- หน้าแรก
- ระบบล่าความทรงจำ ขังตายในวันนรก
- บทที่ 7 - วิธีการของคนบ้า
บทที่ 7 - วิธีการของคนบ้า
บทที่ 7 - วิธีการของคนบ้า
บทที่ 7 - วิธีการของคนบ้า
เช้าวันจันทร์ เวลาสิบนาฬิกาห้านาที
หลัวซีเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดชายที่ชั้น 24 แล้วรีบคว้ากระบอกน้ำตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อกดน้ำ
ห้องครัวและห้องน้ำอยู่ที่ปลายสุดของทางเดิน ตรงนั้นยังมีห้องพักผ่อนอีกด้วย ส่วนทางเดินฝั่งตะวันออกและตะวันตกต่างก็มีทางออกหนีไฟ เป็นประตูกระจกนิรภัยกรอบอลูมิเนียม ติดตั้งระบบล็อกประตูอัตโนมัติ ขาเข้าต้องแตะบัตร ขาออกต้องกดสวิตช์ปลดล็อก
ขณะนี้หลัวซียืนอยู่หน้าทางออกฝั่งตะวันตก มองดูป้ายโฆษณาบริษัทบนผนัง ถัดไปเป็นสวิตช์ปลดล็อกประตู และถัดไปอีกนิดคือป้ายเตือนอัคคีภัยที่มีแผนผังชั้น ข้อควรระวัง และกฎระเบียบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข้างๆ ป้ายเตือนภัยคือปุ่มแจ้งเหตุเพลิงไหม้
กล่องสี่เหลี่ยมสีแดง มีคำอธิบายวิธีใช้ 'กดปุ่มเมื่อเกิดเพลิงไหม้' ส่วนตัวปุ่มเป็นจุดสีดำ มีฝากระจกใสครอบไว้ เขียนกำกับว่า 'ทุบกระจกเพื่อแจ้งเหตุ'
เขาเดินเข้าไป ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ใช้กระบอกน้ำสแตนเลสเก็บความร้อนในมือฟาดเข้าที่สวิตช์ปลดล็อกประตูเต็มแรง สองทีเท่านั้น กรอบพลาสติกก็แตกกระจาย เขาลองกดดูสองสามที ประตูไม่เปิด ระบบล็อกเสียไปเรียบร้อยแล้ว
จากนั้น เขาใช้กระบอกน้ำทุบกระจกครอบปุ่มแจ้งเหตุจนแตก แล้วกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยทันที
พริบตาเดียว เสียงกริ่งเตือนภัยที่ไม่ถึงกับแสบแก้วหูนักก็ดังขึ้น
หลัวซีถือกระบอกน้ำ เดินไพล่หลังมุ่งหน้าไปยังทางออกฝั่งตะวันออก ตัดผ่านโซนทำงานไปหน้าตาเฉย
เสียงกริ่งเตือนภัยดังขึ้น ทำเอาคนในโซนทำงานแตกตื่น
พนักงานทุกคนตอนเข้าทำงานต้องผ่านการอบรมเรื่องอัคคีภัย เรียนรู้กรณีศึกษาและวิธีเอาตัวรอด การใช้ถังดับเพลิง และเส้นทางหนีไฟ
ในบรรดาเนื้อหาทั้งหมด การหนีไฟน่าจะเป็นสิ่งที่จำง่ายที่สุด หรือจะพูดให้ถูกคือ แทบไม่ต้องสอน เพราะการหนีเอาตัวรอดมันเป็นสัญชาตญาณ
แต่พูดก็พูดเถอะ แค่เสียงกริ่งเตือนภัย อย่างมากก็แค่ทำให้คนสงสัยชะโงกหน้าดูรอบๆ ความจริงคือไม่มีใครลุกหนีเลยสักคน ส่วนใหญ่ก้นยังติดเก้าอี้ ทำงานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่ได้ใส่ใจกันเลยสักนิด
เพราะคนที่มีประสบการณ์เจอไฟไหม้จริงๆ มีน้อย ส่วนใหญ่เห็นแต่ในคลิปอบรม ในทีวี หรือในเน็ต
ทว่า... เมื่อควันดำโขมงและกลิ่นไหม้ฉุนกึกเริ่มลอยออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดชายชั้น 24 สถานการณ์ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า
"ไฟไหม้จริงว่ะ"
"เร็ว เร็ว รีบหนี"
"ฉันยังติดสายลูกค้าอยู่นะ"
"หนีสิโว้ย จะบ้าเหรอ ลูกค้าสำคัญกว่าชีวิตรึไง?"
"เร็ว อพยพด่วน ลุกเร็ว!"
