เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 กระต่ายป่า

บทที่ 19 กระต่ายป่า

บทที่ 19 กระต่ายป่า


บทที่ 19 กระต่ายป่า

เจียงฉือตื่นขึ้นมาหลังจากงีบหลับไปพักใหญ่

หลังจากได้พักผ่อน ร่างกายก็รู้สึกผ่อนคลายและเบาสบายขึ้นมาก

ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมนี้อ่อนแอเกินไป นางต้องหมั่นบำรุงดูแลให้ดี เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นในภายภาคหน้า

นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง กวาดตามองไปรอบห้องกลับไม่เห็นเงาของโจวเฉิง

เขาไม่คุ้นเคยกับสถานที่แถวนี้ แล้วคนหายไปไหนเสียล่ะ?

ขณะที่กำลังนึกสงสัย ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก โจวเฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับกระต่ายป่าที่ขนยังเปื้อนเลือดสดๆ ในมือ

"ท่านไปล่าสัตว์มาหรือ?"

"ข้าออกไปปลดทุกข์ บังเอิญเจอกระต่ายป่าตัวนี้เข้าเลยจับกลับมา เจ้ายังไม่หายดี ต้องบำรุงร่างกายเสียหน่อย"

พูดจบ โจวเฉิงก็ชูกระต่ายป่าในมือที่ยังหายใจรวยรินให้ดู

เจียงฉือเป็นคนชอบกินเนื้อ พอเห็นกระต่ายตัวอ้วนพี น้ำลายก็แทบสอ

นางก้าวลงจากเตียง ในยุคนี้ไม่มีนาฬิกาบอกเวลา ต้องอาศัยดูตำแหน่งดวงอาทิตย์เอา

นางมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่าง คาดว่าน่าจะราวๆ ปลายยามเว่ย (บ่ายสามถึงบ่ายสี่โมง)

ไม่นึกว่าตัวเองจะหลับไปนานขนาดนี้ นางจึงเดินตามโจวเฉิงออกไปดูเขาจัดการกับกระต่ายป่า

เมื่อออกมานอกห้อง ภายในลานบ้านเงียบเชียบไร้ผู้คน

นางเห็นฟืนสองมัดวางกองอยู่ที่มุมกำแพง

รายได้หลักของตระกูลเจียงมาจากการขึ้นเขาไปเก็บฟืนและหาของป่ามาขายในเมือง เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัวและซื้อของใช้จำเป็น

แม้จะมีที่นาบนเนินเขาที่หักร้างถางพงไว้บ้าง แต่ดินแห้งแล้งเกินไป พืชผลมักยืนต้นตาย การจะหวังพึ่งพืชผลจากที่ดินผืนนี้เพื่อปากท้องจึงเป็นไปไม่ได้

ชาวบ้านแถบภูเขาล้วนยังชีพด้วยวิถีทางนี้

พวกเขาอาจจะล่าสัตว์บ้าง แต่ก็ทำเพียงแค่วางกับดักรอบๆ ชายป่า ไม่กล้าล่วงล้ำเข้าไปในป่าลึก

เพราะในป่าลึกมีอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ หากหลงทางก็มีแต่ตายกับตาย หากเจอสัตว์ร้ายแล้วสู้ไม่ได้ก็ตายเช่นกัน

ป่าทึบจนแสงตะวันส่องไม่ถึง พื้นดินทับถมด้วยซากใบไม้เน่าเปื่อยจนเกิดแก๊สพิษ หากเผลอสูดดมเข้าไปก็อาจไม่ได้กลับออกมา

ดังนั้น โดยทั่วไปพวกเขาจึงไม่ย่างกรายเข้าสู่ป่าลึก

เกือบทุกวัน คนบ้านเจียงจะยกโขยงกันไปทำมาหากินในป่าละแวกใกล้เคียง ส่วนปู่กับย่าที่อายุมากแล้วก็จะเฝ้าบ้าน

การไม่เห็นใครอยู่ในเวลานี้จึงเป็นเรื่องปกติ

ทั้งสองเดินไปที่ลำธารเพื่อชำแหละล้างทำความสะอาดกระต่าย

เจียงฉือนั่งรออยู่บนโขดหินริมลำธาร ทอดสายตามองทิวทัศน์งดงามรอบกาย พลางชวนโจวเฉิงคุย

