เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ราตรีอันเงียบสงบ

บทที่ 7 - ราตรีอันเงียบสงบ

บทที่ 7 - ราตรีอันเงียบสงบ


บทที่ 7 - ราตรีอันเงียบสงบ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"ไง จูลี่ นี่ 'แฟนใหม่' ของเธอเหรอ? ไง! พ่อหนุ่มรูปหล่อ รับ 'แบล็คแจ็ค' เรียกน้ำย่อยสักแก้วไหม?"

"เลิกอวด 'แบล็คแจ็ค' ของนายได้แล้ว รีบเอาเหล้าใน 'ลิ้นชัก' ออกมาขวดนึงเร็วเข้า!"

นี่คือข้อดีของการหนีบ "คนพื้นที่" มาด้วย แถมธนบัตรที่ยัดใส่มือไปยังมีเลข "0" ต่อท้ายอีกต่างหาก

ผีเสื้อราตรียี่ห้อ "จูลี่" ช่วยให้เย่เฮ่อเข้ามานั่งในบาร์ได้อย่างกลมกลืน ไม่เป็นที่สะดุดตาจนเกินไป แถมยังได้จิบเหล้าชั้นดีที่ไม่ได้ผสมน้ำจนจืดชืด

"ก็ได้ๆ! แก้วแรกฉันเลี้ยงเอง!"

บาร์เทนเดอร์ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ทันที แขกที่จูลี่พามาคนนี้ "เกรด" ไม่ธรรมดา เป็น "ลูกค้าชั้นดี" ที่มีกำลังจ่ายไม่อั้น!

เขาเปิดลิ้นชักหยิบขวดเหล้าที่ถูกฉีกฉลากออกแล้วขึ้นมาจริงๆ รินใส่แก้วไม้ที่วางอยู่ตรงหน้าเย่เฮ่อจนท่วมก้อนน้ำแข็ง

ในโลกยุคนี้สมัยนี้ เย่เฮ่อไม่กล้าคาดหวังกับรสชาติสุรามากนัก มีน้ำแข็งใส่มาให้ก็ถือว่าหรูแล้ว

"หือ? ไม่เลวนี่!"

แค่จิบแรก เย่เฮ่อก็อดชมไม่ได้ ทำเอาบาร์เทนเดอร์ยิ้มหน้าบาน

รสสัมผัสนุ่มลื่นและเย็นฉ่ำของเหล้าแก้วนี้ แม้จะไม่ถึงขั้นวิเศษเลิศเลอ แต่ก็ดีกว่าไวน์จืดชืดเมื่อตอนมื้อเที่ยงแบบคนละเรื่อง เย่เฮ่อเลยเลื่อนธนบัตรใบหนึ่งไปให้บาร์เทนเดอร์ พร้อมรอยยิ้ม

"วางขวดไว้เถอะ"

"ได้ครับๆ! ยกให้คุณทั้งขวดเลย!"

ถึงจะเป็นเหล้าดี แต่ราคาก็แค่สิบปอนด์ทองคำ ธนบัตรที่พ่อหนุ่มชาวตะวันออกยื่นมาให้มันตั้ง "50" ปอนด์ทองคำ บาร์เทนเดอร์เลยรีบวางขวดเหล้าไว้ข้างมือเย่เฮ่อทันที

จูลี่หรี่ตามองเล็กน้อย จนกระทั่งบาร์เทนเดอร์ส่งสัญญาณมือบอกว่า "มีส่วนแบ่งของเธอด้วย" เธอถึงกลับมายิ้มหวานหยาดเยิ้มได้เหมือนเดิม

ภายในบาร์อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ราคาถูกและกลิ่นเหงื่อไคล เสียงตะโกนโหวกเหวกจากโต๊ะพนัน ดังคลอไปกับเสียงหัวร่อต่อกระซิกของเหล่าผีเสื้อราตรีในมุมมืดที่แสงตะเกียงไอน้ำส่องไปไม่ถึง ทุกอย่างดูผสมผสานกลมกลืนกันในแบบของมัน

