เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 266 ทดสอบเกราะนกยูง

ตอนที่ 266 ทดสอบเกราะนกยูง

ตอนที่ 266 ทดสอบเกราะนกยูง


หุบเขาเล็กใกล้กับเผ่าหมาป่าเพลิงถังเทียนและพวกทั้งสองเกาะกลุ่มกัน

ถังเทียนและพวกพ้องอยู่ในเผ่าหมาป่าเพลิงมาสองวันแล้วและคนในเผ่าทุกคนเทิดทูนถังเทียนเหมือนเทพเจ้า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้หัวหม่าเอ้อและบริวารของนางที่เห็นเหตุการณ์ต่อสู้กับตาตัวเองได้แพร่กระจายข่าวนี้

สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ในกลุ่มดาวหมาป่านั้นโหดร้ายมากกฎการปกครองที่เคร่งครัดถูกใช้ในกลุ่มดาว

ถังเทียนทิ้งงานคัดเลือกหน่วยกล้าตายที่ดีที่สุดให้ปิง

ถังเทียนอาเฮ่อและหลิงซิ่ววิ่งไปที่หุบเขาเพื่อทดสอบวิวัฒนาการของเกราะนกยูง

ลักษณะกายภาพของนกยูงเปลี่ยนไปสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุดก็คือตรงกลางขนสีเงินทุกเส้นจะมีแนวเส้นสีน้ำเงิน

แต่การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดก็คือประสิทธิภาพของเกราะนกยูง

การทดสอบแรกก็คือลักษณะของการป้องกัน  เนื่องจากตั้งแต่แรกการป้องกันของนกยูงนั้นธรรมดามาก

“ถ้ามันพังข้าไม่ชดใช้ให้เจ้านะ” หลิงซิ่วเตือนถังเทียน

ถังเทียนไม่พอใจ “เจ้าเห็นข้าเป็นคนแบบนั้นเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ”  หลิงซิ่วพูดไม่ลังเล และแค่นเสียง  “เจ้าหาเรื่องกระทั่งยุงดูดเลือดเจ้าเรียกให้พวกมันชดใช้เจ้า แล้วอย่างอื่นจะทำไม่ได้หรือ?”

ถังเทียนถลึงตา ราวกับว่าเขาได้ยินมาผิด  เขาทำท่าเจ็บปวดใจ “ซิ่วซิ่วน้อย  ข้าเป็นคนแบบนั้นในใจเจ้าเหรอ?เจ้าทำข้าเจ็บปวดใจนัก! เราสัมพันธ์ลึกดุจพี่น้อง พี่น้องที่ดีต้องพูดถึงด้วยความภักดี ข้านึกคิดกับเจ้าอย่างเที่ยงธรรมเสมอ เหมือนกับเป็นพี่น้องร่วมสาบาน..”

อาเฮ่อแก้ตัวให้เขา “มันเป็นเรื่องเที่ยงธรรมอยู่แล้วที่ดูแลอีกฝ่าย  เอาเถอะน่า เรามาดูพัฒนาการทั้งหมดกัน  หลิงซิ่ว เริ่มที่ใช้ปราณแท้ 3 เปอร์เซ็นต์พอ”

หลิงซิ่วไม่สนใจทะเลาะกับถังเทียนอีกต่อไป  เขาให้ความสนใจวิวัฒนาการสมบัติดวงดาวเขาไม่สนใจสมบัติดวงดาวอื่น แต่เขากับอาเฮ่อก็เป็นเหมือนกัน อาวุธที่พวกเขาใช้ไม่ใช่อาวุธธรรมดา อาจารย์ของเขาไม่เคยบอกเขาเรื่องหอกเงินว่าเป็นอาวุธที่มีชื่อเสียงและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน  แต่เขาสามารถรู้สึกได้ว่าหอกเงินไม่ธรรมดาและมักมีข้อสงสัยว่ามันคือสมบัติดวงดาวเช่นกัน

ถังเทียนสวมเกราะนกยูงแล้วกางแขนกว้างและกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “มาเลย ซิ่วซิ่วน้อย ข้าไม่เกลียดเจ้าหรอกน่า!”

