- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างในคราบนักบุญ
- บทที่ 39 - เศษเดน
บทที่ 39 - เศษเดน
บทที่ 39 - เศษเดน
บทที่ 39 - เศษเดน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ความฝันไม่มีขอบเขตของเวลา ในวินาทีที่ผ่านมา แอนดรูว์ได้เห็น "ความฝัน" ของเย่เฮ่อจนครบถ้วน
คนปกติทั่วไปไม่พ้นไขว่คว้าลาภยศสรรเสริญ ความสำเร็จสูงสุดในชีวิต ส่วนผู้ใช้ปีศาจอย่างแอนดรูว์ ก็แสวงหาความลี้ลับและต้นกำเนิดแห่งความลี้ลับ
แต่ผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าบาทหลวงคนนี้ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เขากระหายคือเลือดสดๆ คือการต่อสู้ คือสงคราม คือการเข่นฆ่า คือพลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่มองเห็น!
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ แอนดรูว์มองเห็นสิ่งของมากมายในฝันของเย่เฮ่อ ที่สามารถทำให้ความฝันของเขาเป็นจริงได้!
ต่างจากคนอื่นที่ไล่ตามความฝันแบบเพ้อฝันจับต้องไม่ได้ ผู้ชายคนนี้... เขารู้วิธีที่จะทำให้ฝันเป็นจริง และกำลังก้าวเข้าไปหาความฝันนั้นอย่างสบายอารมณ์และผ่อนคลาย
ก้าวเข้าไปหาความฝันที่จะทำลายล้างโลกใบนั้น!
ดังนั้นพอเย่เฮ่อยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน แอนดรูว์ก็ตกใจกลัวจนต้องถอยกรูดอย่างทุลักทุเล
อันตรายเกินไป! อันตรายเกินไปแล้ว!
บนโลกนี้มีผู้ชายที่อันตรายขนาดนี้ได้ยังไง
ที่แท้ความกลัวจากอันตรายที่ไม่รู้จัก มันเทียบไม่ได้เลยกับความกลัวจากอันตรายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจริงๆ!!!
"หมับ!"
เย่เฮ่อก้าวประชิดตัว ใช้มือข้างหนึ่งบีบหน้าแอนดรูว์เอาไว้
ผู้ใช้ปีศาจที่มีลูกไม้แพรวพราวคนนี้ พอถูกคนธรรมดาสัมผัสตัว ร่างกายก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง น้ำตาไหลพรากออกมาจากเบ้าตาทันที ไหลผ่านร่องนิ้วของเย่เฮ่อ
ใต้ร่างเขายังมีแอ่งน้ำแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้กลิ่นในตรอกเหม็นคลุ้งยิ่งกว่าเดิม
"น่าสนใจจริงๆ ความสามารถของแกคืออะไรนะ ไหนบอกมาซิ แกเห็นอะไรจากตัวฉัน"
รอยยิ้มบนหน้าเย่เฮ่อไม่จางหาย แต่แววตากลับเย็นยะเยือก แช่แข็งชายคนนี้ราวกับถูกจับแก้ผ้าโยนลงไปในพายุหิมะ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างบ้าคลั่ง
"ป... ปีศาจ!"
นอกจากเรียกฉายาในชาติก่อนของเย่เฮ่อออกมา ผู้ชายคนนี้ก็พูดอะไรไม่ออกอีก ไม่นาน เพราะถูกขัดจังหวะการใช้ความสามารถอย่างรุนแรง บวกกับความเครียดจัด แอนดรูว์ที่ปวดหัวแทบระเบิดอยู่แล้ว จู่ๆ ก็ตาเหลือก แล้วก็สลบเหมือดไปดื้อๆ
"จุ๊ๆ..."
เย่เฮ่อเดาะลิ้นอย่างเอือมระอา ผู้ใช้ปีศาจที่เขาเจอ ทำไมมันดูไม่ปกติขึ้นเรื่อยๆ นะ
ปัญหาตอนนี้ตกมาอยู่ที่เย่เฮ่อ ผู้ชายคนนี้มีปัญหาแน่นอน จะลากตัวไปที่โบสถ์ หรือลากกลับบ้านดี
ที่โบสถ์...
