เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 265 ความกังวลของถังอี้

ตอนที่ 265 ความกังวลของถังอี้

ตอนที่ 265 ความกังวลของถังอี้


หิ่งห้อยที่งดงามดูไร้พิษสงทั้งสิบเข้าไปในตัวองครักษ์เหล็กทั้งสิบ

ในชั่วเวลาสั้นๆ ความกลัวปรากฏอยู่ในดวงตาของพวกเขาสีหน้าแข็งค้างราวกับเป็นใบหน้าที่ถูกวาด

ปัง!

ร่างขององครักษ์ทั้งสิบระเบิดเปลวสีน้ำเงินลุกโชนในท้องฟ้า เหมือนดอกกุหลาบน้ำเงินสิบดอก ความเย็นถึงขั้วกระดูกแผ่ออกมาจากเพลิงที่ลุกในอากาศ เกล็ดน้ำแข็งลอยกระจายไปทุกที่

ระเบิดเพลิงน้ำเงินแตกกระจายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าพื้นดินและภูผาสั่นสะเทือนทำให้เกล็ดน้ำแข็งปลิวกระจายทั่วร่างสีเงินยืนเด่นอยู่ตรงกลางทันใดนั้นในสนามต่อสู้สัมผัสได้ถึงความเศร้าและความงาม

ปราณแท้ของนกยูงยังคงโคจรอยู่ในร่างของเขาแต่รูปลักษณ์เย็นชาในดวงตาถังเทียนหายไปแล้ว กลับมีความอบอุ่นดุจดวงอาทิตย์เข้ามาแทนที่

ฉากภาพเช่นนี้มีพลังขลังที่ไม่อาจบรรยายได้ตราตรึงในใจของทุกคน

ทั่วทั้งสนามต่อสู้ไม่มีเสียงอะไรแม้แต่นิดเดียว

แม้แต่พวกที่กำลังต่อสู้อย่างเข้มข้นอย่างหลิงซิ่วและพวกที่เหลือพากันหยุดยืนตะลึงกันหมด

เหมือนกับว่าหลิงซิ่วและนักสู้ที่เขาสู้ด้วยกำลังเห็นผีความกลัวลึกปรากฏในดวงตาเขา  เขาพึมพำทันที“สมบัติดวงดาว...วิวัฒนาการ!”

สมบัติดวงดาววิวัฒนาการ?

เป็นครั้งแรกที่หลิงซิ่วได้ยินเรื่องแบบนี้และไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร  แต่เขาจดจำไว้การต่อสู้ของถังเทียนมีพลังยิ่งใหญ่จนเขาแทบไม่เชื่อตาตัวเอง  นักสู้ระดับสวรรค์วิถีที่อยู่ต่อหน้าเขาเหมือนผักที่ถูกตัดและการต่อสู้ที่หวาดหวั่นน่ากลัวทำให้หลิงซิ่วปากอ้าตาค้างมองดู

เจ้าบ้านี่ปกปิดพลังไว้ตลอดมาหรือนี่?

หลิงซิ่วอดจับหอกเงินแน่นไม่ได้

ท่าทางตะลึงของอาเฮ่อหายไปเร็วกว่าหลิงซิ่วกลับกลายเป็นท่าทีครุ่นคิดและสงสัย พัฒนาการสมบัติดวงดาวคือสิ่งที่อาเฮ่อรู้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ตกทอดมาจากกลุ่มดาวกระเรียนฟ้าเขาได้มาจากบันทึกที่มารดามอบให้เขา

สมบัติดวงดาวว่าตามกำเนิดของหมู่ดาวแล้วสมบัติดวงดาวเหล่านี้ทั้งหมดยังประกอบด้วยส่วนหนึ่งของกฎและพลังของกลุ่มดาวสำหรับนักสู้คนหนึ่ง พลังนี้ยิ่งใหญ่มากเหมือนกับขุมสมบัติ

แต่เพียงแต่ใต้สถานการณ์บางอย่างก็สามารถทำให้ขุมสมบัตินี้เปิดออก และพลังของสมบัติจะเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ขณะที่มันวิวัฒนาการ แน่นอนว่านั่นคือเรื่องการวิวัฒนาการของสมบัติดวงดาว

วิวัฒนาการของสมบัติดวงดาวมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งและเพิ่มกระบวนการได้  ยิ่งมันมีวิวัฒนาการมาก  ก็สามารถเอาพลังมาใช้ได้มากหลังจากวิวัฒนาการได้ระยะหนึ่ง สมบัติจะสื่อสารกับหมู่ดาวของมันและพลังของหมู่ดาวจะสามารถส่งถึงสมบัติดวงดาวได้  ถึงตอนนั้นพลังของสมบัติจะเข้าสู่ระดับใหม่

แต่อาเฮ่อก็รู้ความยากในวิวัฒนาการของสมบัติ  ตามบันทึกไม่ได้อธิบายว่าสมบัติจะวิวัฒนาการได้อย่างไรอาเฮ่อส่ายหัว เขารู้ว่าป้าของเขาจะต้องรู้แน่นอน แต่เขาไม่ต้องการถามนางเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับมารดาและบิดาของเขาในอดีต  พวกเขาทะเลาะกันเป็นวงกว้างปัจจุบันนี้มารดาของเขาและอีกฝ่ายคืนดีกันแล้ว และตัดสินใจอยู่ที่กลุ่มดาวกระเรียนฟ้าต่อเป็นการแสดงความใจกว้างของนาง

อาเฮ่อไม่ยินดีเป็นหนี้อีกครอบครัวหนึ่ง

แต่เขาเป็นคนฉลาด สมบัติของถังเทียนเพิ่งจะวิวัฒนาการสำเร็จ ในช่วงเวลานี้ถังเทียนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใด ซึ่งก็หมายความถึงเพียงสามสิ่งคือการได้รับพลังของกระเรียน  การฝึกฝนลมพรางและวิชาโล่อากาศโจมตี วิชาต่อสู้ทั้งสองนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เป็นสาเหตุให้สมบัติวิวัฒนาการได้  นั่นก็มีความเป็นไปได้ประการเดียวก็คือพลังของกระเรียน!

ความรู้เรื่องพลังของกระเรียนมีน้อยเกินไป  แต่อาเฮ่อจำได้บางอย่างพลังของกระเรียนจะเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณพลังยุทธ

นอกจากนี้เขายังรู้ว่าแก่นของการวิวัฒนาการของสมบัติดวงดาวก็คือจิตวิญญาณยุทธภายในสมบัติดวงดาวมีวิวัฒนาการ

เขากล้าฟันธงได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งที่ทำให้สมบัติของถังเทียนวิวัฒนาการได้ก็คือพลังของกระเรียน

การคาดการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกมีแรงบันดาลใจตั้งแต่ถังเทียนได้รับพลังกระเรียน อาเฮ่อก็ได้วิเคราะห์อย่างต่อเนื่องเขาไม่มีพรสวรรค์อย่างถังเทียน  แต่เขาแข็งแกร่งกว่าในเรื่องวิทยายุทธของสำนักกระเรียนและวิธีฝึกพลังกระเรียน เขาก็ได้แนวคิดมาบางส่วนแล้ว

แต่เขาไม่คาดว่าพลังกระเรียนจะทำให้สมบัติดวงดาววิวัฒนาการได้  ตาของอาเฮ่อเป็นประกาย  เมื่อคิดถึงว่าเขาจะสามารถควบคุมพลังนั้นได้ใจของเขาก็เริ่มปลื้มและตื่นเต้น

สมบัติดวงดาวที่ผ่านการวิวัฒนาการ  พลังของมันจะแข็งแกร่งมาก

แม้แต่กระบี่ในมือของเขา...

อาเฮ่อสูดลมหายใจลึก สายตาของเขากลับมาดำขลับอีกครา

ซินลี่มองดูถังเทียนผู้เดินเข้าหาเขาอย่างว่างเปล่าไม่มีใครอื่นอยู่รอบๆ ตัวเขาเลย  ในตอนนี้ด้วยไม้ตายหิ่งห้อยเพลิงจ้าวปีศาจ เป้าโจมตีทั้งหมดก็คือองครักษ์เหล็กรอบๆ ตัวเขา

ซินลี่ริมฝีปากสั่นไม่สามารถจะพูดอะไรได้  เขากำลังเผชิญกับประตูแห่งความตายและความสิ้นหวังปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา

ประกายแสงเยือกเย็นกวาดผ่านลำคอของซินลี่

ถังเทียนหมุนตัวเดินจากไป ในหน้าเย็นชาของเขาไม่มีร่องรอยความอบอุ่น “จะยอมแพ้หรือยอมตาย”

ตุ้บ

ร่างของซินลี่ล้มลงกับพื้น

องครักษ์เหล็กที่เหลืออยู่สองสามคนหมดกำลังใจต่อสู้  นักสู้อื่นๆ ทุกคนกลัวจนคิดอะไรไม่ออก  ทุกคนเริ่มวางอาวุธ

ในที่สุดหัวหม่าเอ้อและบริวารของนางก็ตื่นจากภวังค์ทุกคนและวิ่งขึ้นมาควบคุมซินลี่และคนของเขา

ทันใดนั้น ร่างสามร่างพุ่งผ่านไป

เป็นชายชราและสหายทั้งสองของเขาหลบหนีเอาชีวิตรอด

ถึงตอนนี้ ไม่มีใครสนใจไล่ตามพวกเขา ทุกคนยังไม่รู้สึกตัวเต็มที่หลังจากเห็นภาพเกิดเหตุนี้

เกราะเงินหลุดออกจากตัวถังเทียนและสุดท้ายกลายเป็นจุดเงินแล้วหายไปถังเทียนที่ยืนอยู่ล้มลงทันที

“ถังเทียน!”

หลิงซิ่วและอาเฮ่อตะโกนลั่นและวิ่งไปหาถังเทียนทันที  แต่ร่างที่เร็วกว่าใครก็คือถังอี้

เพียงก้าวเดียวถังอี้ก็มาปรากฏตัวข้างถังเทียนและตรวจดูชีพจรของเขาเขาเงยหน้าและบอกกับพวกที่เหลืออย่างมั่นใจ “ไม่มีอะไรมาก เขาแค่เหนื่อยเกินไป หลังจากพักสองสามวันก็หายดีดังเดิม”

หลิงซิ่วและอาเฮ่อถอนหายใจโล่งอก ทั้งสองคนมองหน้ากันจากนั้นมองดูเชลย และไม่แน่ใจจะเอายังไงดี

“เราไปที่เผ่าหมาป่าเพลิงกันก่อน”ถังอี้แนะนำ

น้ำเสียงของเขาเหมือนทหาร ตรงและเรียบง่าย

หลิงซิ่วกับอาเฮ่อมองหน้ากันเอง ทั้งสองผงะเล็กน้อย ถังอี้ไม่ค่อยได้พูดและวันนี้เขาเป็นคนตัดสินใจ นับว่าเกินบทบาท แต่การตัดสินใจของถังอี้นับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและทั้งสองคนเห็นด้วย

หัวหม่าเอ้อไม่พูดอะไร นางนำทางทันที

ทันใดนั้นนางมีความรู้สึกว่าชะตาของเผ่าที่เกือบจะถูกทำลายเนื่องจากนางได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงสั่นสะเทือนโลกไปแล้ว

ขบวนออกเดินทางอย่างรวดเร็ว และตลอดการเดินทางทั้งหมดถังอี้ถือดาบฟันขาม้าคอยปกป้องอยู่ข้างตัวถังเทียน

พอวันที่สาม ถังเทียนก็ตื่นขึ้น

ถังเทียนลืมตางัวเงีย เขาส่งเสียงถาม “เอ่,ข้าหลับอีกแล้วเหรอ? นี่มันที่ไหน?”

“เรากำลังไปเผ่าหมาป่าเพลิง”ถังอี้ตอบ “นายท่าน ครั้งต่อไป โปรดเพลาๆ ลงกว่านี้ เนื่องจากนายท่านเป็นแม่ทัพท่านไม่ควรไปเสี่ยงอันตรายด้วยตัวเอง

เพียงประโยคสั้นๆ หัวใจของหัวหม่าเอ้อถึงกับเต้นแรงเมื่อนางได้ยิน

แม่...แม่ทัพ

ถังเทียนเป็นแม่ทัพมาจากไหน?นางมั่นใจว่าถังเทียนมีพลังแข็งแกร่งและกล้าหาญ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของถังอี้แล้ว นางตระหนักว่า นางยังคงประเมินท่านถังเทียนต่ำไป

เขาสามารถเป็นแม่ทัพได้ด้วยวัยขนาดนั้น นั่นไม่เคยมีในโลก

ในคนรุ่นนี้ พวกที่มีกองทัพจะเป็นกลุ่มดาวที่แข็งแกร่ง  ดาวหมาป่าไม่มีกองทัพจริงๆ

นางเพิ่งตระหนักได้ก่อนนั้นว่าสำเนียงของถังอี้เป็นเอกลักษณ์ ทุกสิ่งที่เขาทำละเอียดและเด็ดขาด การพูดของเขาตรงและมีประสิทธิภาพ  จนกระทั่งพูดคำว่ากองทัพออกมา จากนั้นนางจึงได้รู้ตัวว่าเป็นสำเนียงของพวกที่มาจากกองทัพนั่นเอง  นางจะไม่รู้ได้ยังไง?

