- หน้าแรก
- ลูกเต็มบ้าน ไม่ขอเป็นฮูหยินโหว
- บทที่ 4 ปล่อยให้สมใจอยาก
บทที่ 4 ปล่อยให้สมใจอยาก
บทที่ 4 ปล่อยให้สมใจอยาก
ลี่ชิวชะงักไปครู่หนึ่ง มองหลานชิงซีด้วยความงุนงง
หลานชิงซียิ้มตาหยี "เก็บของเถอะ เราจะไปพักที่วัดราชาโอสถตั้งเจ็ดวัน ต้องเตรียมของไปเยอะหน่อย"
แม้จะรู้ดีว่าคงไม่ได้อยู่นานขนาดนั้น แต่ละครฉากนี้ต้องเล่นให้สมจริง
ลี่ชิวอ้าปากจะถาม แต่เมื่อเห็นมีคนเดินเข้ามา นางจึงกลืนคำถามลงคอไป
นายบ่าวเก็บของยังไม่ทันเสร็จดี หญิงรับใช้สูงวัยคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเร่งยิกๆ
หลานชิงซีรับคำเสียงเบา แต่ทว่านางยังคงใจเย็น บรรจงเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างละเมียดละไม ก่อนจะเดินออกมาอย่างแช่มช้า
แม่นมฉวีที่มาเร่งนั้นมาตามคำสั่งของฮูหยินเจิ้ง เมื่อเห็นหลานชิงซีชักช้า นางจึงทำหน้าบึ้งตึง ถลึงตาใส่อย่างดุร้าย
สะใภ้เอกที่แต่งเข้าจวนโหวว่านฮู้ผู้นี้ ช่างมีฐานะต่ำต้อยน่าสมเพชในจวนเสียจริง
ลี่ชิวเห็นท่าทางของแม่นมฉวีก็อยากจะสวนกลับ แต่หลานชิงซีห้ามไว้
การต่อปากต่อคำกับคนที่กำลังจะตาย รังแต่จะเสียแรงเปล่า
ลี่ชิวรู้สึกอึดอัดใจ แม้สกุลหลานจะเป็นเพียงตระกูลคฤหบดี แต่ก็มั่งคั่งร่ำรวย หลานชิงซีในฐานะบุตรสาวภรรยาเอกของสกุลหลาน เติบโตมาอย่างทะนุถนอมราวไข่ในหิน
ทว่านับตั้งแต่แต่งเข้าจวนโหว คนในจวนต่างสรรหาวิธีมากลั่นแกล้งเหยียดหยามนางไม่เว้นแต่ละวัน
ด้วยท่าทีของเจ้านาย บ่าวไพร่ในจวนจึงไม่มีใครเห็นหัวนาง แม้ไม่กล้าด่าทอซึ่งหน้า แต่แววตาดูถูกเหยียดหยามนั้นชัดเจน
เมื่อหลานชิงซีออกจากจวนและขึ้นรถม้า นางเลิกม่านขึ้นปรายตามองประตูจวนโหวว่านฮู้ ก่อนจะแค่นหัวเราะเย็นชาแล้วปล่อยม่านลง
จวนโหวว่านฮู้... ช่างเน่าเฟะจนถึงแก่น
แม่นมฉวีติดตามหลานชิงซีไปวัดราชาโอสถตามคำสั่งของฮูหยินเจิ้ง เฉกเช่นเดียวกับในชาติก่อน
นางเห็นกิริยาเลิกม่านของหลานชิงซีแล้วขัดหูขัดตานัก จึงเอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงสั่งสอน "ฮูหยินน้อย การเลิกม่านมองเช่นนี้ไม่งามเลยนะเจ้าคะ"
"บ่าวได้รับคำสั่งจากฮูหยินให้ติดตามท่านไปวัดราชาโอสถ และถือโอกาสสอนมารยาทและกฎระเบียบให้ท่าน ฮูหยินน้อยต้องตั้งใจเรียนรู้นะเจ้าคะ!"
หลานชิงซีพยักหน้าอย่างว่าง่าย "แม่นมพูดถูกแล้ว ข้าจะตั้งใจเรียนรู้กฎระเบียบเจ้าค่ะ"
จากนั้นแม่นมฉวีก็ร่ายยาวสั่งสอนเรื่องสัพเพเหระไม่หยุดปาก แต่หลานชิงซีทำหูทวนลม ไม่รับรู้สิ่งใด
สิ่งที่นางกำลังครุ่นคิดในตอนนี้คือฮูหยินเจิ้ง คำนวณเวลาดูแล้ว... อาการคงกำเริบแล้วกระมัง
นางเลือกเวลานี้ให้ฮูหยินเจิ้งอาการกำเริบ ก็เพราะนางต้องออกจากจวนตามคำสั่งของอีกฝ่าย เรื่องราววุ่นวายในจวนโหวหลังจากนี้ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนาง
นางจะไม่ถูกสงสัย และจะไม่ถูกเรียกตัวไปปรนนิบัติคนป่วย
หากฮูหยินเจิ้งคิดจะทรมานนาง ก็จงลิ้มรสชาติที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความตายเสียก่อนเถิด!
