- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาอยู่โรงพยาบาลบ้า พร้อมระบบที่แค่กินยาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 15 - กระบี่เปลวเพลิง สำนักงานบริหารยุทธ์!
บทที่ 15 - กระบี่เปลวเพลิง สำนักงานบริหารยุทธ์!
บทที่ 15 - กระบี่เปลวเพลิง สำนักงานบริหารยุทธ์!
บทที่ 15 - กระบี่เปลวเพลิง สำนักงานบริหารยุทธ์!
"จอมดาบดับสูญ (จี้เมี่ยเตาเค่อ), จอมมารพิษปลิดชีพ (เจวี๋ยหมิงตู๋ซือ)..."
"สองคนนี้จะใช่หวังหมาจื่อกับหลี่ซื่อหรือเปล่า?"
"จอมมารพิษปลิดชีพเมื่อ 19 ปีก่อนก็ฆ่าขุนพลเทพของพรรคเทียนมั่วได้แล้ว!"
"จอมดาบดับสูญเคยเอาชนะจอมดาบมังกรเขียว?"
จอมดาบมังกรเขียวคือตำนานอันดับสามของ [อันดับมือดาบแห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือ] สามปีก่อนก็ใช้พลังระดับมหาปรมาจารย์ฆ่าราชาสัตว์อสูรได้ ป่านนี้น่าจะก้าวไปสู่ระดับที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึงแล้ว!
บุคคลระดับนี้ เรียกได้ว่าเป็นตำนาน!
ส่วนขุนพลเทพของพรรคเทียนมั่ว ก็ต้องเป็นระดับปรมาจารย์ขึ้นไปแน่นอน!
ถ้าหลี่ซื่อกับหวังหมาจื่อคือสองคนนี้จริงๆ...
แล้วทำไมตอนนี้พวกเขายังไม่ถึงระดับปรมาจารย์?
แล้วทำไมถึงมาอยู่ในโรงพยาบาลบ้า?
ถ้าหลี่ซื่อคือจอมมารพิษปลิดชีพ หวังหมาจื่อคือจอมดาบดับสูญ แล้วจางซานล่ะ?
จางซานเป็นใคร?
"ช่างเถอะ... ตัวจริงพวกเขาจะเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับฉัน?"
สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
เจียงเหอนอนแผ่บนเตียง คุยแชตกับอวิ๋นเยียนเฉิน
อวิ๋นเยียนเฉินบอกว่าจ้างคนไปทำความสะอาดบ้านเจียงเหอเรียบร้อยแล้ว แถมยังเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ใหม่หมด และนัดเจียงเหอไปกินข้าวเย็นด้วยกัน
เธอย้ำเจียงเหอเป็นพิเศษ
ตอนกินข้าวเย็น อย่าลืมเปลี่ยนชุดด้วย
เจียงเหอรับปาก หาชุดกีฬาที่อวิ๋นเยียนเฉินซื้อให้มาเปลี่ยน
ใส่เสื้อผ้าเสร็จ
ยืนหน้ากระจก
เจียงเหออดชื่นชมตัวเองไม่ได้ "ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง โบราณท่านว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ... พอถอดชุดคนไข้ออก รัศมีความหล่อของฉันก็พุ่งกระฉูดทันที"
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสองโมง
ยังอีกนานกว่าจะถึงเวลานัดมื้อเย็น
ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เจียงเหอเลยเดินดุ่มๆ ไปห้องทำงานผอ.
ปัง!
เขาถีบประตูเข้าไป
ในห้องทำงาน
ผอ.อันที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตาไม่กะพริบ สะดุ้งโหยง รีบกดปิดหนัง ยัดทิชชูบนโต๊ะคอมลงลิ้นชักอย่างลนลาน หน้าแดงแปร๊ดตวาด "เจียงเหอ อาการกำเริบอีกแล้วรึไง?"
"เข้าห้องทำงานคนอื่นไม่รู้จักเคาะประตูห๊ะ?"
ในฐานะ "ผู้เจนจัด" ที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน เจียงเหอมีหรือจะดูไม่ออกว่าท่าทางเมื่อกี้ของผอ.อันหมายถึงอะไร?
