- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 48 - ค่ายฝึกทหารใหม่เขต F
บทที่ 48 - ค่ายฝึกทหารใหม่เขต F
บทที่ 48 - ค่ายฝึกทหารใหม่เขต F
บทที่ 48 - ค่ายฝึกทหารใหม่เขต F
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ครั้งนี้พวกเราสังหารบอสไปทั้งหมดสิบห้าตัว ซอมบี้หมาประมาณหกร้อยตัว ส่วนผู้ติดเชื้อระดับ 1 และ 2 อีกราวสามพันห้าร้อยตัว ความยากเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนมาก นอกจากนี้ยังมีนกซอมบี้อีกสามร้อยกว่าตัวพยายามจะโจมตีชั้นสาม แต่ก็ถอยร่นไปอย่างรวดเร็ว ผมรู้สึกเหมือนพวกมันเป็นหน่วยสอดแนม เพราะมันบินวนเวียนอยู่เหนือจุดที่คุณต่อสู้เมื่อครู่สักพักแต่ไม่ได้โจมตีคุณ อ้อ แล้วก็ไม่เจอบอสพญาอินทรีครับ"
"ส่วนรางวัลหลังจบคลื่นซอมบี้รอบนี้ก็มหาศาลมาก มีเซรุ่มไวรัสระดับต้น 24 ขวด ตอนนี้แจกจ่ายให้ทุกคนครบแล้วรวมถึงส่วนของคุณด้วย เหลือสำรองอยู่ 4 ขวด รางวัลกระสุนปืนไรเฟิล 30,000 นัด กระสุนชนิดอื่นๆ รวม 6,000 นัด ลูกดอกหน้าไม้ 5,000 ดอก ปืนสไนเปอร์กึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอก ปืนไรเฟิล AK-47 4 กระบอก รวมถึงอาหาร น้ำดื่ม และวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก คุณมู่ครับ ตอนนี้เท่ากับว่าเราต้องเตรียมตัวสำหรับคลื่นซอมบี้รอบที่สี่ ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายแล้ว คุณมีข้อเสนอแนะอะไรไหมครับ"
บนชั้นสามของอาคารหลัก เจ้าพี่เบิ้มและหัวหน้าสาวกำลังรายงานสรุปรางวัลให้มู่เส้าอันฟัง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการถามความเห็นตามธรรมเนียม
ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงเช้าของวันที่ยี่สิบสอง อาการหมดแรงของมู่เส้าอันฟื้นตัวเร็วกว่าตอนวันที่เจ็ดมาก เขาพักผ่อนไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มกลับมาเป็นปกติ
"เร่งเสริมความแข็งแกร่งของอาคารหลัก ปิดผนึกชั้นสามด้วยหินแท่งและปูนซีเมนต์ให้หมด เหลือไว้แค่ช่องยิงก็พอ แล้วก็เสริมความแข็งแกร่งชั้นสองต่อ สร้างพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหนาๆ กั้นระหว่างชั้นสองกับชั้นสาม ไม่ว่าจะยังไงเรื่องนี้สำคัญที่สุด ส่วนเซรุ่มที่เหลือสี่ขวด เธอเก็บไว้กินเองสองขวด แล้วแบ่งให้ 11984 อีกสองขวด เรื่องนี้ไม่ต้องบอกคนอื่น" มู่เส้าอันสั่งการเรียบๆ เขามองออกว่าทั้งสองคนมีเรื่องอยากจะพูดแต่ไม่กล้าพูด แต่เขาจะไม่เป็นฝ่ายถามก่อน แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยก็ตาม
"คุณมู่ คือเรื่องนี้..." เจ้าพี่เบิ้มกับหัวหน้าสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าดูอึดอัดใจยิ่งกว่าเดิม