หลิงซิ่วมือสั่น เขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เขาตะโกนอย่างหงุดหงิด  “หุบปาก!”

รังสีเยือกเย็นวาบขึ้น และหอกฉกเข้าหาเหมือนมังกร

ติง!

ถังเทียนถอยไปสองสามก้าว จากนั้นค่อยหยุดยั้งได้

อาเฮ่อปรากฎตัวหน้าถังเทียนและตรวจสอบจุดที่ถูกแทงอย่างระมัดระวัง และกล่าว “การป้องกันทำได้ดีมาก ไม่มีรอยขีดข่วนจากการโจมตี ปราณแท้ของหลิงซิ่วสามเปอร์เซ็นต์น่าจะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักสู้ระดับสวรรค์วิถีธรรมดานอกจากนี้ยังหมายความว่าวิทยายุทธธรรมดาที่นักสู้สวรรค์วิถีใช้โจมตีก็ไม่สามารถทำลายพลังป้องกันของนกยูงได้”

การประเมินของอาเฮ่อนั้นตรงประเด็นมาก

ถังเทียนลูบอกอย่างภูมิใจ “แต่พลังไม่สามารถแยกจากกันได้สมบูรณ์ ถ้าข้าไม่ใช้ปราณแท้ปกป้องร่างด้วย ร่างกายข้าคงได้บอบช้ำเป็นแน่”

อาเฮ่อพยักหน้า “มีเหตุผลทีเดียว เกราะขนนกยูงไม่ใช่เกราะหนัก ตอนนี้เราลองที่ระดับปราณห้าเปอร์เซ็นต์กัน”

“ข้าต้องใช้ปราณแท้ป้องกันร่างกายข้านะ”  ถังเทียนตะโกน

“ตกลง”  อาเฮ่อพยักหน้า

ติง!

เกิดประกายดวงดาวเล็กๆชัดเจนกว่าการโจมตีครั้งก่อนบนตัวถังเทียน แต่ครั้งนี้เขาเพียงแต่โอนเอน และไม่ถึงกับถอย

หลังจากตรวจสอบดูจุดกระแทกแล้ว  ขนตรงส่วนที่รับแรงกระแทก มีรอยร้าว  แต่เกิดสิ่งที่น่าประหลาดขณะที่เห็นรอยร้าวด้วยตาเปล่า เขามองเห็นรอยร้าวค่อยๆ หายไปเหลือแต่เพียงแนวเส้นสีน้ำเงินตรงกลางขนที่เปลี่ยนสี

“มันมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมตัวเองได้”  อาเฮ่อพึมพำ

หลิงซิ่วทำหน้าประหลาดใจ แม้ว่าเขาจะไม่สนใจสมบัติดวงดาว แต่เขาก็มีความรู้อยู่บ้าง สมบัติดวงดาวที่มีคุณสมบัติซ่อมแซมตนเองมีจำนวนลดลงและทั้งหมดราคาแพงมาก

“เจ้ามาลองดูบ้าง”อาเฮ่อบอกถังเทียน  “ลองใช้เท้าดาบถานถุ่ยปราณแท้สามเปอร์เซ็นต์”

“ได้เลย”ถังเทียนหรี่ตาลงและรังสีเท้าดาบถานถุ่ยยิงออกมา

ฉัวะ!

