เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 447-3 ไม่มีชื่อตอน

ตอนที่ 447-3 ไม่มีชื่อตอน

ตอนที่ 447-3 ไม่มีชื่อตอน


ทันใดนั้นถังเทียนปลดปล่อยวิชากระบี่บางอย่างทำให้เขารู้สึกสงสัย  แต่นั่นคือความลับของถังเทียนและเขาไม่มีเจตนาจะถาม แต่เพราะถังเทียนกล้าใช้วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณ มันทำให้เขาสั่นสะท้านถึงขั้วหัวใจ

แค่เพียงสองจุดนี้ แต่เขาก็กล้าหาญอย่างแท้จริง!

แม้แต่เยี่ยนหย่งเลี่ยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้กล้าในอดีตที่ผ่านมา แต่เขาคงไม่กล้าใช้วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณเป็นแน่

ร้ายกาจมาก!

นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียงฟงรู้สึกนับถือมาก  ก่อนนั้นเขาต้องการอาศัยถังเทียนเพราะสถานการณ์จำเป็นต้องรอบคอบมากขึ้น แต่ในช่วงเวลานั้นเขามีความนับถือต่อถังเทียนด้วยความรู้สึกที่นักสู้จะพึงมีต่อกัน

ด้วยความกล้าหาญและความสามารถเต็มกำลังเขาย่อมมีโอกาสอย่างไม่จำกัดแน่!  อนาคตของกลุ่มดาวหมีใหญ่สดใสมากจริงๆ

เหลียงฟงมั่นใจในอนาคตทันที

มันคือวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณแท้จริง....

ถังเทียน (อีกคนหนึ่ง) เจ็บปวดมาก เขากำลังขมวดคิ้วรู้สึกว่าสติของเขาเลือนรางอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่า เขากำลังจะจมลงสู่ห้วงนิทรา

ปากของเขายิ้มทันที

เจ้าโง่เอ๊ย, เจ้าจงสนุกกับมันเสียเถอะ...

ถังเทียน (คนเดิม) ค่อยๆ ฟื้นสติกลับคืนมาความเจ็บปวดเกินจะพรรณนาพรั่งพรูออกมาจากเพลิงจิตวิญญาณส่งผ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย

“อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า.....”

เสียงร้องโหยหวนสะท้านใจดังก้องกระจายไปทั่วไข่หมี

*******************

เมืองพญาหมีใหม่รุ่งเรืองเฟื่องฟูมากขึ้นเมื่อผ่านไปในแต่ละวัน  ตำแหน่งของเมืองอยู่ห่างจากไข่หมีไปห้าสิบลี้กฎและคำสั่งในเมืองพญาหมีนั้นดี ประชาชนในเมืองทั้งหมดเป็นชาวเมืองพญาหมีทั้งหมด

เพื่อควบคุมกระบวนการนี้หลงโส่วจิงพานักสู้ระดับทองสองสามคนไปคุกคามพวกตระกูลที่ไม่ซื่อดึงหัวหน้าตระกูลออกมาโดยตรง ทำให้พวกที่เหลือได้แต่เงียบด้วยความกลัว

หลงโส่วจิงเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานในเมืองพญาหมีตามมาด้วยการอัดฉีดจากสมาคมหอการค้านางฟ้า พญาหมีเมืองใหม่จึงเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและการค้าการตลาดเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ

นักสู้ที่เหลืออยู่ทุกคนเป็นนักสู้ที่ฝึกทำงานและวิธีการใช้งานพวกเขา ทางหอการค้านางฟ้ามีประสบการณ์มากมาย

แต่เร็วๆนี้มีหัวข้อที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องราวของพญาหมี

แน่นอนว่านักสู้ของกลุ่มดาวหมีใหญ่จำนวนมากไม่ยินดีกับการใช้ชื่อนั้นตามมาด้วยข่าวลือแพร่กระจายและเรื่องความระห่ำของถังเทียน พวกเขาเรียกถังเทียนว่า“พญาหมีงี่เง่า”