"ทำไม คิดว่าฉันตื่นตูมเกินเหตุเหรอ? ฉันขอย้ำคำเดิมว่า ทุกอย่างที่เราทำตอนนี้ก็เพื่อให้รอดพ้นจากคลื่นซอมบี้รอบที่สี่ ส่วนเรื่องอื่นฉันจะไม่คิดให้รกสมอง" มู่เส้าอันยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาเข้าใจความกังวลของสองคนนี้ดี การปรากฏตัวของยัยหน้าตกกระอันจีเมื่อวานนี้ดูเหมือนจะไปทำลายสมดุลบางอย่างที่เขาไม่รู้เข้า
ได้ยินมู่เส้าอันพูดแบบนี้ ทั้งสองคนก็มองหน้ากันอีกครั้ง สุดท้ายหัวหน้าสาวก็ยิ้มเจื่อนๆ แล้วพูดว่า "คุณมู่คะ ก่อนอื่นพวกเราต้องขอโทษที่ปิดบังคุณในบางเรื่อง หวังว่าคุณจะเข้าใจ"
"แน่นอน ทำไมจะไม่ล่ะ ทุกคนย่อมมีความลับของตัวเอง คนนอกไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายหรอก ความจริงฉันเองก็มีความลับปิดบังพวกเธอเหมือนกัน แต่เราแค่ต้องยึดมั่นในจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือเรามีเป้าหมายเดียวกัน เราร่วมมือกันเพื่อให้ภารกิจกำจัดไวรัสสำเร็จลุล่วงไม่ใช่เหรอ?" มู่เส้าอันยิ้มน้อยๆ เยี่ยม จังหวะกำลังมา
"เอาล่ะคุณมู่ พวกเราขอยืนยันอีกครั้งว่า ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ พวกเราไม่มีเจตนาร้ายเลย" คราวนี้เป็นทีของเจ้าพี่เบิ้มพูดบ้าง ภาพลักษณ์ชายหนุ่มซื่อบื้อ พูดน้อย เป็นคนดีศรีสังคม ย้ำคิดย้ำทำ และดูตลกๆ หายวับไปกับตา ตอนนี้เขากลายเป็นชายวัยกลางคนที่สุขุมนุ่มลึกอย่างแท้จริง
นั่นสินะ ผู้ชายแบบนี้จะไปทำเรื่องโง่ๆ ในวันที่สามได้ยังไง?
ไอ้เรื่องติดต่อกันเองโดยไม่ผ่านระบบอะไรนั่น ฮ่าๆ 11985 ผู้น่าสงสาร กลายเป็นแพะรับบาปไปซะงั้น
แต่มู่เส้าอันยังคงสีหน้าเรียบเฉย ยึดหลักการเดิมคือทำภารกิจให้สำเร็จเป็นอันดับหนึ่ง พัฒนาตัวเองเป็นอันดับสอง ตราบใดที่ไม่กระทบสองเงื่อนไขนี้ เขาจะไม่จุกจิกเรื่องอื่น
ขณะที่เจ้าพี่เบิ้มกำลังจะพูดต่อ ก็มีเสียงแค่นหัวเราะดังขึ้น ตามมาด้วยการปรากฏตัวของยัยหน้าตกกระอันจี, เจ้าชาวนารัสเซียที่ใช้หน้าไม้ และสุดท้ายคือชายผิวขาวร่างยักษ์ที่เดินทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะโดนหน้าไม้ขึ้นสายขู่บังคับให้เดินเข้ามา
"อเล็กเซ! นายบ้าไปแล้วเหรอ? กล้าดียังไงมาแหกกฎข้อตกลงของเรา!" หัวหน้าสาวตะคอกด้วยความโกรธ แต่แปลกที่ทั้งเธอและเจ้าพี่เบิ้มไม่มีใครชักปืนออกมา ดูเหมือนจะไม่อยากให้สถานการณ์บานปลาย และอีกนัยหนึ่งคือดูจะเกรงกลัวเจ้าชาวนารัสเซีย... อ้อ เขาชื่ออเล็กเซสินะ
มู่เส้าอันยืนดูเหตุการณ์เงียบๆ เป็นไปตามคาด การกระทำของอันจีเมื่อวานได้ทำลายสมดุลของขั้วอำนาจทั้งสองฝ่ายที่มีสมาชิกแค่ห้าคนนี้
"เฮอะ คุณผู้หญิงหลิวฮุ่ย คุณไม่คิดว่าการกระทำของคุณตอนนี้ก็กำลังทำลายข้อตกลงของเราเหมือนกันเหรอ?" อเล็กเซหัวเราะในลำคอ แล้วเก็บหน้าไม้ลง ก่อนจะหันมาพยักหน้าทักทายมู่เส้าอันอย่างสุภาพ แล้วพูดต่อ "เรามาเปิดอกคุยกันดีกว่า คุณมู่ครับ ขออนุญาตแนะนำ นี่คือมือปืนอันดับสิบเก้าของค่ายฝึกทหารใหม่เขต F รหัส A-11984 ชื่อจริงคือ จ้าวเจิง ค่าทักษะปืนพื้นฐานของเขาอยู่ที่ 114 หรือ 115 แต้ม และค่าสถานะสี่ด้านเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 23 ถึง 25 แต้ม ดังนั้นเขาไม่ได้อ่อนหัดอย่างที่คุณคิดหรอกครับ"
