เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - เกมของคนแปดคน

บทที่ 8 - เกมของคนแปดคน

บทที่ 8 - เกมของคนแปดคน


บทที่ 8 - เกมของคนแปดคน

เสียงสัญญาณเตือนภัยยังคงดังก้องไม่หยุด หลัวซีเดินไปที่แผงควบคุม กดปุ่มรีเซ็ตค้างไว้ ไม่กี่วินาทีเสียงก็เงียบลง

ตอนนี้ คนที่เหลืออยู่บนชั้น 24 ต่างพากันเงียบกริบ พวกเขามองหน้ากัน สังเกตท่าทีของกันและกัน ด้วย 'ความรู้กัน' บางอย่างที่อธิบายไม่ได้

หลัวซีวิ่งไปเดินสำรวจห้องน้ำหญิงและห้องเปลี่ยนชุดหญิงรอบหนึ่ง ออกมาก็พึมพำกับตัวเองว่า 'นั่นไง', 'มหัศจรรย์จริงๆ' อะไรทำนองนั้น

จากนั้นเขาก็ลากเก้าอี้มานั่ง แล้วผายมือให้คนอื่นนั่งลงด้วย บางคนนั่ง บางคนไม่นั่ง

"ดูจากปฏิกิริยาของทุกคน แสดงว่าแผนคัดกรองครั้งนี้สำเร็จไปด้วยดี คนไม่เกี่ยวข้องออกไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่น่าจะเป็นคนที่จำเหตุการณ์พี่เม่ากลายร่างฆ่าคนเมื่อรอบที่แล้วได้กันทุกคน"

หลัวซีเปิดประเด็นไม่อ้อมค้อม เพราะเขารู้ดีว่าไม่มีเวลาให้เสีย หนึ่งวัน... ไม่สิ พี่เม่าอาจเริ่มช่วงเวลาสังหารหมู่ได้ทุกเมื่อ ดังนั้นพูดตามตรง เวลาหนึ่งวันมันไม่มีจริง

คนตรงหน้าทั้งสี่คน ตู้เล่ย, กัวเจ๋อหนิง (เพื่อนชาย 1), เฝิงข่าย (เพื่อนชาย 2), และจางย่านาน (เพื่อนหญิง) ยังคงเงียบ แต่สีหน้าแต่ละคนแตกต่างกันไป ตู้เล่ยหรี่ตาเช็ดเหงื่อ ถ้ามองดีๆ จะเห็นมุมปากแกยกยิ้มเย็นชาอยู่

กัวเจ๋อหนิงกับจางย่านานดูเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้า ส่วนเฝิงข่ายกลอกตามองซ้ายขวา เหมือนกำลังระวังตัวจากใครบางคน

"เรารีบทำเวลากันหน่อย มาทำความรู้จักกันใหม่ ผมชื่อหลัวซี ผู้กอบกู้ความทรงจำที่เก็บความทรงจำได้หนึ่งครั้ง"

พูดจบ เงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับ หลัวซียิ้มหน้าบาน ไม่รู้สึกเก้อเขินสักนิด หันไปมองตู้เล่ย "ผู้จัดการตู้ คุณเป็นพี่ใหญ่ เชิญก่อนเลย..."

ตู้เล่ยหรี่ตามองหลัวซีสลับกับจางย่านาน แล้วหันกลับมาพูด "วิธีนี้ฉันเคยคิดจะทำ แต่เห็นว่าเสี่ยงเกินไปเลยไม่ได้ทำ แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะออกมาดีทีเดียว"

"จังหวะมันได้พอดีด้วยครับ รอบที่แล้วพี่เม่ากลายร่างเร็ว ไม่งั้นคงไม่มีโอกาสมาเปิดอกคุยกับทุกคนแบบนี้" หลัวซีหุบยิ้ม ยกมือนวดหน้า

"เปิดอกคุย?" ตู้เล่ยหัวเราะ "ได้ ในที่สุดก็เจอคนฉลาด แต่ฉันอยากรู้ว่าคัดกรองเสร็จแล้วไงต่อ? นายจะทำอะไร?"

"เรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยอธิบาย ตอนนี้อยากให้ทุกคนบอกจำนวนครั้งที่เก็บความทรงจำได้ อย่าโกหกหรือปิดบังจะดีที่สุด" หลัวซีเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉย หรือจะเรียกว่าไร้อารมณ์ก็ได้

ตู้เล่ยแค่ยิ้ม ไม่ตอบ คนอื่นก็เงียบ แต่ดูออกว่าแต่ละคนมีความคิดในใจ บ้างกระตือรือร้น บ้างระมัดระวัง บ้างก็ระแวง

เฝิงข่ายที่หน้าตาบอกบุญไม่รับโพล่งขึ้นมา "ทำไมต้องบอกแกด้วย? แกเป็นใครวะ?"

คำถามลองเชิงเป็นเรื่องปกติ ในมุมมองของหลัวซี นี่คือกลไกการ 'ป้องกันตัว' และแน่นอนว่าจะต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อไม่ให้ใครมาข่มเหงได้ง่ายๆ เหมือนเฝิงข่ายตอนนี้

หลัวซีเหลือบมองอีกฝ่าย พูดเสียงเรียบ "แน่นอน การเลือกที่จะปิดบังเป็นสิทธิ์ของพวกคุณ แต่ขอเตือนไว้ก่อน การเปิดใจคุยกันตอนนี้สำคัญมาก มันตัดสินว่าเราจะ 'เคลียร์เกม' ได้หรือไม่..."

"เคลียร์เกม? เคลียร์บ้าอะไร?" เฝิงข่ายแค่นหัวเราะ "แกเพิ่งเก็บความทรงจำได้รอบเดียว จะไปรู้อะไร? ไอ้พวกขี้โม้"

หลัวซีทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดก้าวร้าว สำหรับเขา การ 'ยั่วยุ' แบบนี้ก็ถือเป็นคำตอบรูปแบบหนึ่ง

"ผู้จัดการตู้ คุณจะบอกไหม? หรือจะเลือกปิดบังเหมือนกัน?" หลัวซีหันไปถามตู้เล่ย

ตู้เล่ยเห็นว่าเลี่ยงไม่ได้ ก็หัวเราะ หึๆ "คนกันเองทั้งนั้น เพื่อนร่วมงานที่อยู่กันมาตั้งนาน แถมยังมาร่วมชะตากรรมในเรื่องประหลาดพิสดารแบบนี้ ช่วยเหลือกันไว้ก็ดี ชื่อแซ่ก็รู้กันหมดแล้ว งั้นบอกแค่จำนวนครั้งก็พอ"

พูดจบก็กวาดตามองรอบวง แล้วชูนิ้วทำสัญลักษณ์เลข 'แปด'

"แปดครั้ง ฉันเก็บความทรงจำมาแล้วแปดครั้ง"

น้ำเสียงแฝงความอวดเบ่งและภูมิใจอยู่ลึกๆ

หลัวซีพยักหน้า หันไปมองอีกสองคน

"ฉันแค่ครั้งเดียว ฉันจำได้แค่เรื่องรอบที่แล้ว พี่เม่าคลานออกจากตู้..." กัวเจ๋อหนิงพูดยังไม่ทันจบ หลัวซีก็ขัดขึ้น "รายละเอียดเอาไว้ก่อน"

กัวเจ๋อหนิงพยักหน้า นั่งลง "ฉันก็ครั้งเดียว บอกตามตรงนะหลัวซี ถ้าเมื่อกี้ไม่ได้นายเตือนว่าสิบโมงพี่เม่าอยู่ข้างล่าง ฉันคงนึกว่าตัวเองฝันร้าย แต่เรื่องนั้นมันสมจริงมาก น่ากลัวมาก..." จางย่านานเริ่มระบาย เธอตื่นเต้น นั่งทำมือทำไม้ พยายามอธิบายความรู้สึก

ตั้งแต่เธอถูกฆ่า แล้วจู่ๆ ก็ไปโผล่ที่ห้องเปลี่ยนชุดหญิง พบว่าเวลาย้อนกลับมาตอนเช้าที่เพิ่งเข้างาน เธอเอ๋อไปเลย ตลอดเช้าเธอใช้ชีวิตแบบมึนๆ ในใจเต็มไปด้วยความกลัวและความสงสัย

แต่เรื่องพรรค์นี้ จะไปคุยกับใครได้? เธอแอบถามเพื่อนร่วมงานหญิงคนอื่น แต่อีกฝ่ายจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้เรื่องที่เธอพูด สถานการณ์ตอนนี้เธอก็ยังงงๆ แต่จับใจความได้อย่างหนึ่งคือ คนที่เหลืออยู่ที่นี่ทุกคน จำเรื่องที่พี่เม่ากลายร่างไล่ฆ่าคนได้

แสดงว่า เธอไม่ได้บ้า ไม่ได้ฝัน ความสยองขวัญนั่นคือเรื่องจริง เธอตื่นเต้นจนมือสั่น อยากระบายเต็มแก่

หลัวซีดูอาการออก จึงพูดปลอบ "ตอนเช้าที่ผมรู้สึกตัวที่โต๊ะทำงานแล้วพบว่าเริ่มวันใหม่ ผมก็รู้สึกเหมือนคุณนั่นแหละ ทำใจให้สบาย ตื่นเต้นเกินไปเดี๋ยวจะแย่เอา"

จางย่านานรีบพยักหน้า สีหน้าซาบซึ้งใจ

"สรุปว่ารอบที่แล้ว พวกเราทุกคนถูกพี่เม่าฆ่าตาย งั้นมีใครที่หนีพ้นการไล่ล่า แล้วอยู่รอดจนจบไหม?" หลัวซีกวาดตามอง ไม่มีใครตอบ เป็นไปตามคาด

รอบที่แล้ว ตายเรียบ

"ในบรรดาห้าคนนี้ มีแค่ผู้จัดการตู้กับเฝิงข่ายที่เป็น 'รุ่นเก๋า' รอดมาได้มากกว่าหนึ่งรอบ คำถามต่อไปเจาะจงที่สองท่านนี้ แน่นอน เลือกที่จะไม่ตอบก็ได้" หลัวซีปรายตามองเฝิงข่าย

"ถามมาเถอะ ฉันว่ามาจับเข่าคุยกันแบบนี้ก็ดี สามคนรวมหัวยังเก่งกว่าขงเบ้ง เผื่อจะหาทางออกเจอจริงๆ" ตู้เล่ยถอนหายใจ

"คำถามง่ายมาก แต่สำคัญสุดๆ ในวันแห่งพันธนาการหลายรอบที่ผ่านมา ทั้งสองคนเคยหนีรอดช่วงเวลาสังหารหมู่ของพี่เม่า แล้วอยู่รอดปลอดภัยจนถึงเที่ยงคืนได้ไหม? หรือ เคยเห็น หรือเคยได้ยินว่ามีคนทำได้ไหม?"

ชัดเจนว่า คำถามนี้มีแต่ 'รุ่นเก๋า' เท่านั้นที่ตอบได้

กัวเจ๋อหนิงกับจางย่านาน สอง 'มือใหม่' ยังคงงงเป็นไก่ตาแตก หลัวซีพูดอะไรมา ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็ไม่กล้าขัด ในใจคันยิบๆ อยากรู้ แต่ต้องกลั้นไว้

ตามหลักแล้ว คำถามของหลัวซีตอบง่ายมาก แต่ทั้งตู้เล่ยและเฝิงข่ายกลับไม่รีบตอบ ผ่านไปพักใหญ่ ตู้เล่ยถึงส่ายหน้า "หลัวซี นายถามคำถามนี้ได้ แสดงว่านายรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวันแห่งพันธนาการเยอะพอสมควรเลยนะ ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่านายโกหก นายไม่ใช่ 'มือใหม่' แต่เป็นรุ่นเก๋าที่รอดมาหลายรอบเหมือนฉัน"

"ผมมือใหม่ซิงๆ ครับ!" หลัวซีแบมือ หน้าตาใสซื่อ

ตู้เล่ยหัวเราะ ยังคงเช็ดเหงื่อ "ช่วงเวลาสังหารหมู่ของหลิวเม่า ไม่มีใครหนีพ้น ไม่มีคนปกติที่ไหนรอดชีวิตหลังช่วงเวลานั้นได้ ดังนั้นในแต่ละรอบเราจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเวลาที่มันจะกลายร่างล้วนๆ"

"แน่ใจเหรอ?" หลัวซีขมวดคิ้ว

"อย่างน้อยในรอบที่ฉันผ่านมาก็เป็นแบบนั้น หลิวเม่าตอนกลายร่าง นายก็เห็น ทุกคนก็เห็น คิดว่าใครจะหนีรอด?" ตู้เล่ยไม่รู้ไปนึกถึงอะไรเข้า สีหน้าบิดเบี้ยวดูน่ากลัว ซึ่งความจริงแล้วซ่อนความกลัวไว้ใต้ความโหดเหี้ยม คงเป็นความทรงจำที่ไม่น่าอภิรมย์นัก

เฝิงข่ายยังคงเงียบ หมอนี่เหมือนเม่น ใครแตะไม่ได้ แถมยังเป็นเม่นขี้ระแวงปากจัด แต่คำตอบของตู้เล่ยที่ว่า 'ไม่มีใครหนีรอดช่วงเวลาสังหารหมู่' มันเหมารวมทุกคน รวมถึงเฝิงข่ายด้วย

"พี่เล่ย ไอ้หมอนี่มันกำลังล้วงตับเรา" จู่ๆ เฝิงข่ายก็โพล่งออกมา

ตู้เล่ยชะงัก คิดตามแล้วหน้าเปลี่ยน กับดักชัดๆ ถ้าหนีช่วงสังหารหมู่ไม่ได้ แล้วตู้เล่ยรอดมาได้หลายรอบ แสดงว่าเขาต้องฆ่าผู้กอบกู้ความทรงจำคนอื่นในจำนวนที่เท่ากันเพื่อเอาการ์ด ไม่งั้นจะเอาการ์ดที่ไหนมาเก็บความทรงจำ?

"ผมไม่ทำตัวต่ำตมขนาดนั้นหรอก" ปฏิกิริยาของหลัวซีกลับเรียบเฉย มุมปากมีรอยยิ้มจางๆ เหมือนกำลังดูแคลนว่าอีกฝ่ายเห็นเขาเป็นคนโง่เง่าระดับนั้นเชียวหรือ

"การฆ่าผู้กอบกู้ความทรงจำคนอื่นเพื่อชิงการ์ด มันคือกฎของวันแห่งพันธนาการอยู่แล้ว ไม่มีความถูกผิด ไม่มีดีชั่ว ไม่จำเป็นต้องมานั่งอ้อมค้อมลองเชิงกันหรอก อีกอย่าง... คำถามนี้จำเป็นต้องลองเชิงด้วยเหรอ?"

คำพูดของหลัวซีทำเอาความโกรธของตู้เล่ยฝ่อลงทันที เขาพบว่า เขาอาจประเมินเด็กคนนี้ต่ำไปจริงๆ

"หลัวซี ว่ามา นายจะทำอะไร?"

"ก็ต้อง 'เคลียร์เกม' สิครับ" หลัวซีตอบทันควัน ราวกับเตรียมคำตอบมาตรฐานไว้สำหรับคำถามนี้อยู่แล้ว

"เคลียร์ยังไง?" ตู้เล่ยหรี่ตาถาม

หลัวซีไม่ตอบ แต่หันไปมองกัวเจ๋อหนิงและจางย่านาน ที่ทำหน้าเอ๋อเหมือนเด็กประถมพยายามทำความเข้าใจฟิสิกส์ควอนตัม

"พี่เม่าตอนนั้น น่ากลัวมากใช่ไหม?" หลัวซีปรับเสียงให้นุ่มลง

ทั้งสองคนแววตาฉายความกลัว พยักหน้าหงึกๆ

"ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก๋าอย่างผู้จัดการตู้ หรือมือใหม่อย่างพวกเราที่เพิ่งเก็บความทรงจำได้รอบเดียว ไม่มีใครลืมพี่เม่าในโหมดสังหารหมู่ได้หรอก ดังนั้นตอนที่ผมพูดว่า 'สิบโมงแล้ว พี่เม่าอยู่ข้างล่าง' ใครที่จำเหตุการณ์รอบที่แล้วได้ ไม่มีทางทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแน่ ความอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมชาติของมนุษย์ บวกกับแรงกดดันเรื่องเวลาจากวิกฤตที่จ่อคอหอย ถ้าเป็นผู้กอบกู้ความทรงจำ ไม่มีใครกล้าเดินลงไปข้างล่างในสถานการณ์แบบนั้นหรอก..."

"นั่นหมายความว่า ตอนนี้คนที่อยู่บนชั้น 24 คือผู้กอบกู้ความทรงจำที่มีอยู่ทั้งหมด... เจ็ดคน"

จางย่านานอดไม่ได้ที่จะยกมือ

หลัวซียิ้ม "ว่ามา!"

"พวกเรา... เหมือนจะมีแค่ห้าคนนะ..." จางย่านานมองไปรอบๆ แล้วท้วงติง

"ลืมบอกไป ในกลุ่มผู้กอบกู้ความทรงจำ ต้องนับเหล่าเกาที่ตายไปเมื่อเช้าด้วย แล้วก็ยังมีอีกคน... รวมเธอคนนั้น ก็ครบเจ็ดคนพอดี"

พอหลัวซีพูดจบ ตู้เล่ยกับเฝิงข่ายก็หันขวับมามองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ

"แต่นี่เป็นเกมของคนแปดคน" หลัวซีพูดต่อ

"แปดคน? ยังมีคนอื่นอีกเหรอ?" เฝิงข่ายอดถามไม่ได้

หลัวซียิ้มส่ายหน้า "คนที่แปดคือพี่เม่า เกมแมวจับหนูที่มีคนเล่นแปดคน แมวหนึ่งตัว หนูเจ็ดตัว..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - เกมของคนแปดคน

คัดลอกลิงก์แล้ว