- หน้าแรก
- ผมเป็นพลทหารโปรแกรม ที่มีบั๊ก
- บทที่ 12 - ความอำมหิตที่จัดเต็ม
บทที่ 12 - ความอำมหิตที่จัดเต็ม
บทที่ 12 - ความอำมหิตที่จัดเต็ม
บทที่ 12 - ความอำมหิตที่จัดเต็ม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
พิกัดของฐานหมายเลข 01 คือ 134.35 ส่วนฐานหมายเลข 19 ของพวกมู่เส้าอันคือ 145.34
จากพิกัดสองจุดนี้ พิสูจน์ได้ว่าระยะทางระหว่างกันนั้นใกล้มาก
ตามธรรมเนียมแล้ว พิกัดแผนที่จะแสดงด้วยแกน XY
ถ้าแกน X แทนเส้นแนวนอน แกน Y ก็แทนเส้นแนวตั้งเหนือใต้ งั้นพิกัดแกน Y ของฐาน 01 กับฐาน 19 ก็แทบจะทับซ้อนกัน
ทีนี้มาดูพิกัดแกน X ฐาน 19 อยู่ที่ 145 ส่วนฐาน 01 อยู่ที่ 134 ต่างกันอยู่ 11 หน่วย
สุดท้าย อิงจากความเคยชินในการเขียนหนังสือของมนุษย์ยุคปัจจุบัน ตัวเลขพิกัดน่าจะไล่จากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง ก็พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ว่า
ฐาน 01 อยู่ทางทิศเหนือของฐาน 19 มีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่นิดหน่อย แต่หลักๆ คงไม่หนีไปจากนี้มาก
ส่วนระยะทาง มู่เส้าอันเดาว่าน่าจะสัก 20 หรือ 30 กิโลเมตร เพราะเขาไม่รู้มาตราส่วนของแผนที่ และไม่รู้มาตรฐานการแบ่งช่องพิกัด
แต่ในเมื่อฐานในรัศมีร้อยกิโลสามารถคุยกันได้ มันก็คงไม่ไกลสุดขอบโลกหรอก
ที่มู่เส้าอันดั้นด้นไปหาฐาน 01 ไม่ใช่เพราะนึกสนุก หรืออยากจะไปสมน้ำหน้า หรือไว้อาลัยอะไรเทือกนั้น
แต่เขาคิดว่าที่ฐาน 01 น่าจะมีของดี
มู่เส้าอันจำประโยคสุดท้ายที่ขาดห้วงของชายคนนั้นได้แม่น 'พวกเราจะยกให้ทุกอย่าง จะยอมทำตามทุกเงื่อนไข ที่นี่พวกเรายังมี...'
ดูสิ!
ประโยคพวกนี้น่าสนใจมาก ประโยคแรก 'พวกเราจะยกให้ทุกอย่าง' อันนี้คงหมายถึงเสบียงรายวันที่ได้จากหินอาณาเขต เพราะนอกจากไอ้นั่นแล้ว พลทหารโปรแกรมหน้าใหม่ที่เพิ่งมาโลกนี้ก็แทบจะตัวเปล่าเล่าเปลือยกันทั้งนั้น
ประโยคที่สอง 'จะยอมทำตามทุกเงื่อนไข' อันนี้น่าคิด มู่เส้าอันเดาว่าก่อนหน้านี้พวกเขาคงขอความช่วยเหลือจากฐานอื่นมาแล้ว ถึงได้หลุดปากพูดประโยคสิ้นคิดแบบนี้ออกมา
แต่ที่สำคัญที่สุดคือประโยคที่สาม 'ที่นี่พวกเรายังมี...'
ยังมีอะไร?
มู่เส้าอันเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่พูดว่า ที่นี่เรายังมีช็อกโกแลตอีกแท่งนะ หรือเรายังมีแอปเปิ้ลอีกผล หรือเรามีสาวสวยหุ่นเช้งวับอีกคน รีบมาช่วยเราเถอะ
คนสติดีๆ เขาไม่พูดกันแบบนี้หรอกจริงมั้ย
แล้วถ้าดูบริบทแวดล้อม ก็ตัดทิ้งไปได้เลยว่าไอ้ 'ยังมี' ที่ว่าคงไม่ใช่เสบียงจากหินอาณาเขตแน่
เพราะงั้น แค่ไอ้ของลึกลับหรือข้อมูลอะไรสักอย่างนี่แหละที่คุ้มค่าให้มู่เส้าอันยอมเสี่ยงเดินมาดู โดยเฉพาะในระยะทางที่ไม่ไกลมากแบบนี้
ตอนนี้ตีห้า ถนนเงียบสงบ อากาศมีความชื้นหน่อยๆ มองเห็นหยดน้ำค้างใสแจ๋วเกาะอยู่บนใบไม้สองข้างทาง
ถือเป็นเช้าที่สดใสทีเดียว
พอมู่เส้าอันเดินเลียบถนนขึ้นเหนือมาได้สักห้ากิโลเมตร ข้างหน้าก็มีสี่แยกปรากฏขึ้น มองเห็นซากรถสิบกว่าคันกองระเกะระกะอยู่ไกลๆ
รถบางคันชนอัดกันจนยับเยิน บางคันไฟไหม้เหลือแต่โครงเหล็ก บางคันพลิกคว่ำ และรอบนอกยังมีรถจอดทิ้งสะเปะสะปะอีกสี่ห้าคัน
ดูวุ่นวาย แต่ตรงนั้นมีผู้ติดเชื้อเดินเอื่อยเฉื่อยอยู่แค่ห้าตัว หนึ่งในนั้นเป็นผู้ติดเชื้อระดับ 2
ดูเผินๆ เหมือนจะไม่ตึงมือนัก
แต่มู่เส้าอันก็ยังหยุดยืนอยู่ไกลๆ ย่อตัวต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำจากในเกมหรือภาพที่เห็นตรงหน้า มันเตือนเขาว่าเรื่องนี้ไม่มีทางง่ายดายขนาดนั้น
กลางสี่แยก รถที่ไฟไหม้พวกนั้นอาจเกิดจากอุบัติเหตุรถชน รถที่บุบบี้ตามมาก็อาจเป็นพวกขับมาเร็วเบรกไม่ทันชนซ้ำเข้าไป
แต่ไอ้รถรอบนอกที่ล้มตะแคง หรือหงายท้องชี้ฟ้าเหมือนเต่าพวกนั้นมันเกิดจากอะไร
กับดักเหรอ
ไม่ ไม่น่าใช่ ถ้าพวกผู้ติดเชื้อฉลาดพอจะวางกับดัก ภารกิจกำจัดไวรัสนี้คงยากนรกแตกเกินไป
งั้นก็น่าจะเหลือความเป็นไปได้แค่อย่างเดียว
มู่เส้าอันนึกถึงสถานการณ์หนึ่งขึ้นมาได้
ในเกม 7 Days to Die ถ้าถามว่าผู้เล่นเกลียดซอมบี้ตัวไหนเข้ากระดูกดำ เชื่อว่าคำตอบต้องไม่ใช่พวกบอสแน่ๆ แต่มันคือ... ซอมบี้หมา!
ไอ้พวกหมาเน่าเนื้อหลุดวิ่งเร็วปานจรวด เห็นคนแล้วไม่เห่า แต่จะย่องเงียบมาข้างหลัง แล้ว 'แฮร่!' งับเนื้อหลุดเป็นก้อน ความระยำตำบอนของมันคือตำนาน
แถมพวกซอมบี้หมายังชอบล่าเป็นฝูง ลองจินตนาการดูว่ามีหมาซอมบี้สามสี่ตัวพุ่งเข้ามาเงียบๆ ภาพนั้นมันสยองเกินรับไหว
แต่ในเกม ซอมบี้หมาจัดอยู่ในประเภทพลังป้องกันต่ำ เลือดน้อย วิ่งเร็วโคตร ดาเมจแรงเวอร์ โดนตบสองทีก็กลับบ้านเก่าแล้ว
แต่ในโลก 7 Days to Die แห่งนี้ มู่เส้าอันมีเหตุผลเป็นร้อยข้อที่จะเชื่อว่าพวกซอมบี้หมาต้องถูกบัฟความโหดขึ้นมาแน่ๆ และคงบัฟขึ้นมาเยอะด้วย
ถ้าแรงของมันเยอะขนาดคว่ำรถเก๋งได้ล่ะ
มู่เส้าอันมองดูรถที่ล้มระเนระนาดอยู่รอบนอกสี่แยก เพราะตามปกติ ต่อให้เป็นผู้ติดเชื้อระดับ 2 ก็วิ่งไล่รถยนต์ที่ขับมาเร็วๆ ไม่ทัน มีแต่ซอมบี้หมาเท่านั้นที่มีความเร็วระดับนี้ แถมพวกมันยังชอบซุ่มโจมตี
เขาถอนหายใจยาว ปลดหอกไม้สั้นสองเล่มจากหลังลงมาวาง ขยับปืนลูกซองให้อยู่ในตำแหน่งที่คว้าได้ทันที สุดท้ายก็กระชับหอกไม้เอล์มยาวในมือแน่น แล้วผิวปากเสียงดัง
จะซุ่มโจมตีก็เปล่าประโยชน์ จมูกพวกซอมบี้หมาไวกว่าคนเยอะ แถมพวกมันเป็นนักซุ่มตัวยง วิธีเดียวคือล่อให้มันออกมา
เสียงผิวปากไม่ได้ทำให้ผู้ติดเชื้อห้าตัวนั้นตื่นตัว เพราะอยู่ห่างตั้งร้อยยี่สิบเมตร มู่เส้าอันเองก็ยังไม่เห็นซอมบี้หมาโผล่มาสักตัว
แต่เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง
วินาทีต่อมา หลังรถที่พลิกตะแคงคันหนึ่ง เงาทะมึนขนาดมหึมาก็เดินออกมา แวบแรกมู่เส้าอันนึกว่าตัวเองเห็นวัวป่าตัวย่อมๆ
แต่พอมองเห็นหัวหมาที่เป็นเอกลักษณ์ เขาก็มั่นใจทันที นี่แหละซอมบี้หมา
นี่มันถูกอัปเกรดเวอร์วังเกินไปแล้ว!
ดูหุ่นล่ำบึ้กนั่นสิ ตัวเดียวเท่ากับหมาป่าสีเทาอเมริกาเหนือสองตัวมัดรวมกัน
มีแค่ตัวเดียวเหรอ
มู่เส้าอันใช้หางตากวาดมองรอบๆ ตลอดเวลา พร้อมกับสังเกตเจ้าซอมบี้หมาตัวนั้น มันเห็นเขาแล้วชัดๆ แต่กลับไม่พุ่งเข้ามาโจมตีทันที มันทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอนกลางวัน เดินเอื่อยเฉื่อยอยู่กลางดงรถอย่างเบื่อหน่าย
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ มู่เส้าอันก็นึกถึง 'ปูซงหลิง' ขึ้นมา แล้วก็ประโยคคลาสสิกจากนิยายเรื่องโปเยโปโลเยที่ว่า 'หมาป่าแกล้งหลับ เพื่อลวงศัตรู!'
ไอ้บ้าเอ๊ย มุกนี้คุ้นๆ นะ
จริงๆ ในเกม ซอมบี้หมาก็สันดานแบบนี้แหละ ตัวหนึ่งกระโดดโลดเต้นแยกเขี้ยวเห่าเรียกความสนใจอยู่ข้างหน้า ตัวอื่นๆ จะรีบอ้อมไปตุ๋ยหลัง เสียดายที่ส่วนใหญ่มันแสดงได้ห่วยแตกไปหน่อย
แต่ ณ เวลานี้ มู่เส้าอันต้องขอยกนิ้วให้
แสดงได้สมบทบาทหมาล่ารางวัลตุ๊กตาทองจริงๆ!
สูดหายใจลึก มู่เส้าอันแกล้งทำเป็นไม่รู้อีโหน่อีเหน่ รอคอยอย่างอดทน หูก็คอยฟังเสียงรอบข้าง ผ่านไปราวเจ็ดแปดวินาที เจ้าซอมบี้หมาที่อยู่ไกลออกไปตรงสี่แยกก็พุ่งชาร์จเข้ามาดื้อๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือน ความเร็วของมันน่ากลัวจนน่าขนลุก ถ้าคนที่ไม่เตรียมตัวมาเจอการชาร์จแบบนี้ มีหวังฉี่ราดตรงนั้นแน่
แต่ในวินาทีนี้ มู่เส้าอันกลับแสยะยิ้มอำมหิต เขาไม่สนไอ้ตัวที่กำลังวิ่งบ้าเลือดเข้ามาตรงหน้าเลยสักนิด แต่กลับหมุนตัวขวับ ย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว ปักด้ามหอกไม้เอล์มลงพื้น ใช้เท้าเหยียบยึดไว้แน่น ปลายหอกชี้เฉียงขึ้นฟ้า
ท่าทางของเขารวดเร็วและชำนาญกว่าครั้งก่อนมาก แทบจะทันทีที่เขาตั้งท่าเสร็จ พุ่มไม้ข้างถนนก็มีซอมบี้หมาอีกตัวกระโจนออกมา ความเร็วของมันเร็วกว่าตัวแรกเสียอีก มันคำรามต่ำๆ จากระยะสิบกว่าเมตรแล้วพุ่งตัวลอยมา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตามลมมาด้วย แรงปะทะของมันต้องมหาศาลแน่!
แต่ทั้งหมดนี้ไร้ความหมาย มู่เส้าอันปรับองศาหอกไม้เอล์มอย่างรวดเร็ว เสี้ยววินาทีถัดมา แรงปะทะมหาศาลก็ส่งผ่านมาที่ด้ามหอก เจ้าซอมบี้หมาผู้ดุร้ายพุ่งเข้ามาเสียบหอกไม้เอล์มอย่างจัง ปลายหอกแทงทะลุใต้คอหอยเฉียงขึ้นไปทะลุหัวใจพอดิบพอดี
มู่เส้าอันปล่อยมือจากหอกได้จังหวะเป๊ะ กระโดดหลบฉากออกมาโดยไม่เสียเวลาดูผลงาน ถอยหลังไปก้าวหนึ่งพร้อมคว้าปืนลูกซองขึ้นมาประทับบ่า เล็งไปที่หัวไอ้ซอมบี้หมาตัวแรกแล้วเหนี่ยวไก
ระยะเผาขนขนาดนี้ ไม่มีทางพลาด
หัวซีกหนึ่งของเจ้าซอมบี้หมาตัวนั้นระเบิดเป็นดอกไม้บานทันที
แล้วมู่เส้าอันก็ได้รับข้อความแจ้งการสังหาร
"คุณสังหารผู้ติดเชื้อระดับ 3 สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 20 แต้ม"
ข้อความสั้นๆ แต่มันทำให้มู่เส้าอันมั่นใจขึ้นเป็นกอง
เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาไปเก็บหอกไม้สั้นที่วางไว้ ยกปืนลูกซองขึ้นแล้วรัวไกทันที ตอนนี้จะใช้หอกขว้างก็ไม่ทันแล้ว เพราะซอมบี้หมาตัวที่สองวิ่งเข้ามาในระยะยี่สิบเมตรแล้ว ด้วยความเร็วระดับนรกแตกของมัน แค่พริบตาก็ถึงตัว!
ครั้งนี้มู่เส้าอันต้องขอบคุณประสบการณ์ทหารของตัวเองอีกครั้ง ถึงเขาจะไม่ได้เลือกฝึกการใช้ปืนในฐานทัพแห่งความโกลาหล แต่ปืนพื้นฐานส่วนใหญ่เขาก็ใช้คล่องอยู่แล้ว จังหวะหมุนตัวยิงเร็วๆ แบบนี้ เข้าเป้าเป๊ะ!
แต่ก็อย่างที่เขากังวล ซอมบี้หมาในโลกนี้ถูกบัฟมาโหดจัด เลือดน่าจะเกิน 300 แต้ม พลังป้องกันก็สูงกว่าผู้ติดเชื้อระดับ 2 ลิบลิ่ว
กระสุนนัดนี้แม้จะเจาะกะโหลกมันจนเลือดสาดกระจาย แต่ก็แค่ทำให้ความเร็วของมันชะลอลงนิดเดียว แล้วมันก็แยกเขี้ยวพุ่งต่อ
"ตูม!"
มู่เส้าอันยิงนัดที่สอง ครั้งนี้วิถีกระสุนเบี่ยงไปนิดหน่อย แม้จะเปิดแผลเหวอะหวะบนตัวมันได้ แต่ก็แค่ทำให้มันเซไปนิดเดียว จากนั้นเจ้าซอมบี้หมาก็กระโจนขึ้นฟ้า พุ่งเข้าใส่ตัวมู่เส้าอันที่อยู่ห่างไปเจ็ดแปดเมตรอย่างดุเดือด
ใจหายวาบ มู่เส้าอันถอยกรูด ยิงสวนไปอีกนัดอย่างเร่งร้อน เสียงระเบิดดังตูม หัวครึ่งหนึ่งของซอมบี้หมากระจุย แต่กรงเล็บแหลมคมคู่หน้าของมันก็ห่างจากหัวมู่เส้าอันไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด
เกือบไปแค่นิดเดียวจริงๆ
ตอนนี้มู่เส้าอันเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนแรกเขาใช้หอกไม้เอล์มเสียบไอ้ตัวที่ซุ่มโจมตีจนเดี้ยงไปก่อน ต่อให้ถือปืนลูกซองเรมิงตันหกนัด โดนรุมหน้าหลังแบบนี้ โอกาสรอดคงเป็นศูนย์
และนี่แค่ซอมบี้หมาสองตัวนะ ถ้ามีโผล่มาอีกสักตัว เขาได้กลับบ้านเก่าแน่
มู่เส้าอันสัมผัสได้ถึงความอำมหิตที่โลกใบนี้จัดหนักจัดเต็มมาให้เขาอีกครั้ง
[จบแล้ว]