เหมือนกับว่าหัวหม่าเอ้อเห็นน่องไก่ทอดเหลืองอร่ามแพรวพราว

ไม่ว่ายังไงนางต้องยึดน่องไก่นี้ให้แน่น

ไม่มีข้อสงสัยแล้วพื้นหลังของถังเทียนไม่ธรรมดาแน่นอน ตราบใดที่นางยึดมั่นเขาเผ่าของนางก็สามารถรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายในปัจจุบัน  หัวหม่าเอ้อตั้งใจไว้แล้วไม่ว่าคำขอร้องของท่านถังเทียนจะยากเย็นขนาดไหน นางจะไม่ปฏิเสธ

เมื่อถังเทียนนั่ง เขาเห็นถังอี้ถือดาบฟันขาม้ายืนคุ้มครองอยู่ข้างเขา  นี่ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจ  เขารู้ว่าถังอี้เอาใจใส่เขาจึงหัวเราะลั่น  “นี่, ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วงข้าไม่เป็นไรแล้ว รู้สึกกระปรี้กระเปร่าดี ฮ่าฮ่าฮ่า!”

หลิงซิ่วและอาเฮ่อได้ยินเสียงอึกทึกคนหนึ่งอยู่ข้างหน้าและอีกคนอยู่ข้างหลังก็วิ่งมาดู

เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายแล้วถังอี้จึงหายไปและกลับไปที่ค่ายทหารใหม่หลังประตูดวงดาว

ถังอี้กวาดตามองในค่ายทหารใหม่และพบปิง  เขาวิ่งเข้าไปหาและตะโกน “ท่านปิง!”

เมื่อรู้ว่าถังอี้กำลังมองหาเขาหน้าเหมือนไพ่ของปิงเคร่งขรึมและพยักหน้า “จ่าตรีถังอี้!”

“ท่านปิง,โปรดอย่าเพิ่งรีบเร่งและใจร้อนเลย” ถังอี้กล่าวขณะมองปิงอย่างไม่มีความกลัว “ท่านถังเทียนคือแม่ทัพของกองทัพเรา ทำไมถึงปล่อยเขาไปไว้ในที่อันตราย?ท่านก็ยังเป็นบริวารของท่านถังเทียนโปรดให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเขาเป็นภารกิจหลักของท่านก่อนเถอะ”

สิ่งที่ทำให้ถังอี้ประหลาดใจก็คือปิงเห็นด้วยและพยักหน้า  “เป็นไปตามคาดจ่าตรีชั้นทองกล้าหาญและมุ่งมั่นจริงๆ! แต่ว่าจ่าตรี! เจ้าต้องรู้ไว้ก่อนความรู้ในเรื่องแผนและกลยุทธของเจ้ายังต่ำเกินกว่าจะมีส่วนร่วมปรึกษาถึงแผนการ  แต่ว่าจ่าตรี, เจ้ามั่นใจได้เลยความปลอดภัยของแม่ทัพคือความสำคัญพื้นฐานในการฟื้นฟูกองทัพของเรา  ข้าจะไม่ลืมเรื่องนั้นแต่ข้าเชื่อว่าเจ้าเข้าใจ  ท่านถังเทียนในปัจจุบันนี้กำลังอยู่ในระหว่างฝึกฝนเรียนรู้อย่างรวดเร็วและในช่วงเวลาอย่างนั้นจะต้องเผชิญกับอันตราย แม้ว่าข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เจ้าทราบ แต่เจ้าคือเพื่อนร่วมงานคนแรกของข้า ข้าหวังว่าจะไม่มีความเข้าใจผิดกันระหว่างเรา แม้ว่าข้าจะรู้ว่าเจ้าจะเชื่อฟังและดำเนินตามคำสั่งต่อไป”

ถังอี้เงียบไปชั่วขณะ และคำนับปิง  “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านปิง ขอบคุณที่ท่านอธิบาย”

ท่านปิงไม่ได้พูดไร้สาระถังอี้เองเห็นความสามารถของเขาอย่างชัดเจน เขานำคนยี่สิบคนและการเชื่อฟังและคำสั่งของเขาก็จำกัดด้วย

จากนั้น ถังอี้จึงออกไปจากค่ายทหารใหม่

ปิงฝืนยิ้มขณะรำพึง “เมื่อไหร่เราจะมีพลตรีน่ะหรือ? ตราบใดที่เรามีแม่พลตรีที่ทรงพลังอยู่บ้าง  ถึงตอนนั้นข้าคงไม่ต้องเค้นสมองอีกต่อไปมันยังไม่เหมือนจริงที่จะมีพลตรี, แค่พันตรีหรือพันเอกยังไม่ใกล้เคียงความเป็นจริงเลย  มีจ่าเอกก็น่าจะมีพรสวรรค์อยู่บ้างและน่าจะสามารถใช้งานได้...” “ค่ายทหารใหม่ยังเล็กเกินไปยังไม่สามารถผลิตจ่าเอกออกมาได้เลย.. จ่าเอก.. ต้องหาให้ได้สักวิธี..”

จบบทที่ ตอนที่ 265 ความกังวลของถังอี้

คัดลอกลิงก์แล้ว