- หน้าแรก
- ลูกเต็มบ้าน ไม่ขอเป็นฮูหยินโหว
- บทที่ 8 ยอดนักแสดง
บทที่ 8 ยอดนักแสดง
บทที่ 8 ยอดนักแสดง
หลานชิงซีไม่อยากไปเลยสักนิด แต่นางรู้ดีว่าตนไม่มีทางเลือก
หากไม่ไป นอกจากเรื่องที่อุตส่าห์เจรจากับเขาไว้จะล้มเหลว ด้วยนิสัยของเขา คงหาเรื่องกลั่นแกล้งนางให้ลำบากยิ่งกว่าเดิมเป็นแน่
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ย่อกายคารวะเขาอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณท่านเสนาบดีที่ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อคืนเจ้าค่ะ!"
"บุญคุณใหญ่หลวงครั้งนี้ ข้าจะจดจำมิรู้ลืม หากกลับถึงจวนเมื่อใด ข้าจะรีบแจ้งสามี และหาโอกาสไปกราบขอบพระคุณท่านอีกครั้งอย่างแน่นอน"
กล่าวจบ นางก็ยืดตัวขึ้น แล้ววางมือลงบนฝ่ามือของซ่งหลินยวน ทำทีราวกับว่าเขากำลังช่วยประคองนางลุกขึ้น
สิ้นคำพูดของนาง ท่าทีคุกคามของเขาพลันเลือนหายไปจนสิ้น
ซ่งหลินยวนปรายตามองนาง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำวิงวอน ขอร้องให้เขาปล่อยนางไป
เขารู้อยู่แล้วว่านางมีดวงตาที่งดงาม แต่เพิ่งตระหนักในตอนนี้ว่าดวงตาคู่นี้ไม่ได้มีดีแค่ความงาม แต่มันราวกับจะพูดได้
เขาใจอ่อนลงอย่างหาได้ยาก ไม่คิดจะกลั่นแกล้งนางอีก เพียงเอ่ยสั้นๆ ว่า "ขึ้นรถเถอะ เปิ่นเซี่ยงจะไปส่งเจ้าเอง"
หลานชิงซีไม่อยากให้เขาไปส่งเลยแม้แต่น้อย แต่นางรู้ดีว่า ลูกไม้ตื้นๆ ใช้กับเขาได้เพียงครั้งเดียว และเขาคงไม่ยอมให้นางเล่นลูกไม้ซ้ำสองแน่
นางจึงย่อกายคารวะอย่างงดงาม กล่าวขอบคุณ แล้วเดินตามเขาขึ้นรถม้าไปอย่างว่าง่าย
ซ่งหลินยวนมองนางด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้งตึง ไม่สนใจนางอีก หลับตาลงพักผ่อน
หลานชิงซีนั่งสงบเสงี่ยมอยู่มุมหนึ่งของรถม้า พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซ่งหลินยวนได้ยินเสียงขยับตัวของนาง ก็ลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมอง แล้วแค่นเสียงฮึในลำคอ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
รถม้าแล่นมาจอดที่หน้าประตูจวนโหวว่านฮู้อย่างรวดเร็ว
ซ่งหลินยวนส่งคนมาแจ้งอวี้จวินซูล่วงหน้าแล้ว เมื่อรถม้ามาถึง อวี้จวินซูจึงมายืนรอรับอยู่ที่หน้าประตู
ซ่งหลินยวนก้าวลงจากรถม้าก่อน แล้วยื่นมือกลับเข้าไปด้านใน มือเรียวขาวผ่องข้างหนึ่งวางลงบนมือของเขา
หลานชิงซีก้าวลงจากรถม้าโดยก้มหน้าต่ำ แอบชำเลืองมองอวี้จวินซูแวบหนึ่ง
รูม่านตาของอวี้จวินซูหดเกร็งเมื่อเห็นภาพนั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความปิติยินดี สำเร็จแล้ว!
เมื่อซ่งหลินยวนรับตัวหลานชิงซีไป ตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลังของเขาก็เป็นอันมั่นคง!