มีพวกว่างงานสองสามคนนั่งดื่มชาสนทนากันในร้านน้ำชา

“หึหึ,กี่วันเข้าไปแล้วนั่น?” ชายชราซดน้ำชาในจอกและถามโดยไม่เงยหน้า เสียงร้องโหยหวนทุกข์ทรมานจากสถาบันไข่หมีสามารถได้ยินกันได้เรื่องที่เจ้ากลุ่มดาวจอมงี่เง่าใช้วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณแพร่กระจายไปทั่วเมืองศีรษะพญาหมีกลายเป็นหัวข้อสนทนายอดนิยมในโรงร้านน้ำชา

“วันที่หกแล้ว” ชายชราอีกคนกล่าว

“แม้ว่าเจ้ากลุ่มดาวจอมงี่เง่าจะโง่ก็ตาม  แต่ด้วยความสามารถขนาดนั้นเขาก็ยังนับได้ว่าแข็งแกร่งมาก วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณครั้งล่าสุดกี่ปีมาแล้วนะที่มีคนใช้?”

“เป็นเวลาหลายปีมาก แต่เราต้องรอและดู ถ้าสามารถอดทนผ่านไปได้ นั่นนับว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริง!”

“ใช่แล้วต้องคอยดูกันต่อไป ถ้าเขาสามารถอดทนผ่านไปได้ บัลลังก์พญาหมี เขาก็สามารถรับเอาไว้ได้อย่างแน่นอน”

“เฒ่าเหมียว! เจ้าหมายความว่ายังไง? เป็นไปได้หรือนี่ เจ้าลืมเจ้ากลุ่มดาวท่านหย่งเลี่ยได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ?”

“ผู้แซ่เหอ  อย่ามาขึ้นเสียงแบบนั้นกับข้า  ใครก็ตามที่รับตำแหน่งพญาหมี  สำหรับตาเฒ่าผู้นี้แล้ว ก็เป็นแบบนั้นแหละ  ข้าไม่มีความสามารถอะไรมาก  แต่ข้าเชื่อมั่นในลูกผู้ชายตัวจริง!  ถ้าเจ้าปกครองผู้โง่เขลาผู้นั้นสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้  ท่านเจ้าหย่งเลี่ยก็แพ้เขาอย่างมิอาจโต้เถียงได้! เขาแพ้วีรบุรุษตัวจริงแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

คนที่อยู่รอบๆ เขาผงกศีรษะ “ใช่ ใช่แล้ว!”

……

ในห้องส่วนบุคคลชั้นบนมีนักสู้แต่งตัวธรรมดาสามคนอยู่ด้วยกัน ได้ยินคนข้างล่างคุยกันอย่างชัดเจน

บุรุษสอง สตรีหนึ่ง นักสู้ทั้งสามคนนั่นหันหน้าเข้าหากัน

“วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณเจ้าถังเทียนนั่นหาเรื่องตายแท้ๆ”  บุรุษคิ้วหยาบศีรษะล้านกล่าว  เขามีท่าทีซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา  “อาจเป็นไปได้ว่าเขารู้ว่าเราจะลงมือ? และใช้วิธีนี้ป้องกันตัวเองกระมัง?”

“เป็นไปไม่ได้”สตรีชุดขาวรูปร่างงดงาม แต่สีหน้าของนางเย็นชา “เราไม่อาจดูแคลนเขาได้ เขาคือพญาหมีคนใหม่ ถ้าเขาได้รับข้อมูลนี้ ทำไมเขาถึงยังไม่ลงมือ?  นอกจากนี้เขายังมีเหลียงฟง”

“ใช่แล้ว”บัณฑิตวัยกลางคนนั่งอยู่ตรงข้ามกับสตรีชุดขาวกล่าว“นั่นหมายความว่าเขาใช้วิชานั้นด้วยตัวเอง วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณ กี่ปีมาแล้วนะ ที่ข้าได้ยินว่ามีคนใช้กัน?  บุคลิกที่ดุดันอย่างนั้นถ้าเราไม่กำจัดเขาในตอนนี้ เราจะต้องมีศัตรูใหญ่ในอนาคตแน่”

“เราจะทำแบบนั้นได้ยังไง?” บุรุษศีรษะโล้นแค่นเสียง “พลังดวงดาวทั่วทั้งกลุ่มดาวหมีใหญ่มาบรรจบรวมที่ตัวเขาและโคจรอยู่รอบๆตัวเขา  และรังสีกระบี่มีอยู่กี่ชั้น?  เจ้าเป็นมือกระบี่  เจ้าบอกข้ามา”

