เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 89 : ถ้ำไร้นาม

Chapter 89 : ถ้ำไร้นาม

Chapter 89 : ถ้ำไร้นาม


หลังจากซื้อคัมภีร์และสั่งทำแหวนแล้วโจวเฉินกับหญิงสาวร่างสูงก็ไปเยี่ยมร้านที่เหลือยกตัวอย่างเช่นตลาดและห้องสมุดเพื่อหาความรู้ ยังไงก็ตามพวกเขากลับไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือมาอีกเลยเนื่องจากไม่เจอสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง

หลังจากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังโรงเหล้าที่มีชื่อว่า ‘มังกรแดงหลับใหล’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใบค่าหัวและภารกิจต่างๆจะถูกนำมาแปะเอาไว้

โรงเหล้ามังกรแดงหลับใหลมีขนาดใหญ่โตมาก เพียงแค่โถงอย่างเดียวก็ปาเข้าไป300ตารางเมตรแล้ว ด้านในนั้นมีผู้คนที่แต่งกายแตกต่างกันไปเดินอยู่มากมาย บ้างก็ดื่มกินและพูดคุยเกี่ยวกับข่าวลือต่างๆและบ้างก็มองหาภารกิจที่เหมาะกับพวกตน

หลังจากโจวเฉินและหญิงสาวร่างสูงเดินเข้ามาพวกเขาก็ตรงดิ่งไปที่พื้นที่สำหรับรับภารกิจในทันที

[หนังหมีหิมะโตเต็มวัยสภาพสมบูรณ์ รางวัล : 5 เหรียญทอง]

[รับสมัครคนคุ้มกันกองคาราวาน ใครที่สนใจสามารถมาสัมภาษณ์ได้ ที่อยู่คือ.....]

[เขี้ยวแวมไพร์สภาพสมบูรณ์ รางวัล : 20เหรียญทอง]

[กลุ่มทหารรับจ้างเลือดทมิฬต้องการสายเลือดใหม่ ผู้ใดที่มีพลังเพียงน้อยนิดโปรดอย่าเสียเวลา...]

[15เหรียญทองแลกกับหัวของคนหนึ่งคน ใครที่สนใจโปรดมาที่...]

หลังจากกวาดตามองโจวเฉินก็พบว่าภารกิจนั้นค่อนข้างไร้ระเบียบสิ้นดี มันมีภารกิจแทบจะทุกรูปแบบผสมปนเปกันมั่วไปหมดและกระทั่งใบโฆษณารับสมัครคนก็ยังมี

“ไม่มีภารกิจที่เหมาะกับฉันเลยแฮะ”

หลังจากอ่านอยู่ซักพักโจวเฉินก็หมดความสนใจ ต่างจากหญิงสาวร่างสูงที่อ่านภารกิจทุกภารกิจที่ถูกแปะเอาไว้อย่างระมัดระวัง ไม่นานนักเจ้าหล่อนก็ฉีกใบภารกิจตามหาหนังจิ้งจอกหิมะออกมา

รางวัลจากภารกิจนี้เพียงแค่1เหรียญทองเท่านั้น ยังไงก็ตามระดับความยากเองก็ต่ำด้วยเช่นกันและเมื่อใดที่พบจิ้งจอกหิมะและสังหารมันลงได้ก็จบภารกิจได้ทันที

หลังจากเจ้าหล่อนรับภารกิจมาแล้วเธอก็รีบเอ่ยลาโจวเฉินและมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปในทันที ทิ้งให้โจวเฉินรั้งอยู่ที่โรงเหล้ามังกรแดงหลับใหลเพื่อคิดหาหนทางสำหรับตนเองต่อไป

“จากข้อมูลที่ได้มาจากตลาดและห้องสมุดแล้วราชันย์เสือเขี้ยวดาบค่อนข้างเก็บตัวและอาจจะลองเสี่ยงโชคเอาถึงจะเจอ วิญญาณอาฆาตอัสนียิ่งหายากยิ่งกว่าและจะมีลักษณะการปรากฏกายที่ค่อนข้างตายตัว มีเพียงที่อยู่ของศิลาหินเขี้ยวหนุมานเท่านั้นที่ค่อนข้างเป็นชิ้นเป็นอันคือเราสามารถลงไปยังโลกใต้ดินเพื่อตามหาได้เลย”

