- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาอยู่โรงพยาบาลบ้า พร้อมระบบที่แค่กินยาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 08 - อดีตของเจียงเหอ!
บทที่ 08 - อดีตของเจียงเหอ!
บทที่ 08 - อดีตของเจียงเหอ!
บทที่ 08 - อดีตของเจียงเหอ!
"นะ... นายเรียกฉันว่าอะไรนะ?"
หญิงสาวตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนที่ใบหน้าขาวผ่องจะแดงซ่านขึ้นมา กัดฟันพูดอย่างเจ็บใจ "ไอ้คนบ้าสามคนนั้นพูดไม่ผิดจริงๆ นายเป็นคนบงการทุกอย่างสินะ!"
อ้าวเวร!
เจียงเหอถึงกับไปไม่เป็น
เขารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "อวิ๋นเยียนเฉิน ฟังฉันอธิบายก่อน"
เจียงเหอเพิ่งเคยเจออวิ๋นเยียนเฉินตัวจริงครั้งแรก
แต่เขากลับจำเธอได้ในทันที นี่อาจจะเป็นความยึดติดบางอย่างที่ฝังอยู่ในร่างนี้... และคำว่า "เมียจ๋า" เมื่อกี้ ก็คงหลุดปากออกมาเพราะเหตุนี้เช่นกัน
อวิ๋นเยียนเฉินแก้มป่อง "ได้ ฉันให้โอกาส นายอธิบายมาสิ"
"..."
เจียงเหอ "ช่างเถอะ ฉันไม่อธิบายดีกว่า"
จะให้อธิบายยังไง?
บอกว่าฉันโดน "จิตใต้สำนึก" ของคนบ้าครอบงำงั้นเหรอ?
แต่เขาก็พอจะดูออก... อวิ๋นเยียนเฉินคนนี้ ดูเหมือนจะรู้จักกับ "ตัวเขา" มาก่อน จึงถามออกไป "อวิ๋นเยียนเฉิน เราสองคนรู้จักกันมาก่อนเหรอ?"
"ทำไม?"
อวิ๋นเยียนเฉินถาม "นายความจำเสื่อมจริงๆ เหรอ?"
เห็นได้ชัดว่า
ก่อนจะมาหาเจียงเหอ เธอได้สืบเรื่องราวของเจียงเหอใน "โรงพยาบาล" มาบ้างแล้ว
"ถ้านายความจำเสื่อม แล้วทำไมถึงรู้จักฉัน?"
"ไม่รู้สิ"
เจียงเหอส่ายหัว "พอเห็นหน้าเธอ ในหัวฉันก็เต็มไปด้วยภาพเงาของเธอ แล้วชื่อเธอก็ผุดขึ้นมา... แต่เรื่องอื่นๆ ในอดีต ฉันจำอะไรไม่ได้เลย"
"จริงเหรอ?"
ดวงตาคู่งามของอวิ๋นเยียนเฉินดูเหมือนจะมีประกายแห่งความหวังวูบหนึ่ง เธอดีใจ "ถือว่านายยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ที่ยังไม่ลืมฉัน"
ยัยหนูนี่ รู้จักกับ "เรา" จริงๆ ด้วย!
เจียงเหอคว้ามืออวิ๋นเยียนเฉินหมับ ถามว่า "เยียนเฉิน เธอช่วยเล่าเรื่องในอดีตให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?"
เขาแกล้งทำเป็นร้อนใจอยากรู้
แต่ในใจกลับคิดว่า...
มือนุ่มชะมัด อย่างกับทำจากน้ำเลยแฮะ!
อวิ๋นเยียนเฉินตกใจ รีบชักมือกลับ ก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจียงเหอ "จะคุยตรงนี้เหรอ? งั้นเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า"
เจียงเหอหยิบมือถือออกมาดูเวลา
อีกไม่ถึง 40 นาทีจะถึงเวลาอาหารเที่ยง
เวลานี้ออกไปหาร้านอาหารกำลังดี
เขาทำท่าครุ่นคิด แล้วบอกว่า "ฉันน่ะไม่มีปัญหา... แต่ต้องให้ผอ.อนุญาตก่อน"
"เดี๋ยวฉันไปคุยกับผอ.ให้"
อวิ๋นเยียนเฉินลงจากรถ
เจียงเหอก็ตามลงไป
พอมาอยู่ต่อหน้าผอ.อัน อวิ๋นเยียนเฉินก็บอกความต้องการ
"หือ?"