หลังจากจัดการธุระเสร็จ ทั้งสองก็นั่งชมวิวและสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง

เมื่อเห็นว่าได้เวลาสมควร เจียงฉือจึงชวนกลับบ้าน

เมื่อกลับมาถึง คนในบ้านยังไม่กลับมา นางจึงตรงเข้าครัว นำกระต่ายลงหม้อเตรียมตุ๋น

นางจงใจหยิบฟืนที่พวกเขามัดเตรียมไว้ขายมาใส่เตาไฟอย่างไม่เสียดาย

เริ่มลงมือตุ๋นเนื้อกระต่าย

นางเดินสำรวจรอบครัว พบว่าข้าวสารและแป้งที่เห็นเมื่อตอนกลางวันหายไปจนเกลี้ยง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกเขากลัวนางจะแอบเอามาทำกิน จึงรีบเก็บซ่อนไว้จนหมด

ถ้าไม่ใช่เพราะได้กระต่ายป่าตัวนี้มา ต่อให้ซ่อนไว้ในรูหนู นางก็จะขุดมันออกมาให้ได้

คืนนี้พวกนั้นจะต้องได้รับบทเรียน นางอยากจะรู้นักว่าใครจะทนได้นานกว่ากัน

ตราบใดที่ยังไม่ได้กำไลคืน นางจะไม่ยอมให้พวกเขามีความสุขแม้แต่วันเดียว

กลิ่นหอมของเนื้อลอยโชยไปแตะจมูกย่าเจียง

นางแก่เกินกว่าจะขึ้นเขา จึงมักจะไปนั่งคุยเล่นบ้านเพื่อนบ้านเพื่อฆ่าเวลา พอเห็นว่าใกล้เวลาอาหารเย็นจึงเดินกลับมาทำกับข้าว

ยังไม่ทันก้าวถึงหน้าประตูบ้าน กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของเนื้อต้มก็ลอยมาเตะจมูก

ขณะที่กำลังสงสัยว่าบ้านไหนช่างฟุ่มเฟือย จับสัตว์ป่าได้แล้วไม่เอาไปขาย กลับเอามาต้มกินเอง นางก็เห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากปล่องไฟบ้านตัวเอง

กลิ่นหอมนั้นลอยมาจากทิศทางนั้นนั่นเอง

หรือว่าลูกชายของนางกลับมากันแล้ว?

"ป้าเจียง วันนี้ที่บ้านต้มเนื้อกินหรือจ๊ะ?" เพื่อนบ้านเอ่ยถาม

การได้กินเนื้อถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และหากลูกชายล่าสัตว์มาได้ ก็จะช่วยลบคำครหาของชาวบ้านได้ด้วย

"ใช่จ้ะ อาฉือเพิ่งกลับมาไม่ใช่รึ? ข้างนอกมีแต่คนนินทาว่าเราไม่เลี้ยงดูลูกหลาน วันนี้เลยต้มเนื้อปิดปากพวกช่างเมาท์เสียหน่อย มาเถอะ เข้ามาดูสิว่าวันนี้ลูกชายข้าล่าตัวอะไรมาได้"

ถ้าพาคนนอกเข้าไปเห็นด้วยตาตนเอง ข่าวลือแย่ๆ ก็จะสลายไปเอง

หญิงเพื่อนบ้านพยักหน้าอย่างยินดี เดินตามแม่เฒ่าเจียงเข้าไปในลานบ้าน

ย่าเจียงไม่เห็นลูกชาย เห็นเพียงหนังกระต่ายสีเทาน้ำตาลตากแห้งอยู่กลางลาน

"ที่แท้ก็กระต่ายป่านี่เอง" ย่าเจียงหัวเราะร่า

"ดูจากขนาดแล้ว ตัวนี้น่าจะหนักเจ็ดแปดจินได้นะเนี่ย"

ย่าเจียงไม่เห็นใครคนอื่นก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็ยังพาเพื่อนบ้านเดินตรงไปที่ประตูครัว

นางไม่เห็นลูกสะใภ้ แต่กลับเห็นเจียงฉือนั่งอยู่หน้าเตาไฟ คอยเติมฟืนใส่เตา ไอน้ำพุ่งออกมาจากหม้อเดือดปุดๆ

กลิ่นหอมฉุยลอยออกมาปะทะจมูก ทำเอานางต้องกลืนน้ำลายเอือกใหญ่

"ทำไมเป็นเจ้าไปได้? แล้วเจ้าไปเอากระต่ายมาจากไหน?"

