เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-31 พบเจอกัน

ตอนที่ 21-31 พบเจอกัน

ตอนที่ 21-31 พบเจอกัน


ลินลี่ย์ใช้เวลามากกว่าห้าร้อยปีในการสร้างพิภพลมศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง

“ควั่บ”ลมพัดรุนแรงปั่นป่วนไม่เป็นระเบียบทำให้ทั่วทั้งพื้นที่ตกอยู่ในสภาพปั่นป่วน

ในพื้นที่ที่พร่ามัวไม่ชัดเจนแม้แต่ท้องฟ้าและแผ่นดินยังไม่ก่อตัวอย่างเต็มที่ลึกลงไปในพื้นที่เลือนรางนี้ เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ในใจกลางอย่างคลุมเครือ มีแสงรัศมีสีเขียวอ่อนเปล่งออกจากร่างนั้นกระจายไปทั่วทุกทิศทำให้พื้นที่พร่าเลือนขยายตัวและคงที่อยู่ตลอด

ลินลี่ย์หลับตายืนนิ่งอยู่กับที่ผมยาวสีเขียวอ่อนของเขาโบกสะบัดพลิ้ว

เขายืนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งบัดนี้มาเป็นเวลาห้าร้อยปีแล้ว

“ลม ไม่เห็นรูป ไร้ลักษณ์สามารถควบแน่นได้เหมือนเหมือนกับดาบกระบี่ แต่จะกระจายหายไปในความว่างเปล่า”

ภายในใจของลินลี่ย์เงากระบี่มากมายกระพริบวาบต่อเนื่องแสดงถึงการรับรู้และความเข้าใจที่เขาได้รับ

กระแสแห่งศรัทธาไร้ที่สิ้นสุดไหลลงสู่จิตสำนึกของลินลี่ย์เหมือนกับแม่น้ำทำให้ความเข้าใจกฎธาตุลมของเขาเพิ่มมากขึ้นในระดับที่น่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการสร้างพิภพลมศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้ลินลี่ย์ได้รับความรู้แจ้งมากมาย  และเขาบรรลุผ่านคอขวดและคลี่คลายข้อสงสัยที่ยากๆได้

ในอดีตห้าร้อยปีที่ผ่านมาระดับความเข้าใจของลินลี่ย์เกี่ยวกับกฎธาตุลมเพิ่มมากขึ้นในระดับที่น่าตกใจ

ทั้งนี้เป็นเพราะลินลี่ย์มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่เริ่ม

ในช่วงห้าร้อยกว่าปีที่ผ่านมาลินลี่ย์บรรลุไปถึงระดับหลอมรวมเคล็ดลึกลับธาตุลมห้าเคล็ด  แต่แน่นอนกฎธาตุลมมีเคล็ดถึงเก้าเคล็ด ลินลี่ย์แค่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ฮ่าฮ่า....”

ทันใดนั้นเสียงหัวเราะดังลั่นกึกก้องอยู่ในพื้นที่พร่าเลือนทำให้สั่นสะเทือน

“หลังจากใช้เวลามากกว่าห้าร้อยปี ในที่สุดข้าก็หลอมรวมเคล็ดพลังโจมตีมิติและเคล็ดพลังระเบิดเข้าด้วยกันได้  ตอนนี้เคล็ดพลังระเบิดได้หลอมรวมเข้ากับอีกสามเคล็ดลึกลับอื่นสำเร็จแล้ว”  ลินลี่ย์อดยิ้มเต็มใบหน้าไม่ได้  แทบจะทันทีลินลี่ย์เริ่มหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสี่ทั้งหมดเข้าในร่างของเขา

ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเคล็ดลึกลับที่แตกต่างสายธาตุทั้งสี่เริ่มยกระดับช้าๆ

“เป็นอย่างนี้นี่เอง!”

ขณะที่เขานั่งสมาธิพัฒนาการของพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของลินลี่ย์ ‘กระบี่เจตจำนง’ เริ่มเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

‘กระบี่เจตจำนง’  เมื่อกระบี่ยิงออกไปพลังกระบี่ไร้ลักษณ์จะโจมตีสะเปะสะปะเกินไปบ้างไม่สามารถลงตัวในจุดเดียวได้อย่างสมบูรณ์

แต่ตอนนี้ที่เขาเริ่มหลอมรวมเคล็ดความรู้ลึกลับทั้งสี่ ลินลี่ย์สามารถเริ่มเล็งให้พลังโจมตีของเขาพุ่งลงในจุดเดียวได้

ในอดีตเมื่อลินลี่ย์กลายเป็นเทพ ความเข้าใจเคล็ดลึกลับของเขาเพิ่มขึ้นมากพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ตอนนี้เนื่องจากความเข้าใจในการหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสี่เพิ่มขึ้นอีก  กระบี่เจตจำนงของลินลี่ย์เริ่มมีพลังเพิ่มขึ้น

“การสร้างพิภพนี้จะต้องใช้เวลาอีกสี่หรือห้าร้อยปีแค่นี้ก็เพียงพอทำให้ข้าเพิ่มพลังได้อีกครั้ง” ขณะที่สร้างพิภพลมศักดิ์สิทธิ์ ลินลี่ย์ก็ฝึกฝนไปด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ร่างแยกมหาเทพธาตุลมเท่านั้น แม้แต่ร่างแยกธาตุไฟ ร่างมหาเทพธาตุน้ำและร่างมหาเทพธาตุดินก็เพ่งอยู่กับการฝึกฝนด้วยเหมือนกัน

ลินลี่ย์เพ่งอยู่กับการฝึกฝนเพิ่มพลังของเขาอย่างสมบูรณ์!

โลกธาตุดินศักดิ์สิทธิ์  ทวีปแบล็คทอร์เทิร์ส

ทวีปแบล็คทอร์เทิร์สเป็นทวีปซึ่งมหาเทพพญาเต่าดำหนึ่งในบรรพบุรุษทั้งสี่ปกครอง แม้ว่าพญาเต่าดำจะประสบเคราะห์กรรมเมื่อสองหมื่นปีที่แล้วแต่ทวีปทอร์เทิร์สก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

หญ้าเขียวขจีมองเห็นได้ทุกที่และกลุ่มผู้คนเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ผู้นำเป็นบุรุษหนุ่มผมน้ำตาล  ขณะที่ด้านหลังของเขามีบุรุษสี่และสตรีสองนี่คือกลุ่มของมหาเทพลินลี่ย์

“โอว..เป็นอย่างนี้นี่เอง”

ขณะที่กำลังเดินไปข้างหน้าจู่ๆใบหน้าของลินลี่ย์ก็มีรอยยิ้มขึ้น มือขวาของเขาทำท่าเล็กน้อยอยู่สองครา และระลอกกระบี่เลือนรางยิงออกมาจากมือของเขาทำให้มิติแตกกระจาย

“มหาเทพ...นี่มัน?

ทุกคน,รัสเซลรวมทั้งคนอื่นที่เหลือพากันงุนงงกันหมด เมื่อครู่นี้ช่วงที่พวกเขาเดินทางลินลี่ย์อดทดสอบไม้ตายของเขาเป็นครั้งๆไม่ได้ เรื่องเป็นธรรมดาที่จะทำให้อีกหกคนรู้สึกประหลาดใจเป็นธรรมดา  อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่กล้ารบกวนลินลี่ย์

“พี่ใหญ่!  ถ้าท่านกำลังฝึก ก็ปล่อยให้ร่างแยกอื่นฝึกไปเถอะทำไมท่านต้อง...”  บีบีอดพูดขึ้นไม่ได้

ลินลี่ย์ซึมซับกับเคล็ดลับไม้ตายใหม่ของเขาถึงกับสะดุ้งตื่น  เขาหัวเราะอย่างเก้อเขิน  “บีบี ข้าลืมตัวไปหน่อย!”  ตอนนี้นอกจากร่างหลักของเขาร่างแยกทั้งสี่ซึมซับอยู่กับการหลอมรวมเคล็ดลึกลับทั้งสี่เคล็ด  ทุกๆวันลินลี่ย์จะได้รับความรู้แจ้งในการหลอมรวมกฎธาตุทั้งสี่เหล่านี้

พลังของไม้ตายกระบี่เจตจำนงของเขาเริ่มมีพลังเพิ่มขึ้นช้าๆเมื่อผ่านไปในแต่ละวัน

พลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวันจะมีความน่ากลัวเพียงไหน?

“พี่ใหญ่, ท่านคลั่งไคล้การฝึกฝนจริงๆ!”  บีบีแค่นเสียง  อย่างไรก็ตามเขากลับถูเริ่มจมูกและหัวเราะ“แต่..พี่ใหญ่ อย่าเพิ่งเร่งร้อน เราได้ทูตมาห้าคนแล้ว  ยังขาดอยู่อีกเพียงคนเดียว! ทวีปแบล็คทอร์เทิร์สมียอดฝีมือระดับอสูรเจ็ดดาวมากกว่าพันคน และท่านบอกไม่ใช่หรือว่าสองคนนั้นอยู่ใกล้เรามากแค่ไหน  แค่ไปต่อข้างหน้า?”

ลินลี่ย์พยักหน้า

เขาหันไปมองหกคนที่อยู่ด้านหลังของเขา  บรรดาหกคนนั้น คนหนึ่งเป็นผู้บัญชาการทัพแบล็คทอร์เทิรส์วิลเฮล์ม  ขณะที่อีกห้าคนเป็นทูตของเขา  บรรดาทูตทั้งห้าเป็นบุรุษสามคนเป็นสตรีสองคน และพวกเขาทุกคนมีพลังแข็งแกร่งที่ไม่เหมือนใคร

คนหนึ่งเป็นผู้ปกครองเผ่าเงือกไซเรนมงกุฎทอง  คนหนึ่งเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกวายุเก้าหางอีกคนเป็นเผ่าวีวาไตตัน...

ในช่วงเวลาสั้นๆทั้งห้าคนนี้มีพลังกายที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้วเพิ่มพลังป้องกันวิญญาณให้แข็งแกร่งขึ้น เมื่อให้สมบัติมหาเทพหนึ่งชิ้นจุดบกพร่องพวกเขาก็ถูกปกป้องไว้อย่างสมบูรณ์

นี่คือข้อกำหนดเบื้องต้นในการคัดเลือกของลินลี่ย์ซึ่งเขาจะสามารถให้พลังกับพวกเขาไว้เพียงพอต่อโอกาสรอดชีวิตได้ในสงครามมหาพิภพ

“ห้าร้อยปีผ่านไปในพริบตาเดียว”  ลินลี่ย์ถอนหายใจ  “มีคนมากกว่าสองคนอยู่ข้างหน้า  ตามรายงานข่าวกรองของเรา  พวกเขาทั้งสองเป็นนักล่าเทพเจ็ดดาวชื่อบรีเซิลเป็นคนใจกว้าง  อีกคนชื่อกัลลาสนับได้ว่ามีพลังสุดยอดในกลุ่มนักล่าเทพเจ็ดดาว”

ข่าวกรองนี้ทางผู้บัญชาการกองทัพแบล็คทอร์เทิร์สวิลเฮล์มจัดหาให้เขา

“วิลเฮล์ม!  ส่งรายละเอียดรายงานเกี่ยวกับพวกเขาให้ข้าหน่อย”  ลินลี่ย์พูดอย่างเยือกเย็น

ก่อนหน้านี้ลินลี่ย์ได้ตรวจทานดูรายงานคร่าวๆแต่เขาไม่ได้อ่านรายละเอียด

“บรีเซิลฝึกมาทางกฎธาตุแสง  เขาเป็นคนจริงใจและปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างสุภาพและเขายินดีจะเสี่ยงชีวิตเพื่อสหาย ดังนั้นเขาจึงนับได้ว่าเป็นสหายที่ดี เพียงแต่ข้าพบว่าเป็นเรื่องแปลก แม้ว่าเขาจะเป็นคนมีอารมณ์และทัศนคติแบบนี้แต่เขายังมีชีวิตอยู่มาได้หลายปี เหลือเชื่อจริงๆ”  ผู้บัญชาการวิลเฮล์มหัวเราะ

ลินลี่ย์พยักหน้าเหมือนกัน

ถ้ารายงานข่าวกรองถูกต้อง  อย่างนั้นบรีเซิลผู้นี้ควรใช้คำนิยามว่าสมบูรณ์แบบ

บีบีพึมพำ  “สำหรับคนนิสัยดีอย่างนี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในที่มีการต่อสู้ฆ่าฟันอย่างพิภพศักดิ์สิทธิ์ได้และยังมีพลังถึงระดับอสูรเจ็ดดาว... เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ”

“ไปกันเถอะ ทั้งสองคนนั้นกำลังเริ่มซ้อมมือกัน” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น

ทันใดนั้นกลุ่มของลินลี่ย์เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นร่างๆ หนึ่งกระพริบเลือนรางเหมือนกับว่าพวกเขาหายตัวไปในอากาศ

บนพื้นหญ้ามีอาคารหลังหนึ่งก่อสร้างด้วยแก่นธาตุ  ข้างหน้ามีทะเลสาบส่องประกายระยิบระยับ

ร่างสองร่างลอยอยู่ในอากาศเหนือทะเลสาบกำลังต่อสู้กันด้วยความเร็วสูง

“ควั่บ!”  คนชุดยาวสีฟ้าร่างมีประกายสายฟ้าคลุมเคลื่อนที่ได้ไกลกว่าคนอีกผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในชุดสีขาว

แต่คนชุดขาวเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากเพียงแต่เขาไม่สามารถไล่ตามศัตรูได้ทัน อย่างไรก็ตามพลังป้องกันของเขาแข็งแกร่งมาก

“ฮึ่ม”

ร่างคนชุดขาวส่งเสียงคำรามเบาๆและร่างของเขาขยายทันที ผิวของเขาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าทันทีและแขนขาของเขามีขนาดเพิ่มขึ้น  อักษรรูนขาวปรากฏบนร่างของเขาเช่นกัน  และเส้นเลือดสีน้ำเงินบนร่างของเขาปูดโปนบิดตัวขณะที่มีเขางอกออกมาจากหน้าผากของเขา

“ปัง!”

“ปัง!

พลังโจมตีของคนชุดฟ้าปะทะลงที่ร่างของของคนชุดขาว แต่ผิวที่เหมือนเกราะหนังของคนชุดขาวได้รับการปกป้องด้วยแสงสีขาวนั้นและเขายืมพลังปะทะถอยออกมา

“ทั้งสองคนแค่นับได้ว่าใกล้เคียงกับระดับผู้บัญชาการ” ลินลี่ย์มองดูทั้งสองแต่ที่ไกลเหนือทะเลสาบ  และเขาหัวเราะอย่างเยือกเย็นขณะสรุป

“มหาเทพ” ผู้บัญชาการวิลเฮล์มพูดด้วยความเคารพ “กัลลาสผู้นี้ไวมากจริงๆ และพลังโจมตีของเขาก็ถือได้ว่าแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน เขาไม่มีจุดอ่อนแต่ในขณะเดียวกันเขาไม่มีจุดแข็งเด่นใดๆ!  สำหรับบรีเซิลผู้นี้ลายเส้นที่ไม่เหมือนใครในร่างกายของเขา และพลังป้องกันของเขา! พลังป้องกันของเขาแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะหลังจากแปลงร่างแล้วแม้แต่ยอดฝีมือระดับสูงก็ยังพบว่ายากจะฆ่าเขาได้ ดูสิ แม้ว่ากัลลาส จะอาศัยความเร็วของเขาสามารถโจมตีบรีเซิลได้หลายครั้งแล้ว  แต่บรีเซิลไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

แม้ว่าคนชุดขาวบรีเซิลจะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่ในการต่อสู้นี้กัลลาสได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด

“ฮ่าฮ่า สหายกัลลาส พอแค่นี้เถอะ”  บุรุษชุดขาวหัวเราะ  “ถ้าเจ้าใช้วิชาที่ร้ายกาจที่สุดของเจ้าพลังป้องกันวิญญาณของข้าคงไม่สามารถทนได้”

“บรีเซิลพลังป้องกันการโจมตีวัตถุของเจ้าก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน”  บุรุษชุดฟ้าหัวเราะเช่นกัน

ร่างบุรุษชุดขาวค่อยเปลี่ยนสภาพกลับคืนร่างเดิม  เขาทั้งสองบนหน้าผากหายไปและกลายเป็นลักษณะของมนุษย์ธรรมดา

“พลังของร่างข้าเป็นส่วนหนึ่งของพรสวรรค์ธรรมชาติแต่ในแง่ความแข็งแกร่งข้ายังอ่อนแอกว่าสหายกัลลาส” บุรุษชุดขาวหัวเราะแต่ในทันใดนั้นเขาขมวดคิ้วและจ้องมองในที่ไกล ขณะที่คนชุดฟ้าที่อยู่ข้างเขาก็เป็นเหมือนกัน  กลุ่มของลินลี่ย์เดินมาหาพวกเขาจากระยะไกล

บรรดากลุ่มของลินลี่ย์มีเพียงผู้บัญชาการวิลเฮล์มแห่งกองทัพแบล็คทอร์เทิร์สเป็นคนพื้นที่โลกธาตุดินศักดิ์สิทธิ์

ด้วยฐานะอย่างเขาสองคนนี้ไม่เคยเห็นเขามาก่อน

แต่แน่นอน...

แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่รู้ว่าสมาชิกกลุ่มของลินลี่ย์เป็นใครแต่พวกเขาสามารถรู้สึกได้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่อาจตอแยได้ง่าย

“บรีเซิล, ระวังตัวด้วย เท่าที่ข้าเห็นพวกเขาแข็งแกร่งกันทุกคน”บุรุษชุดฟ้าส่งสำนึกเทพบอก

“ไม่เป็นไรกัลลาส เราไม่ได้ล่วงเกินพวกเขา  พวกเขาจะไม่ลงมือกับเราโดยไม่มีเหตุผล”บุรุษชุดขาวหัวเราะเบาๆ

“อย่านึกว่าทุกคนจะเป็นเหมือนเจ้า” บุรุษชุดฟ้ากัลลาสเตรียมตัวพร้อมอย่างเห็นได้ชัดขณะที่เขาจ้องมองกลุ่มลินลี่ย์ที่กำลังเดินเข้ามาเขม็ง

จากนั้นกัลลาสตะคอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ทุกท่าน ข้าขอถาม ทำไมพวกท่านถึงมายังที่ของข้า?”

“ข้าอยากจะคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว”ผู้นำในกลุ่มผมสีน้ำตาลชี้มาที่บุรุษชุดขาวบรีเซิลขณะกล่าว

“ข้าชื่อบรีเซิล ท่านเป็นใคร?”  บรีเซิลหัวเราะขณะที่เขาเดินเข้ามาหา

“บรีเซิล!”  กัลลาสที่อยู่ใกล้ๆต้องการจะห้ามเขา  เขาส่งสำนึกเทพห้ามอย่างแตกตื่น  “เจ้าไม่รู้จักพวกเขา อย่าไปใกล้พวกเขา”

ลินลี่ย์ชำเลืองมองกัลลาส

แค่เพียงคิด...

“ครืน....”คลื่นพลังมหาเทพธาตุดินแผ่ขยายออกไปทันทีและเต็มไปด้วยพลังของปณิธานมหาเทพที่ทรงพลัง พลังนั้นแยกกัลลาสและบรีเซิลจากกัน สร้างเป็นม่านพลังกันบรีเซิลและกลุ่มของลินลี่ย์และกัลลาสไว้ข้างนอก

กัลลาสตกตะลึงกับพลังมหาเทพธาตุดิน  เขากระเด็นถอยหลังออกไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาพอพลิกตัวได้ก็กลับยืนกับพื้นได้อีกครั้ง  เขาจ้องมองกลุ่มคนในม่านพลังสีเหลืองโปร่งแสงหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที  “มะ..มหาเทพ...”

พลังที่ลินลี่ย์แสดงออกง่ายๆก็ยังนับว่าน่าสะพรึงกลัว

บุรุษชุดขาวบรีเซิลเมื่อเห็นสถานการณ์เขารู้สึกตัวทันทีเช่นกัน เขารีบคุกเข่า “บรีเซิลขอคารวะมหาเทพ ข้าขอบังอาจถาม ท่านมหาเทพต้องการอะไรจากข้า?  ถ้ามีอะไรที่ข้าทำได้โปรดบัญชาข้าได้”

“บรีเซิล!  ข้ามีข้อทดสอบให้เจ้า  ถ้าเจ้ายินดีเข้าร่วม เจ้าจะกลายเป็นทูตของข้าและข้าจะมอบสมบัติมหาเทพที่เจ้าเลือกให้เจ้า” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

“อา!” บรีเซิลตะลึง

เป็นทูตมหาเทพ?ได้รับสมบัติมหาเทพ?

นี่คือจังหวะแห่งโชคที่หล่นลงมาจากฟ้าตกลงต่อหน้าเขา! บรีเซิลรู้สึกมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง  หลังจากฝึกฝนมานานนับปีไม่ถ้วนใครเล่าจะไม่ค้นหาทางไปถึงจุดสุดยอด? เพียงแต่แม้แต่คนอย่างเจ้าครองแคว้นเจ้าปกครองเขตก็ไม่จำเป็นต้องได้รับสมบัติมหาเทพ ที่สำคัญมีทูตอยู่มากมายหลายคน แต่ยอดฝีมือระดับผู้บัญชาการยังมีมากกว่า

“ข้าน่ะหรือ...ทูตมหาเทพ?”  บรีเซิลอดทวนคำพูดซ้ำมิได้

“ถูกแล้ว” ลินลี่ย์พยักหน้า  “อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นเจ้าจะต้องร่วมทดสอบนี้ก่อน”

“ขอบังอาจเรียนถามท่านมหาเทพนี่เป็นการทดสอบแบบไหน?” บรีเซิลตื่นเต้นจนหน้าเริ่มแดง

ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น  “อย่าเพิ่งรีบตกลงก่อนอื่นฟังรายละเอียดในการทดสอบนี้ให้ดี!  ข้าต้องการให้เจ้าเข้าร่วมสงครามมหาพิภพ  แต่สงครามมหาพิภพครั้งนี้แตกต่าง...” ลินลี่ย์อธิบายรายละเอียดว่าสงครามมหาพิภพอันตรายมากเพียงไหน

ขณะที่เขาฟังสีหน้าและสายตาของบรีเซิลเพิ่มความมุ่งมั่นมากขึ้น

เขารู้สึกว่าเขามีโอกาสรอดชีวิตแม้ภายในสงครามมหาพิภพที่น่ากลัว!

“ท่านมหาเทพ,ข้าต้องการได้สมบัติมหาเทพชนิดปกป้องวิญญาณ” บรีเซิลรีบกล่าว

“เรียบร้อย ครบหกคนแล้ว”  ลินลี่ย์รู้สึกดีใจ

“ลอร์ดลินลี่ย์!”  ขณะนั้นเอง มีเสียงดังขึ้นในใจของลินลี่ย์

“เอ๊ะ?” ลินลี่ย์หันไปมอง และเห็นแต่เพียงร่างสองร่างพุ่งวาบมาหาเขาแต่ไกล  “มหาเทพสองคนคน?”

จบบทที่ ตอนที่ 21-31 พบเจอกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว