เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 วาสนาที่ได้ปรนนิบัติท่านอัครมหาเสนาบดี

บทที่ 7 วาสนาที่ได้ปรนนิบัติท่านอัครมหาเสนาบดี

บทที่ 7 วาสนาที่ได้ปรนนิบัติท่านอัครมหาเสนาบดี


สิ้นคำกล่าว ซ่งหลินยวนก็เชยคางนางขึ้นแล้วเอ่ยถาม "เจ้าเต็มใจหรือไม่?"

ร่างกายของหลานชิงซีสั่นเทาเล็กน้อย "นับเป็นวาสนาของข้าน้อยที่ได้ปรนนิบัติท่านอัครมหาเสนาบดีเจ้าค่ะ"

"เพียงแต่... เวลานี้พิษในกายท่านกำเริบหนัก เกรงว่าคงไม่เหมาะหากจะทำเรื่องเช่นนั้น"

"รอให้ถอนพิษเรียบร้อยแล้ว ข้าน้อยจะปรนนิบัติท่านอย่างสุดความสามารถแน่นอนเจ้าค่ะ"

ซ่งหลินยวนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน มองนางจากมุมสูง นางไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร จึงได้แต่นั่งยองๆ อยู่อย่างนั้น ไม่กล้าขยับเขยื้อน

เขาหัวเราะในลำคอ "เปิ่นเซี่ยงจะจดจำเรื่องนี้ไว้ แต่เรื่องที่เจ้าเป็นผู้หญิงของเปิ่นเซี่ยง อย่างไรเสียก็ต้องเปิดเผยให้โลกรู้"

หลานชิงซีสะดุ้งโหยง คิดว่าเขาจะลงมือทำอะไรบางอย่าง แต่เขากลับปล่อยมือจากนางอย่างง่ายดาย

เขาเอ่ยเรียก "ดาบสิบสาม"

ดาบสิบสามกระโดดลงมาจากคานหลังคา ประสานมือคารวะ "ท่านอัครมหาเสนาบดี มีสิ่งใดจะบัญชาขอรับ?"

ซ่งหลินยวนถาม "รู้ตัวคนบงการหรือยัง?"

ดาบสิบสามตอบ "ยังไม่แน่ชัดขอรับ แต่ดูจากวิธีการ น่าจะเป็นคนของอ๋องเฉิน"

แววตาของซ่งหลินยวนเย็นเยียบมืดมน "ดีมาก เปิ่นเซี่ยงเบื่อจะเล่นแล้ว ฆ่าพวกนักฆ่าข้างนอกนั่นให้หมด!"

ดาบสิบสามรับคำ แล้วเป่าปากส่งสัญญาณเสียงหวีดหวิว เสียงฆ่าฟันที่เงียบหายไปพักหนึ่งพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง

มันคือการสังหารหมู่เพียงฝ่ายเดียว ไม่มีนักฆ่าคนใดรอดชีวิต

ใบหน้าของหลานชิงซีซีดเผือด นางเข้าใจทันทีว่าเหตุใดในชาติที่แล้ว คนสองคนที่อยู่ในห้องนี้ถึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ นั่นเพราะคนของเขาคุมสถานการณ์ไว้ได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้น

และการที่เขาปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ ก็เพื่อล่อให้คนบงการเผยตัวออกมาเท่านั้น

สำหรับเขาแล้ว นางเป็นเพียงตัวแปรที่คาดไม่ถึง

เขาปรายตามองนาง "เข้ามานี่"

หลานชิงซีเดินเข้าไปหา เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เจ้ารู้วิชาแพทย์มิใช่หรือ เปิ่นเซี่ยงปวดหัว มานวดให้หน่อย"

หลานชิงซี "..."

นางค่อยๆ เดินเข้าไปข้างกายเขา แต่แทนที่จะนวดศีรษะ นางกลับจับมือเขาขึ้นมาอย่างเบามือ แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงที่จุดเสินเหมินบนข้อมือของเขา

ซ่งหลินยวนกำลังจะเอ่ยปากดุ แต่พลันรู้สึกว่าอาการปวดหัวทุเลาลงอย่างน่าประหลาด

เขาเอียงคอมองนาง "เจ้าไม่เชื่อฟังคำสั่ง"

หลานชิงซีเอ่ยเสียงเบา "ท่านอัครมหาเสนาบดีสูงศักดิ์ ข้าน้อยมิกล้าล่วงเกินเจ้าค่ะ"

"อีกอย่าง การรักษาอาการปวดหัวไม่จำเป็นต้องนวดที่ศีรษะเสมอไป บนมือและเท้ามีจุดลมปราณที่สัมพันธ์กัน ซึ่งอาจให้ผลดีกว่าการนวดศีรษะโดยตรงเสียอีกเจ้าค่ะ"

ซ่งหลินยวนยิ้มมุมปาก "เจ้ารู้มากจริงนะ"

หลานชิงซีตอบอย่างนอบน้อม "ข้าน้อยมิกล้าปิดบังท่านอัครมหาเสนาบดีเจ้าค่ะ"

ซ่งหลินยวนหัวเราะ "แล้วเจ้าโง่อวี้จวินซูนั่น รู้ความสามารถของเจ้าหรือไม่?"

หลานชิงซีกำหมัดแน่นภายใต้แขนเสื้อ ก่อนจะคลายออกแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว "ให้เขาเข้าใจว่าข้าน้อยเป็นเพียงลูกสาวพ่อค้าต่ำต้อยก็พอแล้วเจ้าค่ะ"

ซ่งหลินยวนกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ดาบสิบสามก็นำกองกำลังองครักษ์เข้ามา "ท่านอัครมหาเสนาบดี จัดการข้างนอกเรียบร้อยแล้วขอรับ"

ผ่านพ้นความวุ่นวาย วัดราชาโอสถที่เคยสงบเงียบ บัดนี้เต็มไปด้วยซากศพ เลือดไหลนองดุจสายน้ำ

หลานชิงซีเอ่ยขออนุญาตเสียงเบา "ท่านอัครมหาเสนาบดี ข้าน้อยขอตัวไปตามหาสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ"

เหตุการณ์วุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ ทหารลาดตระเวนของเมืองหลวงคงใกล้จะมาถึงแล้ว เรื่องที่ซ่งหลินยวนถูกวางยาพิษยังสืบสวนไม่จบสิ้น เขาคงไม่มีเวลามาสนใจนาง

เขาโบกมืออนุญาต นางจึงรีบยกชายกระโปรงแล้วเดินตรงไปยังตัววัดราชาโอสถด้านหลัง

ซ่งหลินยวนมองตามแผ่นหลังของนางอย่างครุ่นคิด

ดาบสิบสามถามขึ้น "นายท่าน นางปรากฏตัวประจวบเหมาะเกินไป จะให้ฆ่าปิดปากไหมขอรับ?"

ซ่งหลินยวนย้อนถาม "เจ้าคิดว่าเปิ่นเซี่ยงดูไม่ออกแม้กระทั่งสตรีในห้องหอเชียวรึ?"

ดาบสิบสามรีบก้มหน้า "ข้าน้อยมิบังอาจ"

ซ่งหลินยวนเอ่ยเรียบๆ "อวี้จวินซูบอกว่าจะมอบของขวัญให้เปิ่นเซี่ยงวันนี้ หลานชิงซีนับเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ทีเดียว"

อ๋องเฉินส่งคนมาวางยาพิษ ส่วนอวี้จวินซูส่งภรรยามาให้ สองคนนี้ช่างทุ่มเทเพื่อเขาเสียจริง

จิตสังหารในดวงตาของเขาลุกโชน

เมื่อหลานชิงซีมาถึงตัววัด ภาพที่เห็นคือซากศพเกลื่อนกลาด เลือดข้นคลั่กนองพื้น ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งราวกับนรกบนดิน

นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นภาพสยดสยองเช่นนี้ หัวใจเต้นรัว เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มฝ่ามือ

นางตะโกนเรียก "ลี่ชิว!"

ลี่ชิวโผล่ออกมาจากหลังองค์พระพุทธรูปไภษัชยคุรุ น้ำตานองหน้า "คุณหนู บ่าวอยู่นี่เจ้าค่ะ! ท่านเป็นอะไรไหมเจ้าคะ?"

วันนี้นางตกใจกลัวแทบสิ้นสติ!

สองนายบ่าวโผเข้ากอดกันกลม

ตอนเก็บของที่จวนโหว หลานชิงซีได้กำชับลี่ชิวไว้ว่า หากเกิดเหตุร้ายที่วัดราชาโอสถคืนนี้ ไม่ต้องห่วงนาง ให้รีบไปซ่อนตัวหลังพระพุทธรูปทันที

ตอนนั้นลี่ชิวไม่เข้าใจ แต่พอนักฆ่าบุกเข้ามาเข่นฆ่าผู้คนอย่างบ้าคลั่ง นางถึงได้กระจ่างแจ้ง

แม้นางจะเป็นห่วงหลานชิงซี แต่ก็รู้ดีว่าคุณหนูของนางฉลาดเฉลียวและเอาตัวรอดเก่ง จึงยอมทำตามคำสั่งไปซ่อนตัว จนรอดพ้นจากคมดาบมาได้

หลานชิงซีปลอบโยน "ข้าไม่เป็นไร"

ในชาติก่อน แม้ลี่ชิวจะไม่ตาย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังจากหลานชิงซีลากสังขารอันบอบช้ำพาลี่ชิวกลับจวนโหว ฮูหยินเจิ้งกลับเสียดายเงินค่ารักษา จึงสั่งงดยาของลี่ชิว

เวลานั้นหลานชิงซีเองก็จมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากการสูญเสียความบริสุทธิ์ จนละเลยลี่ชิวไป

กว่านางจะรู้ว่าลี่ชิวถูกงดยา อาการของสาวใช้ผู้ภักดีก็เกินเยียวยาเสียแล้ว

นับแต่นั้น นางก็สูญเสียคนเพียงคนเดียวในจวนโหวที่รักและห่วงใยนางจากใจจริง ชีวิตหลังจากนั้นจึงโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง

ชาตินี้... ทั้งนางและลี่ชิวปลอดภัย เรื่องราวไม่ซ้ำรอยเดิมอีกแล้ว

ดีเหลือเกิน!

หลานชิงซีหันไปมองพระพุทธรูปไภษัชยคุรุที่เปื้อนเลือด นางกำหมัดแน่น... ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน ดีกว่ามัวแต่กราบไหว้ร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สองนายบ่าวปรับทุกข์กันครู่หนึ่ง แสงอรุณก็เริ่มจับขอบฟ้า

เลือดที่นองพื้นวัดราชาโอสถดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นเมื่อต้องแสงตะวัน

ทหารจากที่ว่าการเมืองหลวงมาถึงเพื่อจัดการเก็บกวาดพื้นที่ เมื่อเห็นสองนายบ่าวก็มีสีหน้าประหลาดใจ

พวกเขากำลังจะเข้ามาสอบถาม แต่ดาบสิบสามเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน "ฮูหยิน ท่านอัครมหาเสนาบดีเชิญท่านไปพบขอรับ"

พอได้ยินชื่ออัครมหาเสนาบดี ทหารเหล่านั้นก็ไม่กล้าซักถามสิ่งใดอีก ลี่ชิวประคองหลานชิงซีเดินไปหาซ่งหลินยวน

ลี่ชิวกลัวซ่งหลินยวนอยู่บ้าง กระซิบถามเสียงสั่น "คุณหนู ทำไมท่านเสนาบดีซ่งถึงอยู่ที่นี่ด้วยเจ้าคะ? แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี?"

หลานชิงซีตบหลังมือนางเบาๆ "ไม่ต้องกลัว ท่านเสนาบดีซ่งเป็นคนดี"

ดาบสิบสามที่เดินนำหน้าได้ยินเข้าถึงกับหันขวับมามอง... ทั่วทั้งเมืองหลวง คงมีแต่นางนี่กระมังที่กล้าพูดว่าซ่งหลินยวนเป็นคนดี

เมื่อหลานชิงซีเดินไปถึง ซ่งหลินยวนยืนเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางแสงเช้า คลุมกายด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวหิมะ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วกระบี่ดวงตาดุจดารา หากมองแค่ภายนอก ช่างดูสุภาพอ่อนโยนยิ่งนัก

ผู้ที่ไม่รู้ธาตุแท้ของเขา คงอดชื่นชมไม่ได้ว่า "งามสง่าดุจหยก สุภาพชนผู้ไร้ที่ติ"

แต่ใครก็ตามที่รู้จักตัวตนของเขา ย่อมรู้ดีว่าเขาห่างไกลจากคำว่า "สุภาพดั่งหยก" ราวฟ้ากับเหว

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันกลับมา ริมฝีปากยกยิ้มเล็กน้อย แฝงแววเย่อหยิ่งทว่าทรงเสน่ห์

หัวใจของหลานชิงซีกระตุกวูบกับรอยยิ้มนั้น วินาทีต่อมา เขาก็ยื่นมือมาหานาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปานจะหยด "มานี่สิ"

เวลานี้ นอกจากองครักษ์ของซ่งหลินยวนแล้ว ยังมีทหารลาดตระเวน พระสงฆ์ และผู้แสวงบุญที่รอดชีวิตอีกจำนวนมาก ทุกสายตาต่างจ้องมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว

หลานชิงซีขนลุกซู่ไปทั้งตัว พลันนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อคืนขึ้นมาได้... "เรื่องที่เจ้าเป็นผู้หญิงของเปิ่นเซี่ยง อย่างไรเสียก็ต้องเปิดเผยให้โลกรู้"

เขาคิดจะประกาศให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่านางมีความสัมพันธ์กับเขา!

จบบทที่ บทที่ 7 วาสนาที่ได้ปรนนิบัติท่านอัครมหาเสนาบดี

คัดลอกลิงก์แล้ว