- หน้าแรก
- สูตรลับฉบับไอดอล เมื่อความสวยของฉันมาจากพลังซัคคิวบัส
- บทที่ 24 ข้าวกล่อง
บทที่ 24 ข้าวกล่อง
บทที่ 24 ข้าวกล่อง
เด็กสาวยืนอยู่หน้าประตูห้องรับรองแขก งอนิ้วเคาะลงบนบานไม้เบาๆ
"ตื่นหรือยังคะ คุณขี้เมา"
คงเพราะเมื่อคืนไม่ได้ถามชื่อแซ่กันไว้ เธอเลยถือวิสาสะเรียกด้วยฉายาที่ตั้งขึ้นสดๆ ร้อนๆ แบบนี้
เสียงตอบรับดังมาจากข้างในทันที "ตะ... ตื่นแล้วค่ะ..." ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับต่างจากความมั่นใจแบบคนเมาเมื่อวานลิบลับ ตอนนี้ฟังดูขลาดกลัวและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
สร่างเมาสนิทแล้วสินะ
เวลาไม่เมา กลับกลายเป็นคนขี้อายสุดกู่ซะอย่างนั้น
มิซึกิ ชิโอะพอจะเคยได้ยินเรื่องคนประเภทนี้มาบ้าง
"ขอเข้าไปนะคะ" เธอไม่ได้ขออนุญาต แต่เป็นการบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
ภาพที่เห็นคือ ฮิโรอิ คิคุรินั่งอยู่ขอบเตียง ผมสีแดงเบอร์กันดียุ่งเหยิงเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้น แววตาฉายความขัดเขินและความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่มิซึกิ ชิโอะอ่านไม่ออก
"มื้อเช้าเสร็จแล้วค่ะ คิดว่าคุณคงจะหิวแล้ว ออกไปกินด้วยกันไหมคะ" น้ำเสียงของมิซึกิ ชิโอะยังคงสงบนิ่งและไม่ยินดียินร้าย
"ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ" ฮิโรอิรีบพยักหน้ารัวๆ แล้วลุกขึ้นยืน
"ล้างหน้าล้างตาก่อนก็ได้ค่ะ"
มิซึกิ ชิโอะทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้อง จงใจเว้นพื้นที่ส่วนตัวให้อีกฝ่าย เธอรู้ดีว่าคนที่มีอาการประหม่าทางสังคมจะรู้สึกอึดอัดที่สุดเวลาถูกจ้องมองขณะทำอะไรสักอย่าง ซึ่งความเข้าใจนี้ก็มาจากประสบการณ์ตรงสมัยที่เธอยังมีอาการแบบนั้นอยู่บ้าง
เมื่อเห็นเด็กสาวเดินออกไป ฮิโรอิก็แอบผ่อนลมหายใจออกมา หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย เธอก็เดินตามออกมาเช่นกัน
ไม่นานนัก ฮิโรอิที่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จสรรพก็นั่งลงที่โต๊ะอาหาร มิซึกิ ชิโอะนั่งรออยู่ก่อนแล้วและยังไม่ได้เริ่มกิน
"หืม?" มิซึกิ ชิโอะสังเกตว่าฮิโรอิที่นั่งตรงข้ามเอาแต่นั่งสงบเสงี่ยม จ้องมองมาที่เธอตาแป๋ว แต่ไม่ยอมแตะต้องอาหาร
"กินได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ" เธอยิ้มบางๆ พลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ
"โอเคค่า" ฮิโรอิ คิคุริถึงยอมหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักอาหารกินทีละคำเล็กๆ อย่างว่านอนสอนง่าย
เกรงใจกันเกินไปแล้วมั้ง มิซึกิ ชิโอะคิดในใจขณะตักอาหารเข้าปาก
แต่จะว่าไป เวลาไม่เมา ฮิโรอิก็ดูน่ารักดีเหมือนกันแฮะ
มื้ออาหารจบลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบ
หลังจากเก็บจานชามเรียบร้อย มิซึกิ ชิโอะก็ส่งเสื้อผ้าที่ซักและอบแห้งแล้วให้ฮิโรอิ บอกให้เธอไปเปลี่ยนในห้อง ส่วนตัวเองก็หันไปจัดกระเป๋านักเรียนเตรียมตัว
ฮิโรอิที่ยืนอยู่ข้างๆ อาสาล้างจานอย่างเงียบๆ หลังจากล้างจนสะอาดเอี่ยม เธอก็กลับเข้าไปเปลี่ยนชุดเดิมของตัวเองในห้อง
เมื่อมิซึกิ ชิโอะเดินออกมาจากห้องนอนอีกครั้ง ก็พบฮิโรอิยืนก้มหน้าพึมพำอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวที่หน้าประตูทางออก
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" เธอถามเสียงเบา
"เอ่อ... คือว่า..." ฮิโรอิพูดตะกุกตะกัก คำพูดวนไปวนมาอยู่ในปาก สุดท้ายเธอก็สูดหายใจลึก แล้วโค้งตัวลงต่ำแทบจะตั้งฉากกับพื้นต่อหน้ามิซึกิ ชิโอะ
"ขอโทษจริงๆ ที่สร้างความเดือดร้อนให้นะคะ!"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" มิซึกิ ชิโอะยกมือเท้าเอวข้างหนึ่ง มองดูอีกฝ่ายที่แม้จะหันหน้าหนีแต่ก็ยังแอบชำเลืองมองมาเป็นระยะ แววตาของเธอฉายรอยยิ้มจางๆ
เธอก้มมองนาฬิกาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น "คุณเนี่ยน่ารักดีนะ แต่หนูต้องไปแล้ว เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย ถ้ามีโอกาสเจอกันคราวหน้า ค่อยมาคุยกันดีๆ นะคะ"
น่ารัก?
ฉันเนี่ยนะ?
ถึงจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่พอโดนเด็กสาวชมซึ่งหน้าแบบนี้ ความเขินอายก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนหน้าร้อนผ่าว ฮิโรอิรู้สึกได้เลยว่าแก้มตัวเองกำลังแดง
แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเร่งรีบในน้ำเสียงของอีกฝ่าย ฮิโรอิรู้ดีว่าไม่ควรรั้งตัวเธอไว้นานกว่านี้
เธอกำลังจะหันหลังกลับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลองถามหยั่งเชิงเสียงเบาหวิว "ถ้า... ถ้าคราวหน้า... คุณเจอฉันอีก จะยังเก็บฉันกลับมาด้วยไหมคะ?"
"ค่ะ" มิซึกิ ชิโอะตอบกลับเรียบๆ ไม่ได้คิดลึกถึงความหมายแฝงใดๆ "กลางค่ำกลางคืน ปล่อยให้คุณอยู่ข้างนอกคนเดียวมันอันตรายเกินไป"
"อา—"
ณ วินาทีนี้ มิซึกิ ชิโอะหารู้ไม่ว่าบูมเมอแรงที่เธอเพิ่งขว้างออกไปนั้น จะวกกลับมาฟาดหัวตัวเองได้แม่นยำขนาดไหนในอนาคต
— — — —
บรรยากาศในโรงเรียนฮาเนซากิกาวะยามเที่ยงยังคงสงบสุขเช่นเคย เหล่านักเรียนหญิงจับกลุ่มพักผ่อนหย่อนใจตามอัธยาศัย
"ริกิ ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหม"
เด็กสาวผมยาวดำขลับเงยหน้าขึ้นจากการจัดหนังสือเมื่อได้ยินคำชวน "เอาสิ"
มิซึกิ ชิโอะพยักหน้ารับ กำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ ทว่าเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านข้าง
"ขอฉันไปด้วยคนได้ไหม?"
ทั้งสองหันไปมอง พบเด็กสาวทรงผมวูลฟ์คัท (Wolf Cut) ยืนหน้านิ่ง ใบหน้าคมเฉี่ยวไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
"ไคริน?" ริกิแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างชัดเจน ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะโผล่มาปุบปับแบบนี้
มิซึกิ ชิโอะลอบสังเกตอีกฝ่าย ความสงสัยผุดขึ้นในใจ
สีหน้าของฮาจิมัน ไครินยังคงเรียบเฉยเป็นปกติ
ตอนแรกเธอนึกว่าอีกฝ่ายจะมาเพราะความหึงหวง แต่ท่าทีแบบนี้มันดูไม่เข้าเค้าเท่าไหร่ เท่าที่ชิโอะเข้าใจ การแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่ไครินมีต่อริกินั้นชัดเจนมาตลอด
ถ้าหึงจริง ก็น่าจะกีดกันไม่ให้เธอเข้าใกล้ริกิไปเลยสิ ไม่ใช่มารขอแจมด้วยแบบนี้
คิดไปก็ปวดหัว ช่างมันเถอะ
"ได้สิคะ" มิซึกิ ชิโอะพยักหน้า
"เฮ้อ—"
ริกิแอบถอนหายใจเบาๆ แผนที่จะได้อยู่กับชิโอะสองต่อสองพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว
"ขอบใจ"
ทั้งสามคนถือกล่องข้าวเดินไปหามุมสงบๆ นอกตึกนั่งกินด้วยกัน ตามมารยาทแล้วก็น่าจะต่างคนต่างกิน แต่ดูเหมือนจะมีใครบางคนไม่คิดแบบนั้น
"คุณมิซึกิ ข้าวกล่องน่ากินจังเลย" จู่ๆ ไครินก็พูดขึ้น "ขอลองชิมสักคำได้ไหม?"
"เอ๊ะ?"
"หือ?"
มิซึกิ ชิโอะกับริกิชะงักไปพร้อมกัน
มิซึกิ ชิโอะหันไปมองอย่างงุนงง ถึงเธอกับฮาจิมัน ไครินจะไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่ก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นจะมาขอแบ่งข้าวกล่องกินกันได้ อย่างมากก็แค่เพื่อนร่วมห้องที่เห็นหน้าค่าตากันทุกวัน
ทำไมจู่ๆ ถึงพัฒนาความสัมพันธ์มาถึงขั้นขอชิมกับข้าวฝีมือเธอได้ล่ะ?
หรือว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติของสาวๆ เขาทำกันนะ?
ถึงจะไม่เข้าใจท่าทีตีสนิทเกินเบอร์ของไคริน แต่มิซึกิ ชิโอะก็ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า
เธอจึงเลื่อนกล่องข้าวไปให้เบาๆ
"อยากชิมอันไหนคะ"
ฮาจิมัน ไครินไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียด เธอเพียงแค่คีบเครื่องเคียงไปนิดหน่อย และคีบเนื้อสัตว์จากกล่องของตัวเองมาวางคืนให้ในกล่องของมิซึกิ ชิโอะเป็นการแลกเปลี่ยน
ถือว่ารู้มารยาทดีทีเดียว
"ขอบคุณนะ" มิซึกิ ชิโอะกล่าวขอบคุณเบาๆ พอกลับมามองทางเดิม ก็ประสานสายตาเข้ากับริกิที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เธออยู่
"อ้อ..." มิซึกิ ชิโอะเข้าใจความหมายทันที
แม้จะแปลกใจนิดหน่อย แต่ดูเหมือนริกิจะนับเธอเป็นคนสนิทไปเรียบร้อยแล้ว แม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกสนิทใจนี้กลับเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เธอจึงแลกเปลี่ยนกับข้าวกับริกิบ้าง
พอได้ลิ้มรสอาหารฝีมือชิโอะเหมือนกับไคริน ชิอินะ ริกิก็รู้สึกปลาบปลื้มใจอยู่ลึกๆ แม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉย
เธอก้มหน้าตักเข้าปาก—
อร่อยจัง
เมื่อมองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างที่นุ่มนวลและงดงามของมิซึกิ ชิโอะ ความปรารถนาบางอย่างก็แวบเข้ามาในใจของริกิ ถ้าได้กินอาหารฝีมือเธอตลอดไป ได้อยู่ข้างๆ เธอตลอดไป คงจะดีไม่น้อย
แล้วเธอก็รีบสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออกไปทันที
ก็แหม... เธอกับชิโอะเป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่นี่นา