บัณฑิตวัยกลางคนมีท่าทีจนใจ  “รังสีกระบี่รอบตัวเขาอย่างน้อยหนาหกสิบเมตร”

บุรุษศีรษะโล้นโบกมือ “ระยะขนาดนั้น เราไม่ควรเข้าไปยุ่ง นอกจากนี้สนามพลังวิญญาณของข้าไม่สามารถต้านทานมันได้แน่”

สตรีชุดขาวมีสีหน้าประหลาดใจ  “หนาหกสิบเมตรวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณหนามากขนาดนั้นได้ยังไง? ถ้าข้าจำได้ไม่ผิดวังวนกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างน้อยก็หนาเพียงสิบห้าเมตร”

“ไม่” บัณฑิตวัยกลางคนส่ายศีรษะ  “แค่เพียงยี่สิบเอ็ดเมตรเมื่อเจ็ดร้อยปีที่แล้ว คนที่ใช้คือเซียนกระบี่คลั่งหลินเจ้ากวง”

ทั้งสามคนนิ่งอึ้งไปสักพัก ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจ

หลังจากนั้นชั่วครู่บัณฑิตวัยกลางคนฝืนหัวเราะ “ดูเหมือนเราคงได้แต่หวังว่าเขาคงถูกบดจนพังทลายไป”

บุรุษศีรษะล้านแค่นเสียง “อย่าฝันไปเลย ข้ายังได้ยินเสียงร้อยโหยหวนจากระยะยี่สิบลี้อยู่เลย”

ทั้งสามคนเงียบอีกครั้ง พวกเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

ณ สถาบันไข่หมี

“อ๊าาาาาา....”

เสียงกรีดร้องโหยหวนของถังเทียนดังก้องไปทั่วสถาบันไข่หมี

นักสู้ชาวหมาป่าทุกคนนั่งฝึกอยู่เชือกขึงอย่างสุดความสามารถของพวกเขา  หลิวจงกวงคอยตะโกนปลุกใจเป็นระยะๆ

“ฟังสิ ฟังให้ดี เสียงร้องโหยหวนนั่นต้องใช้ความกล้าหาญมากเพียงไหน!  พวกเจ้าทุกคนจงตั้งใจให้ดีราชาหมาป่าของพวกเจ้ากำลังแสดงความกล้าหาญ พวกเจ้ามีเหตุผลพอจะเกียจคร้านอยู่อีกหรือ?”

“วิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณ  เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าคือวิธีขัดเกลาวิญญาณที่โหดร้ายอำมหิตที่สุดราชาหมาป่าของพวกเจ้ายอมรับเอาความเจ็บปวดเช่นนั้นไว้ ความเจ็บปวดเช่นนั้นรุนแรงยิ่งกว่าที่พวกเจ้าเจอมากมายนัก!  ของพวกเจ้าทุกคนก็แค่เจ็บๆ คันๆ!ผิดแล้ว!  ไม่สามารถเอามาเทียบกับอาการเจ็บๆ คันๆ ได้!  จงรู้สึกละอาย, จงรู้สึกละอายบ้าง จงให้เลือดลมเจ้าพลุกพล่านแล้วฝึกต่อไปมีแต่ฝึกอย่างสุดกำลังของพวกเจ้าเท่านั้น ฝึกอย่างเป็นบ้าเป็นหลังฝึกอย่างต่อเนื่องแล้วพวกเจ้าทุกคนจึงจะมีสิทธิ์ขึ้นไปอยู่กับราชาหมาป่าของพวกเจ้า!”

หลิวจงกวงดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นมนุษย์หมาป่าแล้ว  เขาเดี๋ยวกระโดดขึ้น เดี๋ยวกระโดดลงคอยดูแลตรวจสอบและตะโกนอย่างต่อเนื่อง

อาเดรียนยืนอยู่ที่ทางเข้าด้านหนึ่งมองดูกลุ่มนักสู้ชาวหมาป่ามากมาย เขาถามโดยไม่หันหน้ามามอง “พลังดวงดาวหนาแน่นเท่าใด?”