จากข้อมูลที่เขารวบรวมมาโจวเฉินจึงตัดสินใจว่าจะมุ่งหน้าไปยังถ้ำที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองผาแดงเพื่อเสี่ยงโชค

ถ้ำแห่งนี้ถูกพบโดยคนของเมืองผาแดงเมื่อราวๆสองเดือนก่อนจึงยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ ดังนั้นมันจึงถูกเรียกว่าถ้ำไร้นาม ลือกันว่าถ้ำแห่งนี้ไร้ก้นบึ้งและมีวัตถุดิบดีๆมากมายให้ค้นหาแต่ก็มาพร้อมกับมอนสเตอร์อันตรายมากมายที่อาศัยอยู่ภายใน เหล่านักผจญภัยหลายต่อหลายคนต่างเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่น

โจวเฉินได้ยินคนที่กำลังทานข้าวเย็นคุยกันเกี่ยวกับถ้ำไร้นามเมื่อตอนที่เขากินอาหารอยู่ในโรงแรมป่าอุ่นเมื่อวานนี้ ในวันนี้เขาจึงออกหาข้อมูลและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมันให้ได้มากขึ้น

ไม่นานหลังจากนั้นโจวเฉินก็ขึ้นรถม้าและมุ่งหน้าออกจากเมืองผาแดงไปทางทิศตะวันออก

ถ้ำไร้นามอยู่ห่างจากเมืองผาแดงราว40กิโลเมตร ระยะห่างเช่นนี้อาจจะเรียกว่าไกลได้ไม่เต็มปากนักแต่ถ้าเดินเท้าก็จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร โจวเฉินไม่ขาดเงินอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงจ้างรถม้าไปที่นั่น

รถม้าไม่อาจไปส่งถึงปากถ้ำของถ้ำไร้นามได้โดยตรง โจวเฉินจำเป็นต้องเดินต่ออีกเจ็ดถึงแปดกิโลเมตรหลังจากลงจากรถม้า

สองชั่วโมงให้หลังโจวฉินก็ลงจากรถม้าบริเวณเส้นทางแคบๆบนภูเขาที่ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยหิมะและเริ่มไต่ขึ้นไปบนเขา

เขาได้เตรียมแผนที่ทั่วๆไปของบริเวณนี้เอาไว้แล้วดังนั้นการจะตามหาสถานที่ใดที่หนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก หลังจากปีนเขามาได้ซักพักเขาก็บังเอิญพบกับคนที่กำลังไต่เขาลงมาพอดี

คนผู้นี้คือชาวพื้นเมืองวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เมื่อเขาเห็นโจวเฉินเขาก็รีบกล่าวออกมาทันที

“เจ้ากำลังจะไปที่ถ้ำไร้นามใช่ไหม? ไม่จำเป็นต้องไปหรอก เจ้าพวกสารเลวจากกลุ่มทหารรับจ้างเลือดทมิฬมันยึดที่นั่นเป็นอาณาเขตของตัวเองไปแล้วและไม่ยอมปล่อยให้ใครผ่านเข้าไปซักคน”

“หืม? มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรอครับ?”

โจวเฉินประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย ข้อมูลที่เขาได้มาไม่ได้บอกถึงเรื่องนี้เลย บางทีสถานการณ์นี้อาจจะพึ่งเกิดขึ้นมาไม่นาน

ชายชาวพื้นเมืองวัยกลางคนจากไปทันทีหลังจากกล่าวเตือนโจวเฉินแล้ว โจวเฉินเองก็ไม่อยากจะละทิ้งแผนการของตัวเองเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆนี่ เขาปีนไปตามเส้นทางและใช้เวลาไปอีกร่วมชั่วโมงจนมาถึงพื้นที่เป้าหมาย

ระหว่างที่ปันมานั้นโจวเฉินก็พบชาวพื้นเมืองอีกหลายคนที่ปีนกันลงมาจากภูเขา ดูเหมือนพวกเขาจะถูกไล่ลงมาเหมือนกันและบางคนนั้นก็กระทั่งได้รับบาดเจ็บด้วยซ้ำ

ทางเข้าถ้ำไร้น้ำตั้งอยู่ใต้เนินสูงที่ค่อนข้างห่างไกล ปากทางเข้าถ้ำนั้นเล็กมากและสามารถเข้าพร้อมกันได้อย่างมากเพียงครั้งละสองคนเท่านั้น บริเวณปากทางเข้าเองก็มีหินเล็กๆยื่นออกมาบังเอไวไม่อย่างนั้นมันคงถูกพบไปนานแล้ว

โจวเฉินตอนนี้อยู่ห่างจากทางลาดที่ว่าราวๆ300เมตรเท่านั้น ใต้เนินที่ว่าเขาสังเกตเห็นเพิงไม้ที่มีชายร่างกำยำติดอาวุธนับสิบคนยืนคุ้มกันอยู่รอบๆเพิง สองในสิบชายร่างกำยำที่ว่ากำลังไล่ชาวพื้นเมืองหนุ่มผู้หนึ่งที่สวมชุดเกราะหนังให้ออกไปไกลๆ

“มีมากกว่าสิบแถมยังดูไม่อ่อนแอเลยด้วย ถ้าสู้ตรงๆน่าจะต้องเปลืองแรงอยู่บ้าง บางทีน่าจะลองลอบเข้าไปดีกว่า”

หลังจากคิดได้แล้วโจวเฉินก็ค่อยๆเคลื่อนไหวไปยังเนินอย่างช้าๆ หลังจากเห็นว่าไม่มีสิ่งของให้หลบซ่อนด้านหลังเหลืออยู่อีกเขาก็หยิบโพชั่นสีขาวขวดหนึ่งออกมาจากช่องเก็บของและจิบลงไปอึกนึง

จากนั้นร่างของโจวเฉินก็มลายหายไปราวกับอากาศ

นี่คือโพชั่นล่องหนที่เขาได้มาจากเมืองใต้ดิน เขาใช้มันไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ก็มากพอสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว

หลังจากเข้าสู่สภาวะล่องหนโจวเฉินก็เปิดใช้สกิลย่างก้าวสายลม ร่างของเขาพุ่งไปยังใต้เนินที่อยู่ไกลออกไปอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับสายลม

เมื่อเขามาถึงปากทางเข้าถ้ำก็พบว่าด้านหน้านั้นมีรั้วเหล็กกั้นเอาไว้ รั้วเหล็กนี้ถูกปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาและมีคนยืนคุ้มกันอยู่ด้านในอีกที

“...”

โจวเฉินหมดคำจะพูดแล้วจริงๆ เขาไม่คิดเลยว่าถ้ำแห่งนี้จะถูกคนของกลุ่มทหารรับจ้างนี้คุ้มกันอย่างแน่นหนา

ในเวลาเดียวกันความสามารถในการล่องหนของเขาก็กำลังจะหมดลง เขาตัดสินใจเหยียดแขนเข้าไปในรั้วเหล็กเพื่อคว้าคอและปิดปากของคนคุ้มกันเอาไว้ เขาใช้แรงทั้งหมดรัดคอจนคนคุ้มกันหมดสติและจากนั้นจึงค่อยๆเปิดรั้งเหล็กอย่างช้าๆ

จากนั้นเขาก็ซอยเท้าเดินลงไปสู่ใต้ดินอย่างช้าๆ

ภายในถ้ำไร้นามนั้นใหญ่กว่าปากทางเข้าหลายเท่านัก ไม่นานหลังจากที่โจวเฉินเข้ามาเขาก็เจอเข้ากับพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่

ด้านในนี้มืดสนิทไร้ซึ่งแสงใดส่องลงมา ด้วยการสนับสนุนจากสกิลมองเห็นในที่มืดโจวเฉินจึงสามารถมองเห็นได้ว่ามีทางแยกหลายเส้นทางรออยู่เบื้องหน้า เขาเดินเข้าไปในหนึ่งในทางแยกพวกนั้นแต่ไม่นานนักก็ต้องหวนกลับมาเมื่อพบว่ามันเป็นทางตัน

“ถ้ำนี้ดูเหมือนจะมีเส้นทางที่ค่อนข้างซับซ้อน คงต้องทำสัญลักษณ์เอาไว้”

จากนั้นเขาจึงใช้หอกในมือสลักสัญลักษณ์เอาไว้บนกำแพง

จบบทที่ Chapter 89 : ถ้ำไร้นาม

คัดลอกลิงก์แล้ว