เย่เฮ่อเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิท พระจันทร์ขึ้นแล้ว จากประสบการณ์เมื่อวานเย็น พวกสาวน้อยหน่วยขับขานน่าจะเริ่มเข้าแถวร้องเพลงหน้าโบสถ์กันแล้วมั้ง
ส่วนจะพาไปที่บ้าน... เย่เฮ่อเคยไปถามสองพี่น้องนักสืบเอกชนมาแล้ว บิชอปแอนนาจับตาดูบ้านเขาอยู่ตลอด ตอนนี้ไม่รู้ว่าจ้างนักสืบคนอื่นมาเฝ้าเพิ่มอีกหรือเปล่า พาเข้าไปแล้วไม่พาออกมาคงจะดูไม่ดี
สิบกว่านาทีต่อมา เดริคที่เพิ่งกินขนมปังไปสองสามแผ่น เตรียมจะอาบน้ำเข้านอนเร็วหน่อยเพื่อไปเจอกับภรรยาในฝัน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูบ้าน
"ท่านบาทหลวง! นี่... แอนดรูว์!!!"
เดริคเห็นเย่เฮ่อ และเห็นแอนดรูว์ที่เหมือนจะสลบไป ถูกเย่เฮ่อหิ้วปีกมา
นะ... นี่มัน... เร็วไปไหมเนี่ย
ถึงครึ่งชั่วโมงหรือยัง
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตัวเองเพิ่งบอกท่านบาทหลวงเย่เฮ่อว่าแอนดรูว์มีปัญหา ตอนนี้ท่านบาทหลวงเย่เฮ่อก็หิ้วแอนดรูว์ที่หมดสติมาเคาะประตูบ้านเขาแล้ว
สายตาที่เดริคมองเย่เฮ่อ เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเลื่อมใส
"ขอผมเข้าไปก่อนเถอะ"
เย่เฮ่อยิ้มให้เดริค ดูเหมือนชายคนนี้จะเข้าใจอะไรผิดไป แต่ไม่เป็นไร เขาเองก็ไม่คิดจะอธิบายอยู่แล้ว แค่จะมายืมห้องสักห้องเท่านั้น
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง เย่เฮ่อก็นั่งรถม้ากลับบ้าน ส่วนเดริคที่หันกลับไปทำความสะอาดห้องที่มีแค่เก้าอี้หนึ่งตัวห้องนั้น สีหน้าของเขาก็ดูเลื่อนลอย
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเย่เฮ่อและแอนดรูว์ที่หมดสติในห้องนั้น เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย รู้แค่ว่าผู้ชายสองคนเข้าไป ผู้ชายคนหนึ่งออกมา ในห้องทิ้งไว้แค่รอยเลือดที่ไม่ถือว่าเยอะนัก
ท่านบาทหลวงท่านนี้... ดูเหมือนจะไม่ใช่คนใจดีและอ่อนโยนอย่างที่เขาคิดแฮะ...
เย่เฮ่อที่นั่งอยู่บนรถม้า ผ่านมาทางโบสถ์ เขาเห็นหน้าโบสถ์มีผู้ศรัทธามารวมตัวกันมากมาย ได้ยินเสียงเพลงของหน่วยขับขานมาแต่ไกล
โชคดีที่ถนนแถวนี้กว้างขวางพอ และโชคดีที่นี่เป็นคืนที่สองของการร้องเพลงอวยพรแล้ว จำนวนผู้ศรัทธาที่มารวมตัวกันเลยน้อยลงไปเยอะ ไม่งั้นรถม้าคงต้องอ้อมไปทางอื่น
เย่เฮ่อยังเห็นลูกทีมของตัวเองด้วย
เคธี่จูงมือเด็กหญิงตัวน้อย อาศัยความช่วยเหลือจากคุณเฟลทและเคลนท์ ทำให้สองสาวต่างวัยได้ทำเลดีเยี่ยมในการรับชม พวกเธอจ้องมองเหล่าสาวน้อยหน่วยขับขานที่ส่องประกายเงินระยับตาไม่กะพริบ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความใฝ่ฝัน
แสงจันทร์ค่อยๆ สาดส่องลงมา ทำให้ชุดเกราะเงินของสาวน้อยหน่วยขับขานเปล่งประกายเจิดจ้า คลอไปกับเสียงขับขานอันไพเราะ ภาพนี้ดูเจิดจรัสใช้ได้เลยทีเดียว
ท่านเทพธิดาครับ ผมขอ...
