- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาอยู่โรงพยาบาลบ้า พร้อมระบบที่แค่กินยาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 10 - พรสวรรค์เทพประทาน
บทที่ 10 - พรสวรรค์เทพประทาน
บทที่ 10 - พรสวรรค์เทพประทาน
บทที่ 10 - พรสวรรค์เทพประทาน
"วิถีมาร... ยุทธ์วิถีมาร!"
ห้อง 207
เจียงเหอกินข้าวเย็นที่พยาบาลเอามาส่งไปพลาง ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ "ผู้ฝึกยุทธ์วิถีมาร" ในมือถือไปพลาง
ข้อมูลในเน็ตเกี่ยวกับ "ผู้ฝึกยุทธ์วิถีมาร" มีหลากหลายมาก ที่มาที่ไปก็เล่ากันไปคนละทิศละทาง
บ้างก็ว่า "ผู้ฝึกยุทธ์วิถีมาร" คือองค์กรชั่วร้ายที่ถือกำเนิดขึ้นหลัง [วันมหันตภัยโลกาวินาศ] พวกมันวางแผนจะล้มล้างระเบียบโลกปัจจุบัน เพื่อสร้าง "อาณาจักรปีศาจ" ของตัวเอง
บ้างก็ว่า "ผู้ฝึกยุทธ์วิถีมาร" ไม่ใช่คนของโลกนี้ แต่มาจาก "ต่างดาว"
เรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ ไม่อาจตัดสินได้
"พวกวิถีมารเรียกตัวเองว่าสาวก [พรรคเทียนเซิ่ง] (พรรคอริยะสวรรค์) แต่การกระทำกลับชั่วช้าสามานย์ ผู้คนเลยเรียกพวกมันว่า พรรคเทียนมั่ว (พรรคปีศาจสวรรค์)!"
"พรรคเทียนมั่วมีอิทธิพลกว้างขวาง แฝงตัวอยู่ทั่วทุกหนแห่ง"
"หลังจากถูกสำนักงานบริหารยุทธ์และกองทัพปราบปรามกวาดล้างมานานหลายปี พรรคเทียนมั่วในตอนนี้อาจจะไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต แต่ตะขาบแม้นตายแต่ฤทธิ์เดชไม่ตายตาม พวกมันซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ชอบลอบสังหารผู้ฝึกยุทธ์ที่ออกไปฝึกวิชาในเขตทุรกันดาร"
"พวกมันยังส่งสายลับแฝงตัวเข้ามาในเมือง เพื่อก่อวินาศกรรม และลอบสังหารอัจฉริยะรุ่นใหม่"
"ติ๊ง!"
"กินอาหารอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
กินข้าวเสร็จ
ก็ถึงช่วงเวลาที่รอคอย... กินยา!
"ติ๊ง!"
"ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูน เจียงเหอรู้สึกเหมือนเลือดลมในกายสูบฉีดแรงขึ้น เขารอประมาณสิบนาที แล้วหยิบ "ยาบำรุงไตรสทิพย์ธารา" ออกมากินอีกสามเม็ด
ยาคนละชนิด ต้องกินคนละเวลา
นี่คือ [ความรู้ทางการแพทย์]
"ติ๊ง!"
"ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล พละกำลัง +10 kg"
[พละกำลัง: 410 kg]
กวาดตามองหน้าจอสถานะ เจียงเหอพยักหน้าอย่างพอใจ
"พละกำลังทะลุหลัก 400 kg แล้ว วันนี้ยังกินยาบำรุงไตได้อีกสองครั้ง บวกกับวิ่งรอบดึกอีกหนึ่งรอบ ก็จะได้เพิ่มอีก 30 kg"
ตอนออกมาวิ่งรอบดึก
เจียงเหอเจอกับเหล่าหวัง (ตาแก่หวัง) จากห้องข้างๆ
"ลุงหวัง ได้ข่าวว่าเมื่อก่อนลุงเป็นหมอที่นี่เหรอ?"