หลังจากรินเหล้าให้จูลี่แก้วหนึ่ง เย่เฮ่อก็แอบคว้ามือจูลี่ที่ใต้โต๊ะบาร์ แล้วจับยัดเข้าไปในเสื้อของเขา ทำเอายุวจูลี่สะดุ้งตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นตะลึง

อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เย่เฮ่อจับมือเธอใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทด้านใน ให้เธอได้สัมผัสกับปึกธนบัตรใหม่เอี่ยมที่เรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ

แค่สัมผัส จูลี่ก็แยกแยะได้ทันทีว่านั่นคือธนบัตรใบละ 50 ปอนด์ทองคำล้วนๆ แถมยังเป็นของจริง ไม่ใช่เศษกระดาษไร้ค่า

เธอมองเย่เฮ่อราวกับเห็นเทพเจ้าผู้ประทานพรลงมาโปรด

"แก๊งเปียสกปรก?"

เย่เฮ่อกระซิบถามชื่อแก๊งนี้เบาๆ เชิงตั้งคำถาม แล้วดึงธนบัตรใบหนึ่งจากในกระเป๋า ยัดใส่มือที่กำลังสั่นระริกของจูลี่

"ใช่"

จูลี่ที่เข้าใจงานรีบขยับตัวเข้าไปแนบชิดเย่เฮ่อ ซบหัวลงบนไหล่เขา แล้วกระซิบตอบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน

"เปียสกปรก เป็นแก๊งเก่าแก่ของไซดาเวล โจนาธานเป็นคนคุมแถบนี้ คนที่ทัดบุหรี่ที่หู กำลังเตรียมโกงไพ่อยู่คนนั้นแหละ"

"อืม ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องครึกครื้นเยอะนะ?"

ความหมายของเย่เฮ่อคือ ช่วงนี้ในไซดาเวลมีข่าวอะไร "เด็ดๆ" บ้าง

จูลี่ชะงักไปนิดหนึ่ง แต่สัมผัสของธนบัตรในมือก็ช่วยเตือนสติเธออย่างรวดเร็วว่าเย่เฮ่อกำลังถามหาข่าวสาร

"มีผู้อพยพมาจากทางเหนือเยอะมาก พวกเด็กๆ กับผู้หญิงที่ไว้ 'เปียสกปรก' ก็เลยมีเยอะขึ้นตามไปด้วย"

หมายความว่าแก๊งเจ้าถิ่นพวกนี้ รับเอาผู้อพยพมา "ใช้งาน" สินะ?

เย่เฮ่อไม่พูดอะไร แต่ใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่นิ้วมือของจูลี่ เป็นสัญญาณให้พูดต่อ

"เมื่อตอนเย็น ท่อส่งไอน้ำที่ถนนสายสองเขตใต้ระเบิด? ช่วงนี้คุณภาพท่อส่งไอน้ำแย่ลงเรื่อยๆ ระเบิดบ่อยมาก"

แสดงว่าแม้แต่คนระดับล่างอย่างพวกเธอก็เริ่มสังเกตเห็น "อุบัติเหตุ" ที่ถี่ขึ้น จนเกือบจะระแคะระคายเรื่องปีศาจ หรือไม่ก็... อาจจะรู้เรื่องปีศาจอยู่แล้วหรือเปล่า?

เย่เฮ่อยังคงเคาะนิ้วที่มือจูลี่ต่อไป

จูลี่พยายามขุดคุ้ยสมอง ร่ายยาวทุกหัวข้อสนทนาและข่าวลือที่พวกผีเสื้อราตรีชอบเม้าท์มอยกันออกมาจนหมดไส้หมดพุง เย่เฮ่อถึงได้ยัดธนบัตรเพิ่มให้เธออีกใบ

จากนั้น เย่เฮ่อก็ถามคำถามถัดไป "มีวิธีไหนที่จะทำให้ฉันได้อยู่กับโจนาธานตามลำพังไหม"