อาซิ่วมองดูตัวเลขและตอบอย่างใจเย็น  “เกือบร้อยละสี่สิบแล้วในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นสูงมาก ดูเหมือนวิชาวังวนกระบี่ทอนวิญญาณจะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของพลังดวงดาว”

“เป็นเรื่องปกติ”  อาเดรียนผงกศีรษะ เขามีประสบการณ์และสามารถบอกได้ด้วยชำเลืองมองทีเดียว “ก่อนนี้การรวบรวมพลังดวงดาวทำโดยกระดูกหมีเดียวดาย แต่แรงดึงดูดไม่แข็งแกร่ง กระแสหมุนวนจากวังวนกระบี่ทำให้การบรรจบรวมชัดเจนยิ่งขึ้น  พลังดวงดาวทั้งหมดรวมกันอยู่ที่นี่  ดังนั้นพลังดวงดาวด้านนอกจะลดลงแน่นอน”

อาซิ่วประหลาดใจ “นั่นก็หมายความว่า นี่เป็นการเพิ่มระดับขึ้นชั่วคราวใช่ไหม?”

“ถูกแล้ว ดังนั้นจึงทำให้จงกวงกังวลมากขึ้นทันทีที่เวลาช่วงนี้ผ่านไปแล้ว ก็คงยากจะได้เจอกับเหตุการณ์นี้อีกในอนาคต”อาเดรียนแนะนำ

อาเดรียนเหลือบมองนักสู้ชาวหมาป่าที่อยู่รอบๆและพูดทันที  “ไม่จำเป็นพวกเขาทุกคนทุ่มเททุกอย่างที่พวกเขามีอยู่แล้ว ความจริง แม้ว่าพรสวรรค์ของนักสู้ชาวหมาป่าถือว่าอยู่ในระดับทั่วไป  แต่พวกเขาขยันขันแข็งกันมากข้าเดินทางไปมาหลายกลุ่มดาวแล้ว แต่ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน”

อาซิ่วก็มีสีหน้าชื่นชมนักสู้ชาวหมาป่าทุกคนพยายามอย่างหนักและมีความอดทนต่อความยากลำบาก

ทุกคนมีพื้นที่การฝึกคนละนิดเดียวสภาพแวดล้อมที่ฝึกฝนอย่างยากลำบากเช่นนั้น ถ้าพวกเขาอยู่ในที่อื่น นักเรียนจะพร่ำบ่นร้องขอห้องฝึกเงียบๆขอจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ได้เงื่อนไขการฝึกฝนที่ดีกว่า  แต่นักสู้ชาวหมาป่าไม่มีใครหงุดหงิด  ทุกคนนั่งอยู่บนเชือกได้ทั้งวัน  ถ้าพวกเขาหิว พวกเขาจะกินอาหารแห้งถ้าพวกเขากระหาย พวกเขาจะดื่มน้ำจากกระติกน้ำ

ไม่มีการหยุดพักหรือนอนหลับอาซิ่วเคยเห็นตารางการฝึกฝนที่บ้าคลั่งอย่างนั้นมาก่อนทุกสถาบันจะมีคนอยู่ไม่กี่คนที่มีการฝึกฝนที่บ้าคลั่งอย่างนั้นซึ่งดูแล้วไม่น่าแปลกใจ

แต่เพราะคนล้านคนทำอย่างนั้น  ฉากภาพดังกล่าวจึงมีผลกระทบตามมาอย่างไม่มีใดเทียบ

เป็นกลุ่มคนที่น่ากลัวอย่างแท้จริง

พวกเขาเงียบกันทุกคน  นอกจากฝึกกันเงียบๆ คุยกันน้อยมากแต่ทุกครั้งที่พวกเขาลืมตา พวกเขามักมีความกระตือรือร้นอยากจะฝึก  อาซิ่วมักจะรู้สึกถึงแรงกดดันไร้รูป

แรงกดดันที่ไร้ลักษณ์นี้ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน

การฝึกที่บ้าคลั่งนั้น แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ธรรมดาที่สุดก็สามารถเก็บพลังไว้ได้ และเมื่อคนล้านคนฝึกฝนด้วยกัน นั่นจะน่ากลัวเพียงไหน

และพวกเขายังมีอีกคนหนึ่ง เป็นผู้นำที่น่ากลัวยิ่งกว่า...

