เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ปีศาจ

บทที่ 8 - ปีศาจ

บทที่ 8 - ปีศาจ


บทที่ 8 - ปีศาจ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

จูลี่ที่นั่งอยู่บนรถม้าข้างๆ เย่เฮ่อ ยังคงมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่เข้าใจเลยว่าคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

บาทหลวงหนุ่มรูปหล่อ ผู้ใจป้ำควักเงินไม่อั้น เพียงเพื่อจะตามหาผู้ศรัทธามา "นั่งปรับทุกข์"?

เทพธิดาทรงโปรด!

เรื่องดีๆ แบบนี้มีอยู่จริงเหรอเนี่ย!

แถมท่านบาทหลวงไม่ได้พูดเล่น แต่จะจ้างเธอไปเป็นสาวใช้ที่บ้านจริงๆ ด้วย

เทพธิดาทรงโปรด!

เงินเดือนที่เขาเสนอให้ก็ตรงตามที่ตกลงกันไว้ แถมพอรู้ว่าน้องสาวเธอจะมาด้วย ก็เบิ้ลค่าจ้างให้อีกเท่าตัว

เทพธิดาทรงโปรด!

[จูลี่ อิลิส]

เย่เฮ่อมองชื่อที่ลอยอยู่บนหัวจูลี่ด้วยความสงสัย โจนาธานน่ะพอเข้าใจได้ว่ามีพื้นฐานความศรัทธาเดิมอยู่แล้ว แต่แม่สาวผีเสื้อราตรีคนนี้ จู่ๆ กลายมาเป็นผู้ศรัทธาใน [เทพธิดาแสงจันทร์] ได้ยังไงกัน?

อ๋อ อานุภาพของเงินนี่เอง

จุ๊ๆ ท่านเทพธิดาครับ ผมคงไม่ทำให้ท่านต้องรับจ็อบเสริมเป็น "เทพแห่งความมั่งคั่ง" เพิ่มอีกตำแหน่งหรอกใช่มั้ยครับ?

[... (วจนะเทพที่ยาวเหยียดและฟังไม่ได้ศัพท์) ...]

[คำแปล: ถ้าเจ้าทำได้ ข้าจะประทานทุกอย่างที่เจ้าปรารถนา ข้าพูดคำไหนคำนั้น!]

ดูเหมือนท่านเทพธิดาจะตื่นเต้นน่าดู?

เย่เฮ่อแอบเกาหัวแกรกๆ โลกนี้ไม่มีเทพที่ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ เหรอเนี่ย? ถ้าไม่มี... ตัวเขาอาจจะ... ลองดูสักตั้งก็ได้มั้ง?

[... (วจนะเทพที่รัวเร็ว ยาวเหยียด และฟังไม่ได้ศัพท์ยิ่งกว่าเดิม) ...]

[คำแปล: เจ้ามีวิธีจริงๆ เหรอ? ข้าสั่งให้พวกสาวกช่วยเจ้าได้นะ! รีบว่ามาเร็วเข้า!]

ใจเย็นๆ ครับใจเย็นๆ เรื่องนี้ไม่ใช่จะคุยจบได้ในประโยคสองประโยค ผมขอลองดูความเป็นไปได้ก่อน ถ้าเวิร์ก ผมจะค่อยนำเสนอแผนงานให้ท่านพิจารณาอีกที

เทพธิดาเงียบไป แต่เย่เฮ่อรู้ดีว่าท่านใส่ใจเรื่องนี้มาก เพราะในหน้าต่างสถานะส่วนตัวของเขา มีภารกิจพิเศษเด้งขึ้นมาให้เห็นเด่นหรา

[คำขอพิเศษจากเทพธิดา: จงหาวิธีทำให้เทพธิดาได้รับสมญานามเทพ "แห่งความมั่งคั่ง" "เศรษฐกิจ" หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทุกๆ หนึ่งสมญานามที่ทำสำเร็จ จะได้รับรางวัลหนึ่งล้านแต้มศรัทธา]

หนึ่งล้าน... นั่นมันแต้มที่ได้จากการฆ่าปีศาจระดับ "7" ขึ้นไปเลยไม่ใช่เหรอ?

ปีศาจที่โหดที่สุดที่เย่เฮ่อเคยเจอคือระดับ "5" ซึ่งแค่นั้นก็ปั่นป่วนได้ทั้งเมือง หรืออาจจะกินวงกว้างกว่านั้น

ถ้าคำนวณตามบัญญัติไตรยางศ์ ปีศาจระดับ "6" ก็น่าจะสะเทือนจักรวรรดิลอเรนต์ได้ทั้งจักรวรรดิ ส่วนระดับ "7"... เผลอๆ อาจจะล้างโลกได้เลยมั้ง?

คิดดูแล้ว การไปเสี่ยงตายกับปีศาจระดับล้างโลกเพื่อแลกหนึ่งล้านแต้ม สู้หาทางเพิ่มจ็อบให้ท่านเทพธิดาน่าจะคุ้มกว่าเยอะ

น่าลองแฮะ...

รถม้าวิ่งกลับมาถึงฐานที่มั่นของเย่เฮ่อในเขตตะวันออก หรือก็คือบ้านที่เขาเพิ่งซื้อเมื่อบ่ายวันนี้ได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากจัดแจงห้องพักให้จูลี่เรียบร้อย เย่เฮ่อก็เตรียมตัวเข้านอน คืนนี้ถือว่ากำไรไม่น้อย เสียเศษกระดาษไร้ค่าไปนิดหน่อย แต่ได้สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์มาสองคน แถมยังได้โจนาธานมาเป็น "สายข่าว" ในพื้นที่ คอยสืบข่าววงในให้ การเคลื่อนไหวในอนาคตน่าจะสะดวกขึ้นเยอะ เย่เฮ่อพอใจกับความก้าวหน้านี้มาก

"เจ้านายคะ?"

จูลี่เรียกเย่เฮ่อที่กำลังจะเดินจากไปไว้

เย่เฮ่อหันกลับไป เห็นสาวผีเสื้อราตรีทำหน้าขัดเขิน บิดไปบิดมา สรรหาคำพูดอยู่นาน สรุปใจความได้ว่า

"ฉัน... ฉันทราบค่ะว่าสาวใช้ในบ้านขุนนาง... ต้องคอยปรนนิบัติเจ้านายเรื่องบนเตียงด้วย... ไม่ทราบว่า... ท่านต้องการไหมคะ?"

"หึหึ แต่ผมไม่ใช่ขุนนางนี่ครับ"

คำตอบของเย่เฮ่อทำให้จูลี่ก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง คิดว่าตัวเองคงเสนอหน้าเกินงามไปหน่อย

แต่แล้วเย่เฮ่อก็ขยับเข้ามาใกล้ ดึงเธอเข้ามากอดเบาๆ แล้วกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับบทกวี ท่ามกลางสายตาตื่นเต้นของจูลี่ว่า

"แต่ว่า... ถ้าเป็นการร่วมอาบแสงจันทร์ และรอรับรุณรุ่งไปด้วยกัน ผมก็คงปฏิเสธไม่ลงหรอกครับ"

สายตาของจูลี่เริ่มพร่ามัวไปทันที

...

วันที่ 2 สิงหาคม วันพุธ เวลา 08:30 น.

เย่เฮ่อที่มาถึงโบสถ์ก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง ยังคงสวมชุดบาทหลวงชุดเดิม ในมือถือพระคัมภีร์ฉบับพกพา ดูสะอาดสะอ้าน กระฉับกระเฉง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

"หัวหน้าคะ"

ในห้องทำงานมีคนอยู่แค่คนเดียว คือซิสเตอร์ไดอาน่าที่พักอาศัยอยู่ที่โบสถ์ เธอกำลังจัดเอกสารอยู่ พอเห็นเย่เฮ่อเดินเข้ามา เธอก็รีบวางมือและลุกขึ้นยืน

นิ้วชี้และนิ้วกลางของทั้งสองมือชิดกัน แตะที่หน้าท้องเหนือสะดือเล็กน้อย แล้วโค้งคำนับเย่เฮ่อ

นี่คือท่าทำความเคารพแบบเฉพาะของแม่ชีในศาสนจักร [แสงจันทร์] ไม่ใช่ท่าแตะหน้าผาก ไหล่ และหัวใจแบบที่เย่เฮ่อทำ

ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ให้ลองเดินออกไปดูรูปปั้น [เทพธิดาแสงจันทร์] ที่หน้าโบสถ์ดู เพราะรูปปั้นท่านทำท่านี้มองลงมายังโลกมนุษย์เป๊ะๆ

เขาว่ากันว่า "ศรัทธา" คือการเลียนแบบไอดอลที่เรียกว่า "พระเจ้า" อย่างตะกุกตะกัก และการเดินตามอย่างหลับหูหลับตา

ก็น่าจะหมายถึงแบบนี้นี่แหละ

เย่เฮ่อโค้งตอบรับซิสเตอร์ไดอาน่า แล้วก็ทำตัวเสียมารยาทอย่างแรง ด้วยการจ้องมองไปที่หน้าท้องของซิสเตอร์ไดอาน่าตาไม่กะพริบ

แน่นอน ซิสเตอร์ไดอาน่ารู้ว่าเย่เฮ่อกำลังดูปีศาจในตัวเธอ เป็นความห่วงใย ไม่ใช่การจ้องสะดือเธอด้วยความคิดอกุศล

ไม่รู้ท่าน [เทพธิดาแสงจันทร์] คิดอะไรอยู่ ชุดแม่ชีของศาสนจักร [แสงจันทร์] ถึงได้ออกแบบมาเป็นชุดคลุมยาวสีดำที่เปิดโชว์สะดือ ผิวขาวเนียนบริเวณหน้าท้องตัดกับชุดสีดำสนิท ดึงดูดสายตาชะมัด

แถมไอ้ช่องสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดตรงสะดือนี่มันจะไม่กว้างไปหน่อยเหรอ ถ้าเกิดใครขนดกขึ้นมา...

[... (วจนะเทพที่รัวเร็วและเกรี้ยวกราด) ...]

[คำแปล: เจ้าจะไปรู้อะไร! เจ้าคนลามก! นั่นคือสัญลักษณ์ของสายใยแห่งชีวิตในระบบมาเธอร์ต่างหาก!]

ครับๆ ยิ่งใหญ่มากครับ ว่าแต่ท่านเทพธิดาครับ ท่านก็ใส่ชุดแบบนี้เหมือนกันเหรอครับ?

คำถามในใจของเย่เฮ่อเล่นเอา [เทพธิดาแสงจันทร์] ไปต่อไม่ถูก

ก็รูปปั้น [เทพธิดาแสงจันทร์] ข้างนอกนั่น ใส่ชุดมิดชิดจะตายไป

"ฉันไม่เป็นไรแล้วค่ะ ท่านบาทหลวง ต้องขอบคุณท่าน เด็กคนนี้สงบไปนานเลยค่ะ"

ดูเหมือนการแบ่งสมาธิไปคุยกับเทพธิดา จะทำให้เย่เฮ่อจ้องซิสเตอร์ไดอาน่านานเกินไปหน่อย เธอเลยเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาเรื่องตัวเองก่อน

แต่เย่เฮ่อดันไปสะดุดหูกับคำเรียกขานที่น่าสนใจเข้า

"เด็กคนนี้?"

บาทหลวงหนุ่มค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้แม่ชีที่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรผิดไป และเริ่มทำหน้าเลิ่กลั่ก

"ไม่ต้องเกร็งครับ ผมไม่ใช่คนเจ้าระเบียบขนาดนั้น แค่สะดุดใจนิดหน่อยที่ได้ยินแม่ชีอย่างคุณเรียกแบบนั้น"

เย่เฮ่อหาที่นั่งแถวๆ หน้าโต๊ะซิสเตอร์ไดอาน่า แล้วทิ้งตัวลงนั่งในท่าที่สบายตัวที่สุด แผ่รังสีความเป็นมิตรไร้พิษสงออกมาเต็มที่

แม่ชีผู้ใสซื่อต่อโลก โดนความเก๋าเกมของทหารรับจ้างหลอกเข้าเต็มเปา เธอเริ่มผ่อนคลายลง เม้มริมฝีปาก ลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามเย่เฮ่อกลับมาว่า

"ท่านบาทหลวง คิดว่า... ปีศาจ คืออะไรคะ?"

"ไม่รู้สิครับ"

เย่เฮ่อตอบสวนกลับไปทันทีแบบไม่ต้องคิด เล่นเอาซิสเตอร์ไดอาน่าอึ้งไปนิดหนึ่ง

คำตอบนี้ผิดคาดไปไกล ถ้าเป็นคนอื่นในศาสนจักร คงยกแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายว่า ปีศาจคือความสกปรกโสมม คือความชั่วร้ายบริสุทธิ์ คือสิ่งแปดเปื้อนที่ควรกำจัดทิ้งให้สิ้นซากจากโลกใบนี้

แต่เย่เฮ่อตอบว่า "ไม่รู้" แถมสายตาเขายังใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ ไม่ว่าจะต่อความหมายของปีศาจ หรือต่อความศรัทธาของซิสเตอร์ไดอาน่า

จุดนี้ทำให้ซิสเตอร์ไดอาน่าเบาใจลงเปราะหนึ่ง เธอที่กลัวที่สุดคือกลัวเย่เฮ่อจะขมวดคิ้วใส่

"ผมไม่รู้หรอกครับว่าปีศาจคืออะไร พวกมันเกิดมาได้ยังไง หรือทำไมต้องเกิดมา คำถามพวกนี้ไม่มีความหมายสำหรับผม"

เย่เฮ่อขยายความคำตอบของตัวเอง

เรื่องบางเรื่องเขาพูดกับซิสเตอร์ไดอาน่าไม่ได้ จริงๆ แล้วเขามองปีศาจเป็นแค่ "มอนสเตอร์" เท่านั้นแหละ เหมือน "มอนสเตอร์" ในเกมหรือการ์ตูนที่เขาคุ้นเคยในชาติก่อน

ไม่มีใครมานั่งคิดหรอกว่า "มอนสเตอร์" เกิดมาทำไม รู้แค่ว่า ตีมัน ฆ่ามัน แล้วจะได้ค่าประสบการณ์ ได้เงิน ได้ของรางวัล แค่นั้นจบ

เย่เฮ่อก็คิดแบบนั้นแหละ จนกว่าจะมีปีศาจตัวไหนมาคุกเข่าขอชีวิตต่อหน้าเขา เขาถึงจะเริ่มมองว่า "ปีศาจ" เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมิติมากกว่านั้น ไม่งั้นก็เป็นแค่ "มอนสเตอร์" ให้ฟาร์มของ

"ฉัน... ฉันอยู่กับเด็กคนนี้มาปีหนึ่งแล้วค่ะ"

ซิสเตอร์ไดอาน่าเริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง

เวลาหนึ่งปี สำหรับผู้ถูกสิงสู่ ถือว่าไม่ใช่ข่าวดีนัก

เย่เฮ่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขาพอจะเดาได้แล้วว่าซิสเตอร์ไดอาน่าจะพูดอะไรต่อ

"หนึ่งปีมานี้ ฉันพอจะหาวิธีสื่อสารกับเด็กคนนี้ได้บ้างแล้วค่ะ"

เธอลูบหน้าท้องอีกครั้ง ในสายตาของเย่เฮ่อ หัวสีม่วงคล้ำเล็กๆ ครึ่งหัวค่อยๆ โผล่ออกมาจากหน้าท้องเนียนเรียบนั้น

ซิสเตอร์ไดอาน่าลูบหัวปีศาจตนนั้นผ่านอากาศอย่างแผ่วเบา แล้วเล่าต่อ "เด็กคนนี้เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาได้ยังไง รู้แค่ว่าต้องกินความเจ็บปวดถึงจะมีชีวิตอยู่ได้ ถึงจะโตได้ แถมยังต้องเป็น... การปวดท้องด้วย"

อ๋อ [ทารกมาร] สินะ?