คราวนี้จูลี่เริ่มลังเล เธอเข้าใจความหมายของเย่เฮ่อดี เขาต้องการคุยกับโจนาธานเป็นการส่วนตัว

ถ้าเย่เฮ่อใช้วิธี "เอามือล้วงกระเป๋า" แบบนี้กับโจนาธาน ทุกฝ่ายก็แฮปปี้ ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าโจนาธานเกิดโลภมาก หรือเย่เฮ่อไม่ได้ใช้วิธีที่เป็นมิตรแบบนั้น แล้วเกิดปะทะกันขึ้นมา สุดท้ายเรื่องอาจจะซัดทอดมาถึงตัวเธอได้

"หึหึ" เย่เฮ่อคราวนี้ยัดธนบัตรทั้งปึก ปึกหนาๆ ทั้งหมดนั่น ใส่มือจูลี่ เล่นเอาเธอสั่นไปทั้งตัว สายตาเริ่มพร่ามัว

ต่อให้เธอขายตัวในเขตเมืองใต้ทั้งปี ก็ยังหาเงินได้ไม่เยอะขนาดนี้เลยมั้ง?

"อึก"

ขณะที่จูลี่กลืนน้ำลาย เตรียมจะถวายหัวรับใช้เย่เฮ่อ เขาก็กระซิบข้างหูเธอว่า

"ฉันเพิ่งย้ายมาไซดาเวล ที่บ้านกำลังต้องการสาวใช้ นี่คือค่าจ้างล่วงหน้าหนึ่งเดือน"

นี่คือ... ทางรอด!?

เย่เฮ่อกำลังมอบทางรอดที่ดีกว่าให้จูลี่ ความหมายของเขาคือ ไม่ว่าเขาจะมีเรื่องกับโจนาธานหรือไม่ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เขาจะพาจูลี่หนีไป จะไม่ปล่อยให้เธอโดนแก๊งเปียสกปรกตามมาเอาเรื่อง

จูลี่เม้มปากแน่น

เธอไม่ได้โง่ ย่อมรู้ดีว่าคำพูดของเย่เฮ่อไม่มีหลักประกันอะไรเลย อยู่ที่ว่าเธอจะกล้าเสี่ยงเชื่อใจเขาไหม

แต่เงินปึกหนาในมือนี่มันเยอะมากจริงๆ เธอแอบนับในใจมาตั้งนานยังนับไม่หมดเลย!

"ฉัน... มีน้องสาวอีกคน ที่บ้านคุณ จ้างสาวใช้สองคนได้ไหม?"

ขณะพูด จูลี่ก็ดึงมือออกมาจากกระเป๋าเสื้อเย่เฮ่อ โดยไม่หยิบเงินส่วนที่เธอควรจะได้ออกมาด้วยซ้ำ

เธอมองเย่เฮ่ออย่างลุ้นระทึก เธอไม่กล้าเชื่อใจผู้ชายคนนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอจึงใช้วิธีของเธอในการทดสอบเขา

"มีน้องสาวอีกคน" เป็นการเตือนเย่เฮ่อว่าเธอไม่ใช่ "ของเล่นชั่วคราว" ที่ไม่มีใครไยดี และเป็นการบอกที่มาที่ไปของเธอ

ส่วน "จ้างสาวใช้สองคน" คือการถามว่า เย่เฮ่อจะคุ้มครองทั้งเธอและน้องสาวได้จริงไหม

ถ้าเย่เฮ่อจ้างพวกเธอ คุ้มครองพวกเธอได้ การที่เธอจะรับใช้เขาก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

เย่เฮ่อยังคงท่าทีสบายๆ เขาแตะปีกหมวก ส่งยิ้มละลายใจให้เธอ

"ได้สิ"

"ตกลง ชั้นสาม ห้องกุหลาบ"

พูดจบ จูลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ กระดกเหล้าตรงหน้าจนหมดแก้ว แล้วเดินตรงเข้าไปหากลุ่มผู้ชายที่โต๊ะพนัน

เย่เฮ่อชำเลืองมองบาร์เทนเดอร์ที่ไม่ได้สนใจพวกเขาเลยสักนิด แล้วเดินขึ้นบันไดไปเงียบๆ

ชั้นสองของบาร์ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นและเสียงแห่งราคะ ชั้นสามก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่แต่เงียบกว่าหน่อย เย่เฮ่อมองหาห้องที่มีดอกกุหลาบแขวนอยู่ที่ประตูเจอได้ไม่ยาก ประตูไม่ได้ล็อก เขาจึงเปิดเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

ในห้องไม่มีคน ตะเกียงไอน้ำเปิดสว่างจ้า มีเตียงใหญ่หนึ่งเตียง กับห้องน้ำเล็กๆ ที่กั้นห้องไว้ นั่นคือทั้งหมดของห้องนี้ เย่เฮ่อเลยนั่งลงที่ขอบเตียงฝั่งที่ดูสะอาดหน่อย นั่งรออย่างเงียบเชียบ

"ฮ่าๆๆ! ฉันชนะอีกแล้วเว้ย!"

โจนาธานดึงบุหรี่มวนที่ทัดหูอยู่ออกมาคาบไว้ที่ปาก แล้วกวาดเงินกองโตบนโต๊ะเข้ามาหาตัว

นักพนันร่วมโต๊ะตาแดงก่ำด้วยความเสียดาย แต่กว่าจะได้เงินค่าแรงวันพรุ่งนี้ตอนเย็น พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะนี้อีกแล้ว

"ว้าว! โจนาธาน คุณเก่งจังเลย!"

จูลี่เบียดตัวเข้ามาแนบชิด กล่าวคำชมเชยที่ทำให้โจนาธานยิ่งคึกคะนอง

"ฮ่าๆๆ จูลี่ ฉันก็เก่งแบบนี้ตลอดแหละน่า เฮ้..."

โจนาธานสังเกตเห็นผีเสื้อราตรีสุดสวยส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ เขาเลียริมฝีปาก เกมพนันวันนี้จบแล้ว เหล้าก็ดื่มไปเยอะ เงินก็ตุงกระเป๋า ได้เวลาไปผ่อนคลายเส้นประสาทในที่อื่นบ้างแล้ว

"จูลี่ เรื่องอื่นฉันเก่งกว่านี้อีกนะ อยากลองพิสูจน์ไหมล่ะจ๊ะ? ฮ่าๆๆ"

โจนาธานผู้หน้ามืดตามัวเริ่มลวนลามจูลี่

ถ้าเป็นเวลาปกติ จูลี่คงไม่เอาตัวเข้ามาใกล้ขนาดนี้ และไม่อยากรับงานของโจนาธานด้วย เพราะไอ้สารเลวนี่ชอบใช้อิทธิพลในแก๊งเบี้ยวค่าตัว ชื่อเสียในหมู่สาวๆ เหม็นโฉ่ไปหมด

แต่วันนี้ไม่เหมือนกัน จูลี่หยอกล้อกับโจนาธานพลางทำทีเป็นเอื้อมมือไปหยิบเงินในกองตรงหน้าเขา

โจนาธานเห็นจูลี่ติดกับ ก็กวาดเงินทั้งหมดใส่อ้อมอกจูลี่ แล้วอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิง หัวเราะร่าเดินขึ้นบันไดไป

คนอื่นๆ ได้แต่จ้องมองแผ่นหลังของโจนาธานด้วยความอิจฉาริษยาและคับแค้นใจ

พอถึงชั้นสอง โจนาธานเห็นคน "แน่น" ไปหมด เลยเดินขึ้นชั้นต่อไปอย่างรู้งาน

พอถึงชั้นสาม เขาก็ชักจะอุ้มจูลี่ไม่ไหว วางสาวงามที่กำลังนับเงินลง เขาปาดเหงื่อแล้วถามจูลี่ "ไปๆๆ ที่รัก เราจะเข้าห้องไหนดี?"