【ไม่อนุญาต! ไม่ได้! อย่าแม้แต่จะคิด!】
ก็ได้ครับ
เทพธิดาองค์นี้ยังคงน่าเบื่อเหมือนเดิม เย่เฮ่อส่ายหัว พอดีกับรถม้าที่วิ่งช้าๆ ผ่านถนนเส้นนี้ไปได้ เย่เฮ่อเลยหลับตาลง เลิกหยั่งเชิงเทพธิดาขี้งกองค์นี้
การร้องเพลงอวยพรยามค่ำคืนจบลงอย่างรวดเร็ว หลังจากมองส่งสาวน้อยหน่วยขับขานกลับเข้าโบสถ์ ผู้ศรัทธาก็แยกย้ายกันกลับด้วยรอยยิ้ม ทุกคนรู้ดีว่าคืนนี้พวกเขาจะต้องนอนหลับฝันดีและอบอุ่นแน่นอน
"พี่เคธี่! โตขึ้นหนูจะเข้าหน่วยขับขานให้ได้!"
หนูน้อยลิเลียตะโกนบอกเคธี่อย่างตื่นเต้น สาวน้อยคนนี้โดนพี่สาวหน่วยขับขานตกเข้าเต็มเปา
"ได้เลยจ้าได้เลย พี่จะรอเธอในหน่วยขับขานนะ ฮิๆ ถึงตอนนั้นเราร้องเพลงด้วยกันนะ!"
มาถึงขั้นนี้แล้ว เคธี่ก็ไม่ปิดบังความฝันของตัวเองต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมอีกต่อไป
มองดูสองสาวต่างวัยคุยเรื่องความฝัน คุณเฟลทและเคลนท์สบตากันแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้
ซิสเตอร์ไดอาน่ากลับเข้าโบสถ์ไปแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังเดินไปทางบ้านคุณเฟลท เส้นทางนี้เคธี่และเคลนท์เดินด้วยกันได้ช่วงหนึ่ง
ที่ทางแยกแรก เคลนท์ขอตัวลาก่อน พรุ่งนี้พวกเขานัดกันไปปิกนิกนอกเมือง เคลนท์เลยต้องรีบไปซื้อของเตรียมตัวก่อนร้านค้าจะปิด
เดินผ่านทางแยกถัดไป เพราะพรุ่งนี้จะได้เจอกันอีก เคธี่เลยบอกลาคุณเฟลทและลิเลียอย่างสบายๆ แล้วเดินกลับบ้านตัวเอง
หนูน้อยลิเลียที่พ่อจูงมืออยู่ แม้จะยังคุยกับพ่ออย่างตื่นเต้น แต่จ้อไปได้สักพัก เธอก็เริ่มหาวหวอดๆ
เวลานี้เป็นเวลานอนของเธอแล้ว คุณเฟลทเลยอุ้มลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนขึ้นมา ให้เธอหลับบนบ่าเขาไปก่อน
สาวน้อยหลับปุ๋ยในอ้อมกอดพ่ออย่างรวดเร็ว คุณเฟลทอุ้มเธอเดินหน้าต่ออย่างอ่อนโยน คนที่เดินสวนมาบ้างประปราย ก็ส่งสายตาเป็นมิตรให้สองพ่อลูก มองส่งพวกเขากลับบ้าน
ผ่านไปไม่กี่นาที ในระยะทางที่เหลืออีกไม่กี่สิบเมตรจะถึงบ้าน จู่ๆ คุณเฟลทก็หยุดเดิน
ความอ่อนโยนบนใบหน้าของชายที่อุ้มลูกสาวค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมที่ยากจะบรรยาย
"ความรู้สึกไวเหมือนเดิมเลยนะ คุณอัลเฟรด"
ชายสองคนสวมเสื้อคลุมสีดำปิดบังมิดชิด เดินออกมาจากปากซอยที่มืดมิด
พวกเขายืนอยู่ในความมืด เผชิญหน้ากับคุณเฟลทที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์พร้อมอุ้มลูกสาวที่หลับใหล บนถนนย่านที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบ
"พวกแก... เป็นผู้ร่วงหล่นเหรอ คนของ [จันทร์โลหิต]?"
คนที่จะเพ่งเล็งเขาในตอนนี้ มีแต่พวกเศษเดนขององค์กรนี้เท่านั้น คุณเฟลทจึงถามกลับอย่างไม่ลังเล
"หึหึหึ"
"ฮ่าๆๆ"
คนชุดคลุมสองคนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ฟังจากเสียง เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
สีหน้าของคุณเฟลทย่ำแย่มาก ตอนนี้เขามีลิเลียอยู่ด้วย แถมเกราะขาก็ทิ้งไว้ที่โบสถ์เพราะกลัวลิเลียขี้สงสัยจะเห็นเข้า เขาเลยเกรงกลัวสองคนนี้อยู่บ้าง
แต่ทว่า ขาซ้ายของเขาดันส่งความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ มาให้ในตอนนี้พอดี และยังมีความรู้สึกอยากจะก้าวไปในทิศทางหนึ่ง ความรู้สึกนี้ทำให้คุณเฟลทผ่อนคลายลง
กลับมาได้จังหวะพอดีเลยนะ...