สายตาของอาซิ่วมองไปที่ใจกลางร่างที่มีรังสีกระบี่ครอบคลุมเป็นชั้นๆ

เสียงร้องโหยหวนทรมานยังดังไม่หยุดหย่อน  แต่หน้าอาซิ่วไม่มีแววเย้ยหยันมีแต่ความเคารพ ในที่สุดเขาก็เชื่อว่าการพ่ายแพ้บุรุษผู้นั้นไม่ใช่เรื่องน่าอายแม้แต่น้อย

“อาจารย์, สิ่งนั้นจะคงอยู่อีกนานเท่าใด?” อาซิ่วอดถามไม่ได้

“ยากจะบอก” สายตาอาเดรียนยังคงมองดูถังเทียน “แต่อย่างสั้นที่สุด ก็คงเดือนหนึ่ง”

หนึ่งเดือน....

ดวงตาอาซิ่วเบิกกว้าง ความทรมานอย่างนั้น สามารถทนได้นานหนึ่งเดือน เขาเองจะสามารถทนได้ได้ไหม...

อาเดรียนเหลือบมองดูถังเทียน จากนั้นรั้งสายตากลับ  “เรามาฝึกของเรากันเถอะ  พลังดวงดาวที่หนาแน่นถึง 40%นั่นเทียบได้ระดับเดียวกับกลุ่มดาวระนาบสุริยคลาสแล้ว ในเดือนหนึ่งถ้าเราไม่ได้ผลการฝึกที่ดี นั่นนับเป็นเรื่องน่าขายหน้า”

อาซิ่วสะดุ้ง แต่ก็พยักหน้าเช่นกัน “อาจารย์สั่งสอนถูก”

การสอนนักเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างคนต่างมีความเชี่ยวชาญและเติบโตต่างกัน และอาจารย์ที่ดีจะสามารถสอนในแนวทางที่สอดคล้องเข้ากันได้กับนักเรียนทุกคน

อาเดรียนมีประสบการณ์มากมาย  แต่เมื่อเขารู้ว่า เขาต้องดูแลคนถึงล้านคนสิ่งแรกที่เขาทำก็คือเลือกอาจารย์ของนักสู้ชาวหมาป่า

เป็นเรื่องที่สะดวกมาก เขาเพียงแต่ต้องเลือกผู้อาวุโสที่น่าเชื่อถือ

โดยพื้นฐานเขาไม่ต้องกังวลเรื่องว่าพวกเขาจะไม่เชื่อฟังคำสั่ง  นักสู้หมาป่าทุกคนเชื่อฟังเป็นอย่างดีจนดูเหมือนกับเป็นเรื่องไร้สาระ  ไม่ว่าต้องการจะให้พวกเขาทำอะไร  พวกเขาจะทำโดยไม่อิดออดหรือถามหาเหตุผล

ถ้าเป็นวันเวลาทั่วไปของเขา อาเดรียนคงไม่ชอบนักเรียนแบบนั้น  แต่เมื่อพบกับนักเรียนถึงล้านคนในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนั้นเขากลับสบายใจ

เขาเตรียมการทดสอบง่ายๆและจากนั้นแบ่งนักสู้ชาวหมาป่าออกเป็นสองสามประเภทใหญ่ๆและจากนั้นกำหนดหลักสูตรฝึกฝนที่แตกต่างกันไป

นอกจากนักสู้หมาป่าแล้ว เขาไม่มั่นใจว่าจะมีนักสู้แข็งแกร่งหรือเซียนนักสู้ปรากฏตัวมากเท่าใด

แต่เขามีความเชื่อมั่นอย่างเพียงพอว่าจะสามารถยกมาตรฐานพวกเขาได้ถึงสองระดับ  เขาไม่ได้หยิ่งหรือย่ามใจแม้แต่น้อย ขอเพียงคนได้ศึกษาหรือมีประสบการณ์ก็สามารถทำได้  ชาวหมาป่ามีความอดทนและขยันหมั่นเพียรอย่างแท้จริง ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ก็คือช่วยย่นระยะเวลาฝึกฝน

ยกให้ได้สองระดับ...

อาเดรียนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก  ราวกับว่าเขากำลังเฝ้าดูคลื่นชาวหมาป่ากลืนกินสวรรค์วิถี

จบบทที่ ตอนที่ 447-3 ไม่มีชื่อตอน

คัดลอกลิงก์แล้ว