เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-16 คำตัดสิน

ตอนที่ 21-16 คำตัดสิน

ตอนที่ 21-16 คำตัดสิน


“ออกุสตากำลังช่วยข้าหรือ?”  ไม่ว่าลินลี่ย์จะใจเย็นยังไงแต่เขาก็ยังรู้สึกตกใจ

แต่ในทันทีหลังจากนั้นลินลี่ย์ก็เข้าใจเหตุผล เขาลอบหัวเราะเย็นชา “ช่วยข้าหรือ? บางทีเขาคงกังวลว่าข้าจะถูกตัดสินให้มีความผิดและถูกประมุขมหาเทพสี่วิถีฆ่าตาย ตอนนั้นประมุขมหาเทพสี่วิถีจะตัดสินใจยังไงกับสมบัติจอมเทพ  เขาคงไม่มีโอกาส!”

พอหลังจากที่ออกุสตาพูด...

“ท่านประมุขมหาเทพ”  แต่ยังมีอีกคนหนึ่งมหาเทพธาตุไฟผู้มีผมยุ่งเหยิงพูดขึ้น “ในแดนนรก เป็นความจริงที่ว่าเทเรเซียหาเรื่องลำบากใจให้ลินลี่ย์พยายามบังคับให้ลินลี่ย์ส่งมอบมุกวิญญาณทั้งเก้าและโองการจอมเทพ หลังจากนั้นเป็นโบซันมหาเทพบลัดริจที่ปรากฏตัวปกป้องลินลี่ย์ไว้  ข้าเป็นพยานเรื่องนี้ได้เช่นกัน”

ลินลี่ย์ชำเลืองมองดูประมุขมหาเทพแห่งไฟอย่างงงงวย  “เขาเป็นประมุขมหาเทพธาตุไฟข้าไม่มีสัมพันธ์อะไรกับเขา  และเขาไม่มีคุณสมบัติจะพยายามและยึดสมบัติจอมเทพ  ทำไมเขาจึงต้องช่วยข้าด้วยเล่า?”

มหาเทพทั้งสองพูดทำนองเดียวกัน  ประมุขมหาเทพสี่วิถีมองหน้ากันเองและสนทนากันเองผ่านสำนึกเทพ

“ข้าเป็นคนเข้าไปขัดขวางเองดังนั้นข้าจึงเป็นพยานได้ ถือเป็นเรื่องปกติ” มหาเทพบลัดริจโบซันหัวเราะ

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น...”  ประมุขมหาเทพวิถีชีวิตเตรียมประกาศคำตัดสิน

แต่ในขณะนั้นเอง...

“ท่านประมุขมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่,ตอนนั้นแม้ว่าเทเรเซียอาจทำอะไรเกินเลยไปบ้าง แต่เขาเป็นมหาเทพ ขณะที่ลินลี่ย์เป็นเพียงเทพชั้นสูง”  ประมุขมหาเทพธาตุลมดิยาพูดอย่างไม่สบายใจด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต่อให้มหาเทพใช้กำลังกับเทพชั้นสูงไปบ้างนั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย? นอกจากนี้ลินลี่ย์ไม่ได้ตาย เราเหล่ามหาเทพจะต้องสุภาพอ่อนโยนกับพวกเทพด้วยหรือ?  ถ้าเราล่วงเกินพวกเขาไปบ้างเล็กน้อย  พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาแก้แค้นเรา?”

“ไม่ว่ามหาเทพจะคุกคามเทพหนักหนามากมายเพียงไหนนั่นเป็นเรื่องปกติและสมควร”  ดิยาพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม

มหาเทพทุกคนเงียบ

พวกเขาต้องยอมรับว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่งเช่นกัน  ในสายตาของมหาเทพพวกเทพไม่มีอะไรมากไปกว่ามด ต่อให้พวกเขาลดตัวเองไปฆ่าเทพก็ตามก็เป็นแค่เรื่องที่มหาเทพรู้สึกสูญเสียหน้าเท่านั้น  ไม่มีใครกล้าพูดว่ามหาเทพทำผิด

“หลังจากลินลี่ย์กลายเป็นมหาเทพ  เทเรเซียก็ไม่ได้ล่วงเกินเขาอีกต่อไป”  ประมุขมหาเทพธาตุลมดิยาแค่นเสียงเย็นชา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ลินลี่ย์ย่อมไม่มีข้ออ้างฆ่าเทเรเซีย”

ดิยาเข้าใจว่าโอกาสที่เขาจะได้รับสมบัติจอมเทพนั้นต่ำมาก

ดังนั้นเขาต้องการให้ลินลี่ย์ตายทันที! การตายในเงื้อมมือของประมุขมหาเทพสี่วิถีคงจะเป็นเรื่องดี!

“ฮ่าฮ่า...” ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืน จ้องมองดิยา และแค่นเสียงพูด “ดิยา, นี่มันเหตุผลแบบไหนกัน?  มหาเทพฆ่าเทพไม่เคยมีความผิดหรือ? การตัดสินใจของท่านแบบนี้แค่มาจากมุมมองของมหาเทพ  แต่จากจุดยืนของเหล่าเทพเล่า?  ถ้ามหาเทพผู้สูงส่งมาเพื่อฆ่าพวกเขาพวกเขาจะรู้สึกเกลียด รู้สึกไม่พอใจหรือไม่? ไม่ใช่ว่าพวกเทพปฏิเสธจะล้างแค้นให้ตัวเอง เป็นแต่ว่าพวกเขาไม่มีพลังอำนาจมากพอจะแก้แค้นให้ตัวพวกเขาเอง!”

“ฮึ, แม้แต่สัตว์ป่าที่มีสติปัญญาต่ำพอถึงเวลาใกล้ตาย พวกมันยังแว้งกัดได้ พวกเทพก็ไม่ต่างอะไรกัน!”

ลินลี่ย์พูดอย่างเคร่งขรึม  “พวกเทพไม่มีพลังพอจะแก้แค้น ดังนั้นพวกเขาย่อมตายไปด้วยใจที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเป็นธรรมดา  แต่ถ้าพวกเขามีพลังจะแก้แค้น  พวกเขาจะต้องทำแน่นอน!”

“นอกจากนี้, ข้อตกลงของประมุขมหาเทพสี่วิถีได้พูดถึงปัญหาความเป็นปรปักษ์ที่มีในระหว่างสองฝ่าย  ข้าขอถามพวกท่านความเป็นปรปักษ์ระหว่างข้าเองกับเทเรเซียยังมีอยู่หรือไม่?”  ลินลี่ย์ถาม

ดิยาได้แต่นิ่ง

“พอได้แล้ว” เสียงชราแต่เป็นกันเองดังขึ้น  คนพูดคือประมุขมหาเทพวิถีชะตา  “เหตุผลแนวคิดของดิยามีข้อบกพร่อง  ศัตรูก็คือศัตรู ความเป็นศัตรูจะแบ่งแยกเวลาและระดับพลังได้อย่างไร?  เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องทนทุกข์ทรมานเมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นผู้อ่อนด้อย เป็นไปได้ว่าหลังจากที่พวกเขามีพลังแข็งแกร่งมากขึ้น พวกเขาจะไม่สามารถล้างแค้นได้หรือ?  เรื่องนี้ได้ข้อสรุปเสร็จสิ้นตรงนี้แล้ว  สถานการณ์สำหรับข้าถือว่าชัดเจนพอแล้ว  ข้ามองว่าลินลี่ย์ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงมหาเทพถือว่าไม่มีความผิด!”

คำพูดของประมุขมหาเทพวิถีชะตาทำให้มหาเทพอื่นไม่กล้าโต้เถียงอีกต่อไป

“ข้าก็เหมือนกัน เห็นว่าเขาไม่มีความผิด  ทุกคนว่ายังไง?”  ประมุขมหาเทพแห่งชีวิตยิ้ม ขณะที่นางมองดูรอบๆ

“ไม่มีความผิด!”  ประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตาหัวเราะ

“ไม่มีความผิด!”  บุรุษชุดดำผมดำพูดขึ้น

“ไม่มีความผิด!”

……… . .

