เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 448 ความคาดหวังของหลงโส่วจิง

ตอนที่ 448 ความคาดหวังของหลงโส่วจิง

ตอนที่ 448 ความคาดหวังของหลงโส่วจิง


ถังเทียนได้ประสบกับกระแสความเจ็บปวดทุกอย่าง

นั่นคือส่วนที่โหดร้ายที่สุดในวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณไม่เพียงแต่ไม่ยอมให้นักสู้หมดสติเท่านั้นแต่ยังทำให้นักสู้ประสบกับกระแสรังสีกระบี่ที่ขัดเกลาจิตวิญญาณยุทธอย่างต่อเนื่อง  ทำให้นักสู้มีความรู้สึกที่อ่อนไหวมาก ความเจ็บปวดที่ได้รับในจิตและวิญญาณลึกซึ้งมากมาย

และที่แย่ก็คือเสียงจากข้างนอกจะตัดผ่านวังวนกระบี่ที่หนาแน่นเข้ามาถึงโสตประสาทของเขา

“ฟังสิฟัง เสียงร้องโหยหวนอย่างกล้าหาญ...”

เสียงของหลิวจงกวงทำให้ถังเทียนอยากจะกระโดดเอาเท้ายันหน้าเขานัก  ได้ยินเสียงเจ้าบ้านี่แล้วหงุดหงิด... กล้าหาญเตี่ยเอ็งน่ะสิ...,ไอ้บ้าเอ๊ย, ข้าไม่ต้องการสักหน่อย ทำไมเจ้าไม่กล้ามาลองโดนเองบ้างเล่า...

นั่นไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุด

ลุงปิงคาบบุหรี่อยู่ในปากยืนอยู่ใกล้วังวนกระบี่ของถังเทียน เขาพ่นควันเป็นวงๆ พลางกล่าว “เป็นเสียงธรรมชาติที่ไพเราะ!”

“เขาคงรู้สึกมีความสุขแท้จริงแน่นอน!”  หลิงซิ่วกล่าวและรู้สึกอิจฉาที่ได้ยินเสียงเขาอย่างนั้น

“เจ้าอยากรู้สึกดีแบบนี้บ้างหรือเปล่า?”  ปิงจ้องมองหลิงซิ่ว

หลิงซิ่วตอบอย่างคนรักความเป็นธรรม  “ผู้น้องนี้ไม่ชอบพรากของรักของคนอื่น!”

จากนั้นพวกเขาได้ยินเสียงหึ่งๆ

ทั้งสองคนหันไปมองเห็นแต่อาเฮ่อใช้กระบี่ของเขาขีดเขียนเป็นคำว่า “ช่างน่าเลื่อมใส”

“สมกับเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่จริงๆ”ลุงปิงชื่นชม “มันคือความทรงจำที่สำคัญมาก เราต้องทิ้งข้อความอะไรบางอย่างไว้บ้าง”

ลุงปิงคุกเข่าลงเอาบุหรี่ออกจากปาก เขาค่อยๆ เขียนลงบนพื้น “เจ้าไปได้พันไมล์ เจ้ามีเสียงดังฟังชัดไม่สิ้นสุดเจ้าเต็มไปด้วยอารมณ์  เจ้าคือใครกัน?  เจ้าก็คือไฟฟ้า เจ้าคือแสงไฟ  เจ้ามันคือไอ้บ้า!”

หลิงซิ่วเกาศีรษะตนเอง  ทุกคนต่างก็เขียนอะไรกันทั้งนั้นแต่เขายังไม่ได้เขียน มันทำให้เขาดูต่ำต้อยลงไปเล็กน้อยดังนั้นเขารู้สึกอึดอัดใช้ปลายหอกเงินเขียนเป็นตัวหนังสือโย้เย้ “นักรบที่แท้จริงมีความกล้าร่ำร้องอย่างทรมานในชีวิตของเขา”

“น่าเสียดาย”ลุงปิงยืนขึ้นขยี้บุหรี่ “ถ้าเราขายตั๋วสำหรับงานนี้  เราคงรวยเละแน่”

“ข้าไปล่ะ”  อาเฮ่อหันหน้าและพุ่งบินไปตามเชือกเส้นหนึ่ง  เขามีเรื่องมากมายในมือและกำลังยุ่งมาก แต่หลังจากได้ยินเสียงโหยหวนของถังเทียนนานหนึ่งชั่วโมง  เขาเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง

พวกเราโชคดีมากอย่างแท้จริง!