รังสีดาบยาวหนึ่งเมตรสว่างขาวโพลนราวหิมะส่งเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศและหายไปหลังจากพุ่งไปไกลเกินสิบเมตร

ซีดดด ทุกคนอดสูดหายใจหนาวเหน็บไม่ได้

พวกเขาทุกคนเคยเห็นพลังเท้าดาบถานถุ่ยและรู้พลังของมันดี

ถังเทียนเองก็ตกใจกับพลังเท้าดาบถานถุ่ยของตนเอง “หวา..แข็งแกร่งมาก”

ทันใดนั้นเขามีความคิดบางอย่างและพูดขึ้น  “ข้าจะลองใช้ปราณแท้ของนกยูงดู”

แนวเส้นเพลิงเงินออกมาจากจิตวิญญาณพลังยุทธของเขาและเข้าไปผสานกับจิตวิญญาณยุทธของเกราะนกยูง  ในเวลาต่อมาปราณแท้เย็นยะเยือกของนกยูงโคจรเข้าไปในร่างของเขาอย่างต่อเนื่องโลกที่ถังเทียนเห็นกลายเป็นโลกใสกระจ่างทันที

อาเฮ่อและหลิงซิ่วเห็นเพียงภาพพร่าเลือนพวกเขาไม่เห็นความเคลื่อนไหวของถังเทียน

รังสีดาบน้ำเงินเคลือบสีเงินขนาดครึ่งเมตรยิงออกมาอย่างเงียบงัน

รังสีดาบนั้นไวเหมือนสายฟ้า

ก่อนที่ทั้งสองคนจะตั้งหลักได้รังสีดาบก็ตัดเข้าไปในหน้าผาห่างออกไปห้าสิบเมตร เหมือนกับว่าตัดของอ่อนนุ่มหน้าผามีรอยลึกมาก

ข้างหน้าผา หลิงซิ่วและอาเฮ่อทำหน้าเหยเก

รังสีดาบตัดหินหน้าผาเหมือนกับตัดกระดาษและกินเนื้อลึกลงไปมาก

“ข้าคิดว่าลึกประมาณหนึ่งเมตร”เสียงของถังเทียนดังมาจากด้านหลังของพวกเขา เขาหยุดเชื่อมโยงกับเกราะนกยูง และรังสีฆ่าฟันเยือกเย็นหายไปทันที

สีหน้าของอาเฮ่อค่อยๆ คืนสู่ความสงบ  “ใช่แล้ว พลังเพิ่มขึ้นอย่างสมเหตุผลมีการเพิ่มพลังสมาธิไปด้วย จึงได้ผลออกมาเป็นเช่นนั้น  ปราณแท้ของเกราะนกยูงน่ากลัวมาก! พลังเช่นนี้นับว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธระดับเงินของสิบเก้ากลุ่มดาวขอบฟ้าเหนือเสียอีก  มีแนวโน้มมากว่ามันอาจเทียบได้กับอาวุธระดับเงินของห้าดินแดนขั้วขอบฟ้าก็ได้”

“นั่นเป็นวิวัฒนาการอีกครั้ง”หลิงซิ่วตะลึง  “ถ้ามีครั้งที่สองหรือสามมันจะมิไร้เทียมทานเชียวหรือ?”

“วิวัฒนาการของสมบัติดวงดาวเกิดได้ยากมาก  ยิ่งมีวิวัฒนาการมากขึ้นเท่าใดระดับความยากของวิวัฒนาการก็จะมากขึ้นเท่านั้น” อาเฮ่อส่ายหัว  “มันจะง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร?  ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องยากมากที่เกราะนกยูงจะวิวัฒนาการครั้งที่สองได้อีก”

“ทำไมเป็นเช่นนั้น?”  ถังเทียนกับหลิงซิ่วถามพร้อมกัน

อาเฮ่อกล่าว “จุดอ่อนที่แท้จริงก็คือร่างของนกยูงก็คือเกราะบรอนซ์ ถ้าข้าบอกเจ้าว่าศักยภาพสมบัติดวงดาวชั้นเงินก็คือขุมสมบัติ อย่างนั้นศักยภาพของสมบัติดวงดาวชั้นบรอนซ์ก็เป็นเพียงสมบัติเล็กน้อย  เมื่อบรอนซ์กลายเป็นสมบัติระดับเงิน  ก็หมายความว่าเจ้าเปิดขุมสมบัติของมันออกมาแล้วและตระหนักถึงศักยภาพมากมายจึงทำให้มันยกระดับได้ และเวลานี้วิวัฒนาการของมันข้าคิดว่าเกือบถึงระดับสูงสุดของศักยภาพของมันแล้ว”

เมื่อได้ยินคำอธิบายของอาเฮ่อ ถังเทียนสามารถเชื่อได้

เมื่อปราณแท้นกยูงเข้ามาในร่างของเขา  สีหน้าของเขากลายเป็นเย็นชาและทุกอย่างรอบตัวเขาชัดกระจ่างถังเทียนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้และสิ่งที่อาเฮ่ออธิบายเข้ากันพอดี

“อาเฮ่อนี่สมองดีจริงๆ”  ถังเทียนชมเชย อาเฮ่อฉลาดมากการวิเคราะห์ของเขาเต็มไปด้วยเหตุผลและทำให้ผู้คนเชื่อมั่นเขา

หลิงซิ่วที่อยู่ด้านข้างหัวเราะก๊าก “นี่เจ้าคิดว่าทุกคนเขาโง่เหมือนเจ้าหรือ?”

ถังเทียนคำราม “เจ้านั่นแหละโง่! หอกพิทักษ์คุณธรรมบ้าอะไร ข้าว่านั่นมันหอกงี่เง่ามากกว่า!”

หลิงซิ่วเป็นเหมือนแมวที่ถูกเหยียบหาง  และหัวฟัดหัวเหวี่ยงทันที “คนแซ่ถังเจ้าดูถูกข้าได้ แต่อย่าหมิ่นหอกของข้า!  เจ้าอยากสู้ใช้ไหม?ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้จักว่าอะไรคือความเชื่อมั่นของคน”

“ถ้าเจ้าอยากขายขี้หน้าเองฮ้า.. ข้าจะส่งเสริมเจ้าก็ได้!” ถังเทียนจ้องเขาอย่างโมโหเช่นกัน

“มาเลย!วันนี้เจ้าไม่ตายก็เป็นข้าสิ้น!”  รังสีฆ่าฟันของหลิงซิ่วแผ่กระจาย

….

อาเฮ่อรู้สึกปวดหัวทันที เขาเอามือก่ายหน้าผาก เด็กน้อยสองคนนี่ ทำไมไม่เลิกท้าทายกันบ้างเลยนะ?

เขาเข้าไปคั่นระหว่างพวกเขาและยกมือห้าม  “เรายังมีการทดสอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งนะ”

“ค่อยทดสอบหลังจากสู้กันแล้ว”

ถังเทียนกับหลิงซิ่วตะโกนพร้อมกันและตระหนักว่าพวกเขาพูดเหมือนกันทำให้ต่างคนต่างโมโหมากกว่าเดิม

“ดูเหมือนพวกเจ้าทั้งสองคนว่างมากจริงๆเลยนะ ถึงได้มีเวลาทะเลาะกัน หึ หึมีคนกำลังเงื้อดาบรอเตรียมฆ่าพวกเจ้าทั้งสองอยู่”

เสียงเกียจคร้านของปิงดังออกมาขณะร่างใหญ่ของพยัคฆ์ฟ้าปรากฏอยู่ต่อหน้าคนทั้งสาม

“ใครกัน?เบื่อหน่ายชีวิต! พวกมันยังกล้ามาท้าสู้กับเราอีกหรือ? ฆ่าพวกมัน!”

“พวกเขาต้องการตาย!งั้นเราจะต้องไปและฆ่าพวกเขาให้หมด”

ถังเทียนและหลิงซิ่วหันเหความสนใจไปที่คำพูดของปิง  ทั้งสองคำรามอย่างโมโห

“คนจากกลุ่มศักดินาชาวยุทธพบเส้นทางเจ้าแล้ว”  ปิงกล่าว “ตอนนี้พวกเขากำลังตรงมาหาพวกเจ้า โอว จริงสิครั้งนี้พวกเขาส่งกำลังคนมาอย่างเต็มที่ นอกจากหัวหน้าใหญ่อูเถี่ยหวี่ นักสู้ในทำเนียบสวรรค์วิถีสามคนจากกองกำลังศักดินาชาวยุทธล้วนเคลื่อนไหวออกมาหมดนอกจากนั้น ยังมีนักสู้ระดับสวรรค์วิถีอีกจำนวนหนึ่ง มีความเป็นไปได้ว่าราวๆร้อยคน คนทั้งหมดนี้ไม่เหมือนบริวารของซินลี่ ในกลุ่มศักดินาชาวยุทธทุกคนที่ถูกเลือกมาล้วนมีฝีมือสูงส่ง  นอกจากมีพลังนักสู้ระดับสวรรค์วิถีแล้ว พวกเขาต้องอยู่ในกลุ่มศักดินาชาวยุทธอย่างน้อยห้าปี  ทุกคนนั้นแข็งแกร่งมาก

หน้าของทั้งสามคนเคร่งเครียดทันที

“พวกที่เพิ่งยอมแพ้ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้เป็นธรรมดา พวกเขายังด้อยในเรื่องความภักดี ความเป็นไปได้ในการใช้พวกเขาน้อยมาก” ปิงพูดต่อ “จำนวนคนในเผ่าหมาป่าเพลิงน้อยนิดเกินไป มีนักสู้ระดับสวรรค์วิถีแค่สิบคนและนั่นเป็นมาตรการที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจึงต้องพึ่งพาตัวเอง”

ถังเทียนรู้จักปิงดีเช่นกัน เมื่อเห็นว่าปิงทำท่าลับๆ ล่อๆเขารู้ว่าปิงมีแผนการดีๆ แล้ว  “เฮ้ลุง,เลิกพูดโยกโย้เสียที  บอกแผนเรามา!”

ปิงตัดสินใจยอเขา “ตามคาด สมกับเป็นหนุ่มน้อยชาวฟ้าจริงๆเจ้าสามารถบอกได้จากเพียงแค่ชำเลืองเท่านั้น”

“ติงตังกับข้าปรึกษากันนานมากและคิดได้แผนรบออกมา”

ปิงแบ่งแผนออกเป็นสามส่วนและให้พวกเขาสามคน

ถังเทียนเมื่ออ่านจบ ก็รู้สึกแปลก“ทำไมเราต้องเชิญเผ่าอื่นทั้งหมดเล่า? พวกเขาจะไม่ช่วยเรา”

“เขาต้องการให้พวกเขาจับตามองชัยชนะของพวกเรา”  อาเฮ่อกล่าวอย่างใจเย็น  “แต่พวกเจ้าไม่ต้องข่มขู่พวกเขาใช่ไหมหรือข่มเหงพวกเขา?เว้นแต่ว่าเจ้ามีความสนใจในแผ่นดินแห้งแล้งหรือ?”

“ก็อย่างที่อาเฮ่อคาดไว้”ปิงชมชย และโกรธขึ้นทันที  “ไม่มีทางเลือกเผ่าหมาป่าเพลิงมีคนน้อยไป  ข้าลดมาตรฐานข้าแล้ว แต่ก็ยังหาได้เพียงยี่สิบคน  ค่ายทหารใหม่ของข้ากำลังก่อสร้างจุได้หมื่นคน”

“มะ...หมื่น คน?”หน้าของถังเทียนดำเป็นก้นหม้อ

ปิงสนองตอบทันที และตระหนักได้ว่าหลายๆ อย่างกำลังแย่เนื่องจากเขาพูดผิด

เป็นไปตามคาด ถังเทียนโกรธมาก “ท่านกล้าเอาเงินข้าไปใช้ทำอย่างนั้นได้ยังไง?  ท่านบ้าไปแล้วท่านกล้าบอกข้าว่าจะสร้างค่ายทหารสำหรับคนหมื่นคนเชียวหรือ? เงินข้า,  มันเงินของข้า!”

สองประโยคสุดท้ายว่า “มันเงินของข้า”เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเสียใจอย่างไม่มีอะไรเปรียบ

จบบทที่ ตอนที่ 266 ทดสอบเกราะนกยูง

คัดลอกลิงก์แล้ว