เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 264 ปราณแท้ของนกยูง

ตอนที่ 264 ปราณแท้ของนกยูง

ตอนที่ 264 ปราณแท้ของนกยูง


ถังเทียนเข้าสู่ภาวะพร้อมสู้ไม่มีท่าทีโง่เหลืออยู่แม้แต่น้อย

เป้าหมายแต่แรกเริ่มของเขาก็คือซินลี่  ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงไหนก็ไม่สามารถทำลายกองกำลังที่แข็งแกร่งทั้งห้าร้อยคนได้ และวิธีเดียวที่จะเอาชนะกองกำลังเช่นนั้นได้ก็คือมุ่งที่ตัวผู้นำ

ถังเทียนทำตะลุยไปข้างหน้าช้าๆ  เขาปรากฏตัวทำทีเหมือนกับเดินเล่นเรื่อยเปื่อย  ขณะที่ศัตรูรอบๆ ก็ทำเหมือนกับไม่เห็นเขา

แสงเงินปรากฏอยู่ใต้เท้าเขาขณะที่แสงเงินฉายไปตามร่างกายเขาความเร็วที่แสงแผ่กระจายออกไปนั้นสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าแสงสีเงินวาบผ่านไปตรงส่วนใด ก็มีเกราะหุ้มทันที กลายเป็นเกราะคลุมทั้งตัวถังเทียน

นกยูงคราม

เมื่อผิวส่วนสุดท้ายของเขาถูกเกราะนกยูงคลุมรัศมีพลังกระเรียนซึ่งเป็นเหมือนชั้นอากาศบางเหมือนแผ่นกระดาษรอบตัวเขาบีบอัดอยู่ระหว่างเกราะและผิวของถังเทียน

ร่างของถังเทียนสั่น

เขารู้สึกเหมือนกับว่าถูกดึงเข้าไปในช่องว่างไร้ที่สิ้นสุดด้านหลังเขามีร่างกว้างขนาดสามเมตร เห็นได้ชัดว่าเป็นลักษณะของนกยูง

แม้ว่าจะเป็นร่างเลือนราง  แต่ก็เป็นลักษณะที่เยือกเย็นและหยิ่งผยองของนกยูงที่รู้สึกได้ชัด

นี่คือ...

นี่คือผลของพลังกระเรียนหรือนี่?

ถังเทียนประหลาดใจ ความรู้สึกจิตวิญญาณพลังยุทธกับนกยูงเป็นสิ่งที่แตกต่างจากในอดีต ความคิดของถังเทียนถูกกระตุ้นและจากจิตวิญญาณพลังยุทธที่ลุกโชนเพลิงเงินขยายลอยออกไป และถ่ายเข้าไปในร่างสีน้ำเงินด้านหลังเขา  เมื่อเพลิงเงินเชื่อมกับร่างสีน้ำเงินปราณแท้ที่เยือกเย็นมั่นคงถูกส่งมาจากร่างน้ำเงินข้างหลังเขาและถ่ายเข้าไปในร่างของเขา

ร่างของถังเทียนสั่นสะท้านอีกครั้ง

พลังแท้ของนกยูงน้ำแข็งผสานเข้ากับพลังกระเรียนแท้ของเขาปราณกระเรียนแท้ที่ผันผวนเป็นเหมือนน้ำแข็งเย็นยะเยือกกระทันหัน

ปราณแท้ของนกยูง

หัวใจถังเทียนตกตะลึงอย่างสิ้นเชิงเขาคิดว่าการใช้เกราะนกยูงของเขาทำได้ลึกซึ้งมากมายแล้ว  แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาแค่รู้พลังของนกยูงเพียงผิวเผิน

ปราณแท้ในร่างถังเทียนสมบูรณ์เต็มเปี่ยมอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ในช่วงเวลานี้เขาสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างเกราะและอาวุธจักรกลได้อย่างลึกซึ้ง