อาเฮ่อรู้สึกเป็นอิสระและสบายใจบินออกไปอย่างสง่างาม

ทุกวันจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนของถังเทียนและกลายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปลอบขวัญความรู้สึกของทุกคน

ในที่สุดถังเทียนก็เข้าใจความรู้สึกของบุรุษ(ถังเทียนอีกคน) ในความมืดนั้น เจ้าพวกบ้าทั้งหลาย  พวกเจ้าทุกคนคอยดูต่อไป เมื่อข้าออกไปนะ!อะจ๊ากกก... ถังเทียนร้องโหยหวนและสบถอยู่ในใจ

หยาหยาโผล่ออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ยแอบวิ่งเข้าไปใกล้ถังเทียน  มันตื่นเต้นและใช้มือน้อยๆ ทุบอกมันพร้อมกับตะโกน ‘อ๊า อ๊า อ๊า’

แต่เสียงของมันถูกเสียงที่ทรงพลังของถังเทียนดังกลบจึงไม่ได้ยินอะไร

หยาหยาหยุดส่งเสียงและหายลับไปในทันที  หลังจากนั้นชั่วครู่ มันต้อนแพะภูเขาบรอนซ์เต่าและกระรอกมา มีกลองขนาดต่างๆ กันสี่ใบอยู่บนตัวแพะภูเขา ฉาบขนาดเล็กอยู่บนเต่ากระรอกที่เฉยชาใช้มือทั้งสองมันถือฉาบและคอยตีฉาบ

เครื่องดนตรีครบชุดพร้อมบรรเลง!

หยาหยาถือไม้ตีกลองอย่างกระตือรือร้น

“อ๊าาาาาา.....  อ๊าาาาาา...” ถังเทียนแหกปากร้องอีกครั้ง

“ตุ้งตุ้ง แช่.. ตุ้ง ตุ้ง แช่...” หยาหยากระโดดเตรียมใช้มือและขากวัดแกว่งไม้ตีกลองในมือของมัน

“อ๊าาาาาา!”

“ตุ้ง ตุ้ง ตุ้ง ตุ้ง ตุ้ง แช่!”

หยาหยาตื่นเต้นทันทีมันเป็นเหมือนตัวหมัดที่ตื่นเต้นกระโดดไปมาระหว่างกลองกับฉาบ มันตีกลองถี่และเร็วมากทุกครั้งที่มันใช้แรงมาก มันจะพองแก้มไปด้วย

หลิวจงกวงตะลึง,อาซิ่วตะลึง, อาเดรียนตะลึง นักสู้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นตะลึงไปตามตามกัน

จังหวะระหว่างทั้งสองสัมพันธ์กันดี

โลกนี้หมดหวังเสียแล้ว!!!

ถังเทียนรู้สึกขายหน้าเพราะเขาแหกปากร้องไปตามจังหวะกลองของหยาหยาโดยไม่ได้ตั้งใจ....

“เข้าท่าเหมือนกัน”

หลงโส่วจิงได้ยินเสียงดังมาจากไข่หมีและคิด เขาไม่เคยได้ยินเสียงกลองที่เต็มไปด้วยพลังบริสุทธิ์อย่างนั้นและมีความกระตือรือร้นมานานแล้ว  แม้ว่าจะมีช่องโหว่ในเคล็ดวิชานี้ แต่มันเหมือนกับสัตว์ป่าบ้าระห่ำตีกลองอย่างไม่สนใจอะไร แต่กลับเข้ากันกับเสียงร้องจากใจได้เป็นอย่างดี