เจียงเหอขยับเข้าไปใกล้ๆ กระซิบถามอย่างมีลับลมคมใน "งั้นลุงรู้ไหมว่าห้องขังเดี่ยวของโรงพยาบาลเราอยู่ตรงไหน?"
เหล่าหวัง "ไสหัวไป ข้าไม่อยากคุยกับเอ็ง"
เจียงเหอยื่นบุหรี่ให้มวนหนึ่ง
ท่าทีของเหล่าหวังเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รับบุหรี่ไปสูบอย่างเคลิบเคลิ้ม
เจียงเหอ "ลุงหวัง ทีนี้บอกได้ยังว่าห้องขังเดี่ยวอยู่ไหน?"
เหล่าหวังส่ายหัว ทำหน้าจริงจัง "ไม่ได้ ยกเว้นเอ็งจะยอมให้ข้าฉีดยาเข็มหนึ่ง"
"???"
เจียงเหออึ้งไปนิด ก่อนจะเข้าใจ...
ลุงหวังคนนี้เคยเป็นหมอ ถึงจะบ้าไปแล้ว แต่จิตวิญญาณความเป็นหมอยังฝังลึก เป็นเรื่องปกติ
"ช่างเป็นหมอที่ดีจริงๆ... ขนาดบ้าไปแล้ว ยังห่วงเรื่องฉีดยารักษาคนไข้!"
เจียงเหอซาบซึ้งใจ พยักหน้าหงึกหงัก "ได้ ผมจะช่วยสานฝันให้ลุงเอง!"
เหล่าหวังดีใจเนื้อเต้น "งั้นเอ็งหันหลังไป... ใช่ๆ แบบนั้นแหละ"
"เอามือยันกำแพง แอ่นก้นมา"
เจียงเหอรู้สึกตะหงิดๆ ชอบกล ยังไม่ทันคิดอะไร กางเกงก็โดนเหล่าหวังดึงพรืดลงไปกองกับตาตุ่ม
"ลุงถอดกางเกงผมทำไมเนี่ย?"
"ไม่ถอดกางเกงจะฉีดยาได้ไง?"
"ก็มีเหตุผล แต่ไม่ต้องถอดเยอะขนาดนี้ก็ได้มั้ง..."
เจียงเหอหันกลับไปมอง แล้วก็ต้องตาโต "เชี่ย ลุงหวัง แล้วลุงถอดกางเกงตัวเองทำไม?"
เหล่าหวังควานหาของในเป้า "ข้าไม่ถอดกางเกง แล้วจะฉีดยาให้เอ็งยังไง?"
"ฉีดพ่อง!"
เจียงเหอตบสวนกลับไปฉาดใหญ่
เขาถีบเหล่าหวังคว่ำ กระทืบซ้ำแล้วถามว่า "บอกมาว่าห้องขังเดี่ยวอยู่ไหน? ถ้าไม่บอก พ่อจะเอาให้ตาย!"
เหล่าหวังโดนซ้อมจนหน้าปวมปูด ร้องไห้โฮ "ชั้นสี่... อยู่ชั้นสี่ตึกผู้ป่วยนี่แหละ!"
เจียงเหอยังไม่หายแค้น แถมบาทาให้อีกสองที แล้วค่อยดึงกางเกงขึ้น เดินดุ่มๆ ขึ้นไปชั้นสี่
แต่พอขึ้นมาถึงชั้นสี่ เขาก็ต้องยืนงง...
"นี่มัน..."
นี่มันห้องขังเดี่ยวบ้าอะไร?
นี่มันห้องผู้ป่วย VIP ชัดๆ!
แต่ละห้องมีห้องรับแขกส่วนตัว ห้องน้ำในตัว ในห้องรับแขกมีโซฟา โต๊ะกลาง ทีวี แถมยังมีระเบียงกว้างๆ ที่ปลูกต้นไม้ประดับไว้อีกต่างหาก
ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ บนโต๊ะกลางแม่งมีจานใส่ผลไม้วางอยู่ด้วย!
ต้องรู้นะว่า โลกนี้สัตว์อสูรเพ่นพ่านไปทั่ว!
นอกเมืองกลายเป็นพื้นที่รกร้าง
พื้นที่ในเขตปลอดภัยแค่ปลูกข้าวยังแทบไม่พอ จะเอาที่ไหนมาปลูกผลไม้?
เพราะงั้นผลไม้เลยราคาแพงระยับ!
"ก็จริง..."
"คนไข้ที่มาอยู่โรงพยาบาลอันหนิงก็มีแต่คนบ้า ใครเขาจะจับคนบ้าไปขังคุกมืดจริงๆ ล่ะ?"
เจียงเหอเจอจางซาน หลี่ซื่อ และหวังหมาจื่อ ในห้อง VIP ห้องหนึ่ง
สามผู้เฒ่ากำลังนั่งเล่นไพ่ดัมมี่อยู่บนเตียง บนหน้าแปะกระดาษเต็มไปหมด
"ตองคิง!"
"น็อกมืด!"
"ฮ่าๆๆ พวกเอ็งแพ้อีกแล้ว!"
"ถุย!"
"แปะไป..."
"อ้าว น้องหก มาได้ไงเนี่ย?"
เวร!
พวกพี่นั่นแหละ "เหล่าลิ่ว" (คนเจ้าเล่ห์/พวกชอบตุ๋ยหลัง) ทั้งตระกูลพี่เลย!
เจียงเหอบ่นในใจ แต่ภายนอกกลับยิ้มร่า "ไม่เจอกันสองวัน เหมือนจากกันสามปี... ได้ข่าวว่าพี่ๆ โดนขังเดี่ยว ผมเลยตั้งใจขึ้นมาเยี่ยม"
"ไม่เจอกันสองวันอะไร?"
หวังหมาจื่อแย้ง "เมื่อคืนเราเพิ่งนั่งกินเหล้ากันอยู่หยกๆ ไม่ใช่เหรอ?"
"..."
เจียงเหอมึนตึ้บ
อะไรนะ?
หรือว่านั่นไม่ใช่ความฝัน?
เมื่อคืน...
พวกเราออกไปกินเหล้ากันจริงๆ เหรอ?
จางซานช่วยเตือนความจำ "เมื่อวานเอ็งตีหัวเจ้าหกจนสลบ ตอนกินเหล้ากินไก่ย่างมันสลบเหมือดตลอดงาน มันจะจำไม่ได้ก็เรื่องปกติ"
หวังหมาจื่อ "ไม่รู้แหละ ถือว่ามื้อนี้พวกเราเลี้ยงน้องหกไปแล้ว ครั้งหน้าถึงคิวน้องหกเลี้ยงบ้าง"
เจียงเหอ "???"
สัส!
คุยกับคนบ้าพวกนี้ หาสาระอะไรไม่ได้จริงๆ!
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับท่าทีให้อ่อนน้อม ฉีกยิ้มประจบ "พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า... ไม่ปิดบังพวกพี่ วันนี้ผมมาหาเพราะมีเรื่องอยากจะขอร้อง!"
หวังหมาจื่อโบกมือ "พี่น้องกันทั้งนั้น มีอะไรก็พูดมา"
เจียงเหอเข้าเรื่อง "ผมอยากกลับมาฝึกยุทธ์ใหม่ แต่ความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้วิธีฝึก อยากให้พวกพี่ช่วยสอนหน่อย!"
"เรื่องจิ๊บจ๊อย"
หวังหมาจื่อยื่นมือคว้าอากาศ พลังลมปราณสายหนึ่งพุ่งออกจากฝ่ามือ ดูดร่างเจียงเหอลอยหวือเข้ามาตรงหน้า
เขาลงมือรวดเร็วปานสายฟ้า ตบๆ คลำๆ ไปทั่วร่างเจียงเหอ "อยู่นิ่งๆ พี่จะช่วยตรวจดูรากฐานกระดูก (พรสวรรค์) ว่าเอ็งเหมาะจะฝึกยุทธ์ไหม... เอ๊ะ รากฐานไม่เลวนี่หว่า... อ้าว?"
แต่แล้ว
สีหน้าของหวังหมาจื่อก็เคร่งเครียดลง
เขาหยุดมือ แล้วพูดว่า "เกือบลืมไป เอ็งโดนพิษมารของพรรคเทียนมั่ว พิษนี้ทำลายเส้นชีพจรและทะเลลมปราณ แถมยังไม่มียาแก้... เอ็งโดนพิษนี้เข้าไป ชาตินี้คงไม่มีวาสนากับวรยุทธ์แล้วล่ะ"
"นี่..."
เจียงเหอรับไม่ได้
หลี่ซื่อผู้เงียบขรึมพูดปลอบใจ "เจ้าหก อย่าไปฟังเจ้าห้ามันพล่าม เส้นชีพจรกับทะเลลมปราณพัง ก็หันมา 'ฝึกกายา' ก็ได้... ถ้าไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวพี่สี่สอนวิชาพิษให้!"
"ฝึกกายา?"
หวังหมาจื่อแย้ง "วรยุทธ์พัฒนามาตั้งหลายสิบปี นอกจากไอ้โรคจิต 'เซี่ยโหวอู่' แล้ว มีใครเป็นปรมาจารย์ด้านการฝึกกายาบ้าง?"
หลี่ซื่อ "ก็เซี่ยโหวอู่ถ่ายทอดวิชาหลอมรวมเลือดลมออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ? ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน ต้องมีปรมาจารย์ด้านฝึกกายาเกิดขึ้นอีกเพียบ"
"เป็นไปไม่ได้หรอก!"
จางซานถอนหายใจ "เซี่ยโหวอู่คนนั้นเขามี 'พรสวรรค์เทพประทาน' (แรงเยอะแต่กำเนิด) แถมยังมีวาสนาใหญ่หลวงถึงได้มาถึงจุดนี้ ตำนานของเขาไม่มีใครลอกเลียนแบบได้... ผู้ฝึกกายาล้วนๆ น่ะ ฝึกคัมภีร์ยุทธ์หรือเคล็ดวิชาส่วนใหญ่ไม่ได้หรอก"
"อีกอย่างการฝึกกายา ต้องใช้พรสวรรค์ทางร่างกายสูงมาก"
"ต่อให้ไม่มีแรงช้างสารแต่กำเนิด ก็ต้องร่างกายแข็งแรงบึกบึน ไม่งั้นยากที่จะทลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่าได้"
"เจ้าหกแขนขาเล็กลีบแบบนี้ จะไปฝึกกายาได้ยังไง?"
เจียงเหอ "..."
ดูถูกกันนี่หว่า?
เขาครุ่นคิด แล้วถามว่า "พี่สาม ผู้ฝึกกายาฝึกคัมภีร์ยุทธ์กับเคล็ดวิชาไม่ได้จริงๆ เหรอ?"
"ใช่"
จางซานอธิบาย "วรยุทธ์พัฒนามาหลายสิบปี ยอดฝีมือมากมายคิดค้นวิชาต่างๆ ขึ้นมา แถมยังมีการขุดค้นวิชาจากยุคโบราณตามโบราณสถานต่างๆ อีกด้วย"
"แต่วิชาพวกนี้ ต้องอาศัยเส้นชีพจรและทะเลลมปราณที่สมบูรณ์ถึงจะฝึกได้"
"เคล็ดวิชา เพลงกระบี่ เพลงดาบ เพลงหมัด เพลงฝ่ามือ จำนวนมากต้องใช้ลมปราณขับเคลื่อน ถึงจะแสดงอานุภาพออกมาได้... เส้นชีพจรและทะเลลมปราณเอ็งเสียหาย กำหนดไว้แล้วว่าฝึกกำลังภายในไม่ได้ ถ้าอยากฝึกยุทธ์ ก็มีแต่ต้องเดินบนเส้นทางสายดิบเถื่อนที่สุด ฝึกเลือดลม ฝึกเนื้อหนังมังสาเท่านั้น!"
[จบแล้ว]