เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 การขุนเจ้าเต่า

บทที่ 13 การขุนเจ้าเต่า

บทที่ 13 การขุนเจ้าเต่า


บทที่ 13 การขุนเจ้าเต่า

เหล่าหวังและเกาอีเดินทางกลับมาก่อน โดยครั้งนี้พวกเขาได้รับคนงานชั่วคราวมาได้สิบคนพอดี

คนกลุ่มนี้ล้วนเป็นวัยฉกรรจ์ที่ดูแข็งแรง ไม่มีเด็กหรือคนชราปะปนมาด้วย ซึ่งทำให้เจียงชิงค่อนข้างพอใจ หากเหล่าหวังดึงดันจะเอาคนแก่หรือเด็กเข้ามาด้วย เจียงชิงก็คงจะไม่ค้านอะไรออกไป แต่อย่างไรเสียเขาก็คงรู้สึกไม่สบายใจนัก

"เราจะเริ่มงานกันวันนี้เลย ทางกองทัพอนุมัติเรียบร้อยแล้ว"

เมื่อเห็นว่าทุกคนมากันครบแล้ว เจียงชิงจึงกล่าวขึ้น

"ดีเลย!"

"แล้วเงื่อนไขของทางศูนย์พักพิงคืออะไรล่ะ?"

เกาอีไม่เชื่อว่าทางศูนย์พักพิงจะใจดีช่วยเหลือพวกเขาฟรีๆ โดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน

"พวกเขามีเงื่อนไขว่าในอีกสามวันต้องได้เห็นเจ้าเต่าเพื่อยืนยันว่ามันมีอยู่จริง แต่ผมคิดว่าคงมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงด้วย ไว้ถึงตอนนั้นเราค่อยว่ากันอีกที"

"ถ้าอย่างนั้นก็รีบเถอะ คนที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกบอกว่ามีวี่แววการเคลื่อนไหวขนาดยักษ์ของพวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ในเมืองยวิ๋นโจว ซึ่งมันห่างจากพวกเราไปแค่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น!"

คราวนี้เหล่าจางเป็นคนพูด ข่าวที่เขาไปสืบมาได้ในวันนี้ดูจะไม่สู้ดีนัก

"ว่าไงนะ?"

"พวกสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ยกโขยงออกจากเมืองแล้วหรือ?"

คนอื่นๆ ถึงกับลุกพรวดขึ้นทันทีที่ได้ยิน พวกเขายังไม่ทันได้พักหายใจให้หายเหนื่อยเพียงไม่กี่วัน เรื่องใหม่ก็ประดังเข้ามาอีกแล้ว!

"เรื่องจริงครับ ผมได้ยินมาว่าพวกเขาส่งคนไประเบิดสะพานจังหวัดเมยลี่ทิ้งแล้ว นั่นน่าจะช่วยถ่วงเวลาพวกมันได้สักพัก!"

"เร็วขนาดนั้นเลย!"

เจียงชิงมองไปยังท้องฟ้าอันไกลโพ้นพลางจมอยู่ในภวังค์ เพราะตัวเขาเองก็เพิ่งหนีตายมาจากเมืองยวิ๋นโจวเช่นกัน

ช่วงบ่าย รถบรรทุกของเจียงชิงที่มีสมาชิกทุกคนนั่งมาด้วยกันขับนำทางไปบนทางหลวง โดยมีรถขนส่งของกองทัพขับตามหลังมา ภายในรถบรรทุกซากของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ถูกทหารสังหารมาเต็มคันรถ

เนื่องจากระยะทางไม่ไกลนัก หลังจากขับมาได้เพียงสิบนาทีรถทั้งหมดก็หยุดลง เจียงชิงให้พวกทหารเทซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทิ้งไว้ที่ริมถนน ส่วนที่เหลือพวกเขาจะจัดการเอง

หลังจากรถของกองทัพแล่นกลับไป เจียงชิงก็ตะโกนบอกคนงานชั่วคราวเสียงดัง "หน้าที่ของพวกคุณในวันนี้คือย้ายซากพวกนี้ทั้งหมดเข้าไปในหุบเขาตรงโน้น เราต้องทำให้เสร็จก่อนมืด!"

"ไม่มีปัญหาครับ!"

"คอยดูฝีมือพวกผมได้เลย!"

"ขอแค่มีข้าวให้กินอิ่มเถอะครับ อย่าว่าแต่ย้ายซากเลย ให้ไปฟาดกับพวกมันผมก็ไม่กลัว!"

“...”

เมื่อเจียงชิงพูดจบ คนงานชั่วคราวหลายคนก็เริ่มลงมือทำงานกันอย่างคึกคัก โดยทิ้งให้เกาเหวินคอยเฝ้ารถ และคนอื่นๆ คอยระวังความเคลื่อนไหวรอบข้าง ส่วนเจียงชิงจำเป็นต้องเข้าไปในป่าเพื่อเรียกเจ้าเต่ามา

ตำแหน่งที่พวกเขามาในแต่ละครั้งไม่เคยซ้ำกันเลย เกาอีและคนอื่นๆ พอจะเข้าใจว่าเจียงชิงมีวิธีพิเศษในการตามหาเจ้าเต่า แต่พวกเขาก็ไม่เคยเอ่ยปากถาม และเลือกที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตนเองไป

เมื่อเข้าไปในป่า เจียงชิงก็พบเจ้าเต่าได้อย่างรวดเร็ว เจ้านี่ตัวโตขึ้นกว่าเดิมไม่น้อยหลังจากที่ได้ย่อยซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่เจียงชิงนำมาให้เมื่อวาน

ตอนนี้ลำตัวของมันน่าจะยาวกว่าสองเมตรและกว้างประมาณหนึ่งเมตรครึ่ง จุดสูงสุดของกระดองสูงถึงระดับหน้าอกของเจียงชิง กลายเป็นเต่ายักษ์ไปเสียแล้ว แต่มันก็ยังห่างไกลจากความพึงพอใจของเขานัก เจียงชิงคิดว่ามันต้องตัวใหญ่พอๆ กับรถบรรทุกถึงจะพอปกป้องตัวเองได้

เมื่อเจียงชิงพาเจ้าเต่าเดินเข้ามาในหุบเขา มันได้สร้างความแตกตื่นไปทั่ว ในบรรดาคนงานชั่วคราวมีเพียงคนของหวังจงสองคนเท่านั้นที่เคยเห็นเจ้าเต่ามาก่อน ส่วนคนอื่นๆ ต่างพากันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเต่ายักษ์ตัวนี้ปรากฏขึ้นกะทันหัน

"นั่นตัวอะไรน่ะ!"

"คุณพระช่วย ทำไมมันโตเร็วขนาดนี้!"

"โอ้พระเจ้า!"

"ให้ตายเถอะ เต่าอะไรจะตัวใหญ่ปานนี้!"

“...”

"เงียบๆ หน่อย จะกลัวอะไรกัน? นั่นสัตว์เลี้ยงของน้องชายเจียง!"

ในตอนนั้นเหล่าหวังตะโกนใส่คนเหล่านั้น แม้ว่าตัวเขาเองจะรู้สึกอัศจรรย์ใจไม่แพ้กันที่เห็นเจ้าเต่าเติบโตขึ้นมากขนาดนี้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

"อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!"

"สุดยอดไปเลย!"

"เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นเต่าตัวใหญ่ขนาดนี้ วันนี้ถือเป็นบุญตาจริงๆ"

“...”

ทว่าคำพูดของเหล่าหวังดูจะได้ผลเพียงเล็กน้อย คนพวกนี้ยังคงเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่และพากันวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด

"งานที่สั่งเสร็จหรือยัง? ถ้ายังไม่เสร็จ พวกคุณจะไม่ได้อาหารนะ!"

เจียงชิงเดินเข้าไปถามด้วยเสียงเรียบ ทันใดนั้นบทสนทนาทั้งหมดก็หยุดชะงักลง ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาแบกซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ต่อไป แม้ดวงตาจะยังคอยเหลือบมองเจ้าเต่าอยู่เป็นระยะก็ตาม

ซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่กองทัพนำมาให้มีจำนวนมาก หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเขาก็ขนย้ายทั้งหมดเข้าไปในหุบเขาได้สำเร็จ ทุกคนยืนมองภาพที่เจ้าเต่าค่อยๆ แทะกินซากศพเหล่านั้นไปทีละนิดราวกับตกอยู่ในความฝัน กว่าสติจะกลับมาครบถ้วนก็ตอนที่เดินทางกลับถึงศูนย์พักพิงแล้ว

เย็นวันนั้น อันฉีได้รับรายงานมากมาย บรรดาคนงานชั่วคราวที่กลับไปต่างเก็บความลับไม่อยู่ พากันโอ้อวดเรื่องที่เห็นไปทั่ว จนข่าวแพร่สะพัดไปทั้งนิคม

"ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงสินะ"

อันฉีนั่งอยู่บนเก้าอี้พลางพึมพำกับตัวเอง หลังจากเจียงชิงจากไปเมื่อเช้า เธอได้รายงานข้อมูลนี้ให้ผู้บัญชาการอาวุโสทราบ แต่ท่านก็ไม่ได้กล่าวอะไรมากนัก เพียงแค่รับทราบไว้เท่านั้น

ตอนนี้ดูเหมือนเจียงชิงจะไม่ได้โกหก และสัตว์อสูรตัวนั้นกลับกลายเป็นเต่า ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกขำไม่ออก

เมื่อเทียบกับสัตว์ป่าชนิดอื่น เต่าไม่ใช่สัตว์ที่เก่งเรื่องการต่อสู้เลย แล้วมันจะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ของศูนย์พักพิงในตอนนี้ได้จริงๆ หรือ?

ความกังวลของเธอทวีความรุนแรงขึ้น ไม่มีเวลาเหลือให้คิดหาวิธีอื่นแล้ว และในตอนนี้พวกเขามีทางรอดให้คว้าไว้ได้สักกี่ทางกันเชียว?

วันต่อมา มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาที่ที่ทำการของทีมเจียงชิง ทุกคนต่างอยากจะเห็นว่าเจ้าเต่าตัวนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

แต่เนื่องจากเจ้าเต่าอยู่นอกศูนย์พักพิง พวกเขาจึงไม่ได้เห็นและจำต้องแยกย้ายกันไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ทีมของเจียงชิงอย่างมหาศาล จนมีบางคนเริ่มเข้ามาสอบถามถึงวิธีการเข้าร่วมทีม

สำหรับคนเหล่านี้ เจียงชิงยังคงมอบหน้าที่การคัดกรองให้เกาอี โดยเขจะเป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้าย เพราะวันนี้พวกเขายังคงต้องขนส่งซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เหมือนเมื่อวาน และยังต้องมีการเตรียมการบางอย่างเพิ่มด้วย

ยิ่งคนรู้เรื่องมากขึ้น การรักษาความลับก็ยิ่งทำได้ยากลำบาก เจียงชิงจึงวางแผนจะย้ายซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไปไว้ในที่ที่ไกลออกไปอีกเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด จากนั้นเขาจะค่อยพาเจ้าเต่าไปกินหลังจากที่ขนซากทั้งหมดไปรวมกันเสร็จแล้ว

ไม่นานนัก เจียงชิงและทีมงานก็นั่งรถบรรทุกออกไปโดยมีรถขนส่งของกองทัพขับตามมาเหมือนเมื่อวาน ทว่าวันนี้พวกเขาเดินทางไกลกว่าเดิมอีกประมาณสามกิโลเมตร

หลังจากรถขนส่งของกองทัพกลับไป ทุกคนก็เริ่มลงมือทำงานเหมือนครั้งก่อน คือการย้ายซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ไปยังจุดที่เจียงชิงกำหนด เนื่องจากวันนี้เริ่มงานเร็วขึ้นมาก พวกเขาจึงทำเสร็จสิ้นภายในเวลาเที่ยงวัน เมื่อทุกคนกลับไปหมดแล้ว เจียงชิงจึงออกไปตามหาเจ้าเต่า

พูดตามตรงว่ามันค่อนข้างวุ่นวาย แต่มันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพราะเจ้าเต่ายังเติบโตไม่เต็มที่ เขาจึงไม่อาจประมาทได้เลยแม้แต่นิดเดียว

หลังจากที่ได้กินและย่อยอาหารมาตลอดทั้งคืน ขนาดตัวของเจ้าเต่าก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง ตอนนี้มันมีขนาดพอๆ กับรถตู้คันเล็ก ยาวประมาณสามเมตรและกว้างกว่าสองเมตร เมื่อมันหมอบลงกับพื้น ความสูงของมันก็เท่ากับตัวเขาพอดี

ขนาดนี้ถือว่าใหญ่กว่าเต่าทั่วไปมากนัก แต่หากเทียบกับอาวุธสงครามที่แท้จริง มันยังดูบอบบางเกินไป

แม้จะเป็นเต่าที่ขึ้นชื่อเรื่องการป้องกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะจัดการกับมันได้ อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้เจ้าเต่าก็ยังไม่อาจทนทานต่อการระดมยิงด้วยปืนใหญ่ได้

"ดังนั้น ตอนนี้เราต้องซื้อเวลาให้มันเติบโตให้เร็วที่สุด" เจียงชิงคิดในใจพลางลูบกระดองอันหนาเตอะของมัน

"ไปกันเถอะ!"

เจียงชิงสัมผัสได้ถึงสภาวะของเจ้าเต่า ด้วยเหตุผลบางประการ ยิ่งเจ้าเต่าเติบโตขึ้น ความเชื่อมโยงระหว่างเขากับมันก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มันสามารถเข้าใจคำสั่งของเขาได้ทั้งหมดแล้ว

"ฟืด ฟาด"

ร่างกายอันหนักอึ้งของเจ้าเต่าเคลื่อนที่ผ่านภูเขา ส่วนหัว ลำขา และหางของมันถูกปกคลุมด้วยเกราะหนาหลายชั้น ผิวสัมผัสมีความมันวาวสีเข้มสะท้อนประกายราวกับเหล็กกล้าที่ถูกตีขึ้นรูปมาอย่างดี

เจียงชิงนั่งอยู่บนหลังของมันพลางคอยสังเกตการณ์รอบข้าง ทัศนียภาพรอบตัวเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเจ้าเต่าไม่ได้ช้าเลย อย่างน้อยก็ไม่ช้าไปกว่าการที่เจียงชิงวิ่งเต็มฝีเท้า

พวกเขาเดินทางมาถึงจุดที่มีซากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์วางอยู่ ในตอนนี้คนอื่นๆ กลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงเจียงชิงคนเดียว

เมื่อมาถึงที่นี่ เจ้าเต่าก็เริ่มลงมือกินต่อ เจียงชิงไม่ได้รีบร้อนจะกลับก่อน ที่นี่อยู่ห่างจากศูนย์พักพิงค่อนข้างมาก เขาจึงตัดสินใจรอให้เจ้าเต่ากินเสร็จก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับพร้อมกัน

จนกระทั่งบ่ายคล้อย เมื่อดวงอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก เจียงชิงจึงกลับถึงศูนย์พักพิง ทว่าเมื่อกลับมาถึง เขาก็พบว่ามีใครบางคนมารอพบเขาอยู่แล้ว

"ทำไมเพิ่งจะกลับมาเอาป่านนี้ล่ะ?"

เมื่อเห็นเจียงชิงกลับมาในสภาพที่เกือบจะมืดค่ำ อันฉีก็พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เธอรอเขามาตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็น

"ระหว่างทางมีเรื่องให้ล่าช้านิดหน่อยครับ ว่าแต่คุณมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?"

เจียงชิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะถามออกไป

"ผู้บัญชาการอยากพบคุณ"

อันฉีพูดเพียงเท่านี้ และเจียงชิงก็เข้าใจได้ทันที ชัดเจนว่าผู้นำระดับสูงของศูนย์พักพิงเริ่มให้ความสนใจในตัวเขาเข้าแล้ว

"เรื่องอะไรครับ?"

"ก็น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเต่าของคุณนั่นแหละ"

อันฉีขบกรามเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ตอนที่เจียงชิงมาหาเธอครั้งแรกเขาทำลับๆ ล่อๆ จนกระทั่งคนอื่นรู้กันไปทั่วแล้ว เธอถึงเพิ่งจะมารู้ว่าสัตว์อสูรที่เจียงชิงควบคุมได้นั้นที่แท้คือเต่า

"อย่างนั้นหรือครับ?"

เจียงชิงวางสัมภาระลง จากนั้นจึงเดินตามอันฉีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ส่วนในของศูนย์พักพิง

จบบทที่ บทที่ 13 การขุนเจ้าเต่า

คัดลอกลิงก์แล้ว