เกราะประกอบไปด้วยพลังที่ทรงประสิทธิภาพมาก  เนื่องจากถือกำเนิดโดยกฎของกลุ่มดาวและสร้างขึ้นตามธรรมชาติ  เกราะเหล่านั้นสะสมพลังนานนับเดือน  ตามปกติเกราะจะเป็นเหมือนขุมสมบัติใหญ่และนักสู้ต้องการกระตุ้นเปิดขุมพลังนั้นมาใช้

อาวุธจักรกลแตกต่างเมื่อสวมใส่  แม้ว่าจะใช้หินดวงดาว แต่ร่างกายก็ยังต้องใช้ปราณแท้ของนักสู้  มันเป็นเหมือนอาวุธขยายพลังปราณแท้ส่งผลให้ปราณแท้ของนักสู้ขยายขึ้นหลายเท่า

การเปลี่ยนแปลงในนกยูงทำให้ถังเทียนใจสั่น

ถังเทียนตัดสินใจว่าต้องหาเวลาคุยกับพี่จิ่งหาว  เนื่องจากตัวเขาเองเข้าใจเรื่องเกราะสมบัติและจิตวิญญาณพลังยุทธตื้นเขินเกินไป

แต่ในช่วงเวลานี้การเปลี่ยนแปลงของเกราะนกยูงช่วยได้ในหนึ่งชั่วโมงนี้อย่างมิต้องสงสัย

ปราณกระเรียนที่เยือกเย็นคลุมรอบร่างของถังเทียนทำให้สีหน้าของเขาสงบมากขึ้น  เหมือนกับฟองน้ำในน้ำแข็ง จู่ๆความเฉื่อยชาของเกราะนกยูงก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของถังเทียน

เขาเม้มริมฝีปากเคร่งขรึมน่ากลัว

“เกราะชั้นเงิน!” ม่านตาของซินลี่หรี่แคบ  แต่รังสีฆ่าฟันและความปรารถนาในใจเขามิได้สะดุดเหมือนกับว่าซินลี่กำลังยืนอยู่ขอบเหว ถ้าเขาถอยก้าวเดียว ผลก็คือความตาย  ต่อให้ถังเทียนมีชุดเกราะเงินอื่นต่อให้เขามีสมบัติพิเศษอื่น การต่อสู้นี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้!

ถังเทียนเริ่มเร่งความเร็ว

ฝีเท้าของเขาก้าวช้าอย่างเงียบกริบ  แต่ร่างกายท่อนบนตั้งตรง  ถังเทียนคล้ายกับร่างเงินที่ลอยได้  กรงเล็บแมวตวัดลงเหมือนกับใบไม้ลอยในสายลมกรงเล็บที่คมปล่อยแสงสีฟ้าขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร

มันปรากฏเหมือนมาจากนกยูง

ซินลี่รู้สึกถึงลางสังหรณ์ร้ายและอันตรายที่รู้สึกรอบหัวใจเขาทำให้ใจเต้นแรง เขายืดตัวตรงและตะโกนสั่งคนที่เหลือ “ฆ่า”

องครักษ์เหล็กทะเลทรายจำนวนยี่สิบคนวิ่งเข้าต้องการสังหารถึงเทียน

เหมือนกับว่าถังเทียนยังคงไม่รู้จักพวกเขา  เขาไม่สนใจขณะที่รังสีแสงบนปลายนิ้วเขาสว่างขึ้นกว่าเดิม

หนึ่งในองครักษ์ควงไม้พลองรอบตัวเสียงพลองหวีดหวิวแหวกอากาศดังขึ้น พร้อมกันนั้นพลองสีดินรังสีเหลืองหวดใส่ถังเทียนขณะที่องครักษ์นักสู้อีกคนหนึ่งใช้ดาบยาวที่เหมือนกับดาบใช้ฝึก มีรังสีดาบยาวบางขาวราวหิมะวนอยู่รอบตัวถังเทียน  องครักษ์นักสู้อีกคนควงขวานใหญ่อย่างโกรธเกรี้ยวส่งเสียงหวีดหวิวรังสีขวานสีแดงพุ่งตรงใส่ถังเทียน