แม้จะเหนื่อยล้าจากการปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ามาทั้งคืน แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา
ทว่าละครฉากนี้ยังต้องแสดงต่อไป เขาแสร้งทำสีหน้าตกตะลึง มองซ่งหลินยวนอย่างลังเลใจ แล้วเอ่ยว่า "ขอบพระคุณท่านเสนาบดีที่กรุณามาส่งภรรยาของข้าขอรับ"
ซ่งหลินยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เอื้อมมือไปตบไหล่อวี้จวินซูเบาๆ "ภรรยาของเจ้า... ไม่เลวเลยจริงๆ"
อวี้จวินซูคาดไม่ถึงว่าซ่งหลินยวนจะพูดตรงๆ เช่นนี้ คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย ฝืนยิ้มตอบรับ
ซ่งหลินยวนหันไปมองหลานชิงซี เอ่ยด้วยน้ำเสียงกำกวม "ว่างเมื่อไหร่... เปิ่นเซี่ยงจะมาหา"
หลานชิงซีเดาทางเขาออกอยู่แล้ว นางก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าแดงระเรื่อ ไม่เอ่ยตอบสิ่งใด
ซ่งหลินยวนยิ้มพลาย หันไปทางอวี้จวินซู "ของของเปิ่นเซี่ยง เปิ่นเซี่ยงไม่ชอบให้คนอื่นมาแตะต้อง"
"เปิ่นเซี่ยงไม่ชอบผู้หญิงผอมแห้ง ดูแลนางให้ดี อย่าปล่อยให้นางผอมโซล่ะ"
แม้อวี้จวินซูจะทำเรื่องหน้าด้านได้สารพัด แต่เขาก็ยังห่วงหน้าตาทางสังคมอยู่มาก เมื่อซ่งหลินยวนพูดจาเปิดเผยต่อหน้าหลานชิงซีเช่นนี้ เขาก็อดรู้สึกกระดากอายไม่ได้
แต่เขาก็ไม่กล้าขัดใจซ่งหลินยวน จึงได้แต่ยิ้มแล้วรับคำ "ท่านเสนาบดีวางใจ นางเป็นภรรยาของข้า ข้าย่อมต้องดูแลนางอย่างดีที่สุด"
ซ่งหลินยวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเดินจากไป
ทันทีที่เขาคล้อยหลัง หลานชิงซีก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าจวนทันที
อวี้จวินซูคิดได้ว่าตอนนี้เขาต้องรีบควบคุมหลานชิงซีให้อยู่หมัด มิฉะนั้นหากวันหน้านางไปเป่าหูซ่งหลินยวน คงเป็นผลเสียต่อเขาแน่
เขาจึงรีบเดินตามนางไป แล้วถามเสียงเข้ม "ชิงซี! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?"
หลานชิงซีหยุดเดินทันทีที่ได้ยิน นางหันขวับกลับมา แล้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่!
"เพี๊ยะ!"
อวี้จวินซูไม่คิดว่านางจะกล้าลงไม้ลงมือ เขาตะลึงงันไปชั่วขณะ
หลานชิงซีเอ่ยด้วยดวงตาแดงก่ำ "เรื่องอะไรกันงั้นหรือ? ท่านพี่ยังกล้าถามข้าอีกหรือเจ้าคะ? ท่านเสนาบดีซ่งบอกข้าหมดแล้ว!"
"ข้าอุตส่าห์ไม่เชื่อ แต่ปฏิกิริยาของท่านเมื่อครู่ ทำให้ข้าปฏิเสธความจริงไม่ได้เลย"
สีหน้าของอวี้จวินซูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าซ่งหลินยวนจะปากโป้งบอกนางหมดเปลือก!
เขารีบแก้ตัว "ชิงซี ฟังข้าอธิบายก่อน!"
น้ำตาของหลานชิงซีไหลพราก "เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะมีอะไรให้อธิบายอีกเจ้าคะ?"
"หากท่านไม่อยากแต่งงานกับข้า ก็อย่าแต่งแต่แรก ไยต้องมาหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้?"
"แม้ข้าจะมีกำพิดต่ำต้อย แต่ข้าก็รู้จักรักษายางอาย รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่นึกเลยว่าท่านพี่ผู้ดูเป็นสุภาพบุรุษ จะกล้าทำเรื่องต่ำช้าเยี่ยงเดรัจฉานได้ลงคอ!"
เวลานี้เป็นเวลาเตรียมอาหารเช้า บ่าวไพร่ในจวนตื่นกันหมดแล้ว เมื่อได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้ง ต่างก็พากันชะเง้อมอง
อวี้จวินซูรู้สึกอับอายขายหน้า เขารีบเดินเข้ามาจับมือนาง เอ่ยเสียงต่ำ "กลับไปคุยกันในห้องเถอะ"
หลานชิงซีรู้ดีว่าหากกลับเข้าห้องไป เขาจะพูดอะไร ก็คงไม่พ้นข้ออ้างว่าถูกบีบบังคับ และหากนางรักเขาจริง ก็ต้องเสียสละเพื่อเขา
ในชาติก่อน นางทนดูความจอมปลอมของเขามามากพอแล้ว ชาตินี้แค่นึกถึงก็อยากจะอาเจียน
อีกอย่าง... เรื่องแดงขึ้นมาขนาดนี้เพราะซ่งหลินยวน หากนางไม่แสดงปฏิกิริยาให้สมจริง วันข้างหน้าคงถูกแม่ลูกคู่นี้ปั่นหัวเล่นอีกแน่
นางสะบัดมือเขาออก ดวงตาแดงช้ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง "มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังต้องคุยอะไรกันอีกเจ้าคะ?"
"แม้ข้าจะเป็นเพียงสตรีในห้องหอ ไร้ประสบการณ์โลกภายนอก แต่ข้าก็อ่านตำรา รู้จักรักนวลสงวนตัว"
"ท่านแม่เคยบอกข้าเรื่องหมั้นหมายของเราตั้งแต่เด็ก ข้าเฝ้ารักท่านมานานนับสิบปี"
"อุตส่าห์ได้แต่งงานกับท่าน ไม่นึกเลยว่า..."
นางสะอื้นฮัก น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม ส่ายหน้าไปมา "ในเมื่อเรื่องราวเลวร้ายถึงเพียงนี้ ข้าจะมีหน้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร?"
สิ้นคำ นางก็พุ่งตัวเข้าชนกับภูเขาจำลองที่อยู่ใกล้ๆ ทันที!
อวี้จวินซูตกใจสุดขีด ตะโกนลั่น "หยุดฮูหยินเร็วเข้า!"
หลี่ชิวหน้าซีดเผือด กรีดร้อง "คุณหนู! อย่าเจ้าค่ะ!"
โชคดีที่มีบ่าวรับใช้ชรานางหนึ่งยืนอยู่แถวนั้นพอดี รีบถลันเข้ามาขวาง
หลานชิงซีชนเข้ากับพุงของบ่าวชราผู้นั้นเต็มแรง จนอีกฝ่ายร้อง "โอ๊ย!" ด้วยความเจ็บปวด
หลานชิงซีตั้งท่าจะพุ่งชนอีกครั้ง แต่อวี้จวินซูและหลี่ชิววิ่งเข้ามาคว้าตัวนางไว้ได้ทัน
นางร้องไห้แทบขาดใจ "ปล่อยข้า! ให้ข้าตายซะเถอะ!"
หลี่ชิวร้องไห้ตาม "คุณหนู อย่าคิดสั้นนะเจ้าคะ!"
อวี้จวินซูกอดรัดหลานชิงซีแน่น "มันไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ!"
หลานชิงซีดิ้นรนไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ร้องจะตายท่าเดียว จนหมดแรงอ่อนระทวยไปในที่สุด
อวี้จวินซูคิดเตรียมรับมือปฏิกิริยาของนางไว้หลายรูปแบบ แต่ไม่คาดคิดว่านางจะรุนแรงถึงเพียงนี้
เขาสั่งให้บ่าวชราช่วยกันพานางกลับห้องพัก
มองใบหน้าซีดเซียวและแววตาไร้ชีวิตชีวาของนาง อารมณ์ของเขาสับสนปนเป
ทั้งปวดหัวกับนิสัยเด็ดเดี่ยวของนาง และลอบยินดีกับปฏิกิริยารุนแรงนั้น... แสดงว่านางต้องรักเขามากเพียงใด
เขานั่งลงข้างเตียง เช็ดน้ำตาให้นาง แล้วเอ่ยว่า "ชิงซี เรื่องนี้ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด"
"เป็นซ่งหลินยวนต่างหากที่มันชั่วช้า มันหมายตาเจ้ามานานแล้ว จึงเอาอนาคตของข้ามาข่มขู่ ข้าถึงไม่มีทางเลือก จำใจต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม"
พูดจบ เขาก็ตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ "เป็นความผิดของข้าเองที่ไร้ความสามารถ ปกป้องเจ้าไม่ได้ ถ้าจะมีใครต้องตาย คนคนนั้นควรเป็นข้าเอง!"