เมื่อเห็นว่ามีคนนอกอยู่ด้วย เจียงฉือรีบลุกขึ้นทักทายอย่างนอบน้อม "ท่านป้า ท่านก็มาด้วยหรือจ๊ะ วันนี้อย่าเพิ่งรีบกลับ อยู่ทานเนื้อด้วยกันก่อนสิ"

หญิงเพื่อนบ้านยิ้มแก้มปริ "เจ้าเด็กคนนี้ ช่างมีน้ำใจจริงๆ"

เจียงฉือหันไปมองย่าเจียง เข้าไปประคองแขนอย่างสนิทสนม "ท่านย่า ข้าให้สามีออกไปล่าสัตว์มาให้พวกท่านน่ะเจ้าค่ะ ท่านกับท่านปู่อายุมากแล้ว สุขภาพไม่ค่อยดี ท่านพ่อกับท่านลุงก็ทำงานหนักทุกวัน ข้าเลยคิดว่าน่าจะหาเนื้อสัตว์มาบำรุงร่างกายทุกคนเสียหน่อย"

"ป้าเจียง ท่านนี่มีวาสนาจริงๆ มีหลานสาวกตัญญูขนาดนี้"

ย่าเจียงยังคงมึนงง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ 'นังเด็กนี่วางแผนอะไรอีก?'

เจียงฉือรีบเอ่ยต่อทันที "จริงสิ ท่านย่า เมื่อตอนกลางวันข้ายังเห็นข้าวสารกับแป้งอยู่ในครัว แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ข้ากะว่าจะหุงข้าวสักหน่อย ท่านเก็บไปแล้วหรือเจ้าคะ?"

นางรู้ดีว่านังเด็กนี่ไม่ได้มาดี มันดักคอนางอยู่ตรงนี้นี่เอง

นี่เป็นการบอกคนอื่นอ้อมๆ ว่านางซ่อนของกินไว้หมดแล้ว

นางฝืนยิ้มเจื่อนๆ "จะเป็นไปได้ยังไง? ในครัวหนูมันชุมน่ะ"

เจียงฉือทำตาใสซื่อไร้เดียงสา "อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ข้าก็นึกว่าท่านซ่อนไว้เสียอีก"

"ดูเจ้าพูดเข้า นังหนูนี่ ข้าจะไปซ่อนของทำไมกัน" นางหันไปอธิบายกับเพื่อนบ้านพร้อมรอยยิ้มแก้เก้อ

หญิงเพื่อนบ้านจะไม่ดูออกได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น?

เจียงฉือเป็นเด็กดีซื่อใสขนาดนี้ ขนาดโดนทำแบบนี้ก็ยังอุตส่าห์ทำของดีๆ ให้กิน

ขืนอยู่ต่อคงน่าอึดอัด นางจึงรีบขอตัว "ข้าต้องกลับไปทำกับข้าวแล้ว ขอตัวก่อนนะ"

พูดจบนางก็รีบเดินจากไป

พอเพื่อนบ้านลับสายตา เจียงฉือมองใบหน้าบูดบึ้งของย่าเจียงแล้วถามยิ้มๆ "ท่านย่า ไม่พอใจหรือเจ้าคะ?"

ย่าเจียงรู้ว่านางจงใจยั่วโมโห จึงได้แต่ค้อนขวับแล้วเดินหนีเข้าห้องไป

เจียงฉือรู้สึกสะใจเป็นที่สุดที่เห็นนางโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้

เมื่อเนื้อในหม้อตุ๋นจนเปื่อยได้ที่ เจียงฉือก็ตักเนื้อและน้ำแกงใส่ชาม เรียกโจวเฉิงมากินด้วยกัน

ประจวบเหมาะกับที่กลุ่มของเจียงใหญ่และเจียงรองกลับมาถึงพอดี

จบบทที่ บทที่ 19 กระต่ายป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว