เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21-15 ความละโมบ

ตอนที่ 21-15 ความละโมบ

ตอนที่ 21-15 ความละโมบ


“ครืน..” คลื่นทะเลม้วนตัวไล่กันอย่างนุ่มนวล

ลินลี่ย์เงยหน้ากวาดสายตามองออกุสตาและดิยา ประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตาและประมุขมหาเทพธาตุลมดิยาทั้งคู่มองประสานสายตาลินลี่ย์ด้วยสายตาที่แข็งกร้าว  ลินลี่ย์แค่นเสียงในใจ  “ฮึ่ม,ออกุสตาบางทียังคงต้องการฆ่าข้า...หลังจากสู้กันครั้งล่าสุดดิยาอาจจะรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับข้าด้วยเช่นกัน  ดิยานั้นข้าสามารถละเลยเขาได้  แต่สำหรับออกุสตา...ข้าจะปล่อยให้เขาดีใจต่ออีกสักระยะหนึ่ง หลังจากมหาเทพอื่นจากไปแล้วข้าค่อยฆ่าออกุสตา!”

ประมุขมหาเทพอื่นคงไม่ยอมแค่มองลินลี่ย์ฆ่าออกุสตาโดยไม่ทำอะไรเลย

เขารอมาหลายพันปีแล้วยังมีเวลาอื่นใดอีก?

“ลินลี่ย์ เบรุต”  ขณะนั้นเอง มหาเทพเรดบุดและมหาเทพบลัดริจบินเข้ามาสมทบทั้งคู่พลางหัวเราะและโบกมือให้เขา

“ลินลี่ย์, เจ้าช่างรู้จักก่อเรื่องยุ่งยากจริงๆ”  มหาเทพบลัดริจหัวเราะขณะที่เขาพูดกับลินลี่ย์ผ่านสำนึกเทพ  “ช่วงเวลาสั้นๆนี้ เจ้าฆ่าเทเรเซียได้อย่างไร”

“ถ้าเจ้าฆ่าเขา ก็ถือว่าเจ้าฆ่าเขาอยู่ดี  อย่างไรก็ตามลินลี่ย์ เจ้าเตรียมหาข้อแก้ตัวเมื่อประมุขมหาเทพซักถามกับเจ้าแล้วใช่ไหม?”  มหาเทพเรดบุดมองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์หัวเราะและพยักหน้า

“ในไม่ช้าเราต้องรบกวนท่านทั้งสองให้ช่วย”  เบรุตหัวเราะขณะพูดทางสำนึกเทพกับพวกเขา

“เราไม่สามารถช่วยได้มากนัก  ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประมุขมหาเทพสี่วิถี   คนทางขวามือของเจ้าคือบลูไฟร์ที่เจ้าพูดให้ข้าฟังเมื่อไม่นานนี้ใช่ไหม?”  มหาเทพบลัดริจมองดูบลูไฟร์  “บลูไฟร์! ข้าชื่อโบซัน”

“ท่านโบซัน” บลูไฟร์พูดอย่างสุภาพ

มหาเทพเกินกว่าหกสิบจะมีโอกาสมารวมตัวกันทั้งหมดได้บ่อยแค่ไหน?  การสนทนากันระหว่างมหาเทพต่างๆ ในตอนนี้ค่อนข้างเป็นไปอย่างคึกคัก

“เอาล่ะ,ได้เวลาพูดคุยเรื่องของลินลี่ย์กันได้แล้ว” เสียงเยือกเย็นดังมาจากด้านบน คนพูดก็คือประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง

คำพูดของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างทำให้การสนทนาทั้งหมดหยุดลงเหลือแต่ความเงียบ

“ทุกท่าน” เบรุตหัวเราะ  “ทุกท่าน! เชิญนั่งก่อนหลังจากพวกท่านนั่งแล้วเราค่อยคุยกันเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างลินลี่ย์และเทเรเซีย”

ขณะที่เขาพูดมีเสียงคลิกแคลก อสูรโลหะที่อยู่ในรูปเรือยักษ์เริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ดาดฟ้ากว้างเริ่มขยายเพิ่มขนาดและเพิ่มเก้าอี้อีกหลายตัว  มีทั้งหมดรวมหกสิบห้าตัวจัดเรียงเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่  เพราะอยู่ในรูปวงกลมจึงไม่มีความต่างในเรื่องสถานะในการจัดที่นั่ง

“ทุกท่าน เชิญนั่ง”  สตรีงามชุดม่วงผมแดงสั่งอย่างเย็นชา

คำพูดของประมุขมหาเทพวิถีมรณะทำให้มหาเทพอีกหกสิบกว่าคนบินลงมาจากอากาศและจากส่วนต่างๆของเรือมายังที่นั่ง ทุกคนเลือกที่นั่งของตนเองและนั่งลง ลินลี่ย์ เบรุตและบลูไฟร์นั่งเคียงข้างกัน

“ท่านประมุขมหาเทพแห่งสี่วิถี!” ลินลี่ย์กวาดสายตามองประมุขมหาเทพทั้งสี่

ประมุขมหาเทพสี่วิถีทุกคนนั่งเคียงข้างกันเช่นกัน

“พวกเขาทั้งสามอยู่ที่นี้ทั้งหมดแล้วบังเอิญจริงๆ  หลังจากประมุขมหาเทพสี่วิถีกลับไปแล้ว  ข้าจะฆ่าให้หมดทั้งสามคน” ออกุสตาชำเลืองมองกลุ่มของลินลี่ย์ขณะพึมพำกับตนเอง

ขณะนั้นมีเสียงอ่อนโยนดังขึ้น  “ทุกท่านแม้ว่าสี่จอมเทพจะไม่ได้ห้ามเรามิให้เราฆ่ากันเอง การหลอมรวมประกายมหาเทพเพิ่มก็หมายความว่าได้รับพลังปณิธานเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง  ถ้าเราไม่จำกัดการสู้รบในหมู่พวกเราเองเป็นไปได้ว่ามหาเทพน้อยและมหาเทพกลางจะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุข ดังนั้นในอดีตประมุขมหาเทพอีกสามวิถีและข้าจึงทำข้อตกลง”

ถ้ามหาเทพระดับต่ำกว่าไม่ได้ล่วงเกินมหาเทพระดับสูงกว่า มหาเทพระดับสูงกว่าต้องไม่มัวเมาในอำนาจและฆ่ามหาเทพระดับต่ำกว่า  ผู้ที่ฝ่าฝืนทำเช่นนี้จะต้องถูกไล่ล่าตามฆ่าโดยเราทั้งสี่”

“มีแต่มหาเทพที่มีพลังระดับเดียวกันอนุญาตให้สู้กันเองได้”

คนพูดคือประมุขมหาเทพวิถีชีวิตในชุดหยก  เสียงของประมุขมหาเทพแห่งชีวิตอ่อนโยนมาก  แม้เมื่อเวลาคุยเรื่องข้อตกลงเสียงของนางล่องลอยเหมือนกับสายน้ำประพรมทำให้ผู้ฟังรู้สึกสงบ

ลมทะเลพัดพลิ้ว  แต่เรือที่อยู่เหนือยอดคลื่นยังคงมั่นคง  และประมุขมหาเทพนั่งอยู่เหนือผู้ฟังทุกคน

“อย่างไรก็ตาม วันนี้ลินลี่ย์ฆ่ามหาเทพน้อยธาตุลมเทเรเซีย ประมุขมหาเทพวิถีชีวิตกวาดตามองลินลี่ย์ น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไป ”อย่างไรก็ตามลินลี่ย์ก็เป็นเพียงมหาเทพน้อยเช่นกัน...”

ลินลี่ย์ได้ยินเช่นนี้อดดีใจไม่ได้ ประมุขมหาเทพแห่งชีวิตดูเหมือนจะช่วยเขา

“คารวะประมุขมหาเทพ”  ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“หืม?” สายตาอบอุ่นนุ่มนวลของประมุขมหาเทพวิถีชีวิตกวาดมองดูผู้พูด  ผู้พูดคือประมุขมหาเทพธาตุลมดิยา

ดวงตาสีทองของดิยายังสำรวมเมื่อมองดูประมุขมหาเทพวิถีชีวิต  แต่เขาพูดด้วยความเคารพ  “ตามข้อตกลงนั้น การประเมินพลังของคนผู้หนึ่งไม่ใช่แค่แบ่งตามประกายมหาเทพน้อย, กลาง และสูงแต่เกี่ยวกับพลังที่แท้จริงมากกว่า ตัวอย่างเช่น ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เป็นแค่มหาเทพน้อย แต่ถ้าโดยรวมพลังกันแล้วมีพลังเท่ากับระดับประมุขมหาเทพ  นี่เป็นเพราะพวกเขาทรงพลัง!”