นักสู้กลุ่มดาวมังกรที่อยู่ข้างตัวเขาเริ่มผงกศีรษะตามทุกคน  องค์ชายโส่วจิงมีความเข้าใจศิลปะอย่างลึกซึ้งสามารถได้รับคำชมจากเขาได้ แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีความเข้าใจดี

มีพยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนอยู่ข้างตัวพญาหมีอย่างแท้จริงถึงได้มียอดฝีมือด้านจังหวะดนตรี  ทุกคนต้องการใช้เคล็ดเช่นนั้นเพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของเจ้านาย

ดนตรีทำให้คนผ่อนคลายได้

ทุกคนเต็มไปด้วยความเคารพนับถือ

สำหรับถังเทียนพวกที่มีมุมมองขัดแย้งกับเขาค่อยๆ เปลี่ยนมาให้ความเคารพนับถือ  คนที่มีความกล้าใช้วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณได้คนเช่นนั้นนับเป็นนักรบแท้จริง นอกจากนี้ในฐานะเจ้ากลุ่มดาว  ความเด็ดขาดและเข้มงวดกับตัวเองนับว่าน่าเกรงขาม

ถ้าเจ้าต้องพูดทุกคนก็ยังคิดกับเขาเป็นอย่างอื่น แต่ปัจจุบันนี้ทุกคนมั่นใจเขา

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ข้างนอกไม่ได้อยู่ในวัง  แต่พวกเขาก็ได้ยินเรื่องราวหลายอย่างเห็นได้ชัดว่าเป็นแผนการที่ฉลาด แต่ที่สำคัญพวกเขาเป็นนักสู้กันทุกคนนักสู้ย่อมให้เกียรตินักสู้ผู้แข็งแกร่งตลอดไป

การได้ติดตามเจ้านายเช่นนั้นอนาคตของพวกเขาจะสดใส

สิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขมากขึ้นก็คือเมื่อองค์ชายโส่วจิงพบกับเจ้ากลุ่มดาว เขาถูกโยนงานให้ทำทันที นี่เป็นการกำจัดความคลางแคลงใจของนักสู้จากกลุ่มดาวมังกร

และยังมีพื้นที่ใจกลางของไข่หมีกันไว้ให้ชาวกลุ่มดาวมังกรสำหรับพลเมืองของพวกเขา นั่นคือเครื่องล่ออย่างดี

ความหนาแน่นของพลังกลุ่มดาวร้อยละสี่สิบ

ตระกูลและครอบครัวทั้งหลายได้เลือกผู้เยาว์ซึ่งมีพรสวรรค์มากที่สุดและมีแนวโน้มมากที่สุดและให้มุ่งหน้าสู่กลุ่มดาวหมีใหญ่  ลูกๆ หลานๆ พวกเขาทุกคนรวมอยู่ในนั้น ทั่วทั้งกลุ่มดาวมังกรประชาชนเริ่มยอมรับกลุ่มดาวหมีใหญ่

องค์ชายโส่วจิงสามารถเข้าถึงวงในของถังเทียนได้และนั่นสำคัญต่อพวกเขามาก  ภายใต้ความตื่นเต้น ทุกคนทุ่มเทความพยายามทั้งหมด

“พวกเจ้าไปตรวจสอบดูหรือยัง?”  หลงโส่วจิงถามอย่างนุ่มนวล

นักสู้ชาวมังกรรายงาน  “แม้ว่าจะเป็นปฏิกิริยาห่างๆเราสามารถตัดสินจากพลังของพวกเขาได้ พวกเขาน่าจะเป็นเซียนนักสู้ แม้ว่าพวกเขาจะปลอมตัวแต่ก็ยังมีร่องรอยและเบาะแสจากการปลอมตัวของพวกเขา  หลังจากตรวจดูแล้ว เราพบว่าพวกเขาเป็นใครทั้งสามคนเป็นนักสู้ระดับเซียนจากกลุ่มดาววาฬ คนหัวโล้นก็คือเซียนมวยโต้วหย่ง, บัณฑิตวัยกลางคนคือเซียนกระบี่เหอหวี  สตรีชุดขาวคือเซียนพิณไป๋ซือซือ”

“กลุ่มดาววาฬ....”หลงโส่วจิงพึมพำ และไตร่ตรอง “เข้าใจแล้ว”

หลงโส่วจิงไม่มีปฏิกิริยาใดๆชั่วขณะนักสู้ชาวมังกรแค่มองหน้ากันเอง แต่ทั้งสามคนใช้ความพยายามมากมายเพื่อค้นหาเรื่องของคนทั้งสามได้ชัดเจนและคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นคือความสำเร็จยิ่งใหญ่  แต่องค์ชายกลับตอบแค่ว่า เข้าใจล่ะ ไม่มีอะไรอื่นทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวัง

“ฝ่าบาทคนเหล่านี้ทุกคนคิดร้ายต่อท่าน ถ้าเราปล่อยไป ข้าเกรงว่า...” นักสู้ชาวมังกรเสนอแนะ

สายตาของหลงโส่วจิงมองดูที่พวกเขาสองสามคนและถาม“พวกเจ้าทุกคนมั่นใจว่าจะเอาชนะพวกเขาได้หรือเปล่า?”

“ไม่เลย...” พวกเขาลังเลใจก่อนตอบ  “แต่ถ้าเซียนเหลียงฟงลงมือ  ข้าคิดว่าเราอาจมีโอกาส”

“อาจมีโอกาส  พวกเจ้าคิดว่าเรามีโอกาสมากเท่าใด?”  แม้ว่าน้ำเสียงหลงโส่วจิงเรียบเฉยแต่ก็มีแรงกดดันเล็กน้อย

“สี่สิบ....”  นักสู้ชาวมังกรตะกุกตะกักตอบ

หลงโส่วจิงส่ายหัว “อย่างน้อยพวกเจ้าก็ต้องมีบาดเจ็บล้มตายอย่างน้อยหกคน เจ้าว่ากลุ่มดาวมังกรเรามีนักสู้ระดับทองเหลือกี่คน?  และคนที่กำลังจะได้เป็นนักสู้ระดับทองล่ะ?  น้อยกว่าสามสิบคนและนั่นคือเส้นสายสุดท้ายของพลังสำหรับกลุ่มดาวมังกร”

ทุกคนเงียบ

“ข้าเข้าใจความคิดของพวกเจ้า  แต่, ทำไมพวกเขาถึงยังไม่เคลื่อนไหวหลังจากผ่านไปนานเล่า?  เหตุผลง่ายๆ วังวนกระบี่หนาแน่นเกินไป พวกเขาจึงไม่อาจหาโอกาสลงมือได้” หลงโส่วจิงพูดอย่างนุ่มนวล “ที่นี่คือกลุ่มดาวหมีใหญ่ เราได้เปรียบมากมายมหาศาล และนอกจากนี้ยังมีสมบัติชั้นเซียน เมื่อเจ้ากลุ่มดาวฝึกสำเร็จ  พวกเขายังจะมีโอกาสอะไรอีก?”

“แต่.....”

หลงโส่วจิงถอนหายใจ เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่ชอบแก่งแย่งชิงอำนาจ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่ต้องการเห็นกลุ่มดาวมังกรถูกทำลาย ทำไมเขาต้องยอมเข้ามารับผิดชอบเช่นนั้นด้วย? ตอนแรกเขาตั้งใจเป็นหุ่นเชิดดีดีหลังจากเข้ากลุ่มดาวหมีใหญ่  เนื่องจากเขาไม่มีอะไรต่างจากหุ่นเชิด

แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าถังเทียนไม่ให้โอกาสเขาถอนตัวและมอบหมายงานกองพะเนินให้เขาทำทันที  สำหรับกลุ่มดาวมังกร  ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขาในตอนนี้  เขากลายเป็นตัวแทนของกลุ่มดาวมังกรและตำแหน่งของเขากลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างสองกลุ่มดาว

เขาไม่มีทางถอนตัวหนีได้เลย

คนของเขาทุกคนพยายามไขว่คว้าหาความสำเร็จบางอย่างเพื่อโอกาสเสริมสร้างสถานะของกลุ่มดาวมังกรและหลงโส่วจิงเข้าใจพวกเขา

“อย่าเพิ่งกังวลไปเลย” หลงโส่วจิงปลอบโยนพวกเขาและพูดอย่างอ่อนโยน  “ในช่วงเวลานี้พวกเจ้ายังไม่มีโอกาสอะไรสิ่งที่พวกเจ้าทุกคนต้องทำก็คือฝึกฝนอย่างหนักเพื่อยกระดับของพวกเจ้าเอง  เซียนเหลียงฟงมีตำแหน่งแน่นอนแล้ว  แต่ไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่มดาวมังกร  ถ้าพวกเจ้าต้องการอะไรมีเพียงสองทางให้พวกเจ้าทำเท่านั้น หนึ่งคือกลายเป็นนักสู้ระดับเซียนด้วยตัวเจ้าเอง อีกทางหนึ่งคือส่งเสริมใส่ใจคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง  สงครามนี้คงไม่จบภายในสองสามปีเป็นแน่”

เขาเห็นสีหน้ากังวลของพวกเขา

หลงโส่วจิงอดถอนหายใจอีกครั้งไม่ได้  ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว  ดังนั้นพวกเขาอาจทำได้ดีกว่าเช่นกันเขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ผู้มีพรสวรรค์ของกลุ่มดาวหมีใหญ่ก็ยังเหลืออยู่เช่นกัน  แต่พวกเขาขัดแย้งกับเจ้ากลุ่มดาวคนปัจจุบัน ขณะที่กลุ่มดาวหมาป่าไม่มีคนที่มีพรสวรรค์มากนักและกลุ่มดาวอันโดรเมดายังไม่ฟื้นฟู สำหรับเรานี่คือโอกาสที่หาได้ยาก  ไปพาครอบครัวที่มีพรสวรรค์ของตนเองเข้ามาเถอะไม่ต้องไปคำนึงถึงจำนวน ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องเสียใจในภายหลังแน่ และเรื่องนี้พวกเขาจะโทษว่าใครไม่ได้”

พวกเขาสองสามคนดีใจ  เป็นไปตามคาดองค์ชายหลักแหลมจริงๆ

ตราบใดที่พวกเขายืนอยู่ในพื้นที่ตนเอง สถานะในอนาคตของกลุ่มดาวมังกรจะไม่ต่ำต้อยเป็นแน่

“ฝ่าบาทโปรดพักผ่อนก่อนเถิด  เราจะพาคนที่ดีที่สุดของกลุ่มดาวมังกรเข้ามา”

เมื่อเห็นความอ่อนล้าบนใบหน้าของหลงโส่วจิง  พวกเขาจากไปทันที

หลังจากพวกเขาออกไปแล้วห้องก็เงียบและสงบอีกครั้งหนึ่ง หลงโส่วจิงฝืนหัวเราะ  อยากเป็นคนเกียจคร้านก็ยังไม่ง่ายเลย

แต่เขาไม่ได้สุ่มคิดเรื่อยเปื่อย  กลุ่มดาวมังกรรักษากำลังของพวกเขาไว้ได้ในสองสามปีที่ผ่านมาเหตุผลก็คือพวกเขามีกิจการภายในที่โดดเด่นพวกเขาไม่ทำการค้าเหมือนกับกลุ่มดาวอันโดรเมดา ต่อสู้ไม่แข็งแกร่งเท่ากับกลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวมังกรไม่ได้มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่ามากมายนัก และสามารถรักษาสถานะได้ทุกวันนี้เพราะคนที่มีความสามารถเป็นแกนกลางกิจการภายในคอยควบคุมและพัฒนาสนับสนุนคนรุ่นใหม่

อนาคตของกลุ่มดาวหมีใหญ่จะเป็นยังไงกันแน่?

หลงโส่วจิงตื่นเต้นอย่างมากกับอนาคตทันที

จบบทที่ ตอนที่ 448 ความคาดหวังของหลงโส่วจิง

คัดลอกลิงก์แล้ว