- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 25 - ศึกเดือดบนสะพานใหญ่
บทที่ 25 - ศึกเดือดบนสะพานใหญ่
บทที่ 25 - ศึกเดือดบนสะพานใหญ่
บทที่ 25 - ศึกเดือดบนสะพานใหญ่
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"งั้นเราอ้อมไปทางอื่นมั้ย" 11984 เสนอแนะ เขาก็เริ่มกลัวเหมือนกัน
"ฉันว่าคงไม่ทันแล้วล่ะ" มู่เส้าอันเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงขมขื่น แทบจะพร้อมกันนั้น 11984 ก็มองเห็นเงาทะมึนสามร่างโผล่ออกมาจากทุ่งข้าวโพดฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ นั่นมันซอมบี้หมาชัดๆ
และที่ซวยกว่านั้นคือ ตอนนี้พวกเขายืนอยู่เหนือลม ไม่ต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์อะไรแล้ว แม้จะห่างกันเป็นร้อยเมตร แต่จมูกพวกมันไวปานนรก ได้กลิ่นพวกเขาเรียบร้อย
"ยึดสะพาน!"
"โฮก!"
เสียงตะโกนของมู่เส้าอันดังขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของซอมบี้หมาฝั่งตรงข้าม ตามมาด้วยเสียงปืนเปรี้ยงปร้าง 11984 เคลื่อนไหวรวดเร็วมาก วิ่งไปทางสะพานพลางเหนี่ยวไกไปด้วย ระยะห่างไม่ถึงร้อยห้าสิบเมตร ปืนไรเฟิลล่าสัตว์สำแดงเดช ยิงเข้าเป้าแม่นยำ
แต่น่าเสียดายที่ซอมบี้หมามีเลือดอย่างน้อย 380 แต้มขึ้นไป ต่อให้ 11984 เทพแค่ไหน ก็ไม่มีทางยิงนัดเดียวจอด
แล้วโอกาสก็หมดลง เมื่อซอมบี้หมาสามตัวนั้นออกตัววิ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัด พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ยิ่งไปกว่านั้น ในทุ่งข้าวโพดไกลออกไปก็มีเสียงเห่ารับลูกโซ่กันเป็นทอดๆ ตามด้วยเสียงโหยหวนของผู้ติดเชื้อตัวอื่น ไม่รู้ว่ามีอีกกี่ตัวที่กำลังดาหน้าเข้ามา
11984 มีเวลายิงได้แค่นัดเดียว ซอมบี้หมาสามตัวนั้นก็วิ่งข้ามสะพานมาถึงฝั่งนี้แล้ว ระยะห่างเหลือไม่ถึงสามสิบเมตร เร็วบรรลัย! แต่ 11984 ก็ไวพอที่จะสลับปืนลูกซองขึ้นมาเหนี่ยวไกสวน ซัดตัวหน้าสุดจนเซถลา
จังหวะนั้นมู่เส้าอันก็ทิ้งเป้ลงพื้น ในมือกระชับหอกไม้สองเล่มแน่น
"ย้าก!"
ตะโกนก้องพร้อมขว้างหอกในมือขวาออกไปดุจสายฟ้า เป้าหมายคือซอมบี้หมาตัวที่เสียหลัก มีแค่จังหวะนี้แหละที่เขาจะมีโอกาสเข้าเป้า
เสียง "ฉึก" ดังสนั่น หอกไม้ปักตรึงร่างมันติดกับพื้น ต่อให้เลือดเยอะแค่ไหน โดนลูกซองอัดเต็มๆ บวกกับหอกขว้างเข้าไปอีกดอก ก็ไม่รอด!
ตามมาติดๆ ปืนลูกซองของ 11984 คำรามอีกครั้ง ซัดตัวที่สองจนเซไป แทบจะพร้อมกัน มู่เส้าอันสลับหอกไม้จากมือซ้ายมามือขวา แล้วขว้างสวนออกไปทันที!
เป็นไปตามคาด ตัวที่สองลงไปนอนคุยกับรากมะม่วง
แล้วปืนลูกซองของ 11984 ก็ดังขึ้นเป็นนัดที่สาม ยิงโดนตัวที่สาม แต่น่าเสียดาย แม้มันจะโดนยิงไปก่อนหน้านี้แล้วนัดหนึ่ง แต่ตอนนี้มันก็ยังเหลือเลือดอยู่อีกหน่อย
มู่เส้าอันรีบควักปืนพกออกมา "ปัง ปัง" สองนัดซ้อน แย่งลาสช็อตหัวหมามาได้อย่างงดงาม!
ช่วยไม่ได้ ปืนลูกซองมีข้อดีเยอะแยะ แต่ถ้าแข่งความเร็วในการยิงต่อเนื่อง ยังไงหอกขว้างของมู่เส้าอันก็กินขาด ข้อเสียเดียวคือปาไปสองดอกนี้ ผลาญค่าพลังระเบิดไป 110 แต้ม
ตั้งแต่ซอมบี้หมาสามตัวเริ่มชาร์จจนถึงตายเรียบ กินเวลาไปแค่เจ็ดแปดวินาที ถือว่าพลังรบของพวกเขาสองคนเข้าขากันใช้ได้
แต่ตอนนี้ จากทุ่งข้าวโพดฝั่งตรงข้ามมีซอมบี้หมาวิ่งออกมาอีกสี่ตัว ด้านหลังมองเห็นฝูงผู้ติดเชื้อวิ่งตามมาเป็นระลอกคลื่น จำนวนไม่ถึงร้อยก็เกือบแล้ว บ้าบอที่สุด!
11984 สลับกลับไปใช้ไรเฟิลล่าสัตว์ ตอนนี้แหละที่เห็นคุณค่าของเขา แม้ซอมบี้หมาสี่ตัวนั้นจะวิ่งเร็วปานจรวด แต่เขาก็ยังยิงโดนแม่นยำ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ปืนบ้านี่ยิงได้ทีละนัด มู่เส้าอันเชื่อว่าลำพังหมอนี่คนเดียวก็กดดันพวกมันอยู่หมัด
มู่เส้าอันเปลี่ยนมาถือปืนลูกซอง โล่ไม้ที่ทำใหม่วางอยู่ที่เท้า ถึงเวลาคับขัน เขาต้องออกไปเป็นตัวชน
ซอมบี้หมาสี่ตัวนั้นวิ่งเร็วมาก ปืนลูกซองในมือทั้งสองคนระดมยิงพร้อมกัน เล็งตัวที่บาดเจ็บก่อน พอมันร่วงก็ย้ายไปยิงตัวที่สองทันที
มู่เส้าอันยิงไปแค่สองนัด ก็ทิ้งปืนลูกซอง ก้มลงคว้าโล่ไม้วิ่งสวนเข้าไป เวลาไม่พอแล้ว พวกมันเร็วเกินไป ป้องกันสูง เลือดเยอะ ต่อให้ถือลูกซองสองกระบอกก็ยิงกดไม่ทัน ต้องมีคนเข้าไปล่อตีน
มู่เส้าอันวิ่งเร็ว พวกมันวิ่งเร็วกว่า พริบตาเดียวก็มาปะทะกันในระยะเจ็ดแปดเมตร ถ้าเป็นเมื่อก่อน มู่เส้าอันคงเสียเปรียบยับเยิน ถือโล่ไปก็เท่านั้น แรงปะทะมหาศาลคงกระแทกเขาจนสลบเหมือด
แต่ตอนนี้ เขาเรียนรู้สกิล 'เฮฟวี่สไตรค์' แล้ว แม้จะไม่ชำนาญ แต่ก็เพียงพอ
"ตูม" เสียงสนั่นหวั่นไหว ซอมบี้หมาตัวหน้าสุดร้องเอ๋งกระเด็นกลับไป มู่เส้าอันเองก็ปลิวถอยหลังไปสี่ห้าเมตร พูดตรงๆ พละกำลังคนละชั้นกันเลย
มู่เส้าอันมีพละกำลังแค่ 12 แต้มกว่าๆ แต่ไอ้หมาเวรนั่นอย่างต่ำก็ 24 แต้ม
ดังนั้น แม้จะใช้สกิลเฮฟวี่สไตรค์สำเร็จ แต่เพราะแรงต่างกันเกินไป เขาเลยโดนดีดกลับมาด้วย ไอ้ความคิดที่ว่าจะใช้สกิลต่อเนื่องตบเกรียนซอมบี้หมานี่เป็นแค่ฝันหวานจริงๆ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แต่นั่นก็พอให้ 11984 มีเวลายิงฟรีอีกสองนัด ซอมบี้หมาตัวที่สามยังไม่ทันถึงตัวมู่เส้าอันก็โดนยิงตาย ส่วนตัวที่โดนสกิลเฮฟวี่สไตรค์กระแทกปลิวก็โดน 11984 เอาปืนพกเก็บงาน
แม่งเอ๊ย รอบนี้ขาดทุนยับ หมาสี่ตัวโดนหมอนั่นแย่งไปแดกตั้งสามตัว
มู่เส้าอันลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก็เห็น 11984 ยืนหน้าเอ๋อ พอมองตามสายตาไปฝั่งตรงข้าม... เอาล่ะสิ ผู้ติดเชื้อนับร้อยตัวกำลังไหลทะลักออกจากทุ่งข้าวโพด ฉากนี้อลังการงานสร้างจริงๆ
พวกล้มซอมบี้หมาเจ็ดตัวได้ แต่กับผู้ติดเชื้อร้อยตัวนี่คนละเรื่อง
จะรออะไรล่ะ?
"โดดน้ำ!"
มู่เส้าอันตะโกนลั่น ทั้งคู่กระโดดตูมลงแม่น้ำอย่างไม่ลังเล แต่พวกผู้ติดเชื้อฝั่งตรงข้ามก็ไม่ยอมแพ้ กระโดดตามลงมาหยั่งกะเททิ้ง
แต่พอมองเห็นฉากนี้ มู่เส้าอันกลับโล่งอก ไม่ว่าพวกมันจะว่ายน้ำเป็นไหม แต่อย่างน้อยในน้ำพวกมันก็วิ่งไล่กวดบ้าคลั่งเหมือนบนบกไม่ได้
หมดความเร็วไปก็เสร็จโจร!
กระแสน้ำไม่เชี่ยว ถึงมู่เส้าอันกับ 11984 จะแบกปืนแบกกระสุนหนักอึ้ง แต่ก็ไม่ถึงกับจมน้ำตาย
จริงๆ แล้วพอว่ายไปได้ไม่กี่สิบเมตร พวกเขาก็ปีนขึ้นฝั่งตื้นๆ แล้วใช้หอกไม้ไล่จิ้มพวกที่ตามมาทีละตัว จิ้มให้ร่วงกลับลงน้ำไป ถ้ามาเยอะหน่อยก็ใช้ปืนพกยิงทิ้ง ต้องขอบคุณคุณภาพปืนพก แช่น้ำแล้วยังยิงได้ปร๋อ
ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ชั่วโมงกว่า ผู้ติดเชื้อร้อยกว่าตัวก็ถูกมู่เส้าอันกับ 11984 เก็บเรียบ ถึงตอนนั้นทั้งคู่ก็หมดสภาพ เหนื่อยแทบขาดใจ แย่กว่านั้นคือตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว ความมืดกำลังคืบคลานเข้ามา
"ที่นี่... น่าสนใจแฮะ"
มู่เส้าอันนั่งพักบนพื้น สายตามองไปที่ทุ่งข้าวโพดฝั่งตรงข้าม พึมพำอะไรแปลกๆ ออกมา 11984 ทำหูทวนลม ง่วนอยู่กับการเช็คของและค้นศพ ซึ่งมู่เส้าอันก็ไม่คิดจะอธิบาย
เขาพอจะเดาได้แล้วว่า ฐาน 01 ที่โดนถล่มคืนแรกน่าจะอยู่แถวนี้ วันที่สองเขาออกมาหาแต่โดนเรื่องนู้นเรื่องนี้ขัดจังหวะ ตอนนี้เขาเจอฐาน 01 แล้ว และรู้แล้วว่าไอ้ประโยคที่ว่า 'พวกเรายังมี...' ต่อด้วยอะไร
ไม่ต้องสงสัย ทีมสิบคนนั้นมาเจอฟาร์มแห่งนี้ พร้อมทุ่งข้าวโพดพันไร่ เลยดีใจจนเนื้อเต้นรีบวางหินอาณาเขตยึดที่ แต่คิดไม่ถึงว่าคืนนั้นจะโดนล้อมกรอบตายยกก๊วน
นั่นอธิบายได้ว่าทำไมซอมบี้หมากับผู้ติดเชื้อถึงมากองรวมกันที่นี่ เพราะพวกมันถูกดึงดูดมาโดยหินอาณาเขตตั้งแต่คืนแรกนั่นเอง
"ได้อะไรบ้าง? เร็วหน่อย เราต้องไปแล้ว" มู่เส้าอันหันไปถาม 11984 ตาลุงนี่เป็นพวกย้ำคิดย้ำทำเข้าขั้น แต่การฆ่าล้างบางเมื่อกี้ไม่น่าได้ของอะไร ซอมบี้หมาไม่ดรอปของ ส่วนตัวอื่นๆ ก็ตายในน้ำ ถึงน้ำจะไม่เชี่ยว แต่จะให้ดำน้ำลงไปงมศพในความลึกท่วมหัว?
เอาเถอะ ให้ตายมู่เส้าอันก็ไม่ทำ แต่ 11984 กลับทำอย่างมีความสุข หมอนี่เหมาะจะเป็นหัวหน้าฝ่ายพลาธิการจริงๆ
"ผมเจอของบางอย่างครับ แต่... 11982 คุณมาดูเองดีกว่า!" 11984 ยืนถือหอกตะโกนเรียกอยู่ในน้ำลึกระดับเอว
มู่เส้าอันมองดวงอาทิตย์ทางทิศตะวันตก แล้วมองน้ำขุ่นคลั่ก กัดฟันพูดว่า "นายควรจะมีเหตุผลที่ดีพอนะ ในน้ำมีอะไร? ปลาคาร์ปราดพริกหรือไง?"
"รถยนต์ครับ" 11984 เหมือนจะฟังไม่ออกว่าโดนประชด ตะโกนตอบกลับมา
"รถยนต์?"
มู่เส้าอันกระพริบตาปริบๆ มองดูภูมิประเทศรอบๆ แล้วทิ้งสัมภาระ คว้าหอกไม้กระโดดลงน้ำ
"อยู่ไหน?"
"ตรงหน้าผมครับ ผมเข้าไปลึกไม่ได้ แต่เดาว่าครึ่งคันหน้าน่าจะจมโคลนอยู่" 11984 ส่ายหน้า หมอนี่ก็ไม่โง่ ก่อนหน้านี้ในเมืองเขาเจอชุดเอี๊ยมกันน้ำสำหรับตกปลา เลยกล้ายืนลากศพในน้ำ เพราะน้ำนี่เต็มไปด้วยเลือดเน่า ขืนโดนเชื้อเข้าจะซวย
มู่เส้าอันใช้หอกจิ้มๆ ดูตามที่ 11984 บอก ใช่จริงๆ ด้วย รถยนต์ แต่หน้ารถปักลงไปในโคลน ดูท่าทางคนขับคงเหยียบมิดไมล์พุ่งหลาวลงน้ำมาเลย พอมาดูภูมิประเทศฝั่งนู้นก็ยิ่งแปลก เพราะตรงนั้นห่างจากถนนตั้งสองร้อยกว่าเมตร คนขับบ้าที่ไหนจะทำแบบนั้น?
เว้นแต่ว่าหลับใน... แต่ก็ไม่น่าจะขับออกนอกเส้นทางมาไกลขนาดนี้
แต่ถ้าคนขับกำลังหนีการไล่ล่าของซอมบี้หมา ทุกอย่างก็สมเหตุสมผล
ถึงอย่างนั้น สำหรับมู่เส้าอัน มันก็ไม่มีค่าอะไร รถแช่น้ำมานานขนาดนี้ ของข้างในคงเจ๊งหมดแล้ว ไม่คุ้มที่จะค้น
คิดได้ดังนั้นเขาก็หันหลังจะขึ้นฝั่ง แต่เดินไปได้สองก้าวก็ชะงัก มีจุดน่าสงสัย
ริมตลิ่งกว้างขนาดนั้น ซอมบี้หมาเก่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะหยุดรถที่วิ่งมาเร็วๆ ได้
มู่เส้าอันเลยหันกลับมา สูดหายใจลึก แล้วมุดน้ำลงไป เขาไม่กลัวไวรัส จะลืมตาหรือหลับตาก็ไม่มีผล
คลำดูสักพัก มู่เส้าอันก็โผล่ขึ้นมา ลูบน้ำออกจากหน้า สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างประหลาด เพราะจากการสัมผัสเมื่อกี้ รถในน้ำนี่ไม่ใช่รถธรรมดา แต่มันคือรถฮัมวี่ทหารสภาพสมบูรณ์!
เขาคลำเจอแม้กระทั่งปืนกลหนักบนหลังคารถ
แต่น่าเสียดาย ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร ลำกล้องปืนกลหนักท่อนหน้าถูกตัดขาดอย่างเรียบเนียน ดูจากรอยตัดแล้ว หัวของพลปืนที่คุมปืนอยู่ตอนนั้นต้องกระเด็นไปด้วยแน่ๆ อาวุธบ้าอะไรคมขนาดนี้?
มู่เส้าอันดำลงไปอีกรอบ คราวนี้เขาเจอศพพลปืนในห้องโดยสาร เป็นไปตามคาด หัวหาย กระดูกสันหลังมีรอยตัดเรียบกริบจนน่าขนลุก
อีกอย่างที่น่าแปลกคือ ศพไม่ค่อยเน่าเปื่อย มู่เส้าอันไม่ใช่หมอนิติเวช แต่ก็พอเดาได้ว่าตายมาไม่เกินสามสี่วัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้?
แถมคนขับรถฮัมวี่ก็โดนฆ่าตายด้วยวิธีเดียวกัน มู่เส้าอันเลยสันนิษฐานว่าการโจมตีต้องมาจากด้านหน้า คนลงมือน่าจะยืนหรือนั่งยองๆ อยู่บนพื้น
แต่ลองคิดดูสิ ใครหน้าไหน ใช้อาวุธอะไร ถึงสามารถจัดการรถฮัมวี่ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แถมมีปืนกลหนักกราดยิงใส่ ได้ในพริบตาเดียว ด้วยการโจมตีสองครั้งซ้อนที่ปลิดชีพทั้งคนขับและพลปืน?
มู่เส้าอันนึกออกแค่อย่างเดียว... ไวรัส และต้องเป็นไวรัสระดับสูงมากด้วย
[จบแล้ว]