บรรดาประมุขมหาเทพทั้งสิบเอ็ดนอกจากดิยาแล้วอีกสิบคนมองว่าลินลี่ย์ไม่มีความผิด!  ความจริงโดยทั่วไปตราบเท่าที่ประมุขมหาเทพสี่วิถีประกาศว่าลินลี่ย์ไม่มีความผิด แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว  อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่พร้อมหน้าประมุขมหาเทพสี่วิถียังจะให้โอกาสประมุขมหาเทพอื่นได้พูดบ้าง

เสียงหัวเราะดังขึ้น เป็นเสียงของประมุขมหาเทพวิถีมรณะในชุดสีม่วง นางกวาดตามองดูทั่วพื้นที่จากนั้นหัวเราะเบาๆ  “ในเมื่อทุกท่านเห็นด้วย อย่างนั้นเราก็ได้ข้อสรุปเรื่องที่ลินลี่ย์ฆ่าเทเรเซีย  ลินลี่ย์ไม่ได้ละเมิดข้อตกลงมหาเทพ  ไม่มีความผิด!  เรื่องนี้เป็นอันจบ บัดนี้เชิญทุกท่านแยกย้ายกลับไปได้แล้ว”

ขณะนั้น,ลินลี่ย์ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ลินลี่ย์,เรื่องนี้จบไวกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก วันนี้ประมุขมหาเทพสี่วิถีไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เจ้า  และนอกจากดิยาประมุขมหาเทพอื่นคงไม่สร้างความลำบากให้เจ้าเช่นกัน  แทบไม่มีเสียงคัดค้านเลย”  เบรุตส่งสำนึกเทพบอก“เจ้าคงต้องขอบคุณประมุขมหาเทพสี่วิถีที่ช่วยให้เรื่องได้ข้อสรุปได้ง่ายเพียงไหน”

“ข้าเข้าใจ” ลินลี่ย์พยักหน้า

ความจริงในเรื่องอย่างนี้ไม่ว่าจะพบว่าใครผิดหรือไม่ผิดก็ขึ้นอยู่กับประมุขมหาเทพสี่วิถี วันนี้เป็นเรื่องชัดเจนมากว่าประมุขมหาเทพสี่วิถีบางครั้งก็ใช้น้ำเสียงที่จริงจังดุดันแต่ในความเป็นจริงพวกเขาเข้าข้างลินลี่ย์

เรื่องนี้จบแล้วมหาเทพหกสิบกว่าคนต่างอำลากันจากนั้นแยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มบ้าง ส่วนตัวบ้าง  อย่างไรก็ตามมีเรื่องที่แปลกก็คือไม่มีประมุขมหาเทพแม้แต่คนเดียวที่รีบร้อนจากไป

ดิยาเป็นประมุขมหาเทพธาตุลม สำหรับเขาการรั้งอยู่ในพิภพลมศักดิ์สิทธิ์นับว่าสมเหตุผล

แต่ทำไมประมุขมหาเทพอื่นจึงไม่จากไป?

“ข้าสงสัยว่าลินลี่ย์จะไปที่ไหน? ข้าต้องตามเขาไปดูว่าเขาผ่านเข้าประตูเทเลพอร์ตไหน  นั่นจะทำให้ง่ายต่อการติดตามเขา”  ออกุสตาวางแผนนี้  แต่ในใจของเขา เขายังรู้สึกว่าไม่มั่นใจ “อย่างไรก็ตามประมุขมหาเทพอื่นรวมทั้งประมุขมหาเทพสี่วิถียังคงรั้งอยู่ที่นี่จริงๆ  ไม่มีใครในพวกเขารีบเร่งจากไป เป็นไปได้ไหมว่าประมุขมหาเทพสี่วิถีก็ให้ความสนใจสมบัติจอมเทพ?”

บรรดาประมุขมหาเทพสี่วิถี  ประมุขมหาเทพวิถีชีวิต วิถีมรณะและวิถีทำลายล้างมีอาวุธสมบัติจอมเทพที่เหมาะสม  มีเพียงแต่ประมุขมหาเทพวิถีชะตาที่ครอบครองสมบัติจอมเทพสำหรับปกป้องวิญญาณ

ที่เหนือดาดฟ้าเรือมหาเทพเรดบุดบินเข้ามาหาจากนั้นพูดผ่านสำนึกเทพเงียบๆ  “ลินลี่ย์!  โบซันกับข้าจะเดินทางกลับแล้วเรารั้งอยู่ที่นี่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่ดูจากท่าทีแล้ว..ประมุขมหาเทพยังคงรั้งอยู่  เป็นไปได้ว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเขามีความโลภในสมบัติจอมเทพของเจ้า  ดังนั้นเจ้าต้องระมัดระวังให้ดี”

“ข้าเข้าใจ ขอบคุณ”  ลินลี่ย์ส่งสำนึกเทพบอก

“จะขอบคุณเพื่ออะไร?ข้าไม่สามารถช่วยเจ้าได้ ประมุขมหาเทพเหล่านี้.. เนื่องจากพลังของเจ้า  เจ้าสามารถจัดการรับมือพวกเขาได้หมดหรือ คนที่เจ้าจำเป็นต้องระมัดระวังมากที่สุดก็คือประมุขมหาเทพแห่งแสงและประมุขมหาเทพวิถีชะตา! ประมุขมหาเทพอีกสามวิถีมีอาวุธจอมเทพอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพื่อให้ได้เพิ่ม  อย่างไรก็ตามประมุขมหาเทพวิถีชะตาไม่ค่อยต่อสู้และไม่ค่อยรุกรานคนอื่น เขาอาจจะไม่ร่วมด้วย  ดังนั้นเจ้าจำเป็นต้องกังวลอีกสองคนให้มากขึ้น”

“เข้าใจแล้ว” ลินลี่ย์จำข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไว้

“เบรุต บลูไฟร์ ลินลี่ย์ เราจะไปกันก่อน” มหาเทพเรดบุดและมหาเทพบลัดริจอำลากลุ่มของลินลี่ย์จากนั้นกลับไป

ลินลี่ย์และอีกสองคนมองหน้ากันเอง

“ลินลี่ย์!  เจ้าจะทำยังไงต่อไป?”  เบรุตส่งสำนึกเทพถาม

“เป็นไปได้ยังไงที่ข้าจะมาขลาดเขลาเอาตอนนี้?”  ลินลี่ย์ส่งสำนึกเทพตอบ  “ปู่เบรุต, ท่านบลูไฟร์ เราไปที่วงเวทเทเลพอร์ตในตอนนี้ก่อน  ท่านทั้งสองจะต้องกลับพิภพยูลานก่อน  ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน  หลังจากฆ่าออกุสตา ข้าจะแจ้งให้พวกท่านทราบ”

เบรุตและบลูไฟร์มองหน้ากันเองจากนั้นพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาเข้าใจว่าการรั้งอยู่ที่นี่พวกเขามีแต่จะสร้างผลกระทบให้ลินลี่ย์

“นั่นคงดีที่สุดแล้ว  อย่างไรก็ตามลินลี่ย์,พลังที่แท้จริงของเจ้ายังเหนือว่าประมุขมหาเทพเจ็ดสายธาตุ  แต่เจ้าก็ต้องระมัดระวังเอาไว้  ประมุขมหาเทพสี่วิถีทรงพลังมากมายจริง  พวกเขายังอยู่ที่นี่เช่นกัน และข้าห่วงใยว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น  ดังนั้นแม้ว่าเจ้าต้องการโจมตีและฆ่าออกุสตา  เจ้าต้องระมัดระวังและตื่นตัวอยู่เสมอ”  เบรุตส่งสำนึกเทพบอก

เบรุตและบลูไฟร์ไม่ต้องการเห็นลินลี่ย์ถูกประมุขมหาเทพสี่วิถีฆ่าตาย

ที่สำคัญลินลี่ย์เป็นเสาหลักของสามมหาเทพยูลาน

“ไม่ต้องห่วง” ลินลี่ย์หัวเราะ  “มาเถอะไปที่วงเวทเทเลพอร์ตกัน”

กลุ่มของลินลี่ย์สามคนบินไปที่ประตูวงเวทเทเลพอร์ตทันที

“ลินลี่ย์ไปแล้ว”  ประมุขมหาเทพที่รั้งอยู่ที่นี่ลังเลเล็กน้อยจากนั้นมีสองคนเริ่มตามกลุ่มลินลี่ย์สามคนไปทันที

ออกุสตาจงใจลังเลอยู่ชั่วขณะจากนั้นบินไปที่วงเวทเทเลพอร์ตด้วยเช่นกัน “ด้วยความเร็วในการบินของกลุ่มลินลี่ย์ทั้งสามคน...พวกเขาเคลื่อนไหวได้เร็วเพียงหนึ่งในสิบของความเร็วข้า”  ออกุสตา แม้ว่าจะมั่นใจแต่ไม่กล้าประมาทประมุขมหาเทพกฎธาตุอื่น ประมุขมหาเทพเหล่านั้นทุกคนล้วนมีสุดยอดวิชาเป็นของตนเอง

“ในบรรดาประมุขมหาเทพเจ็ดสายธาตุทั้งหมดในแง่ความเร็ว  ข้าเร็วที่สุด! ข้าจะมีความได้เปรียบในการชิงสมบัติจอมเทพ” ประมุขมหาเทพสายฟ้าหันไปมองสี่ประมุขมหาเทพวิถี  “บรรดาสี่คน มีสามคนที่มีอาวุธจอมเทพแล้วคงไม่เข้ามาแทรกแซง ขณะที่ประมุขมหาเทพวิถีชะตาเนื่องจากนิสัยของเขา บางทีเขาคงไม่ยอมต่อสู้เพื่อชิงสมบัติชิ้นนั้นแน่”

ประมุขมหาเทพสายฟ้าบินตามหลังกลุ่มของลินลี่ย์ไปด้วย

ประมุขมหาเทพทุกคนเริ่มบินจากไปและแม้แต่ประมุขมหาเทพธาตุลมดิยาก็เริ่มบินกลับไปที่ของตน

มีแต่สี่ประมุขมหาเทพสี่วิถีที่ยังคงรั้งอยู่!

แต่ทั้งสี่คนยังไม่จากไป ขณะนั้นประมุขมหาเทพสี่วิถีกำลังคุยกันส่วนตัวผ่านสำนึกเทพ

วอร์เรดเจ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือ?”  ประมุขมหาเทพวิถีมรณะยิ้มให้ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง

“โอล็อฟ!เจ้าเห็นด้วยหรือเปล่า?” ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างมองดูบุรุษผมขาวชุดขาวประมุขมหาเทพวิถีชะตาและจากนั้นประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “ถ้าเจ้าเกรงว่าไม่เห็นด้วย อย่างนั้นก็ลืมเสียเถอะ”

“ฮ่าฮ่า, ถ้าพวกเจ้าจะพูดอย่างนี้, และด้วยเงื่อนไขดีๆที่เราตกลงกันไว้ ข้าจะไม่ยอมรับได้ยังไง?” ประมุขมหาเทพวิถีชะตายังคงมีรอยยิ้ม

“ยอดเยี่ยม” ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างพยักหน้าเล็กน้อย

“พี่หญิง!  ดูเหมือนว่าเรามีเรื่องสนุกให้ดูกันแล้ว” ประมุขมหาเทพวิถีชีวิตมีรอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าของนางเช่นกัน

ขณะที่ประมุขมหาเทพสี่วิถีพูดคุยกันอยู่นั่นเอง กลุ่มของลินลี่ย์ทั้งสามคนบินออกไปไกลมากแล้วและเข้าใกล้วงเวทเทเลพอร์ตที่ภูเขาวินด์โฟลว์

“ภูเขาวินด์โฟลว์อยู่ข้างหน้า  ปู่เบรุต ท่านบลูไฟร์ เราแยกทางกันตรงนี้”  ลินลี่ย์ลอยตัวในกลางอากาศ

“ระวังตัวด้วย” เบรุตและบลูไฟร์รู้สึกกังวลห่วงใยลินลี่ย์ทั้งคู่

และจากนั้นเบรุตและบลูไฟร์บินตรงไปที่ภูเขาวินด์โฟลว์และเทเลพอร์ตกลับไปพิภพยูลานทั้งคู่  แม้ว่าการต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้น  แต่ทั้งสองคนไม่มีคุณสมบัติเข้าแทรกแซง  เพราะพวกเดียวที่สามารถแทรกแซงได้ก็คือ...คนระดับประมุขมหาเทพ

“ฮึ่ม ทั้งหกคนกำลังติดตามข้า” ลินลี่ย์มองเห็นผ่านสำนึกเทพได้อย่างง่ายดายและรู้สึกว่ามีประมุขมหาเทพหกคนกำลังติดตามเขา  “โชคดีที่ประมุขมหาเทพสี่วิถีไม่ตามมา”  ลินลี่ย์ถอนหายใจโล่งอก มีแต่เพียงพวกเดียวที่เขากลัวก็คือกลุ่มประมุขมหาเทพสี่วิถี

ขณะต่อมา

คนแรกที่มาถึงก็คือประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้า

“ลินลี่ย์!”  ประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้ายิ้มขณะที่เขาบินเข้ามาทักทายลินลี่ย์อย่างเป็นกันเอง

“โอว,เป็นท่านเองท่านประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้า ความเร็วของท่านเร็วมากจริงๆ ข้ากำลังยุ่งพอดี ดังนั้นตอนนี้ข้าคงไม่รบกวนท่าน” ลินลี่ย์ยิ้มขณะที่เขาเคลื่อนตัวห่างบินผ่านประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้า  หน้าของประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ลินลี่ย์เฉียดห่างจากเขาออกไปและบินไปหาคนที่สองที่กำลังบินมาสมทบก็คือประมุขมหาเทพแห่งแสง

“ลินลี่ย์” ออกุสตาขมวดคิ้ว เพราะลินลี่ย์จงใจเข้ามาหาเขากระตุ้นความสงสัยของเขา  แต่จากนั้นเขาก็เข้าใจ  “ฮึ่ม, ใครจะสนใจเล่าว่าเขาต้องการอะไร  พลังของลินลี่ย์ก็แค่ทั่วไป  ต่อให้เขาทรงพลังมากกว่าที่ข้าคาดเล็กน้อย  เขาก็ยังคุกคามข้าไม่ได้”

“ท่านออกุสตา” ลินลี่ย์หัวเราะขณะที่เขายิ้มรับเขา

“เจ้าต้องการอะไร ลินลี่ย์?”ออกุสตายังคงตอบอย่างเป็นมิตร

“ต้องการขอบคุณท่านออกุสตาที่เพิ่งช่วยข้าไว้”  ลินลี่ย์ยิ้ม

“ข้าทำสิ่งที่สมควร”  ออกุสตาหัวเราะ

“ท่านออกุสตา! ข้ามีเรื่องสำคัญจะต้องทำในพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์ ถึงตอนนั้นข้าคงต้องการความช่วยเหลือจากท่าน  ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยข้าได้ไหม ท่านออกุสตา?”  ลินลี่ย์พูดพลางหัวเราะ

ออกุสตารู้สึกใจกระตุกวูบ

“เขากำลังจะไปพิภพแสงศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับข้าหรือ?”  ออกุสตาตอนนี้รู้สึกมึนงงไปหมด “เป็นไปได้ยังไงที่ลินลี่ย์คิดว่าเขาที่มีพลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจะมีมากพอคุกคามข้า?  ฮึ่ม มีเหตุผลแล้ว ในการต่อสู้กับดิยาของเขา เขาไม่ยังไม่ได้ใช้ทักษะเทพธรรมชาติด้วยซ้ำ  ในเมื่อลินลี่ย์หาที่ตาย ข้าคงไม่ว่าอะไร”

ออกุสตาหัวเราะทันที  “ฮ่าฮ่า แน่นอน ย่อมได้”

“อย่างนั้นเราไปด้วยกันเถอะ”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างใจเย็น

จบบทที่ ตอนที่ 21-16 คำตัดสิน

คัดลอกลิงก์แล้ว