- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างในคราบนักบุญ
- บทที่ 9 - ออกปฏิบัติการ
บทที่ 9 - ออกปฏิบัติการ
บทที่ 9 - ออกปฏิบัติการ
บทที่ 9 - ออกปฏิบัติการ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เย่เฮ่อพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงต่อ
แม้สาวน้อยจะทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ แต่เคลนท์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอกำลังส่ายหน้าให้เย่เฮ่อรัวๆ เป็นเชิงบอกใบ้ว่าอย่าถามอะไรไปมากกว่านี้เลย
"แล้วของคุณล่ะ? เคลนท์"
เย่เฮ่อถือโอกาสเปลี่ยนเป้าหมาย ผละออกมาจากเคธี่ เพื่อดึงความสนใจของทุกคนไปที่อื่น
"เอ่อ..."
เคลนท์ไม่คิดว่าเย่เฮ่อจะถามตรงๆ แบบนี้ เขาเกาจมูกแก้เก้อ ท่าทางกระอักกระอ่วนเหมือนมีเรื่องน่าอายที่ไม่กล้าพูด
"ฮ่าๆๆ ของหมอนั่นคือ [วิญญาณริษยาสร้างรัง] ค่ะ!"
เคธี่ชิงตอบแทนเคลนท์ เล่นเอาเคลนท์หน้าแดงแปร๊ด รีบนั่งลงประจำที่แล้วแกล้งพลิกแฟ้มเอกสารไปมา ทำเป็นยุ่งกับงานเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ดูท่าจะอายจริงจังซะด้วย
น่าเสียดายที่เย่เฮ่อไม่เคยเจอ [วิญญาณริษยาสร้างรัง] ตัวเป็นๆ เลยไม่รู้ลักษณะเฉพาะของมัน แต่ดูจากปฏิกิริยาของทุกคนแล้ว น่าจะเป็นปีศาจที่ส่งผลกระทบแปลกๆ ต่อผู้ชาย โดยเฉพาะเรื่อง... อย่างว่า
แต่ไม่เป็นไร ด้วย [เนตรแสงจันทร์] ขอแค่ได้เห็นร่างต้นของมันแวบเดียว เขาก็จะมองทะลุปรุโปร่งถึงความสามารถและลักษณะพิเศษของมันได้ทันที
"อะแฮ่ม ผมก็แค่ถามดูเฉยๆ น่ะครับ เอาล่ะ ยังขาดอีกคน... คุณเฟลทล่ะครับ?"
เย่เฮ่อมองเคลนท์ด้วยสายตาแบบ "ผู้ชายด้วยกันเข้าใจกันน่า" พร้อมกับพูดปลอบใจไปหนึ่งประโยค แล้วเบนสายตาไปที่นาฬิกาแขวนผนัง เก้าโมงแล้ว แต่สมาชิกยังมาไม่ครบ
"เฟลท..."
"ฉันส่งเฟลทไปดูงานที่ชานเมืองน่ะ"
บิชอปแอนนาที่ผลักประตูเข้ามาตอบคำถามได้อย่างพอดิบพอดี เธอกวาดสายตามองทุกคน แล้วมาหยุดที่เย่เฮ่อ ก่อนจะสั่งการกับเขาและลูกทีมทุกคนว่า
"ทุกคนเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม รถรออยู่ข้างนอกแล้ว ที่ฟาร์มแถวชานเมืองสงสัยว่าจะมี [บ้านแสนสุข] โผล่มา ฟาร์มของบ็อบบี้ แอนเซนตัน 'เงียบ' ไปเกือบอาทิตย์แล้ว ออกปฏิบัติการได้!"
"รับทราบ!" 3
ลูกทีมทั้งสามเด้งตัวขึ้นทันที พวกเขารีบพุ่งไปที่ตู้หนังสือข้างห้องทำงานบิชอปแอนนา แล้วดึงตู้นั้นออกมาเหมือนเปิดประตูบานคู่
ข้างในเป็นห้องลับขนาดเล็กไม่ถึงสามตารางเมตร เย่เฮ่อเห็นกระดานวาดรูปแขวนอยู่บนผนัง มีกล่องเชลโล่พิงอยู่ที่มุมห้อง เคลนท์รีบเข้าไปแบกกล่องเชลโล่ แล้วยังช่วยหยิบกระดานวาดรูปใส่ถุงผ้าสีดำส่งให้เคธี่ สุดท้ายยังช่วยหยิบเชิงเทียนที่เย่เฮ่อนึกว่าเป็นของประดับจากผนังส่งให้ซิสเตอร์ไดอาน่า
เชลโล่ กระดานวาดรูป เชิงเทียน...
นี่คือ "ยุทโธปกรณ์" ของหน่วยงั้นเหรอ?
ถึงเย่เฮ่อจะไม่ได้หวังว่าห้องลับแคบๆ นั่นจะเต็มไปด้วยปืนผาหน้าไม้ แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีดาบมีมีดอะไรบ้างไม่ใช่เหรอ?
เขาหันไปมองบิชอปแอนนา ลูกทีมพวกนี้ขยับตัวคล่องแคล่วว่องไวแล้วนะ แต่บิชอปแอนนาก็ยังขมวดคิ้ว ทำหน้าเร่งยิกๆ อยู่ได้
ลูกทีมทั้งสามคว้า "อาวุธ" ประจำกายเสร็จก็เตรียมจะพุ่งตัวออกไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นเย่เฮ่อยังยืนมือเปล่ามองหน้าพวกเขาอยู่
คงเพราะชินกับการทำงานเป็นทีมเดิมมานาน เลยยังไม่คุ้นกับการที่มี "คนแปลกหน้า" อย่างเย่เฮ่อเข้ามาร่วมวงด้วย ต่อให้เย่เฮ่อจะมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมก็เถอะ
"ท่านบาทหลวงเย่เฮ่อไม่ใช่ผู้ถูกสิงสู่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พวกนั้นหรอกค่ะ ท่านบาทหลวงคะ ฝากคุมทีมด้วยนะคะ"
บิชอปแอนนาหันมาพูดกับเย่เฮ่อ
เธออดไม่ได้ที่จะมองมือของเย่เฮ่อ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุเกิดที่ชานเมือง เธอคงแอบตามไปดูฉากเด็ดตอนเย่เฮ่อ "ลงมือ" แล้ว
"ได้ครับ"
เย่เฮ่อพยักหน้ารับคำ แล้วเดินนำลูกทีมออกจากห้องทำงานไป
ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ดูฝีไม้ลายมือของลูกทีมพวกนี้ด้วย
"หัวหน้าคะ ทางนี้ค่ะ"
พอออกจากห้องทำงาน เห็นเย่เฮ่อจะเดินไปทางประตูหน้าโบสถ์ เคธี่ก็รีบเรียกไว้ แล้วนำทางเย่เฮ่อไปทางประตูหลัง ปากก็เจื้อยแจ้วอธิบายให้เย่เฮ่อฟังไปด้วย
"รถม้าของหน่วยเราจอดอยู่หลังโบสถ์ค่ะ ขืนไปจอดข้างหน้าตอนมีพิธีมิสซาคงวุ่นวายตาย อ้อ จริงสิ หัวหน้าไม่ใช่ผู้ถูกสิงสู่เหรอคะ? แล้วหัวหน้าเอาพลังที่ไหนไปกำจัดปีศาจล่ะคะ?"
ลูกทีมคนอื่นก็หันมามองเย่เฮ่อด้วยความสงสัย หัวหน้าไม่ใช่ผู้ถูกสิงสู่ แล้วพลังมาจากไหน? หรือจะเป็น "อุปกรณ์ไสยเวท"?
เคลนท์นึกย้อนไปถึงปืนบาเรตต์ที่เย่เฮ่อ "เสก" ออกมาเมื่อวานเช้า อาวุธโลหะล้วนๆ แบบนั้น ไม่น่าใช่อุปกรณ์ไสยเวทนะ
เย่เฮ่อยิ้มน้อยๆ ชี้มือไปทางหนึ่งให้สาวน้อยดู เคธี่มองตามไปแล้วก็ชะงักกึก
ตอนนี้พวกเขากำลังเดินผ่านโถงโบสถ์ใหญ่ สิ่งที่เย่เฮ่อชี้คือรูปปั้น [เทพธิดาแสงจันทร์] ที่ตั้งตระหง่านอยู่
"นี่คือพรจากสวรรค์ ที่ประทานมาให้ผมกำจัดปีศาจครับ"
เขาไม่ได้โกหก เขาได้รับพรจากสวรรค์จริงๆ เพียงแต่เป็นพรที่เขา "หามาเอง" ก็เท่านั้น
"ดีจังเลยน้า..."
สาวน้อยรำพึงออกมาด้วยความอิจฉา เคลนท์เองก็มองเย่เฮ่อตาละห้อย ส่วนซิสเตอร์ไดอาน่าดูตื่นเต้นกว่าเพื่อน อะไรที่เกี่ยวกับพระเจ้าของเธอ เธอก็พร้อมจะศรัทธาหมดใจ
ทุกคนก้าวยาวๆ ไม่นานก็โผล่ออกมาที่ประตูหลังโบสถ์ ที่นั่นเป็นถนนหน้าย่านที่พักอาศัยหรู รถม้าคันใหญ่เทียมม้าสามตัวจอดรอพวกเขาอยู่แล้ว
"เฮ้! อรุณสวัสดิ์เวสต์ รู้จุดหมายปลายทางแล้วใช่ไหม?"
เคลนท์ทักทายคนขับรถม้า
"รู้แล้วน่า รีบขึ้นมาเถอะ!" คนขับรถม้าหนุ่มหันมามองเย่เฮ่อ พวกนี้จะออก "งาน" แล้วพาบาทหลวงไปด้วยทำไม? แถมยังเป็นคนตะวันออกอีก
เขายังไม่ทันได้ถาม เคธี่ก็แนะนำเย่เฮ่อให้เขารู้จักก่อนจะก้าวขึ้นรถ "นี่หัวหน้าคนใหม่ของหน่วยเรา ท่านบาทหลวงเย่เฮ่อ หัวหน้าคะ นี่เวสต์ สารถีประจำตัวพวกเราค่ะ!"
"สวัสดีครับ"
เย่เฮ่อยิ้มให้เวสต์ เวสต์ก็ยิ้มตอบ พร้อมกับทำท่าวันทยหัตถ์เทพให้เย่เฮ่อขณะนั่งอยู่บนที่นั่งคนขับ
"สวัสดีครับท่านบาทหลวง เชิญขึ้นรถครับ"
"ครับ"
ห้องโดยสารในรถม้ากว้างขวางมาก ดูแล้วเอาเคลนท์สามคนลงไปนอนเรียงกันยังได้ แต่เย่เฮ่อมองปราดเดียวก็รู้ว่ารถม้าคันนี้ไม่ใช่รถโดยสารธรรมดา แต่มันคือรถขนศพชัดๆ
บนพื้นรถยังมีร่องสำหรับล็อกโลงศพอยู่เลย
ก็เอาเถอะ รถของโบสถ์นี่นะ ก็สมเหตุสมผลดี
"โธ่เอ๊ย! [บ้านแสนสุข] อีกแล้วเหรอ เมื่อวานตอนเย็นก็เพิ่งเจอไปตัวนึง เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว เดือนที่แล้วก็เพิ่งจัดการไปห้าตัวไม่ใช่เหรอ?"
เคธี่วางกระดานวาดรูปไว้ที่เท้า บ่นกระปอดกระแปดพลางบีบสายสะพายถุงผ้าเล่น ขณะที่รถม้าเริ่มเคลื่อนตัว
เคลนท์กับซิสเตอร์ไดอาน่าไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าก็บ่งบอกถึงความเหนื่อยหน่ายพอกัน
[บ้านแสนสุข]... เมื่อวานตอนเย็น...
เย่เฮ่อฉุกคิดขึ้นมาได้ "บ้านต้องสาป" ที่เขาซื้อ ก็มี [บ้านแสนสุข] อยู่ตัวนึงนี่นา
"ช่วงนี้ [บ้านแสนสุข] ระบาดหนักเหรอครับ?"
ปีศาจระดับ 3 ขนาดใหญ่แบบนี้จัดการยากจะตาย แน่นอนว่าหมายถึงสำหรับลูกทีมพวกนี้นะ
เมื่อคืนเย่เฮ่อก็เห็นซากตึกพังยับเยินที่เขตเมืองใต้ น่าจะเป็นผลงานของทีมนี้ตอนไปจัดการ [บ้านแสนสุข] นั่นแหละ
"เยอะมากค่า! เฮ้อ น่าเบื่อชะมัด"
สาวน้อยตะโกนระบายอารมณ์ แล้วก็เหี่ยวลงทันที
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าที่ปิดสนิท แล้วพึมพำกับตัวเอง "เมื่อไหร่... โลกนี้จะไม่มีปีศาจซะทีนะ..."
คำพูดนั้นทำให้เคลนท์เผลอจับกระดุมเสื้อที่อก ซิสเตอร์ไดอาน่าก็กำเชิงเทียนแน่น ก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับปากขมุบขมิบเหมือนกำลังสวดมนต์
ไม่มีใครตอบคำถามเธอ
"ท่านเทพธิดาครับ ท่านมีความเห็นยังไงกับต้นกำเนิดของปีศาจครับ?"
เย่เฮ่อลองถามในใจ
ไม่มีเสียงตอบจากสวรรค์
แต่เย่เฮ่อกลับยิ้มอย่างพึงพอใจ
"หัวหน้าคะ หัวหน้าเป็นบาทหลวง แถมยังได้รับพรจากสวรรค์ พระเจ้าเคยบอกหัวหน้าไหมคะว่าเมื่อไหร่ปีศาจจะหมดไป?"
เคธี่เห็นรอยยิ้มของเย่เฮ่อ นึกว่าเขายิ้มให้คำบ่นพึมพำของเธอ
"หึหึ"
เย่เฮ่อไม่กล้าตอบ เลยเปลี่ยนเรื่องเนียนๆ "พวก... 'อุปกรณ์' ของพวกคุณ ต้องใช้คู่กับปีศาจในตัวเหรอครับ?"
"อันนี้เหรอคะ?"
เคธี่ยกถุงใส่กระดานวาดรูปขึ้นมาโชว์
"เรื่องนี้ผมอธิบายเองครับ หัวหน้าคงรู้จัก 'อุปกรณ์ไสยเวท' ใช่ไหมครับ?"
เคลนท์รับไม้ต่อ เย่เฮ่อพยักหน้า อุปกรณ์ไสยเวท ก็คือสิ่งของที่ปีศาจเคยสิงสู่อยู่
ของพวกนี้ไม่มีชีวิต สร้างอาหารทางอารมณ์ให้ปีศาจไม่ได้ แต่บางทีปีศาจอาจจะออกจากของไม่ได้ หรือแถวนั้นไม่มีคนให้สิง เลยต้องจำศีลอยู่ในของนั้น
พอนานวันเข้า ปีศาจตื่นขึ้นมาไม่ได้ ก็เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งของนั้น กลายเป็น "อุปกรณ์ไสยเวท"
ว่ากันว่าอุปกรณ์ไสยเวทมี "พลังพิเศษ" ตามชนิด จำนวน และระดับของปีศาจที่สิงอยู่ มหัศจรรย์มาก
"หรือว่าที่พวกคุณถืออยู่นี่คืออุปกรณ์ไสยเวท?"
"เอ่อ... ไม่เชิงครับ ที่พวกเราถืออยู่น่าจะเรียกว่า 'กึ่งอุปกรณ์ไสยเวท' หรือเรียกว่า 'ซากปีศาจ' น่าจะถูกกว่า"
"ซาก?"
เย่เฮ่อได้ยินคำศัพท์น่าสนใจ พวกเขากำลังนั่งอยู่บน "รถขนศพ" พอดีเลยนะ
"ใช่ครับ อุปกรณ์พวกนี้เคยเป็นอุปกรณ์ไสยเวทมาก่อน แต่ปีศาจข้างในตายสนิทแล้ว เหลือแค่ 'ซาก' พวกเราสามารถถ่ายเทพลังปีศาจในตัวเข้าไปในอุปกรณ์พวกนี้ เพื่อดึงความสามารถของ 'อุปกรณ์ไสยเวท' ออกมาใช้ได้นิดหน่อย"
ฟังเคลนท์อธิบายจบ เย่เฮ่อก็พยักหน้าเข้าใจ
เก็ทละ
"อุปกรณ์ไสยเวท" ก็เหมือนปืนที่มีกระสุนพร้อมยิง ส่วน "ซาก" ในมือพวกเขา ก็เหมือนปืนไม่มีกระสุน แต่ปีศาจในตัวพวกเขาสามารถแปลงร่างเป็นกระสุนยัดเข้าไปได้ แม้จะ "คนละรุ่น" ทำให้ยิงได้ไม่แรงเท่าของจริง แต่ก็พอยิงออกไปได้
ไม่ว่าโลกไหน มนุษย์ก็สรรหาวิธีใช้ความรุนแรงได้เสมอสินะ
รถม้าวิ่งออกจากตัวเมืองไซดาเวลอย่างรวดเร็ว เสียงอึกทึกในเมืองถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เย่เฮ่อคำนวณระยะทางดู พบว่า "รถขนศพ" คันนี้ทำความเร็วได้ไม่เลวเลย แถมคนนั่งข้างในยังไม่รู้สึกกระเทือนเท่าไหร่ แสดงว่าเวสต์เป็นมืออาชีพจริงๆ
แต่พอพ้นเขตเมือง สภาพถนนก็เริ่มแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อเวสต์ไม่ยอมแตะเบรกเลย
ม้าสามตัวควบตะบึงอย่างเมามัน เวสต์ข้างหน้าเป็นยังไงไม่รู้ แต่ผู้โดยสารข้างหลังต้องเกาะเก้าอี้ที่ยึดติดกับพื้นไว้แน่น ไม่งั้นได้ลงไปกองกับร่องวางโลงศพที่พื้นแน่
พอกระเด้งหัวไปโขกเพดานทีหนึ่ง เคลนท์ก็รีบก้มตัวต่ำลง แล้วส่งยิ้มแห้งๆ ให้เย่เฮ่อที่รู้มาก ก้มตัวหลบมาตั้งแต่แรก
พวกเขาคงไม่ได้นั่งรถคันนี้ครั้งแรก และคงเคยออกนอกเมืองมาก่อน แต่ดูเหมือนเคลนท์จะยังไม่ชินกับรถคันนี้สักที
ซิสเตอร์ไดอาน่าดูอาการยังโอเค แต่เคธี่นี่สิไม่ไหวแล้ว เธอโดนเขย่าจนเมารถ หน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ สงสัยกำลังเวียนหัวคลื่นไส้ และต่อสู้กับมื้อเช้าที่กำลังประท้วงจะออกมาดูโลก
โชคดีที่รถม้าชะลอความเร็วลงก่อนที่เคธี่จะอ้วกแตก แล้วก็ค่อยๆ จอดสนิท
เคลนท์ลากกล่องเชลโล่ แย่งเย่เฮ่อกระโดดลงจากรถม้า รีบไปสัมผัสพื้นดินที่มั่นคง
จริงๆ นะ ความรู้สึกที่ได้ยืนบนพื้นดินมันดีงามมาก ชาติก่อนตอนเย่เฮ่อนั่งเครื่องบินลำเลียงแล้วโดนมิสไซล์สอย ยังไม่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นขนาดนี้เลย
ซิสเตอร์ไดอาน่าประคองเคธี่ลงมา แม่พระธรณีช่วยเยียวยาสาวน้อย ดูท่าทางน่าจะหายดีก่อนเดินไปถึงฟาร์มข้างหน้านั่น
"เวสต์..."
ประโยคแรกที่เคธี่พูดหลังสงบศึกกับมื้อเช้าได้ ก็คือการเรียกชื่อสารถี
"อะไร? เป็นเพราะถนนต่างหาก ตอนอยู่ในเมืองพวกเธอรู้สึกกระเทือนสักนิดไหมล่ะ?"
สารถีหนุ่มพิงผนังรถ เถียงกลับทันควันโดยไม่สะทกสะท้านกับสายตาอาฆาตของเคธี่
เคธี่ทำได้แค่เมินหน้าหนี สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตามสองหนุ่มไปที่ประตูฟาร์มข้างหน้า โดยมีซิสเตอร์ไดอาน่าคอยประกบ
ป่าไม้หนาทึบ เนินหญ้าเขียวขจี มองเห็นแม่น้ำอิมอสไหลผ่านมาจากไซดาเวลอยู่ไกลๆ ภูมิประเทศแถวนี้ถ้าไม่ทำฟาร์มหรือคอกม้าก็เสียของแย่
แต่ฟาร์มตรงหน้าเย่เฮ่อตอนนี้ ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
หญ้าที่สูงเกือบเท่าต้นขาภายในเวลาไม่กี่วัน เพราะไม่มีม้าหรือสัตว์เลี้ยงมาคอยเล็ม กำลังฟ้องว่าฟาร์มนี้มีปัญหา
สายตาเย่เฮ่อกวาดผ่านเนินหญ้า ไปหยุดที่บ้านสไตล์ยุโรปสองชั้นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินหน้าป่า บ้านดูปกติดี แค่เงียบมาก คอกม้ากับโรงนาก็เงียบสนิท
เงียบเกินไป ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีศพ แม้แต่เสียงนกร้องในป่าใกล้ๆ ก็ไม่มี
อ้อ แมลงในกอหญ้าก็ไม่ร้องสักแอะ
"ท่านบาทหลวงเย่เฮ่อ เคลนท์"
คุณเฟลทเดินกะเผลกๆ นำตำรวจจากจัตุรัสไคลน์สองสามนาย ลุยดงหญ้ามาหาพวกเย่เฮ่อที่หน้าประตูฟาร์ม
ขาเขาไม่ได้เจ็บหรอก แต่ใครใส่รองเท้าเกราะเหล็กกับสนับแข้งเหล็กข้างเดียว ก็ต้องเดินท่านี้ทั้งนั้นแหละ
"ไม่ได้เข้าไปดูเหรอ?"
เคลนท์วางกล่องเชลโล่ลง ที่นี่ไม่มีชาวบ้าน สบายตัวขึ้นเยอะ
"อย่าพูดถึงเลย ฉันแจ้งกลับไป บิชอปแอนนาไม่ได้บอกพวกนายเหรอ? ฟาร์มของบ็อบบี้ แอนเซนตันนี่ ไม่มีคนเข้าออกมาร่วมอาทิตย์แล้ว วันนี้เจ้าหน้าที่คริสกับเพื่อนได้รับแจ้งเหตุว่าที่นี่ 'เงียบ' ผิดปกติ ถึงได้มาตามพวกเรา"
คุณเฟลทสรุปสถานการณ์ให้ฟังคร่าวๆ ง่ายๆ คือ [บ้านแสนสุข] ในฟาร์มนี้ "หมักบ่ม" มาหลายวันแล้ว คาดว่าครอบครัวแอนเซนตันและสัตว์ในฟาร์มคงไม่รอดแล้วล่ะ
[จบแล้ว]