"พวกแกกลับมาที่ไซดาเวล เพื่อมาหาที่ตายงั้นเหรอ"
คำถามที่ดุดันของชายที่อุ้มลูกสาว ในหูของคนชุดคลุมทั้งสองกลับฟังดูเหมือนคนขวัญอ่อนที่แสร้งทำเป็นเก่ง พวกเขาสบตากัน เดินออกจากความมืด ปล่อยให้แสงจันทร์ส่องสว่างตราสัญลักษณ์วงกลมสีแดงที่ด้านหลังเสื้อคลุม
ขณะที่เดินเข้าหาคุณเฟลท ผู้หญิงคนนั้นก็พูดกับคุณเฟลทไปด้วยว่า "ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณอัลเฟรด เราจะไม่ทำร้ายลูกสาวคุณหรอก"
คุณเฟลทมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ผู้ชายอีกคนยิ้มแสยะพูดว่า "หึๆๆ สาวน้อยสดใหม่ขนาดนี้ ควรจะถวายให้ [ผู้พยากรณ์] ผู้ยิ่งใหญ่ของเราต่างหาก! ส่วนแก... เลือดคนแก่ไม่อร่อย แต่เลือดทหารเก่าก็พอถูไถ!"
สิ้นเสียง คนชุดคลุมทั้งสองก็ย่อตัวลง ยื่นมือออกมาเหมือนสัตว์ร้าย
คุณเฟลทเห็นแสงจันทร์ส่องกระทบเล็บสีดำสนิทของพวกเขา ส่องให้เห็นปากกว้างที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม และดวงตาที่ตั้งตรงเหมือนงู
คนชุดคลุมสองคนที่สังกัดองค์กรลึกลับ [จันทร์โลหิต] คือ [สาวกโลหิต] สองตน!
แถมยังไม่ใช่พวกที่ดูไร้สติปัญญาเหมือนที่เย่เฮ่อเห็นในเอกสาร แต่เป็น [สาวกโลหิต] ที่มีสติปัญญาของมนุษย์
เผชิญหน้ากับ [สาวกโลหิต] สองตนที่พุ่งเข้ามา คุณเฟลทยังคงกอดลิเลียไว้อย่างมั่นคง ยืนนิ่งอยู่กับที่
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขากลัวจนก้าวขาไม่ออก แต่เป็นเพราะ ความเจ็บปวดที่ขาซ้ายของเขา พุ่งขึ้นถึงขีดสุดในวินาทีนี้!
"วูบ!"
เงาร่างหนึ่ง กระโดดลงมาจากทิศทางที่ขาซ้ายของคุณเฟลทอยากจะก้าวไปหาตลอด ลงไปที่ด้านหลังของ [สาวกโลหิต] ทั้งสอง ก่อนที่ [สาวกโลหิต] จะทันตกใจหันกลับมา เงาร่างนั้นก็ตวัดขาขวาขึ้นกลางอากาศ
ภายใต้แสงจันทร์ ขาขวาของเงาร่างนั้นกลายเป็นลำแสงสีดำกวาดเป็นวงกลมสามร้อยหกสิบองศา ทำให้เมื่อคนคนนั้นลงสู่พื้น ก็ยังคงยืนหันหน้าเข้าหาคุณเฟลท
ทั้งสองยืนห่างกันไม่ถึงห้าเมตร โดยมีท่อนขาที่ขาดสี่ท่อนตั้งเด่คั่นอยู่ตรงกลาง
ส่วนเจ้าของท่อนขาสี่ท่อนนั้น [สาวกโลหิต] ทั้งสอง... ทางขวาของคุณเฟลท ทางซ้ายของอีกคน มีตรอกเล็กๆ อยู่พอดี
รอยเลือดสาดกระเซ็นจากทิศทางนั้นยาวเข้าไปในตรอก แสดงว่า [สาวกโลหิต] ทั้งสองในตรอกนั้น... กระจายไปทั่ว!
"ภัยคุกคามถูกกำจัด แถวนี้ไม่มี [สาวกโลหิต] ตัวอื่นแล้วค่ะ หัวหน้า"
คนที่จัดการ [สาวกโลหิต] เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ดูอายุประมาณสามสิบ เป็นสาวสวยมาดดุ ร่างกายของเธอยืนเอียงเล็กน้อย เพราะที่ขาขวามีเกราะขาที่ดูไม่เข้ากับชุดกระโปรงที่เธอสวมใส่อยู่เลย
"ขอบใจมาก แคทเธอรีน"
คุณเฟลทพยักหน้าให้น้าแคทเธอรีนของลิเลีย
เขามองดูขาขวาที่สั่นเทานิดๆ ของคุณนายแคทเธอรีน และหางตาที่กระตุกเบาๆ เพราะความเจ็บปวดรุนแรง อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงตำหนินิดๆ ว่า
"เธอไม่ต้องออกแรงขนาดนี้ก็ได้ แค่ [สาวกโลหิต] สองตัวเอง"
คุณนายแคทเธอรีนได้ยินคำพูดที่เป็นห่วงของคุณเฟลท ความเย็นชาบนใบหน้าก็ละลายหายไปทันที เธอมองตาคุณเฟลท แล้วหันไปมองลิเลียที่ยังหลับสนิท
เธอลดเสียงลง พูดกับคุณเฟลทว่า "ฉันไม่อยากให้ลิเลียตื่นค่ะ"
"...อืม"
นี่ก็เป็นสิ่งที่คุณเฟลทคิดเหมือนกัน เขาเลยพูดอะไรคุณนายแคทเธอรีนไม่ได้
"หัวหน้า พาลิเลียกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ ตรงนี้ฉันจัดการเอง"
คุณนายแคทเธอรีนมองดูท่อนขาสี่ท่อนที่เลือดหยุดพุ่งแล้ว แววตากลับมาเย็นชาอีกครั้ง
รอจนคุณเฟลทพยักหน้าให้เธอและกลับเข้าบ้านไปแล้ว อดีตสมาชิกทีมปฏิบัติการพิเศษของโบสถ์ไซดาเวลท่านนี้ ก็รีบหาวิธีติดต่อคนของโบสถ์ให้มาทันที
พวกเขาเก็บกวาดเศษซากเหล่านี้ และเอาน้ำสะอาดมาล้างเศษชิ้นส่วนในตรอกจนสะอาดเอี่ยม
ชาวบ้านแถวนั้นจะรู้แค่ว่าตรอกนี้จู่ๆ ก็สะอาดขึ้นอย่างน่าประหลาด โดยไม่รู้เลยว่าที่นี่เคยมีซากศพของผู้วร่วงหล่นสองศพกระจายอยู่ทั่ว
คุณนายแคทเธอรีนที่ถอดเกราะขาออกแล้ว ก็กลับไปที่โบสถ์พร้อมกับคนของโบสถ์ และเข้าไปพบแอนนาบิชอปที่ห้องทำงานตามลำพัง
"คุณแคทเธอรีนคะ [สาวกโลหิต] สองตัวนี้ก็เป็นคนขององค์กรจันทร์โลหิตเหรอคะ"
บิชอปแอนนารู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว ไม่รู้ทำไม เธอถึงดูสนิทสนมและให้ความเคารพคุณนายแคทเธอรีนอยู่บ้าง แถมยังเรียกเธอว่าคุณ
"ใช่ค่ะ ท่านบิชอป" แต่แคทเธอรีนทำท่าทางเป็นทางการ ไม่ได้ตอบรับความสนิทสนมของบิชอปแอนนาเท่าไหร่
เธอรายงานบิชอปแอนนาว่า "ดิฉันติดต่อทางนอร์ทเทนแล้ว ทางโบสถ์ฝั่งนั้นบอกว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับองค์กรจันทร์โลหิตแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังให้ความสำคัญไม่พอ"
พูดจบ คุณนายแคทเธอรีนก็มองบิชอปแอนนาอย่างจริงจัง พูดเสียงเครียดว่า "ดิฉันขอเสนอให้ท่านเรียกตัวพวกเรา อดีตสมาชิกทีมปฏิบัติการพิเศษกลับมา ให้พวกเราไปจัดการองค์กรจันทร์โลหิตค่ะ"
"ไม่ ไม่ต้องหรอกค่ะ" ถึงแม้คุณนายแคทเธอรีนจะไม่ได้กระตือรือร้นกับเธอนัก แต่บิชอปแอนนาก็ยังทำตัวสนิทสนมกับเธอ เธอยิ้มให้คุณนายแคทเธอรีนแล้วพูดว่า "พวกคุณเกษียณแล้ว ก็พักผ่อนให้สบายเถอะค่ะ ทางฉันมีตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า!"
[จบแล้ว]