เลยถามว่า "เมื่อกี้ผอ.ดูหนังอยู่เหรอครับ?"
ผอ.อันแกล้งทำขรึม พยักหน้า
เจียงเหอแปลกใจ "นึกไม่ถึงว่าโลกเป็นแบบนี้แล้ว... ยังมีหนังแบบนั้นให้ดูอีกเหรอ?"
ผอ.อันร้อนตัว "พูดบ้าอะไร? ฉันดูหนังปกติธรรมดาทั่วไป!"
เจียงเหอถอนหายใจ "เสียดาย ฐานที่มั่นแห่งเดียวของฟูซาง (ญี่ปุ่น) โดนจักรพรรดิอสรพิษแปดเศียรถล่มไปแล้ว ชนชาติ 'เสี่ยวรื่อเปิ่น' (ไอ้ยุ่น) สูญพันธุ์ไปเรียบร้อย หนังแบบนี้คงดูเรื่องหนึ่งน้อยลงไปเรื่องหนึ่งแล้วล่ะ"
พอพูดถึงเรื่องนี้
ผอ.อันก็ดูเศร้าๆ
แต่แป๊บเดียวเขาก็ยิ้มออก "จริงๆ แล้วชนชาติไอ้ยุ่นก็มีบางคนหนีรอดออกมาได้นะ... หลายปีก่อนมีเบบ๋า (เสี่ย) กระเป๋าหนัก ยอมทุ่มเงินจ้าง 'อาจารย์' จากฝั่งโน้นมากลุ่มหนึ่ง..."
"รอให้พวกเสี่ยเบื่อเมื่อไหร่ อาจารย์พวกนั้นขาดรายได้ ก็คงต้องกลับมาเดินทางเดิมนั่นแหละ"
พูดถึงตรงนี้
ผอ.อันเพิ่งได้สติ "พอๆ เลิกคุยเรื่องนี้ มันล่อแหลมเกินไป... เธอไม่อยู่ห้องพัก มาทำอะไรที่นี่?"
เจียงเหอไม่อ้อมค้อม "ผอ. ผมจะขอลาหยุด"
"ไม่มีทาง!"
ผอ.อันปฏิเสธทันควัน "ครั้งที่แล้วมีคุณหนูตระกูลอวิ๋นรับรอง ครั้งนี้อย่าหวังว่าจะได้ออกไป!"
"ผอ.ครับ..."
เจียงเหอยิ้มเจ้าเล่ห์ "ผอ.คงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่แอบดูหนังโป๊ในเวลางานหรอกใช่มั้ยครับ?"
"!!!"
ผอ.อัน "ที่นี่โรงพยาบาลจิตเวช ไม่ใช่คุก... สำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก ก็ต้องผ่อนปรนตามสถานการณ์บ้าง... เจียงเหอ เธอจะไปไหน? ให้ฉันขับรถไปส่งไหม"
เจียงเหอ "ไม่ต้องครับ ผมไปเอง"
เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง
แล้วพูดต่อ "ผอ.ครับ อีกอย่างช่วงนี้ผมรู้สึกอารมณ์แปรปรวน ขี้โมโห แถมปากมาก เจอใครก็อยากคุยด้วยไปหมด ผมว่ายาผมน่าจะต้องเพิ่มปริมาณ จากวันละสามมื้อ เปลี่ยนเป็นแปดมื้อดีกว่าครับ!"
"เป็นไปไม่ได้!"
เสียงผอ.อันดังขึ้นทันที "เรื่องนี้ขัดต่อจรรยาบรรณของฉัน ในฐานะหมอ ฉันไม่มีทางให้คนไข้กินยามั่วซั่วเด็ดขาด... อย่างมาก... อย่างมากก็ให้ได้แค่วันละ 4 มื้อ!"
เจียงเหอคิดๆ
พยักหน้า "โอเค วันละ 4 มื้อก็ได้ ผอ.เอายามื้อเย็นมาให้ผมก่อนเลย ไม่งั้นกลับมาดึกจะเลยเวลากินยา"
หักลบสามมื้อที่ต้อง "สู้" (โดนซ้อม)
ตอนนี้เขาปั๊มพลังได้วันละ 190 kg
ถ้ายาเพิ่มเป็น 4 มื้อ ก็จะปั๊มได้วันละ 200 kg พอดีเป๊ะ เลขสวย คิดง่าย
ไม่นาน
ยาก็มาถึงมือ
เจียงเหออารมณ์ดี ฮัมเพลงเดินออกจากห้องทำงานผอ.
พอเดินออกมา
ก็ชนกับคนไข้คนหนึ่ง
คนไข้นั่งรถเข็น มีญาติเข็นมา
ญาติคนนั้นพาหนัข่าวมาด้วย ตะโกนลั่น "ฉันจะร้องเรียน... ฉันจะร้องเรียนผอ.โรงพยาบาลนี้ การจัดการห่วยแตก ลูกฉันเพิ่งเข้ามาอยู่ได้เดือนเดียว เกือบจะทำตัวเองพิการแล้ว"
นักข่าวสงสัย ยื่นไมค์ไปจ่อปากคนไข้บนรถเข็น ถามว่า "ขอถามหน่อยครับ ขาคุณเป็นอะไร? เกิดจากการรักษาที่ผิดพลาดของหมอหรือเปล่า?"
คนไข้อารมณ์ขึ้นกว่าเดิม ตะโกน "ฉันก็จะร้องเรียน... ฉันจะร้องเรียนครูภาษาไทย แกสอนว่า 'ลูกผู้ชายมีทองใต้เข่า' (ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกินไม่ได้แต่เท่ / สำนวนจีน: ลูกผู้ชายมีทองอยู่ใต้เข่า หมายถึงไม่ยอมคุกเข่าให้ใคร) วันก่อนฉันว่างๆ เลยลองเฉือนเข่าดู ไม่เห็นจะมีทองสักก้อน!"
"..."
เจียงเหอที่เดินผ่านถึงกับพูดไม่ออก
นี่มันบ้าชัดๆ!
สื่อพวกนี้ก็บ้า... เรื่องแบบนี้ยังจะมาทำข่าวอีก?
เดินไปไม่กี่ก้าว
เจียงเหอก็สวนกับคนสองคน
สองคนนี้ใส่เสื้อโค้ตยาวสีดำ เดินอาดๆ อย่างมาดมั่น
"หน้าร้อนตับแลบใส่เสื้อโค้ต..."
เจียงเหอคิดในใจ "โรงพยาบาลบ้านี่มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้น"
เขาเดินสวนกับชายชุดดำสองคนนั้น ออกจากประตูโรงพยาบาลไป
หนึ่งในชายชุดดำชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองเจียงเหอ
อีกคนถาม "หัวหน้าโจว มีอะไรครับ?"
คนที่ถูกเรียกว่า "หัวหน้าโจว" พูดว่า "ไอ้หนุ่มเมื่อกี้ ในร่างไม่มีคลื่นลมปราณเลย แต่เลือดลมกลับเข้มข้นมหาศาล เมืองอู๋เรามีผู้ฝึกกายารุ่นเยาว์แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
อีกคนตอบ "อาจจะมาเยี่ยมคนไข้มั้งครับ... หัวหน้าโจว แน่ใจนะครับว่าเป็นสามคนนั้น?"
หัวหน้าโจวตอบ "ทุกอย่างตรงกันหมด... น่าจะใช่พวกเขาไม่ผิดแน่"
"จอมดาบดับสูญ 'หวังเหมี่ยน' (หวังหมาจื่อ), จอมมารพิษปลิดชีพ 'หลี่เหวย' (หลี่ซื่อ), กระบี่เปลวเพลิง 'จางเหิง' (จางซาน)... ยี่สิบปีก่อนสามคนนี้ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วซีเซี่ย ทำไมถึงมาซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ้ากันนะ?"
......................................................
ในขณะเดียวกัน
เจียงเหอก็นั่งอยู่บนรถแท็กซี่
"พี่คนขับ"
"ไปสำนักงานบริหารยุทธ์!"
[จบแล้ว]