จูลี่ทำท่าเหมือนสนใจแต่เงินในมือ ชี้ส่งๆ ไปที่ห้องที่มีดอกกุหลาบแขวนอยู่ไม่ไกล

โจนาธานไม่ทันได้คิดอะไรมากลากแขนจูลี่ พุ่งไปที่หน้าห้องอย่างรีบร้อน แนบหูฟังวินาทีเดียวเพื่อเช็คว่าไม่มีเสียงคน ก็ผลักประตูเข้าไปทันที

"เธอไปรอที่เตียงก่อนนะ เดี๋ยวฉันอาบน้ำแป๊บ"

ชายหนุ่มสั่งเสร็จสรรพ ทันใดนั้นสัญชาตญาณความระแวงก็ทำงาน เขาหันกลับไปปิดประตูและลงกลอน พอเงยหน้าขึ้นมา ก็ต้องจ๊ะเอ๋กับเย่เฮ่อที่นั่งรออยู่ปลายเตียง

ชายหนุ่มหน้าตี๋แปลกหน้าที่นั่งอยู่ในห้องทำเอาโจนาธานชะงักกึก เขาหันไปดูรอบห้องจนแน่ใจว่าไม่มีพวกมาด้วย ถึงได้ตะคอกใส่เย่เฮ่อ

"แกเป็นใคร? ช่างเถอะ ไม่ว่าแกเป็นใคร ถ้าไม่มีธุระก็ไสหัวไปซะ"

"คุณคือโจนาธานใช่ไหม?"

เย่เฮ่อสำรวจผู้ชายตรงหน้าอย่างใจเย็น เสื้อเชิ้ตที่หน้าอกยับยู่ยี่และสกปรก กระดุมหลุดหายไปหลายเม็ดเผยให้เห็นขนหน้าอกรุงรัง หนวดเครารกครึ้ม สีหน้าดูไม่ค่อยแข็งแรง แววตายังมีความดีดจากสารกระตุ้น ดูแล้วไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่ผู้ถูกสิงสู่ เป็นแค่อันธพาลกระจอกๆ คนหนึ่ง

"แกรู้จักฉัน? แกเป็นใคร?"

จากท่าทีและคำถามของเย่เฮ่อ โจนาธานพอจะรู้สึกลึกๆ ได้ว่าไอ้หนุ่มนี่ไม่ได้มาดีแน่ๆ

เขารีบคว้ามือไปที่เอวด้านหลัง แต่คว้าน้ำเหลว มีดพกประจำตัวไม่รู้หล่นหายไปไหน

แต่เขายังกำหมัดแน่น ยกไหล่ขึ้น พยายามเบ่งกล้ามทำท่าทางดุดัน พร้อมบวก หวังจะข่มไอ้หนุ่มหน้ามนตรงหน้าให้กลัว

"หึหึ"

เย่เฮ่อหยิบตราสัญลักษณ์ของศาสนจักร [แสงจันทร์] ออกมาจากเสื้อโค้ท โชว์ให้โจนาธานดู

"คนของศาสนจักร?"

รังสีอำมหิตของโจนาธานฝ่อลงทันตาเห็น โชคร้ายที่คนในครอบครัวเขาทุกคนเป็นสาวกของศาสนจักร [แสงจันทร์] แม้ตัวเขาจะไม่ได้เข้าโบสถ์มาหลายปีแล้ว แต่เขาก็ยังนับว่าเป็นผู้ศรัทธาใน [เทพธิดาแสงจันทร์] ระดับเบื้องต้นอยู่

"ไม่ต้องเกร็ง โจนาธาน ผมไม่ได้มาร้าย ผมคือบาทหลวงเย่เฮ่อที่เพิ่งย้ายมาประจำที่ไซดาเวล คุณสามารถไปตรวจสอบสถานะของผมที่โบสถ์ได้ทุกเมื่อ มาสิ นั่งลงก่อน"

พอได้ยินเย่เฮ่อ "แนะนำตัว" โจนาธานกลับยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ผู้ศรัทธาที่ห่างเหินศาสนาอย่างเขา กลัวที่สุดคือการที่บาทหลวงมาเคาะประตูถึงบ้าน

เพราะคนที่ดิ้นรนในสังคมอันโหดร้ายมานานอย่างพวกเขา รับมือกับ "ความเมตตา" และ "คำตักเตือนด้วยความหวังดี" ของพวกบาทหลวงไม่ค่อยไหว

เย่เฮ่อเองก็คาดไม่ถึงว่าโจนาธานจะเป็นสาวกของเทพธิดา เขาไม่เห็นชื่อแสดงสถานะบนหัวของโจนาธานด้วยซ้ำ

แต่ไม่ว่าศรัทธาของโจนาธานจะบางเบาแค่ไหน การมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันแบบนี้ ก็ทำให้คุยกันง่ายขึ้นเยอะ

โจนาธานที่ทำท่าจะเปิดประตูหนีแก้เขิน หันไปเห็นจูลี่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ที่ประตู

ถ้าขืนให้จูลี่เอาไปโพทะนาว่าเขาหนีหางจุกตูดเพราะเจอหน้าบาทหลวง มีหวังเขาหมดอนาคตในย่านนี้แน่

กัดฟันสู้ใจ โจนาธานจำต้องเดินย่องๆ เข้ามานั่งลงข้างเย่เฮ่ออย่างกล้าๆ กลัวๆ

"หึหึ สิ่งนี้อาจจะช่วยให้คุณใจเย็นลงได้บ้าง"

เย่เฮ่อล้วงปึกธนบัตรออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือโจนาธานท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเจ้าตัว

"โอ้! พระช่วย! โอ้! เทพธิดาทรงโปรด! ท่านบาทหลวง... ผม... นี่มัน..."

สัมผัสอันยอดเยี่ยมทำให้โจนาธานไม่อยากปล่อยมือ แต่นี่เป็นเงินที่ "ร้อน" และ "หนัก" มากเพราะมาจากมือบาทหลวง โจนาธานเลยไม่กล้ากำมันไว้แน่น

จูลี่เงยหน้ามองแวบหนึ่ง พอเห็นว่าเย่เฮ่อล้วงเงินมาจากคนละกระเป๋ากับที่เธอล้วง เธอก็เลิกสนใจ

แต่พ่อหนุ่มชาวตะวันออกผู้มั่งคั่งคนนี้ ดันเป็นบาทหลวงของศาสนจักร ความจริงข้อนี้เล่นเอาจูลี่ไปไม่เป็นเหมือนกัน

เมื่อกี้ เธอกับท่านบาทหลวง "แนบชิด" กันเพื่อ "ซื้อขาย" ข้อมูลเนี่ยนะ?

ตอนนั้นเขาไม่เห็นจะเหมือนบาทหลวงตรงไหนเลย! เหมือนพวกแก๊งอันธพาลซะมากกว่า!

"เอาล่ะ โจนาธาน ผมแค่มีเรื่องอยากจะถามคุณนิดหน่อย เทพธิดาทรงโปรด เงินพวกนี้เป็นแค่ค่าตอบแทนที่คุณสละเวลามาให้ผม ไม่ต้องกังวล รับไว้เถอะครับ สบายใจได้"

คำว่า "เทพธิดาทรงโปรด" ของเย่เฮ่อ เรียกสติโจนาธานกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขากลืนน้ำลาย "เอื๊อก" พยักหน้าให้เย่เฮ่ออย่างจริงจัง แล้วยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะหันมาพูดกับเย่เฮ่ออย่างว่านอนสอนง่ายสุดๆ ว่า

"เทพธิดาทรงโปรด ท่านบาทหลวงมีอะไรจะถามก็เชิญเลยครับ ผมสาบานว่าจะไม่ปิดบังและจะไม่โกหกแม้แต่คำเดียว!"

[โจนาธาน มอร์ริสัน]

เย่เฮ่อมองชื่อที่ปรากฏขึ้นบนหัวของโจนาธาน แล้วรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งกว้างขึ้นอย่างเบิกบานใจ

"ดีมาก"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - ราตรีอันเงียบสงบ

คัดลอกลิงก์แล้ว