จากคำบอกเล่าของซิสเตอร์ไดอาน่า เย่เฮ่อระบุ "สายพันธุ์" ของปีศาจตนนี้ได้ทันที

เทียบกับปีศาจตนอื่น [ทารกมาร] ถือว่าพิเศษหน่อย พวกมันต้องอาศัยร่างผู้หญิงมนุษย์เท่านั้นถึงจะอยู่รอด ไม่งั้นจะสลายไปอย่างรวดเร็ว

เย่เฮ่อเดาว่า ต้นกำเนิดของพวกมันอาจจะมาจากความเจ็บปวดของผู้หญิงตอนทำแท้งในโลกนี้หรือเปล่า?

พวกมันเลยชอบทรมานผู้หญิงที่มันสิงอยู่ให้ปวดท้อง บางเคสหนักๆ ผู้หญิงพวกนั้นเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ถึงขั้นฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ผ่าท้องตัวเองออกมาสดๆ เลยก็มี

แต่สิ่งที่ซิสเตอร์ไดอาน่าพูดต่อมา กลับเหนือความคาดหมายของเย่เฮ่อไปไกล

"แต่ฉันค้นพบว่า พวกเขาไม่ได้กินแค่ความเจ็บปวดได้อย่างเดียวนะคะ ถ้าฉันดูแลเขาดีๆ มอบความรักความเมตตาให้ เขาก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน!"

"คุณหมายความว่า ปีศาจไม่ได้กินแค่อารมณ์ด้านลบของมนุษย์ แต่กินอารมณ์ด้านบวกได้ด้วยงั้นเหรอ?"

"เอ่อ... เป็นแบบนั้นเหรอคะ?"

ข้อสรุปของเย่เฮ่อทำเอาซิสเตอร์ไดอาน่าไปต่อไม่ถูก บาทหลวงที่เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าไม่รู้เรื่องปีศาจ ทำไมจู่ๆ ถึงสรุปความได้คมกริบขนาดนี้?

ความเชื่อในศาสนจักรโลกนี้คือ ปีศาจเท่ากับสิ่งอัปมงคล แต่เย่เฮ่อเคยเจอผู้ถูกสิงสู่นอกศาสนจักรมาเยอะ

ผู้ถูกสิงสู่บางคน ก็อยู่ร่วมกับปีศาจในร่างได้ "กลมกลืน" ดี ชีวิตมีความสุขดีด้วยซ้ำ

แต่บางคนก็เห็นปีศาจเป็นแค่เครื่องมือ หรือไม่ก็เกลียดชังปีศาจเข้ากระดูกดำ พาลเกลียดตัวเองที่ต้องพึ่งพาพลังปีศาจไปสู้กับปีศาจด้วย

ถ้าถามเย่เฮ่อ เขาคงบอกว่า มีชีวิตอยู่ก็ดีถมไปแล้ว จะเอาอะไรนักหนา ใช้ชีวิตให้มันยุ่งยากทำไม

แต่ "ความรู้สึก" ของซิสเตอร์ไดอาน่า เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับปีศาจให้เย่เฮ่อ ถ้าสิ่งที่ซิสเตอร์ไดอาน่าพูดเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เพราะอาการทางจิตแบบสตอกโฮล์มซินโดรม แล้วล่ะก็ ต้นกำเนิดและอนาคตของปีศาจก็น่าสนใจขึ้นมาทันที

เย่เฮ่อสังเกตซิสเตอร์ไดอาน่าอย่างละเอียด โดยเฉพาะแววตาตอนที่เธอมอง [ทารกมาร] ที่หน้าท้อง มันดูสงบ และอ่อนโยนเป็นปกติ ไม่เหมือนคนที่มีอารมณ์แปรปรวน

ถ้าไม่ใช่สตอกโฮล์มซินโดรม และถ้าข้อสันนิษฐานของซิสเตอร์ไดอาน่าถูกต้อง เป็นไปได้ไหมว่าโลกนี้อาจมีปีศาจที่กินความรู้สึกด้านบวกของมนุษย์เป็นอาหารหลัก?