ถังเทียนตกอยู่ในท่ามกลางอันตรายยิ่งยวดทันที

ยามนี้จากส่วนลึกภายในดวงตาของถังเทียนรังสีสว่างขนาดจุดปลายเข็ม เหมือนดวงดาวค่อยๆ บินออกมาจากม่านตาเขาความเปลี่ยนแปลงรอบด้านไม่สามารถหลบเลี่ยงสัญชาตญาณถังเทียนได้อันตรายไม่ได้มาจากแค่เพียงคนสามคนี้แต่หลังองครักษ์นักรบสองคนทางซ้ายมีองครักษ์นักรบหลังพวกเขาจะมีธนูบรอนซ์เล็งเตรียมพร้อมธนูเรืองแสงประกายเยือกเย็น  ที่ด้านขวาองครักษ์นักรบสามคนแสดงอาวุธที่สามารถใช้ออกได้ทุกเมื่อ

พื้นที่ทั้งหมดถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์

ไม่มีช่องว่างในการรวมตัวสร้างกับดักใหญ่กักถังเทียนไว้ภายใน

ถังเทียนแค่นเสียงทันที แต่เขาไม่รู้ว่าการแค่นครั้งนี้กลับมีไอเย็นออกมา

ร่างของเขาหายไปทันที

ทันทีที่เขาเข้าไปที่ภาพพลองที่หนักและทรงพลังทำให้องครักษ์นักสู้ผู้นั้นดีใจ วิชาพลองของเขาคือพลองทลายภูผา และเป็นวิชาประเภทรุกและหนักหน่วง  ทันทีที่ศัตรูเข้าไปในแนวพลองของเขามันคือโอกาสของเขา

เขาตวาดลั่นทันที  ปราณแท้ในร่างของเขากระจายออกมาเป็นระลอกสีของพลองเป็นสีน้ำตาลกลับกลายคล้ายกับปากขนาดใหญ่ที่ต้องการจะกลืนกินถังเทียนทั้งตัว

วิชาพลองทลายภูผาเคล็ดสังหารคือทลายยอดภูผา

เขาดูเหมือนเรียบง่ายแต่จิตใจละเอียดอ่อน เขาคาดไม่ถึงว่าเพียงใช้กระบวนท่าเดียวก็เอาชนะถังเทียนได้  เมื่อถังเทียนใช้พลังที่น่ากลัวก่อนนั้นนั่นทำให้เขาตะลึงและเขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถเป็นคู่ต่อกรถังเทียนได้เลย

เขาตั้งใจใช้ท่าที่แข็งแกร่งที่สุดสร้างความลำบากให้ถังเทียนและนำเอาชัยชนะมาให้กลุ่มทั้งหมด  พวกเขามีเปรียบในเรื่องจำนวนคนและตราบใดที่ถังเทียนแสดงความอ่อนแอออกมา พวกเขาก็จะชนะแน่นอน

สหายของเขาเข้าใจแผนเขาทันที  และทุกคนมีสีหน้ายินดีกับการร่วมมือสู้

ทลายยอดภูผาคือกระบวนท่าที่แข็งแกร่งมากและทุกคนเข้าใจดีองครักษ์นักรบรอบๆ ต่างเตรียมใช้ไม้ตายสังหารของตน  ตราบใดถังเทียนโจมตีหนึ่งในพวกเขาช่วงเวลาที่ปราณแท้ของเขาชะงัก นั่นจะเป็นโอกาสโจมตีของพวกเขา

ทันใดนั้นประกายแสงน้ำเงินสว่างฉายออกมาจากภายในรังสีพลองน้ำตาล

ชี่.....

รังสีน้ำเงินทะลวงผ่านรังสีพลองและตรงเข้าที่คอขององครักษ์นักสู้ผู้นั้น

องครักษ์นักสู้เบิ่งตากว้างด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ เขาไม่สามารถป้องกันถังเทียนได้แม้แต่ท่าเดียวอย่างนั้นหรือ?

