- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 45 - การเตรียมพร้อมรับศึก
บทที่ 45 - การเตรียมพร้อมรับศึก
บทที่ 45 - การเตรียมพร้อมรับศึก
บทที่ 45 - การเตรียมพร้อมรับศึก
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ช่วงบ่ายสี่โมง มู่เส้าอันก็แบกซากกวางเดินกลับเข้ามาในฐานอย่างสบายอารมณ์ การปรากฏตัวของเขาเรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากเหล่าพลทหารโปรแกรมที่กำลังง่วนอยู่กับงาน เสียงเชียร์ที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพและความสุขแบบนี้ฟังดูไม่เลวเลย
"คืนนี้พวกเรามีเมนูเนื้อเพิ่มพลัง!"
เขาตะโกนบอกด้วยเสียงห้าวห้วน รู้สึกเหมือนความเจ็บปวดที่สะสมอยู่ในหน้าอกทุเลาลงไปเยอะ
มู่เส้าอันเริ่มทำตัวเป็นเถกิงหยิบวางไม่สนใจงานบริหารจัดการใดๆ ในฐานที่ 21 ทั้งสิ้น ปล่อยให้หน้าที่การก่อสร้าง การรวบรวมทรัพยากร และการขุดเจาะเป็นความรับผิดชอบของเจ้าพี่เบิ้มและแม่นางหัวหน้าสาว
กิจวัตรประจำวันของเขามีแค่สามอย่าง หนึ่งคือกิน สองคือนอน และสามคือออกไปล่าหมูป่าหรือกวางมาเป็นอาหารเสริมในช่วงกลางวัน
เขาเลิกเหลาไม้ทำหอกและเลิกกระโดดโลดเต้นทำท่าทางประหลาดๆ แล้ว แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าทุกเช้าเขาจะใช้เวลาชั่วโมงครึ่งวิ่งออกไปไกลถึงสามสิบห้ากิโลเมตร เพื่อเอาโล่ไม้ไล่กระแทกต้นสนต้นนั้นวันละสามร้อยครั้ง หรือจะพูดให้ถูกก็คือถูกต้นสนกระแทกกลับมาสามร้อยครั้ง คนที่เจ็บปวดรวดร้าวเจียนตายก็คือตัวเขาเองนั่นแหละ
แน่นอนว่าระหว่างทางย่อมต้องเจอพวกผู้ติดเชื้อที่จับกลุ่มกันมา หรือฝูงซอมบี้หมาสักเจ็ดแปดตัว แต่สำหรับมู่เส้าอันในตอนนี้ ลำพังแค่มีดกูรข่าเล่มเดียวเขาก็จัดการหั่นพวกสวะพวกนั้นเป็นชิ้นๆ ได้เหมือนหั่นผักปลา
ภารกิจกำจัดไวรัสที่ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรท้าทายสำหรับเขาอีกแล้ว
วันเวลาผ่านไปทีละวัน จนกระทั่งเข้าสู่วันที่ยี่สิบเอ็ด ฐานที่ 21 ก็พลิกโฉมไปจนจำแทบไม่ได้ ระยะเวลาบทลงโทษจากการรวมหินอาณาเขตสิ้นสุดลง และในวันนี้เองทรัพยากรที่ผลิตจากหินอาณาเขตก็พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุด
ภายใต้การนำของเจ้าพี่เบิ้มและหัวหน้าสาว ฐานที่ 21 เตรียมพร้อมรับศึกเต็มอัตราศึกด้วยขวัญกำลังใจที่ฮึกเหิม!
ขอนอกเรื่องสักหน่อย ถึงแม้มู่เส้าอันจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องชาวบ้าน แต่เขาก็ยังรู้สึกตงิดๆ ว่าระหว่างเจ้าพี่เบิ้มกับแม่นางหัวหน้าสาวผู้มีบุคลิกสง่างามคนนั้น เหมือนมีกุญแจไขประตูใจบางอย่างที่เชื่อมถึงกัน แม้ทั้งคู่จะไม่ได้คุยกัน ไม่ได้ส่งสายตาหวานซึ้งให้กัน แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความเข้าอกเข้าใจที่ลึกซึ้งระหว่างคนทั้งสอง
พูดตามตรงเรื่องนี้ทำเอามู่เส้าอันแปลกใจอยู่ไม่น้อย หรือว่าคนที่สูญเสียความทรงจำไปแล้วจะยังมีสัญชาตญาณรักแรกพบหลงเหลืออยู่อีก?
จริงๆ แล้วลึกๆ ในใจเขาก็มีความคิดคลุมเครือบางอย่างผุดขึ้นมา แต่ตลอดหกวันที่ผ่านมาเขาเทสมาธิทั้งหมดไปกับการฝึกฝนร่างกาย เลยไม่มีเวลามานั่งขบคิดเรื่องนี้
วันนี้เป็นวันที่คลื่นซอมบี้ระลอกที่สามจะบุกมา มู่เส้าอันไม่ได้ออกไปไหน เขาแค่นั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของฐาน เหลาไม้ทำหอกรูปทรงอัปลักษณ์ของเขาขึ้นมาใหม่ ข้างกายเขามีโล่ไม้วางเรียงกันอยู่สามอัน แต่ละอันประณีตและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ แถมยังจับถนัดมือมาก ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเจ้าหนวดชาวนาที่ใช้เวลาว่างทำให้ ต้องยอมรับเลยว่าชาวนารัสเซียคนนี้มีความสามารถรอบด้านจนน่าทึ่ง
บางทีมู่เส้าอันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หมอนี่ทำอาชีพอะไรมาก่อนจะเข้ามาในฐานทัพแห่งความโกลาหลกันแน่
ความคิดเหล่านี้เพียงแค่วูบผ่านเข้ามา แล้วจิตใจของเขาก็จมดิ่งลงสู่สมาธิในการเหลาหอกไม้ ความรู้สึกแบบนี้มันช่างดีจริงๆ
กระทั่งถึงช่วงบ่าย เจ้าพี่เบิ้มและหัวหน้าสาวก็เดินตามกันเข้ามารายงานสถานการณ์ปัจจุบันของฐานที่ 21 ให้มู่เส้าอันทราบ
ทุกอย่างดูสดใสและมีความหวัง
ความได้เปรียบในครั้งนี้ของพวกเขานั้นมหาศาล
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าคลื่นซอมบี้รอบนี้จะน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมก็ตาม
เพราะผลงานจากความพยายามของทุกคนตลอดหกวันที่ผ่านมามันน่าทึ่งจริงๆ
อย่างแรกเลยคือหลุมกับดักรอบนอกฐานที่มีมากถึงห้าพันหลุม กระจายตัวอยู่โดยรอบ เว้นไว้เพียงถนนลาดยางสองฝั่งเพื่อใช้เป็นทางเข้าออก
ภายในหลุมขวากเต็มไปด้วยหอกไม้ปลายแหลมที่เหลาเตรียมไว้
ประโยชน์ของหลุมพวกนี้มหาศาลมาก พิสูจน์ได้จากคลื่นซอมบี้สองรอบที่ผ่านมา แม้มันจะฆ่าผู้ติดเชื้อไม่ได้มากนัก แต่มันทำให้พวกศัตรูบาดเจ็บ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันไปได้โขทีเดียว
ถัดจากค่ายกลหลุมขวากเข้ามาคือกำแพงไม้ที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง
ครั้งนี้ท่อนซุงชั้นนอกถูกเพิ่มจำนวนเป็นสองชั้น ปลายด้านหนึ่งฝังลึกลงดิน ส่วนที่เหลือใช้ลวดเหล็กมัดรวมกันไว้อย่างแน่นหนา ทุกๆ ยี่สิบต้นจะถูกมัดรวมกันแล้วใช้สลิงยึดโยงไว้กับกำแพงดินด้านหลัง
แต่เมื่อเทียบกับหลุมขวากและกำแพงไม้แล้ว ตัวอาคารหลักของฐานมีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
ด้วยอานิสงส์จากทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ผนังชั้นล่างของอาคารหลักจึงถูกเสริมด้วยหินแท่งและปูนซีเมนต์จนหนาถึงสองเมตร แม้ความแข็งแกร่งจะยังเทียบไม่ได้กับคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่พลังป้องกันก็ถือว่ายอดเยี่ยม ตราบใดที่ไม่โดนบอสพุ่งเข้ามาชนจังๆ ก็รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง
นอกจากการเสริมความหนาชั้นล่างแล้ว ยังมีการต่อเติมขึ้นไปถึงชั้นสองและชั้นสาม ห่อหุ้มชั้นสองไว้ทั้งหมด สูงจากพื้นดินถึงห้าเมตร ขาดอีกแค่สองเมตรก็จะเสมอกับดาดฟ้าชั้นสาม
การก่อสร้างแบบนี้ไม่ไดับังวิถีการยิงของชั้นสอง พลหน้าไม้ยังคงยืนยิงจากตรงนี้ได้และยังโจมตีเป้าหมายนอกกำแพงไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่เพียงแค่นั้น บนระเบียงยังมีกำแพงหินสูงครึ่งเมตรก่อขึ้นมาเป็นที่กำบัง ให้ความรู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ
ส่วนชั้นสามก็มีการเสริมการป้องกันด้านบน เพื่อป้องกันพวกนกซอมบี้เป็นหลัก
สรุปคือแนวป้องกันแบบนี้อาจไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ แต่มันเพียงพอที่จะต้านทานคลื่นซอมบี้ระลอกที่สามได้แน่นอน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขวัญกำลังใจของทุกคนในตอนนี้ที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า ฮึกเหิมพร้อมรบ เสบียงและกระสุนดินดำพร้อมสรรพ รอแค่เวลาจะระเบิดความมันส์เท่านั้น
"จำนวนซอมบี้ทั้งหมดน่าจะไม่เกิน 4,000 ตัว แต่เนื่องจากเป็นคลื่นระลอกที่สาม ระดับความยากคงเพิ่มขึ้นมหาศาล ฉันคิดว่าผู้ติดเชื้อระดับ 1 จะลดลง ระดับ 2 จะเพิ่มขึ้น ซอมบี้หมาจะเยอะขึ้น ส่วนบอสระดับ 4 น่าจะมีไม่ต่ำกว่าสิบตัว ดังนั้นภาระหนักจะตกอยู่ที่สไนเปอร์ทั้งสองคน พวกนายต้องเล็งเก็บพวกซอมบี้อ้วนจอมระเบิดก่อนเป็นอันดับแรก สุดท้ายที่ฉันกังวลคือรอบนี้อาจมีพวกนกซอมบี้บินมาโจมตีทางอากาศ ระวังตัวกันด้วย ทุกคนควรพกมีดกูรข่าติดตัวไว้"
หลังจากเจ้าพี่เบิ้มรายงานจบ มู่เส้าอันก็ให้คำแนะนำกว้างๆ ไปไม่กี่ประโยค เพราะเขาเองก็คิดไม่ออกว่าจะแนะนำอะไรที่ดีกว่านี้ได้ ในทุกๆ ด้านพวกเขาทำได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว
"คุณมู่คะ ครั้งนี้คุณจะออกไปลุยเดี่ยวข้างนอกเหมือนสองครั้งก่อนหรือเปล่าคะ"
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังปรึกษากัน จู่ๆ พลทหารหญิงคนหนึ่งก็เดินดุ่มๆ ขึ้นมาบนชั้นสามและเอ่ยถามอย่างเสียมารยาท
มู่เส้าอันจำเธอได้ ตอนอยู่ที่ฟาร์มหมายเลข 1 ยัยผู้หญิงหน้าตกกระที่ดูอายุน้อยและเลือดร้อนคนนี้แหละที่เป็นคนต่อว่าเขาเรื่องอู้งาน ไม่ยอมร่วมมือกับทีม ทำลายความสามัคคีของกลุ่ม
แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว เรื่องเล็กน้อยในอดีตมู่เส้าอันย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ
ทว่ายังไม่ทันที่มู่เส้าอันจะตอบอะไร หัวหน้าสาวที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มแจ่มใสก็ตวาดเสียงเขียวทันที "เธอขึ้นมาทำบ้าอะไรตรงนี้! ทุกคนกำลังประจำที่เตรียมพร้อมทำหน้าที่ของตัวเอง แต่เธอกลับวิ่งเพ่นพ่านไปทั่ว ยังมีความเป็นทีมอยู่บ้างไหม!"
[จบแล้ว]