แล้วปีศาจแบบนั้น จะยังเรียกว่า "ปีศาจ" ได้อยู่ไหมนะ?

ความคิดบางอย่าง เย่เฮ่อไม่กล้าให้มันผุดขึ้นมา เพราะมีเทพธิดาองค์หนึ่งคอยส่องเขาอยู่ตลอดเวลา

"เอาล่ะ ถ้าคุณคุมมันอยู่ และทำให้มันดีกับคุณได้ ก็ถือเป็นเรื่องดีครับ ผมรู้แค่นี้ก็พอแล้ว"

เย่เฮ่อพูดจบก็หันไปมองประตูห้องทำงาน เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแล้ว

สองวินาทีต่อมา เคธี่ที่เดินตัวปลิวกับเคลนท์ที่เดินขาลาก ก็เดินเข้ามาในห้อง

"โอ้! หวัดดีค่ะหัวหน้า!"

"ครับ อรุณสวัสดิ์"

สาวน้อยพลังล้นเหลือแบบนี้เย่เฮ่อก็ชอบเหมือนกัน

"หัวหน้าครับ"

เคลนท์พยักหน้าให้เย่เฮ่อพร้อมรอยยิ้ม หน้าเขาซีดเซียวดูไม่ค่อยแข็งแรง เหมือนเพิ่งโดนปีศาจในตัวอาละวาดใส่ แต่เย่เฮ่อกลับไม่เห็นความ "โล่งใจ" ในแววตาเขาเลย กลับดูตื่นตัวแปลกๆ

"หัวหน้าคะ โต๊ะประจำตำแหน่งของคุณอยู่ตรงนี้ค่ะ แต่ถ้าจะแลกกับฉัน ฉันก็ไม่ติดนะ"

เคธี่ยิ้มเผล่เข้ามาหา ชี้ไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่เบิ้ม แล้วชี้กลับมาที่โต๊ะเล็กๆ ที่เย่เฮ่อนั่งทับที่เธออยู่

เธอขัดจังหวะเย่เฮ่อที่กำลังแอบสังเกตเคลนท์ เย่เฮ่อถึงเพิ่งเห็นว่าบนโต๊ะที่เขานั่ง มีของเล่นเด็กผู้ชายวางอยู่

เมื่อก่อนเคธี่เป็นทอมบอยเหรอเนี่ย?

"ฝันไปเถอะ"

เย่เฮ่อพูดติดตลกพลางลุกคืนที่ให้เคธี่ แล้วถือโอกาสยื่นมือไปขยี้หัวเคธี่ผ่านหมวกเด็กส่งหนังสือพิมพ์

จังหวะที่มือสัมผัสหมวก แวบหนึ่งเย่เฮ่อรู้สึกถึงสัมผัสลื่นๆ น่าขยะแขยง แต่แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นสัมผัสปกติ

เคธี่กะพริบตาปริบๆ สมกับเป็นหัวหน้า แค่แตะนิดเดียวก็สยบ "ผม" ของเธอได้อยู่หมัด

"ของคุณคือ... [สาหร่ายจมน้ำ] เหรอ?"

"คือ [คนแขวนคอ] ต่างหากเล่า!"

เคธี่รู้ว่าเย่เฮ่อถามถึงปีศาจของเธอ เธอก็เหมือนกับซิสเตอร์ไดอาน่า คือไม่ได้รังเกียจปีศาจในตัวเท่าไหร่ เลยตอบเย่เฮ่อไปอย่างเปิดเผย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - ปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว