าตัวที่เขาเพิ่งสยบไปเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังคุกเข่าก้มหน้า ตัวสั่นงันงกอยู่กับพื้น
"ปล่อย ข้าไม่มีเวลามาเสวนากับเจ้า!" เห็นเซี่ยอานหนีไปไกลขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวเองกลับโดนคนขับรถม้ารั้งตัวไว้ เซี่ยงชิงย่อมหัวเสียเป็นธรรมดา
ทันใดนั้น เจ้านายในรถม้าก็เลิกม่านออกมา สภาพหน้าตาเปื้อนฝุ่น ดูโกรธจัด "เมื่อครู่เกิดเรื่องอะไรขึ้น? นี่มันเมืองหลวงแท้ๆ ยังมีคนกล้าก่อเหตุอุกอาจกลางถนนอีกรึ?!"
คนขับรถม้ารีบฟ้อง "รบกวนท่านนายท่านแท้ๆ สมควรตายหมื่นครั้ง ความจริงแล้วเป็นเพราะนายทหารผู้นี้..."
"เอ๊ะ? นั่นมันใต้เท้าฉาง รองเจ้ากรมมหาดไทยนี่นา" ชาวบ้านตาดีจำหน้าเจ้าของรถม้าได้ก็ซุบซิบกัน
"นายทหาร?" ใต้เท้าฉางทำหน้าแปลกใจ ขมวดคิ้วมองเซี่ยงชิงแล้วตวาด "เจ้าเป็นทหารสังกัดใคร? ทำไมถึงได้ไร้มารยาทเช่นนี้? รอข้าเข้าเฝ้าพรุ่งนี้เถอะ ข้าจะทูลฟ้องฮ่องเต้ เอาผิดแม่ทัพของเจ้าข้อหาปกครองลูกน้องไม่ดี ปล่อยให้มาก่อความวุ่นวายกลางถนน!"
ไม่แปลกที่ใต้เท้าฉางจะโมโหขนาดนี้ เพราะวันนี้อนุภรรยาของเขากำลังจะคลอดลูก พอเสร็จราชการเช้าเขาก็รีบบิ่งกลับจวน แต่ดันมาเจอเรื่องซวยๆ แบบนี้ ตอนที่เซี่ยงชิงหยุดม้ากะทันหัน ตัวเขาในรถเกือบจะกระเด็นออกมา หัวโขกเข้ากับมุมรถจนตอนนี้ยังปวดตุบๆ อยู่เลย
ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครผิด แต่เดิมเซี่ยงชิงก็กะจะอธิบายดีๆ อยู่หรอก แต่พอเห็นใต้เท้าฉางวางก้ามด่ากราดลามปามไปถึงเจ้านายของเขา คนความอดทนต่ำอย่างเขาก็ของขึ้นทันที เขาควักป้ายประจำตัวออกมาโชว์
"ข้าคือขุนพลแห่งจวนตงกั๋วกง รองแม่ทัพกองทัพบูรพาค่ายเทพยุทธ์ นามว่าเซี่ยงชิง ใต้เท้าอยากจะฟ้องก็เชิญ!"
"เจ้า..." ใต้เท้าฉางโกรธจนหน้าแดง กำลังจะด่าสวน แต่จู่ๆ ก็ชะงักกึก
จวนตงกั๋วกง? กองทัพบูรพาค่ายเทพยุทธ์?
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าของใต้เท้าฉางเปลี่ยนจากโกรธเป็นตกใจ แล้วพอมองหน้านายทหารคนนี้ชัดๆ อีกที ความตกใจก็กลายเป็นความตื่นตระหนก
"นี่... นี่มันท่านรองแม่ทัพเซี่ยงชิงไม่ใช่หรือ?" ว่าแล้วใต้เท้าฉางก็รีบลงจากรถม้า ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
"หือ?" เซี่ยงชิงไม่ใช่คนกร่างบ้าอำนาจ พอเห็นอีกฝ่ายอ่อนลงก็ประสานมือตอบด้วยความงุนงง "ท่านรู้จักข้าด้วยรึ?"
"ทำไมจะไม่รู้จักเล่า" ใต้เท้าฉางยิ้มประจบ "ท่านรองแม่ทัพคงลืมไปแล้ว เมื่อปีก่อนในงานวันเกิดท่านตงกั๋วกงคนเก่า ข้ามีวาสนาได้รับเชิญไปร่วมงาน ตอนนั้นยังเคยพบท่านผ่านๆ ตาเลย... อ้อ ข้าชื่อ 'ฉางจี้' ตอนนี้ดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมมหาดไทย!"
"อ้อ ที่แท้ก็ใต้เท้าฉาง" โบราณว่าอย่าตีคนที่ยิ้มให้ ในเมื่อใต้เท้าฉางพูดจาดีด้วย เซี่ยงชิงก็ใจเย็นลง "เมื่อครู่สถานการณ์คับขัน ข้าเสียมารยาทไปบ้าง หวังว่าใต้เท้าฉางจะไม่ถือสา!"
"ไม่เลยๆ" ใต้เท้าฉางโบกมือยิ้มร่า ก่อนจะมองไปรอบๆ แล้วถามด้วยความสงสัย "ว่าแต่ ท่านรองแม่ทัพยกพวกมาเอิกเกริกขนาดนี้ มีเรื่องอะไรรึ?"
พอได้ยินคำถาม เซี่ยงชิงก็นึกถึงเซี่ยอานที่หนีไปได้ หน้าซีดเผือดทันที "แย่แล้ว เกือบลืมไปเลย! เรื่องวันนี้วันหน้าข้าจะไปขอขมาถึงจวน แต่วันนี้ข้ามีภารกิจด่วน ขอตัวก่อน!"
"หา?" ใต้เท้าฉางงงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็รีบผายมือ "เชิญๆ ท่านรองแม่ทัพตามสบาย..."
"ขอบคุณ!" เซี่ยงชิงประสานมือลา มองทิศที่เซี่ยอานหนีไปแล้วสั่งการลูกน้อง "พวกเจ้า ไปดักทางนั้น! ที่เหลือ ตามข้ามา!"
"ขอรับ!" ทหารรับคำสั่งเสียงดัง แบ่งกำลังเป็นสองสายออกไล่ล่าเซี่ยอาน
มองดูแผ่นหลังของเซี่ยงชิงที่จากไป คนขับรถม้าถามเจ้านายด้วยความสงสัย "นายท่าน ทำไมต้องไปเกรงใจแค่นายทหารรองแม่ทัพคนหนึ่งด้วยขอรับ..."
"แค่นายทหารรองแม่ทัพ?" ใต้เท้าฉางส่ายหน้า พึมพำว่า "เซี่ยงชิงไม่ใช่รองแม่ทัพธรรมดา แต่เป็นถึงรองแม่ทัพกองทัพบูรพาค่ายเทพยุทธ์ หนึ่งในสี่กองกำลังหลักที่พิทักษ์เมืองหลวง ต่อให้ข้าเป็นถึงรองเจ้ากรมมหาดไทยก็ตอแยไม่ได้หรอก คนที่หนุนหลังเขาอยู่น่ะ... ไม่ธรรมดาเลยนะ"
เขาจูบเคราตัวเอง ยิ้มอย่างสะใจนิดๆ "ไม่รู้ว่าไอ้โจรหน้าไหนมันกินดีหมีหัวใจเสือเข้าไป ถึงกล้าไปแหย่หนวดเสือของ 'ท่านผู้นั้น' เข้า..."
"ท่านผู้นั้น?"
"หึหึหึ ผู้หญิงคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่ไม่ธรรมดา..."
"เอ๋?"
ในขณะเดียวกัน "ไอ้โจรหน้าไหน" หรือเซี่ยอาน ที่ใต้เท้าฉางพูดถึง กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยอย่างสบายใจเฉิบ
คิดจะจับท่านปู่คนนี้เหรอ? เหอะ! ฝันไปเถอะ!
ปากเก่งไปงั้น แต่เซี่ยอานเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ เพราะเขาสัมผัสได้ว่าจำนวนคนที่ไล่ล่าเขาดูจะเพิ่มขึ้นกว่าตอนแรกเยอะเลย ตอนแรกเซี่ยงชิงพามาแค่สิบกว่าคน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเป็นร้อย
มีกำลังเสริมด้วยเหรอ? ขี้โกงนี่หว่า!
หันไปมองข้างหลัง เซี่ยอานด่าเซี่ยงชิงในใจ เลี้ยวตรงมุมตึกกะจะสับตีนแตก แต่จู่ๆ... โครม! หัวของเขาชนเข้ากับกำแพงมนุษย์อย่างจังจนดาวขึ้น
ชนกำแพง? เป็นไปได้ไง?
กุมหัวเงยหน้าขึ้นมอง เซี่ยอานถึงกับหน้าถอดสี
นั่นไม่ใช่กำแพง แต่เป็นชายร่างยักษ์สูงเก้าศอก ตัวใหญ่ยังกับหมี คิ้วดกตาโต หนวดเครารุงรัง กำลังก้มมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย และด้านหลังยักษ์ปักหลั่นตนนี้ คือแถวทหารกองทัพบูรพาค่ายเทพยุทธ์ยืนเรียงหน้ากระดาน
"หมดเวลาสนุกแล้วไอ้หนู!" ชายร่างยักษ์หัวเราะ
เห็นชุดเกราะนายพลแบบเดียวกับเซี่ยงชิงบนตัวเจ้ายักษ์นี่ เซี่ยอานรู้ชะตากรรมทันที เขาค่อยๆ ขยับถอยหลังพร้อมกับฉีกยิ้มสู้เสือ "อ้าว พี่ใหญ่เหยียนมาทำอะไรแถวนี้ครับเนี่ย? บังเอิญจัง..."
เซี่ยอานรู้จักคนนี้ดี เขาแซ่ 'เหยียน' นามว่า 'ไค' อายุราวสามสิบ หน้าเหลี่ยมดูดุดัน ไว้หนวดเคราเฟิ้ม ดูเหมือนคนดุแต่จริงๆ แล้วใจดีและเป็นกันเองมาก เขาเป็นหนึ่งในสี่ขุนพลของค่ายเทพยุทธ์ เช่นเดียวกับเซี่ยงชิง และอีกสองคนคือ 'เฉินกัง' กับ 'หลัวเชา' ทุกคนล้วนเป็นแม่ทัพคุมกำลังพลสามพันนาย ไม่ธรรมดาทั้งนั้น
"ฮะฮะ!" เหยียนไคไม่หลงกล พูดเสียงดังฟังชัด "น้องชาย วันนี้พี่ขอโทษด้วยนะ ท่านแม่ทัพสั่งคำขาดมา ต้องจับตัวเจ้ากลับไปจวนให้ได้!"
เซี่ยอานหน้าสลด ฝืนยิ้มแห้งๆ "พี่ใหญ่เหยียน หยวนๆ ให้หน่อยไม่ได้เหรอ ปล่อยน้องชายไปเถอะนะ?"
"ข้าก็อยากปล่อยนะ แต่ถ้าปล่อยเจ้าไป ข้ากลับไปคงหัวขาดแน่..." เหยียนไคยักไหล่อย่างจนปัญญา ก่อนจะหัวเราะ "จะว่าไป น้องชายนี่เก่งไม่เบาเลยนะ ข้ารู้จักกับเซี่ยงชิงมาสิบกว่าปี ไม่เคยเห็นมันเสียท่าจนดูไม่ได้ขนาดนี้มาก่อน..."
เซี่ยอานค่อยๆ หันหลังกลับไปตามสายตาของเหยียนไค สิ่งที่เห็นคือใบหน้ายิ้มแสยะของเซี่ยงชิง
"ทำให้ข้าหาซะเหนื่อยเลยนะ!"
ฟังน้ำเสียงกัดฟันพูดของเซี่ยงชิงแล้ว เซี่ยอานถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
[จบแล้ว]