ผอ.อันสงสัย "ไอ้หมอนี่จ้างคนไปลักพาตัวคุณหนู คุณหนูยังจะชวนมันไปกินข้าวอีกเหรอครับ? รู้ไหมว่ามันป่วยนะ?"
เจียงเหอหน้ามืด ด่าสวน "ผอ. พูดจาต้องมีหลักฐาน เรื่องลักพาตัวอวิ๋นเยียนเฉินนั่นจางซาน หลี่ซื่อ หวังหมาจื่อ ทำกันเองโดยพละการ แล้วผมก็บอกตั้งหลายรอบแล้วว่า ผมไม่ได้ป่วย!"
อวิ๋นเยียนเฉินหลุดขำ "พรืด"
เธอพูดติดตลก "ผอ.วางใจเถอะค่ะ ฉันรับรองว่าจะไม่ปล่อยให้คนไข้ไปวิ่งเพ่นพ่านทำร้ายใคร จะพากลับมาส่งให้ตรงเวลาแน่นอน"
หน้าตาของคุณหนูใหญ่ตระกูลอวิ๋น ผอ.อันย่อมต้องเกรงใจ
อีกอย่างเจียงเหอเป็นแค่ "โรคหลงผิดขั้นรุนแรง" ไม่ได้มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง... แถมจากการสังเกตสองวันนี้ ดูเหมือนหลังจาก "ความจำเสื่อม" อาการของเขาก็สงบลงไปเยอะ
ผอ.อันหันหลัง เอามือไพล่หลังเดินกลับโรงพยาบาลอย่างสบายใจ
เจียงเหอรีบวิ่งตามไป "เดี๋ยวครับ... ผอ. ยามื้อเที่ยงของผมยังไม่ได้กินเลย!"
ผอ.อัน "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดตเสร็จกลับมาค่อยไปขอกับพยาบาลก็ได้"
"ได้ไงล่ะครับ?"
เจียงเหอทำหน้าจริงจัง พูดเสียงเข้ม "ยาต้องกินให้ตรงเวลาตามคำสั่งแพทย์เป๊ะๆ ไม่งั้นจะได้ผลเหรอครับ? แล้วนี่ผมต้องออกไปข้างนอก เกิดขาดยาแล้วอาการกำเริบขึ้นมาจะทำยังไง?"
[กินยาไม่ตรงเวลา] = [ไม่สมเหตุสมผล]
ถ้าไม่สมเหตุสมผล แล้วพละกำลังจะเพิ่มได้ไง?
ผอ.อันเงียบกริบ
เจียงเหออาการสงบลง?
สงบบ้าอะไรล่ะ!
ไอ้เวรนี่อาการหนักกว่าเดิมชัดๆ!
ในฐานะผอ.โรงพยาบาลจิตเวชที่อยู่ในวงการมา 20 กว่าปี ผ่านคนไข้มาสารพัดรูปแบบ เขารู้ดีว่าการรับมือกับคนบ้า กฎข้อสำคัญคือต้อง "เออออ" ตามน้ำไป
เลยบอกว่า "ก็ได้ เธอไปเอายาที่เคาน์เตอร์พยาบาล"
"ผมไม่ไป"
เจียงเหอบอก "ผมวิ่งช้า ให้รปภ.อ้วนกลมคนนั้นไป เขาเร็ว!"
เขาจำได้แม่น รปภ.คนนั้นวิชาตัวเบาล้ำเลิศ กระโดดทีเดียวห้าหกเมตร
"เออๆๆ ให้มันไป"
เจียงเหอสั่ง "เร็วเข้า วิ่งดิ!"
รปภ. "ไอ้เ_ี้ย!"
เขาเร็วสมคำร่ำลือจริงๆ
ไม่ถึงห้านาที
ยาก็มาถึงมือ
แคปซูลสี่เม็ด ยาเม็ดขาวเล็กสองเม็ด
เจียงเหอไปขอกระดาษทิชชูที่ป้อมยามมาห่อยา แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อคนไข้ จากนั้นล้วงกระเป๋าอีกข้างหยิบ "ยาเม็ดบำรุงไตรสทิพย์ธารา" ออกมา นับกินไปสามเม็ด
ตามใบสั่งยาที่ให้กินวันละแปดมื้อ...
ตอนนี้ถึงเวลาพอดีเป๊ะ!
"ติ๊ง!"
"ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
"เดี๋ยว!"
ผอ.อันตาไว คว้ามือเจียงเหอหมับ "นั่นยาอะไร?"
"ยาบำรุงไตรสทิพย์ธาราครับ บำรุงไตเสริมสมรรถภาพ... ผอ.เอาสักหน่อยไหมครับ?"
"เอ่อ..."
พอตรวจสอบดู
เห็นว่าเป็น "ยาบำรุงไต" จริงๆ ผอ.อันถึงยอมปล่อยมือ กำชับว่า "ออกไปแล้วอย่าก่อเรื่อง จำไว้ต้องกลับมาให้ตรงเวลา... อีกอย่างเธอตัวคนเดียว ยาพวกนี้เพลาๆ ลงหน่อย!"
ออกจากประตูโรงพยาบาล
เจียงเหอมุดเข้าไปในรถ
อวิ๋นเยียนเฉินถาม "นายอยากกินอะไร?"
เจียงเหอคิดนิดนึง "หมาล่าทั่ง (ซุปหมาล่า) ละกัน... หรือสุกี้หม้อไฟก็ได้ อยู่โรงพยาบาลไม่ข้าวก็บะหมี่ ปากฉันจะจืดตายอยู่แล้ว"
อวิ๋นเยียนเฉินขำ "ดูจากสภาพนาย ก็ฟื้นตัวได้ดีนี่นา กะว่าจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่?"
เจียงเหอพูดทีเล่นทีจริง "อยู่ต่ออีกสักพักดีกว่า สิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลดีมาก เพื่อนร่วมห้องแต่ละคนก็ระดับหัวกะทิ พูดจาไพเราะเสนาะหู ฉันยังไม่อยากจากไปตอนนี้"
ไม่นาน
รถก็มาจอดหน้าร้านสุกี้แห่งหนึ่ง
พอลงรถ
อวิ๋นเยียนเฉินชี้ไปที่คอนโดหรูข้างๆ ร้านสุกี้ "เจียงเหอ จำที่นี่ได้ไหม?"
เจียงเหอส่ายหัว "ที่นี่ที่ไหน?"
อวิ๋นเยียนเฉินถอนหายใจ "บ้านนายก็อยู่ในคอนโดนี้นี่แหละ... ออกจากประตูหลังคอนโด เดินข้ามถนนไปอีกเส้นก็เป็นโรงเรียนมัธยมที่สามเมืองอู๋ สมัยมัธยมเราเรียนที่นั่น"
"เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันเหรอ?"
"นายลืมไปหมดแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย? เราไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้น แต่เรานั่งหน้าหลังกันเลยนะ... ฉันนั่งข้างหน้านาย ตอนนั้นนายน่ะแสบมาก ชอบดึงผมหางม้าฉันเล่นประจำ"
บนโต๊ะอาหาร
อวิ๋นเยียนเฉินแทบไม่ได้แตะตะเกียบ
เธอเอาแต่เล่าเรื่อง "อดีต" ของเจียงเหอให้ฟัง
เธอรู้เรื่องเจียงเหอดีมาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดา
"พ่อนายชื่อเจียงไห่ เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ เพลงดาบเป็นเลิศ แม่นายเป็นผู้ปลุกพลังธาตุดิน... 18 ปีก่อน เกิดคลื่นสัตว์อสูรบุก คุณน้าทั้งสองสละชีพเพื่อปกป้องเมืองอู๋ในสงครามครั้งนั้น"
"ตอนนายอยู่มัธยม นายเป็นเดือนโรงเรียนมัธยมสาม หล่อเหลา พื้นฐานวรยุทธ์แน่นปึ้ก ผลการเรียนก็ดีเยี่ยม เทอมแรกของม.6 นายก็ผ่านการทดสอบของสำนักงานบริหารยุทธ์ แถมช่วงปิดเทอมฤดูหนาวก็ผ่านการทดสอบภาคสนาม ในการต่อสู้จริง นายปลุกพลังธาตุดินขึ้นมาได้สำเร็จ..."
"นายได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะที่เก่งที่สุดในรอบ 10 ปีของมัธยมสาม... แต่น่าเสียดาย ที่ถูกลัทธิมารลอบทำร้าย"
เจียงเหอ "..."
เขาโซ้ยผ้าขี้ริ้วไปหนึ่งชิ้น วางตะเกียบลง ครุ่นคิดอยู่นาน แล้วถามว่า "เธอบอกว่าฉันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ตั้งแต่ ม.6... ฉันเห็นในเน็ตบอกว่า ถ้าผ่านการทดสอบเป็นผู้ฝึกยุทธ์อย่างเป็นทางการแล้ว จะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงทุกเดือน... แล้วเงินเบี้ยเลี้ยงฉันล่ะ?"
"คงไม่ใช่เพราะฉันบาดเจ็บจากการสู้กับพวกลัทธิมาร ก็เลยโดนตัดเบี้ยเลี้ยงหรอกนะ?"
อวิ๋นเยียนเฉินเดา "เงินก้อนนั้นน่าจะโอนเข้าบัญชีโรงพยาบาลอันหนิงโดยตรงนะ เพราะค่ารักษาและค่ากินอยู่ของนายแต่ละเดือนก็ต้องใช้เงิน"
เวร!
เจียงเหอด่าในใจ!
ไอ้โรงพยาบาลบ้านี่กล้าอมเงินเบี้ยเลี้ยงฉันเหรอ?
กินสุกี้เสร็จ
"ติ๊ง!"
"กินอาหารอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
อวิ๋นเยียนเฉินลุกขึ้น "อิ่มยัง? เราไปเดินดูบ้านนายกันไหม เผื่อจะช่วยให้นายจำความทรงจำที่หายไปได้บ้าง"
"เดี๋ยวก่อน"
เจียงเหอเรียกพนักงานขอน้ำเปล่าแก้วหนึ่ง "ขอกินยาก่อน"
"ติ๊ง!"
"ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
ออกจากร้านสุกี้ เจียงเหอเสนอ "เยียนเฉิน เราวิ่งไปกันเถอะ... หมอโรงพยาบาลเราบอกว่า หลังอาหารต้องออกกำลังกายอย่างสมเหตุสมผล จะได้ช่วยย่อย ไม่ทำให้อ้วน"
"หา..."
อวิ๋นเยียนเฉินมองถนนที่รถราขวักไขว่ ผู้คนเดินพลุกพล่าน ใจจริงอยากปฏิเสธ แต่คิดไปคิดมา สุดท้ายก็พยักหน้า "ได้ งั้นนายรอฉันแป๊บนึง"
เธอวิ่งไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวนั้น กลับออกมาพร้อมกับหน้ากากอนามัย แว่นกันแดด และหมวกแก๊ป สวมปิดมิดชิด แล้วบอกว่า "ถ้างั้นนายถอดชุดคนไข้ก่อนเถอะ"
"ขืนให้วิ่งกับคนบ้ากลางถนน ฉันรู้สึกอายเขายังไงไม่รู้"
"..."
เจียงเหอทำหน้างง "แล้วถ้าวิ่งกับคนบ้าแก้ผ้าล่อนจ้อนกลางถนน เธอจะไม่อายกว่าเดิมเหรอ?"
เขาดึงกางเกงชุดคนไข้ให้ดู แล้วดันเอวไปข้างหน้าอวิ๋นเยียนเฉิน "ดูสิ ข้างในฉันไม่ได้ใส่อะไรเลยนะ"
[จบแล้ว]