"ส่วนคุณผู้หญิงหลิวฮุ่ยคนนี้ เป็นคู่หูของคุณจ้าวเจิง รหัส A-11990 มือปืนอันดับสี่สิบเจ็ดของค่ายฝึกทหารใหม่เขต F ค่าทักษะปืนพื้นฐาน 97 หรือ 98 แต้ม ค่าสถานะสี่ด้านเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ถึง 19 แต้ม ส่วนพี่เบิ้มเดวิดคนนี้ ความจริงเป็นแค่ตัวเบ๊ที่เพิ่งเข้าค่ายฝึกมาหมาดๆ เท่านั้นเอง"
"ฮึ คุณมู่ ฉันก็แนะนำให้คุณรู้จักพวกเขาได้เหมือนกัน" หลิวฮุ่ยแค่นเสียงเย็นชา โต้กลับทันควัน "คุณอเล็กเซคนนี้ก็เป็นเสือเฒ่าในค่ายฝึกทหารใหม่เขต F เช่นกัน ค่าทักษะหน้าไม้พื้นฐานของเขาเต็มแม็กซ์ที่ 150 แต้ม ค่าสถานะสี่ด้านเฉลี่ยสูงถึง 25 แต้ม เขาต่างหากคือคนที่ซ่อนเขี้ยวเล็บตัวจริง"
"ส่วนคุณอันจีก็เป็นผู้ติดตามและคู่นอนของคุณอเล็กเซ ไม่ได้มีค่าพอให้เอ่ยถึง คุณมู่คะ ย้ำคำเดิมว่าพวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย ที่ต้องปิดบังเรื่องเหล่านี้เพราะถ้าเราแพร่งพรายข้อมูลออกไปจะถูกหักค่าประสบการณ์ 1,000 แต้ม แต่ความจริงด้วยฝีมือระดับคุณมู่ ขอแค่ผ่านภารกิจกำจัดไวรัสติดต่อกันให้ได้สามครั้ง ก็จะมีคุณสมบัติเข้าสู่ค่ายฝึกทหารใหม่เขต F ได้ ถึงตอนนั้นถ้าคุณยอมจ่ายค่าประสบการณ์มหาศาล คุณก็จะรู้ความจริงทุกอย่างที่คุณอยากรู้"
"อืม เข้าใจแล้ว และผมขอแสดงจุดยืนว่าผมเชื่อที่พวกคุณพูด งั้นถ้าผมจะขอถามข้อมูลอะไรบ้าง พวกคุณต้องการค่าตอบแทนแบบไหน?" มู่เส้าอันถามเสียงเรียบ แต่ในใจกลับเต้นรัว ในที่สุดเขาก็จะได้แตะต้องความลับของฐานทัพแห่งความโกลาหลเสียที
"พวกเรายินดีให้ข้อมูลบางอย่างฟรีๆ ค่ะ"
"แต่ผมต้องการค่าตอบแทน"
หลิวฮุ่ยและอเล็กเซพูดขึ้นพร้อมกัน มู่เส้าอันยิ้มออกมา สองกลุ่มนี้มีความต้องการต่างกันสินะ!
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามหลิวฮุ่ย "คุณต้องการให้ผมทำอะไร? ของฟรีไม่มีในโลก ความสัมพันธ์ของเรายังไม่ได้แน่นแฟ้นขนาดนั้น"
"น้ำใจหนึ่งครั้งค่ะ ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร คุณมู่ คุณแข็งแกร่งมาก แม้คุณจะยังไม่เข้าค่ายฝึกและค่าสถานะอาจจะยังไม่สูงมาก แต่ฉันกล้าพนันเลยว่าพอคุณเข้าค่ายฝึกแล้วคุณจะเก่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราอยากได้ 'น้ำใจ' จากคุณไว้สักครั้ง" หลิวฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อืม เข้าใจได้ แล้วคุณอเล็กเซล่ะ อยากได้อะไร?" มู่เส้าอันพยักหน้าแล้วหันไปถาม
"ผมต้องการค่าประสบการณ์ คำถามละ 1,000 แต้ม ผมรับประกันความถูกต้อง และรับรองว่าข้อมูลหลายอย่างคุณผู้หญิงหลิวฮุ่ยให้คุณไม่ได้แน่" อเล็กเซตอบอย่างมั่นใจ
"เยี่ยม งั้นเริ่มที่คุณก่อน ผมอยากรู้ว่าเขต F คืออะไร และค่ายฝึกทหารใหม่คืออะไร?"
มู่เส้าอันหันไปถามหลิวฮุ่ยก่อน
"เขต F คือการแบ่งโซนเครือข่ายระดับต่ำที่สุดในฐานทัพแห่งความโกลาหล เหนือขึ้นไปยังมีเขต E, D และ C แต่เกณฑ์การแบ่งเป็นยังไงเราก็ไม่รู้ ส่วนค่ายฝึกทหารใหม่นั้นง่ายมาก พลทหารโปรแกรมที่มีความทรงจำคนไหนก็ตามที่ผ่านภารกิจกำจัดไวรัสติดต่อกันสามครั้ง ก็จะมีสิทธิ์เข้าสู่ค่ายฝึก"
"งั้นแสดงว่าพลทหารโปรแกรมทุกคนจริงๆ แล้วมีความทรงจำ?" มู่เส้าอันถามต่อ
คราวนี้จ้าวเจิงเป็นคนตอบ "ไม่ใช่ครับคุณมู่ ในจำนวนนี้มีเยอะมากที่เป็น 'พลทหารหุ่นเชิด' แน่นอนว่าเมื่อนานมาแล้วพวกเขาอาจจะมีความทรงจำ แต่ฐานทัพแห่งความโกลาหลมีกฎพันธสัญญาอยู่ว่า ทุกครั้งที่ตายจะถูกหักความทรงจำออกไปถาวร 1% ดังนั้นถ้าโชว์ห่วยตายบ่อยๆ ความทรงจำก็จะหายไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นหุ่นเชิด ต่อให้ตายแล้วฟื้นคืนชีพได้ก็ไม่มีความหมายแล้ว"
พอจ้าวเจิงพูดจบ อเล็กเซก็แทรกขึ้นมาทันที "ในประเด็นนี้ผมรู้ลึกกว่านั้นนะ คุณมู่ คุณยินดีจะจ่าย 1,000 แต้มไหมล่ะ?"
มู่เส้าอันปรายตามองเขา "จ่ายยังไง?"
"ง่ายมาก รอคุณเข้าค่ายฝึกในอนาคตแล้วค่อยจ่ายผมก็ได้ สิ่งที่ผมรู้คือสาเหตุว่าทำไมพวกเราถึงเข้ามาในโลกโกลาหลนี้ ดูเหมือนว่าตอนแรกพวกเราได้เซ็นสัญญากันทุกคน แต่เนื้อหาในสัญญาคืออะไรไม่มีใครรู้ ส่วนเรื่องพวกพลทหารหุ่นเชิด ผมเคยได้ยินมาว่า จริงๆ แล้วพวกเขาคือคนที่ฆ่าตัวตายในโลกความเป็นจริง เพราะพวกเขาหมดอาลัยตายอยาก พอเซ็นสัญญาความตายบางอย่าง ก็จะถูกลบความทรงจำทิ้งทั้งหมด แล้วถูกส่งเข้าสายพานการผลิตของฐานทัพ กลายเป็นพลทหารหุ่นเชิดล็อตแล้วล็อตเล่า... อืม จะพูดยังไงดี เหมือนสินค้าล่ะมั้ง" อเล็กเซวิเคราะห์
"ดีมาก ข้อมูลสองอย่างนี้คุ้มค่า 2,000 แต้ม คุณแน่ใจนะว่าไม่ต้องการให้ผมจ่ายตอนนี้? เช่นให้ผมซ้อมคุณปางตายแล้วคุณค่อยมาลาสช็อตเอา?" มู่เส้าอันถามยิ้มๆ
"ไม่ๆๆ คุณมู่ คุณไม่เข้าใจความหมายของผม ผมต้องการให้คุณจ่ายให้ผมหลังจากเข้าค่ายฝึกแล้วต่างหาก" อเล็กเซยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอกเฒ่า
"คุณมู่คะ หมอนี่กำลังเล่นลูกไม้ จริงๆ แล้วค่าประสบการณ์ที่เราได้จากโลกภารกิจ จะถูก 'ผู้ดูแลระบบโปรแกรม' หักหัวคิวไปครึ่งหนึ่ง ตาแก่นั่นโลภมาก ถ้าคุณจ่ายค่าประสบการณ์ให้อเล็กเซตอนนี้ ต่อให้เยอะแค่ไหน สุดท้ายเขาก็เหลือแค่ครึ่งเดียว" หลิวฮุ่ยแค่นเสียงขัดคอ
"ผู้ดูแลระบบโปรแกรม?"
มู่เส้าอันใจกระตุก เขาไม่ได้เพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก แต่เขายังไม่ถามอะไรต่อ แค่หันไปมองจ้าวเจิงแล้วถามเรียบๆ "ฉันสงสัยอยู่อย่าง ในเมื่อนายเป็นเสือเฒ่าจากค่ายฝึก ทำไมตอนแรกถึงยอมทำตามคำสั่งฉัน?"
[จบแล้ว]