เป็นไปตามคาด ขณะนี้ฮูหยินเจิ้งกำลังกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หมดสิ้นมาดฮูหยินท่านโหวผู้สูงศักดิ์
มันทรมานเหลือเกิน!
นางรู้สึกราวกับร่างกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ อย่างช้าๆ
ความเจ็บปวดไม่ได้หยุดอยู่ที่จุดเดียว แต่เคลื่อนที่ไปทั่วร่าง และไม่ว่าจะแล่นไปที่ใด ก็เหมือนมีคนเอามีดมากรีดเฉือนเนื้อเอนางตรงนั้น!
แม่นมจางที่คอยปรนนิบัติอยู่ตกใจจนหน้าซีด รีบวิ่งไปตามหมอ
ก่อนที่หมอจะมาถึง อวี้จวินซูได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบเข้ามาถามแม่นมจาง "เกิดอะไรขึ้น?"
แม่นมจางตอบเสียงสั่น "บ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ อยู่ๆ ฮูหยินก็ไม่สบายขึ้นมา"
พูดยังไม่ทันขาดคำ หมอก็มาถึง แม่นมจางรีบพาหมอไปตรวจอาการและสั่งยา บ่าวไพร่รีบไปจัดยาและต้มยามาถวาย
หลังจากดื่มยา ฮูหยินเจิ้งรู้สึกว่าความเจ็บปวดทุเลาลงมาก คิดว่าอาการดีขึ้นแล้ว
เมื่อในห้องไม่มีคนอื่น นางจึงถามอวี้จวินซู "ทางนั้นเรียบร้อยดีไหม?"
อวี้จวินซูพยักหน้า "เรียบร้อยขอรับ รอหลานชิงซีกลับจากวัดราชาโอสถ นางคงยอมมอบเงินของสกุลหลานให้เราแต่โดยดี"
"มีเงินเบิกทาง บวกกับซ่งหลินยวนไม่ขัดขวาง ตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลังคงไม่หนีไปไหน"
แม้เขาจะรับปากซ่งหลินยวนไปหลายเรื่อง และยินดีส่งหลานชิงซีขึ้นเตียงอีกฝ่าย แต่ซ่งหลินยวนเป็นคนอารมณ์แปรปรวน เขาจึงยังไม่วางใจนัก
ตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลังว่างเว้นมานาน เขาจะรอช้าไม่ได้ ยิ่งรอนาน ตัวแปรก็ยิ่งมาก
ฮูหยินเจิ้งเอ่ยอย่างดูแคลน "ท่านปู่ของเจ้าคงเลอะเลือน ถึงได้จัดแจงให้เจ้าแต่งงานกับหลานชิงซี"
"ลูกสาวคฤหบดีต่ำต้อย คู่ควรกับเจ้าที่ไหนกัน?"
อวี้จวินซูยิ้มจางๆ "หลานชิงซีก็ไม่ใช่ไม่มีดี อย่างน้อยนางก็งาม และมีเงินมาก"
เขาดูถูกชาติกำเนิดของหลานชิงซี แต่กลับให้ค่ากับรูปลักษณ์และเงินทองของนาง
ฮูหยินเจิ้งถอนหายใจ "นางก็มีดีแค่นั้นแหละ ลูกแม่ต้องลำบากแล้ว"
ดวงตาของอวี้จวินซูหม่นแสงลงเล็กน้อย ฮูหยินเจิ้งถามต่อ "แล้วเรื่องเยียนเอ๋อร์ จัดการเรียบร้อยหรือยัง?"
อวี้จวินซูตอบ "เรียบร้อยแล้วขอรับ พรุ่งนี้ก็รับนางเข้าจวนได้"
ฮูหยินเจิ้งถอนหายใจอีกครา "แม้นางจะมีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่ยังไม่ได้ยอมรับบิดาอย่างท่านอ๋องเฉิน อีกทั้งยังเติบโตในชนบท..."
