- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาอยู่โรงพยาบาลบ้า พร้อมระบบที่แค่กินยาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 09 - วิถีมาร พรรคเทียนมั่ว!
บทที่ 09 - วิถีมาร พรรคเทียนมั่ว!
บทที่ 09 - วิถีมาร พรรคเทียนมั่ว!
บทที่ 09 - วิถีมาร พรรคเทียนมั่ว!
"ติ๊ง!"
"ออกกำลังกายอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
ในที่สุด
เจียงเหอก็ได้ [ออกกำลังกายหลังอาหารเที่ยง] ทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่
เขาใส่ชุดคนไข้วิ่งเหยาะๆ ไปตามท้องถนนอย่างไม่แคร์สายตาใคร
ส่วนอวิ๋นเยียนเฉินที่เดินตามหลังมา สัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนที่มองมา รู้สึกอยากจะ "มุดดินหนี" ให้รู้แล้วรู้รอด!
เธอจงใจเดินช้าลง
ทิ้งห่างเจียงเหอประมาณ 5 เมตร
พอถึงหน้าคอนโด อวิ๋นเยียนเฉินถึงยอมถอดหน้ากากอนามัยออก "เจียงเหอ จำที่นี่ได้ไหม?"
"เหรินเหอหย่าจวี (บ้านพักผู้มีคุณธรรม)..."
มองดูคอนโดตรงหน้า
เจียงเหอรู้สึกเหมือนมีความทรงจำเลือนรางบางอย่างผุดขึ้นมา แต่มันสับสนปนเปไปหมด จนมอง "ไม่ชัด" ว่าคืออะไรกันแน่
อวิ๋นเยียนเฉินเห็นท่าทางของเขา ก็บอกว่า "ไปเถอะ เข้าไปเดินดูข้างในกัน"
สภาพแวดล้อมในคอนโดถือว่าดีทีเดียว
พอเดินผ่านประตูเข้าไป ก็เจอน้ำพุ มีเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่รอบๆ
ถัดไปข้างหน้า เป็นสระบัว
บนสระบัวมีสะพานไม้ทอดข้าม ตรงกลางสระมีศาลาไม้ มีคุณลุงคุณป้านั่งเล่นไพ่กันอยู่
อวิ๋นเยียนเฉินชี้ไปที่ตึกสูงข้างสระบัว "บ้านนายอยู่ตึกนี้ ยูนิตที่ 2 ชั้น 8 ห้อง 801 ขึ้นไปดูกันไหม?"
"ไปสิ"
เจียงเหอก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตูทางเข้าตึก
แต่เขาพบว่าประตูตึก ล็อกอยู่ ต้องใช้รหัสผ่านหรือคีย์การ์ดถึงจะเปิดได้
อวิ๋นเยียนเฉินเดินเข้าไป กดรหัสผ่านอย่างคล่องแคล่ว
"ติ๊ง!"
"ประตูเปิดแล้ว โปรดระวัง"
ประตูเปิดออก
เจียงเหอ "..."
เขากะพริบตา อดถามไม่ได้ "เธอรู้รหัสเข้าตึกบ้านฉันได้ไง?"
อวิ๋นเยียนเฉินหัวเราะคิกคัก "เมื่อก่อนฉันมาเล่นบ้านนายบ่อยๆ นายเป็นคนบอกรหัสฉันเอง..."
พูดพลาง
ก็ล้วงพวงกุญแจออกมาแกว่งโชว์ตรงหน้าเจียงเหอ "ดูสิ นี่กุญแจบ้านนาย นายก็เป็นคนให้ฉันเอง..."
ขึ้นลิฟต์
มาถึงชั้นแปด
อวิ๋นเยียนเฉินไขประตู เดินนำเข้าไปก่อน
เฟอร์นิเจอร์ในห้องถูกคลุมด้วยผ้าขาว พื้นมีฝุ่นจับหนาเตอะ อวิ๋นเยียนเฉินดึงผ้าขาวบนโซฟาออก แล้วพูดว่า "นายสลบไปพักใหญ่ พอฟื้นขึ้นมา..."
เธอชะงัก แล้วชี้ไปที่หัวตัวเอง "ตรงนี้ก็มีปัญหา พ่อฉันเลยจัดการส่งนายเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอันหนิง ตอนนั้นฉันเพิ่งปลุกพลังพิเศษได้พอดี พ่อเลยส่งฉันไปฝึกวิชากับผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่เป็นผู้ปลุกพลังเหมือนกัน"
"ฉันเพิ่งกลับมาเมืองอู๋เมื่อสองเดือนก่อน พอกลับมาก็ต้องไปแข่งประลองยุทธระดับมหาวิทยาลัยภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เลยยุ่งจนไม่ได้ไปเยี่ยมนาย แล้วก็ไม่ได้มาทำความสะอาดห้องให้นายด้วย..."
เจียงเหอสงสัย "เราสองคนเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกันจริงๆ เหรอ? เป็นเพื่อนร่วมชั้น... สนิทกันถึงขั้นนี้เลย?"
อวิ๋นเยียนเฉินกระพริบตา "ก็บอกแล้วไงว่าพ่อนายกับพ่อฉันสนิทกัน เราก็เลยรู้จักกันแต่เด็ก เล่นด้วยกันมาตลอด"
เจียงเหอไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
รู้สึกตะหงิดๆ ว่ายัยหนูนี่ต้องปิดบังอะไรไว้แน่ๆ
แต่ในเมื่ออวิ๋นเยียนเฉินไม่พูด เขาก็ขี้เกียจเซ้าซี้
เขาเดินสำรวจรอบห้อง จนไปเจอกรอบรูปครอบครัวรูปหนึ่ง
ในรูปมีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ข้างกายมีหญิงสาวสวมชุดเกราะโลหะผสม ในอ้อมแขนของเธออุ้มเด็กน้อยอายุราวขวบเศษ
"นี่คือ 'ตัวฉัน' ตอนเด็ก กับพ่อแม่สินะ?"
ตอนที่จ้องมองรูปใบนี้ เจียงเหอรู้สึกปวดหัวจี๊ด เศษเสี้ยวความทรงจำแวบเข้ามาวูบวาบ แต่ก็ยังคงสับสนอลหม่าน มองไม่ชัดอยู่ดี
อวิ๋นเยียนเฉินถามด้วยความเป็นห่วง "เจียงเหอ นึกอะไรออกบ้างไหม?"
เจียงเหอส่ายหัว
อวิ๋นเยียนเฉินขมวดคิ้ว "นายถูกพวกยุทธ์วิถีมารลอบทำร้าย พวกมันใช้พิษชนิดพิเศษ ทำลายจุดตันเถียนและทะเลลมปราณของนาย จนสูญเสียวรยุทธ์และพลังพิเศษไป ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าพลังของผู้ปลุกพลังซ่อนอยู่ในยีนและสายเลือด แต่พอตื่นขึ้นมาแล้วจะดำรงอยู่ด้วยพลังจิต... ที่นายเป็นบ้า อาจจะเป็นเพราะพิษนั่นทำลายจิตใจของนาย"
"ที่นายจำเรื่องในอดีตไม่ได้ ก็อาจจะเกี่ยวกับพิษชนิดนี้ด้วย"
"ถ้าคิดในแง่นี้ การที่นายความจำเสื่อม อาจจะถือว่าโชคดีในโชคร้ายก็ได้..."
แววตาของอวิ๋นเยียนเฉินไหววูบ "ช่วงหลายปีมานี้ มีอัจฉริยะไม่น้อยที่ถูกทำร้ายด้วยวิธีนี้ ถ้าทำให้พวกเขาความจำเสื่อมได้เหมือนนาย... หากทำสำเร็จจริง ก็นับว่าเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่เลยนะ"
"อย่านะ!"
เจียงเหอรู้สภาพตัวเองดี
มันไม่ได้เกี่ยวกับความจำเสื่อมอะไรเลย เขาแค่ "ทะลุมิติ" มาเฉยๆ รีบแถไปว่า "ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน อีกอย่างฉันความจำเสื่อมหลังจากกระโดดตึกนะ ขืนคนอื่นกระโดดตามแล้วตายห่าขึ้นมาจะทำยังไง?"
"นั่นสินะ"
อวิ๋นเยียนเฉินเปลี่ยนเรื่อง ยิ้มทะเล้น "ว่าแต่... ทำไมนายถึงไปกระโดดตึกล่ะ? ได้ข่าวว่าตอนจะโดดนายทั้งร้องไห้ทั้งโวยวาย บอกว่าอยากเจอฉัน?"
"ฉันความจำเสื่อมแล้วจะไปรู้ได้ไง..."
เจียงเหอรื้อค้นข้าวของในบ้าน
ปรากฏว่า...
เจอบัตรประชาชนของตัวเองด้วย!
ในห้องมีแต่ฝุ่น ไม่มีที่ให้นั่ง อวิ๋นเยียนเฉินเลยชวน "ไปเถอะ เราไปห้างซื้อของใช้นายกัน เดี๋ยวฉันค่อยจ้างแม่บ้านรายชั่วโมงมาทำความสะอาดให้"
ตอนออกจากบ้าน
เจียงเหอล้วง "ยาบำรุงไตรสทิพย์ธารา" ออกมาจากกระเป๋า แล้วกินไปอีกสามเม็ด
"ติ๊ง!"
"ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10"
อวิ๋นเยียนเฉินมองด้วยความกังวล "เดี๋ยวนี้นายต้องกินยาบ่อยขนาดนี้เลยเหรอ?"
เจียงเหอเก็บยาใส่กระเป๋า "ใช่ ถ้าไม่กินเดี๋ยวอาการกำเริบ... จริงสิ เธอช่วยปั๊มกุญแจบ้านให้ฉันอีกดอกได้ไหม? เผื่อวันไหนฉันแอบหนีออกมา จะได้มีที่ซุกหัวนอน"
"นายอย่าไปก่อเรื่องนะ อยู่โรงพยาบาลเชื่อฟังหมอ จะได้หายไวๆ"
"ก็บอกว่าไม่ได้ป่วย..."
"รู้แล้วๆ นายไม่ได้ป่วย... ว่าแต่ คนไข้ที่โรงพยาบาลนายทุกคน คิดว่าตัวเองไม่ได้ป่วยกันหมดเลยรึเปล่า?"
เจียงเหอ "..."
ทั้งสองคนเหมือนคู่รัก
เดินห้าง ช็อปปิ้ง
อวิ๋นเยียนเฉินเห็นอะไรก็ซื้อให้ จนเจียงเหอถือของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือ
"เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า กางเกงใน..."
อวิ๋นเยียนเฉินนับนิ้ว "ฉันซื้อให้อย่างละสามชุด น่าจะพอใส่เปลี่ยนแล้วนะ... แล้วก็ที่โกนหนวด หนวดเครานายน่ะหัดโกนซะบ้าง ยังขาดอะไรอีกไหม?"
"เดี๋ยวช่วยซื้อที่ชาร์จแบต กับเปิดซิมมือถือให้หน่อย... อ้อ ฝากซื้อคอมพิวเตอร์ให้เครื่องหนึ่งด้วย เงินถือว่าฉันยืมเธอไว้ก่อน เดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลแล้วจะหามาคืน"
"เอาแค่ที่ชาร์จกับซิม? ไม่ซื้อมือถือเหรอ?"
"มือถือไม่ต้อง หมอที่โรงพยาบาลให้มาเครื่องนึงแล้ว..."
ห้าโมงเย็น
อวิ๋นเยียนเฉินมาส่งเจียงเหอที่โรงพยาบาล
เธอเรียกบอดี้การ์ดให้ช่วยขนของไปส่งที่ห้องพัก แล้วเรียกเจียงเหอที่กำลังจะเดินเข้าตึกไว้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า—
"เจียงเหอ... ฉันรู้ว่าตอนนี้ในใจนายคงเจ็บปวดมาก นายเคยเป็นอัจฉริยะด้านวรยุทธ์ที่ทุกคนจับตามอง แถมยังปลุกพลังพิเศษได้ แต่ตอนนี้ทะเลลมปราณถูกทำลาย พลังพิเศษก็หายไป ฝึกวิชาต่อไม่ได้ แต่อย่าเพิ่งท้อแท้นะ จริงๆ แล้วในยุคสมัยนี้ การได้ใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาก็ถือว่าไม่เลวเลยนะ"
เจ็บปวด?
เจียงเหอยิ้ม "ตอนนี้ฉันมีความสุขทุกวัน ไม่เห็นเจ็บปวดตรงไหน... เอาล่ะ ฉันกลับไปกินยาก่อนนะ!"
มองส่งเจียงเหอเดินเข้าตึกผู้ป่วยไป
อวิ๋นเยียนเฉินถึงได้ออกจากโรงพยาบาลอันหนิง กลับบ้าน
บ้านของเธอเป็นบ้านเดี่ยวสามชั้น
พ่อของอวิ๋นเยียนเฉินชื่อ 'อวิ๋นเจิง' เป็นนักธุรกิจ และเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วย ถึงจะเข้าสู่วัยกลางคนแล้วแต่ร่างกายยังกำยำแข็งแรง ตอนนี้เขากำลังนั่งจิบชาอยู่บนโซฟา ยิ้มถาม "เจอกันแล้วเหรอ?"
อวิ๋นเยียนเฉินไม่ตอบ แค่รินชาเย็นชืดใส่แก้วตัวเองแล้วดื่มรวดเดียวหมด
อวิ๋นเจิงถาม "ลูกคิดว่ายังไง?"
"คิดว่ายังไงอะไรคะ?"
อวิ๋นเยียนเฉินตอบ "เจียงเหอก็ยังเป็นเจียงเหอคนเดิม เขาแค่ความจำเสื่อม แค่ฝึกวรยุทธ์ต่อไม่ได้... พ่อคะ พ่อพูดเสมอไม่ใช่เหรอว่าสัจจะสำคัญที่สุด สัญญาที่พ่อให้ไว้กับคุณอาเจียง พ่อคงไม่ได้คิดจะกลับคำหรอกนะ?"
อวิ๋นเจิงนิ่งเงียบอยู่นาน
ก่อนจะเอ่ยขึ้น "เรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตลูกสาวพ่อ พ่อต้องคิดให้รอบคอบ... เยียนเฉิน ปีนี้ลูกเพิ่งอายุ 20 ก็เป็นผู้ปลุกพลังธาตุน้ำระดับ B ขั้นสูงแล้ว วรยุทธ์ก็เกือบจะถึงระดับ 2 อนาคตไกลลิบ แต่เจียงเหอเป็นคนบ้า เป็นคนพิการ!"
"พ่อ!"
อวิ๋นเยียนเฉินกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะรับแขกเสียงดัง
อวิ๋นเจิงรีบหุบปาก "โอเคๆ พ่อไม่พูดแล้ว ลูกสาวโตแล้วสินะ... เรื่องของลูก ลูกตัดสินใจเองเถอะ"
แต่ลึกๆ ในแววตา กลับฉายแววปลื้มปริ่ม
พูดจบ
ก็ลุกขึ้น
เดินหลังค่อมเอามือไพล่หลัง แกล้งทำเป็น "คนแก่หมดสภาพ"
อวิ๋นเยียนเฉินพูดขึ้น "พ่อคะ หนูมีเรื่องอยากให้พ่อช่วย... ตอนที่เจียงเหอถูกทำร้ายในเมือง สายลับของพรรคเทียนมั่วคนนั้น จนป่านนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้..."
อวิ๋นเจิงหน้าเปลี่ยนสี
"ลูกรักของพ่อ!"
"สำนักงานบริหารยุทธ์กวาดล้างพรรคเทียนมั่วมาตั้งกี่ปี ก็ยังกำจัดไม่หมด พ่อเป็นแค่พ่อค้าตัวเล็กๆ จะไปกล้าสืบได้ยังไง?"
[จบแล้ว]