“ฆ่า”

เหล่าองครักษ์รอบๆตื่นจากภวังค์ทันที พวกเขาไม่สนใจองครักษ์ผู้ใช้พลองอีกต่อไป เพราะทุกคนตรงเข้าใส่ถังเทียน

ร่างของถังเทียนหายวับไปอีกครั้ง

วิชาลมพราง

การ์ดวิชาระดับม่วงทองนี้มีศักยภาพมากพอจนติดอันดับวิชาพิเศษไม่ซ้ำใครและเห็นได้ชัดว่าทรงพลัง  แค่ฟังจากชื่อเฉพาะของมัน  ความพิเศษของวิชาตัวเบานี้สามารถยืมสายลมและซ่อนตัวอยู่ในลมนั้นได้วิชานี้ใช้ประโยชน์จากสายลมซึ่งก็คือการเคลื่อนไหวของอากาศและบรรลุถึงสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้

ยิ่งเป็นพื้นที่ต่อสู้ที่ซับซ้อนและการต่อสู้ที่สับสนความเคลื่อนไหวของอากาศก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น และนั่นหมายความว่าการจะตรวจสอบและคาดเดาสายลมนั้นทำได้ยากมาก

ตอนแรกถังเทียนคิดว่าวิชาตัวเบานี้เอาไว้ใช้ซ่อนอำพรางตัวเขาเอง แต่แท้ที่จริงแล้วมันคือวิชาที่บัญญัติขึ้นใช้กับสงครามขนาดใหญ่และยุ่งเหยิง

ยิ่งกระแสอากาศในพื้นที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงมากนับไม่ถ้วนทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวช่วยถังเทียนทั้งนั้น

ถังเทียนปรากฏตัวที่ด้านหลังมือธนูราวกับปีศาจ  และเมื่อมือธนูรู้สึกตัว สีหน้าเขาเปลี่ยนยังไม่ทันจะตั้งตัวเขาก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแล่นมาจากหลังของขา  พลังความเข้มแข็งทั้งหมดจากร่างของเขาหายไปหมดและเขาล้มลงกับพื้น

ทั่วทั้งพื้นที่ยุ่งเหยิงทันที!

ไม่มีใครสามารถเห็นถังเทียนได้ชัด  และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเขาใช้วิชาใดฆ่าและใช้วิชาใดหลบหนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถังเทียนมักจะอยู่ในระยะห่างจากพวกเขาเสมอ  แต่ขณะฆ่าพวกเขาเขาจะมาปรากฏตัวในระยะใกล้ทันที

โล่ตะลุยเลือดในมือซ้ายถังเทียนใช้ป้องกันการโจมตีทำให้ไหล่ของเขารู้สึกถึงแรงปะทะ มันคือพลังที่น่ากลัว

ภายใต้อิทธิพลของพลังกระเรียน  ร่างกระเรียนในตัวเขากำลังเปลี่ยนแปลงเหมือนเคย  ปราณแท้โคจรได้ไม่รู้จบมากมายมหาศาล  ทันใดนั้นถังเทียนตระหนักได้ว่าเขายังไม่ได้หายใจสักอึด ในอดีตเมื่อใดก็ตามที่ร่างกระเรียนโคจรปราณแท้ เขาจะต้องหายใจเข้า

แต่ร่างกระเรียนปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องทำให้ปราณแท้ยังคงโคจรไปตามแขนขาและเส้นชีพจรของเขาทั้งหมด เขารู้สึกปลอดโปร่งสบาย

ปราณแท้ของเกราะนกยูงเย็นยะเยือกมากไหลออกมาจากร่างของเขา ทำให้สายตาของเขาเย็นชาไม่มีวี่แววอบอุ่นแม้แต่น้อย  ใจของเขากลับตื่นตัวมากขึ้นไม่ว่าสนามรบจะใหญ่ขนาดไหน หรือความเคลื่อนไหวเล็กใดๆ ก็ตาม ล้วนปรากฏชัดเจนกับเขา

การควบคุมความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนท่วมท้นอยู่ในใจเขา

เขายืมพลังที่ระดมโจมตีใส่โล่ไถลตัวไปข้างหน้าราวกับแล่นบนน้ำแข็งทันใดนั้นเขางอตัวราวกับมีดวงตางอกเงยอยู่ด้านหลังและป้องกันรังสีดาบจากองครักษ์นักสู้คนหนึ่งได้กรงเล็บแมวโลหิตในมือของเขากวาดใส่เอวของคู่ต่อสู้

มีเสียงครางออกมา

นักสู้ผู้นั้นกดเอวห้ามเลือดไม่ให้ไหลออกมาจากบาดแผลความเจ็บปวดและความกลัวปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา

ถังเทียนไม่มีความคิดจะหยุด  เหวี่ยงโล่ตะลุยเลือดด้วยแขนซ้ายคมมีดอากาศพุ่งออกมาจากโล่ตรงเข้าหานักสู้คนนั้น เขาตกตะลึงยกหมัดเหล็กป้องกันอย่างตื่นตระหนก  รังสีหมัดทั้งสองกระแทกใส่ดาบอัดอากาศ

ปัง ปัง!

ดาบอัดอากาศหายไปและองครักษ์นักสู้นั้นคลายใจ แต่ทันใดนั้นสีหน้าเขาเปลี่ยนเนื่องจากเขาไม่เห็นถังเทียน

แย่แล้ว!

สายเกินกว่าจะถอนตัวเนื่องจากประกายสีฟ้าปรากฏจากด้านล่างเขาและกระแทกตรงเข้าไปในอกเขา

กรงเล็บเพลิงภูตพราย!

ฉัวะ....

เขารู้สึกเหมือนกับถูกหมัดหนักกระแทกใส่  ร่างปลิวกระเด็นอกถูกทะลวงขณะที่เขาหยุดหายใจไปแล้ว

องครักษ์เหล็กคนอื่นๆหวาดหวั่นจนเข้ากระดูก  พวกเขาไม่เคยเห็นคนที่เป็นเหมือนเทพสังหารเลย  ในพริบตาเขาฆ่าคนไปแปดคนแต่พวกเขายังไม่ได้สัมผัสแม้แต่ชายเสื้อผ้าของถังเทียน  พลังของเขาเหนือกว่ามาก

แม้ว่าพวกเขาจะฝึกฝนมาเพื่อเป็นองครักษ์  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่กลัวตาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเห็นถังเทียน  พวกเขาทุกคนรู้ว่าไม่มีโอกาสชนะได้เลย

องครักษ์สองสามคนมองหน้ากันเอง  ความมุ่งมั่นในดวงตาพวกเขาแก่กล้าขึ้น  ทุกคนตะโกนก้องและวิ่งเข้าหาถังเทียนพร้อมกัน

ทันใดนั้นปรากฏหิ่งห้อยมากมายทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าเป็นยามค่ำคืนในฤดูร้อนรังสีฆ่าฟันทั้งหมดหายไปกลายเป็นความเงียบสงบ

เคล็ดสังหารวิชาโดดเด่นพิเศษหิ่งห้อยเพลิงจ้าวปีศาจ

ราวกับว่าเวลาช่วงนี้ถูกแช่แข็ง

หิ่งห้อยสิบตัวปรากฏอยู่ที่ปลายนิ้วของถังเทียนและบินเป็นเส้นสายแสงขึ้นในอากาศ  ทั้งหมดร่อนลงในท่ามกลางกลุ่ม

ถังเทียนได้รับอิทธิพลจากปราณแท้ของเกราะนกยูงอย่างสิ้นเชิงทำให้เขาใจสงบและมีสีหน้าเยือกเย็น  ขณะที่เขากระโดด ริมฝีปากของเขาพึมพำทันที

“จงส่องประกาย, หิ่งห้อยจ้าวปีศาจ!”

จบบทที่ ตอนที่ 264 ปราณแท้ของนกยูง

คัดลอกลิงก์แล้ว