นางมองอวี้จวินซูด้วยความสงสาร "เพื่อจวนโหว เจ้าต้องทนลำบากจริงๆ"
แม้จวนโหวว่านฮู้จะเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ แต่โหวว่านฮู้คนปัจจุบันกลับเป็นคนเหลวไหล มักมากในกาม ไร้ความสามารถ และไม่มีตำแหน่งในราชสำนัก
จวนโหวทั้งจวนแทบจะล่มสลายอยู่รอมร่อ
แม้อวี้จวินซูจะเฉลียวฉลาดและมีความสามารถมาตั้งแต่เด็ก แต่เส้นทางการแต่งงานกลับไม่ราบรื่น
คุณหนูตระกูลดีในเมืองหลวงที่ฮูหยินเจิ้งหมายตา ต่างไม่ยินดีแต่งให้เขา ส่วนคนที่ยินดีแต่ง ฮูหยินเจิ้งกลับไม่ถูกใจ
หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย แม่ลูกคู่นี้จึงเห็นว่าหลานชิงซีเหมาะสมที่สุด ฐานะต่ำต้อย รังแกง่าย เงินทองมาก หลอกใช้ได้
ฮูหยินเจิ้งจึงยอมตกลงรับการแต่งงานนี้
และด้วยความโชคดี อวี้จวินซูบังเอิญรู้ว่าจ้าวเยียนเอ๋อร์คือท่านหญิงน้อยแห่งจวนอ๋องเฉินที่ถูกลักพาตัวไปเมื่อหลายปีก่อน
เขาจึงใช้ทุกวิถีทางล่อลวงนาง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาและฐานะซื่อจื่อแห่งจวนโหว จ้าวเยียนเอ๋อร์ที่เติบโตในชนบทและอ่อนต่อโลก จึงตกเป็นของเขาอย่างง่ายดาย
เหตุที่สองแม่ลูกรีบร้อนรับจ้าวเยียนเอ๋อร์เข้าจวน ก็เพราะพวกเขาสืบทราบมาว่าคนของจวนอ๋องเฉินเริ่มพบเบาะแส และใกล้จะตามตัวจ้าวเยียนเอ๋อร์พบแล้ว
พวกเขาต้องชิงตัวนางมาไว้ในจวนก่อนที่จวนอ๋องเฉินจะมาเจอ
อวี้จวินซูสีหน้าเรียบเฉย "ขอเพียงกอบกู้เกียรติยศของจวนโหวกลับมาได้ ความคับข้องใจเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นอันใด"
ฮูหยินเจิ้งมองบุตรชายด้วยความพึงพอใจ ทว่าพริบตาต่อมา ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนสีฉับพลัน
อวี้จวินซูเห็นท่าไม่ดี รีบถาม "ท่านแม่ เป็นอะไรไปขอรับ?"
ฮูหยินเจิ้งไม่ตอบ ทันใดนั้นนางก็อาเจียนออกมาอย่างรุนแรง อวี้จวินซูที่นั่งอยู่ใกล้เกินไปจึงหลบไม่ทัน ถูกอาเจียนรดใส่เต็มตัว
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของอาเจียนทำให้อวี้จวินซูหน้าถอดสี แต่ทว่าเสียงกรีดร้องของฮูหยินเจิ้งก็ดังขึ้นอีกครั้ง
นอกจากกลิ่นอาเจียน อวี้จวินซูยังได้กลิ่นอุจจาระโชยมา
ฮูหยินเจิ้งราดรดออกมาทั้งบนและล่างจนเลอะเทอะไปหมด
อวี้จวินซูยกมือกุมอก พยายามกลั้นความคลื่นเหียนอาเจียนอย่างสุดความสามารถ... มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว!
ต่อให้ฮูหยินเจิ้งจะเป็นมารดาบังเกิดเกล้า เขาก็ทนรับสภาพนี้ไม่ไหว!
เขาบอก "ข้าจะไปตามหมอ" แล้วรีบวิ่งหนีออกไป
บ่าวไพร่ด้านนอกได้ยินเสียงเอะอะ ก็กรูกันเข้ามาดูแลฮูหยินเจิ้ง เกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่ว
เวลานี้ ฮูหยินเจิ้งนอกจากจะอาเจียนและท้องเสียอย่างหนักแล้ว ความเจ็บปวดที่เพิ่งทุเลาลงหลังดื่มยาก็กลับมากำเริบอีกครั้ง
และคราวนี้รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ไม่ใช่เจ็บแค่จุดเดียว แต่ปวดร้าวทรมานไปทั่วสรรพางค์กาย
กอปรกับอาการถ่ายหนักและอาเจียน เพียงแค่หนึ่งเค่อ ฮูหยินเจิ้งก็ทรมานเจียนตาย ราวกับตกนรกทั้งเป็น
ในขณะที่ฮูหยินเจิ้งกำลังทุรนทุรายเจ็บปวดแสนสาหัส หลานชิงซีก็ได้เดินทางมาถึงวัดราชาโอสถเป็นที่เรียบร้อย...