มองดูความโกลาหลในโซนทำงาน หลัวซีเผยรอยยิ้มพอใจ
เขายืนรออยู่ที่ทางออกฝั่งตะวันออก เปิดประตูค้างไว้เหมือนพนักงานเปิดประตู ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
เสียงกริ่งเตือนภัยบวกกับควันโขมงจากห้องเปลี่ยนชุดชาย กระตุ้นต่อมความกลัวของผู้คนได้ชะงัด เมื่อตระหนักถึงอันตราย ปฏิกิริยาแรกของทุกคนคือหนี แน่นอนว่ามีบางคนวิ่งไปหาถังดับเพลิง แต่คนที่ควรอพยพก็ต้องรีบไปก่อน
ชั้นนี้มีทางออกสองทาง ตะวันออกและตะวันตก ทางฝั่งตะวันตกหลัวซีทุบสวิตช์พังไปแล้ว เปิดไม่ได้ คนเลยต้องแห่มาออกทางฝั่งตะวันออกที่เขายืนอยู่ และทุกคนที่ผ่านหน้าเขาไป จะได้รับประโยคบอกเล่าจากเขาหนึ่งประโยค
"สิบโมงแล้ว พี่เม่าอยู่ข้างล่าง!"
คนส่วนใหญ่มองหลัวซีเหมือนมองคนบ้า แล้วรีบเร่งฝีเท้าหนีไป บางคนก็งงเต็ก ถามกลับมาว่าหมายความว่าไง
"เหล่าหลัว พูดบ้าอะไรวะ? พี่เม่าเป็นอะไร?"
"ไม่หนีมายืนบื้อทำหอกอะไรตรงนี้?"
"เมื่อกี้ฉันเห็นนายทุบสวิตช์ประตูฝั่งตะวันตกนะ หลัวซี มึงบ้าป่ะเนี่ย..."
ไม่ว่าใครจะพูดยังไง หลัวซีก็ตอบกลับแค่ประโยคเดียว
"สิบโมงแล้ว พี่เม่าอยู่ข้างล่าง!"
เพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งพอได้ยินประโยคนี้ จากที่กำลังจะก้าวพ้นประตู ก็ชะงักกึกทันที หันมามองหลัวซีด้วยสายตาแปลกประหลาด
ดูออกเลยว่าเธอตกใจมาก แล้วก็เริ่มลังเล จะไปก็ไม่ไป จะอยู่ก็ไม่อยู่
หลัวซีมองตอบ เธอชื่อ จางย่านาน เป็นคนเงียบๆ โลกส่วนตัวสูง ปกติความสัมพันธ์กับหลัวซีก็แค่ทักทายตามมารยาท
ควันจากห้องเปลี่ยนชุดชายเริ่มหนาขึ้น คนที่วิ่งไปหาถังดับเพลิงตะโกนด่าลั่น เพราะถังดับเพลิงที่เคยวางอยู่ตามทางเดินหายเกลี้ยง
"หลัวซี เมื่อกี้ฉันเห็นนายขนถังดับเพลิง นายเอาไปไว้ไหน?" เพื่อนร่วมงานชายสองคนวิ่งมาถาม
แต่คำตอบที่ได้ยังคงเดิม
"พี่เม่า? หมายความว่าไง... เชี่ย นายเล่นบ้าอะไรเนี่ย?"
"เร็ว หนีก่อน ควันเยอะแล้ว แจ้งดับเพลิงเร็ว"
สองหนุ่มพยายามจะลากหลัวซีไปด้วย หลัวซีสะบัดหลุด พอจะเข้ามาลากอีก เขาก็ใช้กระบอกน้ำฟาดสวนกลับไปเต็มแรง
"มึงบ้าไปแล้วเหรอ?" สองคนนั้นเริ่มเห็นความผิดปกติของหลัวซี
จังหวะนั้นตู้เล่ยก็วิ่งมา โดนควันรมจนน้ำตาไหล ไอโขลกๆ
"ยืนทำซากอะไรกันอยู่ รีบลงไปสิ ใครวะแม่งทำประตูฝั่งนู้นพัง"
สองหนุ่มรีบฟ้องผู้จัดการตู้เรื่องความบ้าของหลัวซี
"เสี่ยวหลัว... นาย... นายเป็นอะไร?"
"สิบโมงแล้ว พี่เม่าอยู่ข้างล่าง!"
ยังคงประโยคเดิม
"..." ตู้เล่ยพูดไม่ออก ปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วถามเสียงเครียด "เสี่ยวหลัว รู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่? นี่มันอาชญากรรมนะ ไฟไหม้นี่ฝีมือนายใช่ไหม? บอกมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น?"
ควันหนามากแล้ว พนักงานชั้น 24 แทบทั้งหมดอพยพออกไปทางประตูตะวันออกกันหมดแล้ว
เหลืออยู่แค่ไม่กี่คน แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือหลัวซี ส่วนจางย่านาน สาวเงียบคนนั้นก็ยังไม่ไป เธอดูเครียดจัด สายตาเต็มไปด้วยความลังเลสับสน ดูออกว่าอยากหนี แต่เหมือนกลัวอะไรบางอย่างมากกว่า
นอกจากนั้นก็มีตู้เล่ย และเพื่อนร่วมงานชายอีกสองคน
รวมทั้งหมด 5 คน
"ได้เวลาละ"
หลัวซีเดินเข้าไปในห้องน้ำชาย แล้วเดินกลับออกมาพร้อมถังดับเพลิงสองถัง ส่งให้ตู้เล่ยถังหนึ่ง
คนอื่นสังเกตเห็นว่า บนหน้าเขาตอนนี้สวมหน้ากากกันพิษอยู่
เป็นหน้ากากกันควันไฟแบบครอบศีรษะสีแดงที่มักวางคู่กับถังดับเพลิง หรือชื่อเต็มๆ ว่า 'หน้ากากป้องกันควันไฟและก๊าซพิษฉุกเฉิน'
"เกจวัดแรงดันปกติ ดึงสลัก จับหัวฉีด แล้วฉีดได้เลย..."
หลัวซีเดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดชาย ไม่นานก็ได้ยินเสียงฉีดสารเคมีดังฟู่
ตู้เล่ยขมวดคิ้ว ลังเลอยู่แวบหนึ่ง ก็หยิบหน้ากากกันควันอีกอันบนโต๊ะมาสวม แล้วเดินตามเข้าไป เขาเห็นจุดต้นเพลิงคือตู้ล็อกเกอร์ที่เปิดอ้าอยู่ ตอนนี้ตู้ล็อกเกอร์ทั้งหมดไหม้เกรียมบิดเบี้ยว แต่ที่นี่ไม่มีเชื้อเพลิงอื่น และไฟก็ใกล้จะดับแล้ว ตู้เล่ยเลยเข้าไปช่วยฉีด อีกสามถังถึงดับไฟได้สนิท ตอนนี้ในห้องควันโขมง หลัวซีไปเปิดหน้าต่างระบายอากาศแล้ว
"นายวางเพลิง?" ตู้เล่ยจ้องหลัวซีเขม็ง
หลัวซีไม่ปฏิเสธ
เขาเดินไปที่ตู้ดับเพลิงตรงทางเดิน ดึงสายยางดับเพลิงที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ออกมา แล้วเดินไปที่ประตูทางออกฝั่งตะวันตก เอาสายยางผูกกับมือจับประตูด้านในทั้งสองข้าง มัดเงื่อนตายอย่างแน่นหนา
อีกสี่คนยืนมองตาปริบๆ สีหน้าบอกอารมณ์ไม่ถูก
"เฮ้อ สายยางมีเส้นเดียว ไม่พอแฮะ"
หลัวซีบ่นพึมพำ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ไปเอาด้ามไม้ถูพื้น และถอดขาเก้าอี้เหล็กจากโต๊ะทำงานมาสองอัน
เดินกลับมาที่ประตูฝั่งตะวันออก หลัวซียกนาฬิกาขึ้นดู สิบโมงสิบห้านาที
"ทุกท่านครับ ต่อไปผมจะปิดตายชั้นนี้ ให้โอกาสพวกคุณเลือก จะออกไปตอนนี้ก็ได้ แต่ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าก้าวออกไป เท่ากับทิ้งโอกาสนี้ไป ต่อให้พวกคุณเคยเก็บความทรงจำได้กี่รอบ ก็ไม่มีทางเคลียร์เกมได้ ไม่ว่าจะโดนคนฆ่าหรือโดนพี่เม่าฆ่า การ์ดความทรงจำก็จะหมดเกลี้ยงในที่สุด คิดให้ดี สิบวินาที... สิบ... เก้า..."
"เดี๋ยวดิ หลัวซี นายหมายความว่าไง? นายจะทำอะไรกันแน่?" เพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งเริ่มหงุดหงิด
คนอื่นสีหน้าเคร่งเครียด อารมณ์ซับซ้อน จ้องมองหลัวซีพยายามอ่านเกม
หลัวซีไม่สนคำถาม ในมือกำขาเก้าอี้เหล็กแน่น นับถอยหลังต่อ "แปด... เจ็ด... หก..."
"ฉัน..." จางย่านานทำท่าจะพูด หลัวซีสวนกลับทันที "ตอนนี้ผมไม่ตอบคำถาม อยู่ หรือ ไป... ห้า... สี่..."
"แม่งบ้าไปแล้ว พวกเราลงไปกันเถอะ" ชายคนที่โวยวายเมื่อกี้ก้าวเท้าเดินออกไป แต่ที่เขาแปลกใจคือ ตู้เล่ยและเพื่อนชายอีกคนกลับยืนนิ่งไม่ขยับ
"ผู้จัดการตู้ พวกคุณ..."
"สาม"
"สอง"
"หนึ่ง"
หลัวซีปิดประตู ชายคนที่เดินออกไปแล้วเปลี่ยนใจก้าวกลับเข้ามาในวินาทีสุดท้าย สีหน้าบึ้งตึงแฝงความประหลาดใจ
ใช้ด้ามไม้ถูพื้น ขาเก้าอี้ และสายแลนที่หาได้มามัดล็อกประตูฝั่งตะวันออกจนแน่นหนา หลัวซีปัดมือ มองดูทุกคน
"ทีนี้ ก็ไม่มีใครมารบกวนพวกเราแล้ว"
[จบแล้ว]