เมื่อยอดฝีมือต่อสู้กันการผนึกกำลังกันสู้ไม่ใช่เกิดขึ้นบ่อย

สี่มหาเทพน้อยผนึกกำลังกันแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะมหาเทพกลางได้

แต่ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจน  ดังนั้นระหว่างข้อตกลงนั้นจึงเป็นการก่อตั้งกลุ่มสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์มีพลังเทียบเท่ากับระดับของประมุขมหาเทพ

“สำหรับลินลี่ย์ผู้นี้ ในแง่ของพลัง..”  ประมุขมหาเทพธาตุลมดิยาแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย “ข้าเกรงว่าพวกท่านจะหัวเราะเยาะข้า แต่ไม่นานนี้ ข้าตั้งใจจะจับลินลี่ย์ผู้นี้ เพื่อส่งให้พวกท่านตัดสิน  ท่านประมุขมหาเทพทั้งสี่ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากลินลี่ย์หลอมรวมกับประกายมหาเทพธาตุลม ข้าไม่สามารถข้าไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แม้ว่าเมื่อข้าจะโจมตีเขาเต็มกำลังของข้าก็ตาม”

“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!!”

มีเสียงฮือฮาเพราะความตกใจทันที

เหล่ามหาเทพที่รีบมาที่นี่จากพิภพอื่นทุกคนรู้ว่าลินลี่ย์ฆ่าเทเรเซีย แต่พวกเขาไม่แน่ใจว่าลินลี่ย์สู้กับประมุขมหาเทพธาตุลมดิยา

เหตุผลหลักก็คือเมื่อดิยาสั่งมหาเทพธาตุลมของเขาให้เผยแพร่กระจายข่าวการต่อสู้ระหว่างเขากับลินลี่ย์ยังไม่เริ่ม!

“ต่อให้ลินลี่ย์หลอมรวมประกายมหาเทพธาตุลมเพิ่มขึ้นอย่างมากเขาก็แค่ได้พลังปณิธานเพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง  แล้วเขาสามารถเอาชนะท่านได้ยังไง ดิยา?”

“ความแตกต่างระหว่างมหาเทพน้อยและมหาเทพชั้นสูงนั้นนับว่ามากมายนัก”

มีเสียงร้องฮือฮาไม่เชื่อถือดังขึ้น  มหาเทพเหล่านี้ไม่อาจเชื่อคำพูดของดิยาได้

มหาเทพกลางแข็งแกร่งมากกว่ามหาเทพน้อยร้อยเท่า  ความแตกต่างระหว่างส่วนพลังของปณิธาน ขณะที่มหาเทพชั้นสูงและมหาเทพน้อยยิ่งแตกต่างกันมาก

“ลินลี่ย์ไม่ใช่แค่หลอมรวมประกายมหาเทพธาตุลมเท่านั้น  ก่อนหน้านี้เขาหลอมรวมประกายมหาเทพสองชนิดก่อนแล้ว!”  ดิยากล่าว

“คนผู้เดียวที่หลอมรวมประกายมหาเทพถึงสามชิ้นน่ะหรือ?”  แม้แต่บุรุษชุดขาวผมขาวประมุขมหาเทพวิถีชะตาก็อดมองลินลี่ย์มิได้

“เป็นไปได้หรือว่าลินลี่ย์จะฆ่ามหาเทพคนอื่นได้ก่อนหน้านี้?”  ผู้คนพูดทันที

“ยังมีมหาเทพอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่มาในวันนี้  บางที...”

ลินลี่ย์เพียงแต่มองดูกลุ่มมหาเทพพูดคุยสนทนากัน  ขณะที่ข้างลินลี่ย์เบรุตหัวเราะเสียงใสทันที  “ทุกท่าน,ข้าคือเบรุต ข้าเชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินเหตุการร์เกือบสองหมื่นปีก่อนได้  ตอนนั้นข้าได้รับประกายมหาเทพมาสี่ชิ้น! ข้าและสุภาพบุรุษที่ข้างข้าผู้นี้ ใช้ประกายมหาเทพคนละประกาย เราให้ลินลี่ย์หลอมรวมประกายมหาเทพสองประกาย  ดังนั้นลินลี่ย์จึงได้ประกายชิ้นเดียวจากเทเรเซีย”

มหาเทพหลายคนมองดูเบรุตและพวกเขาได้แต่เงียบ

ข่าวเรื่องสิ่งที่เบรุตกระทำลงไปเมื่อเกือบสองหมื่นปีที่แล้วแพร่กระจายไปทั่วหมู่มหาเทพอย่างรวดเร็ว

“ดิยา,  ต่อให้ลินลี่ย์หลอมรวมประกายมหาเทพสามชนิด เขาก็แค่มีพลังปณิธานมากกว่ามหาเทพน้อยธรรมดาสองส่วน  และแค่เทียบได้กับมหาเทพกลาง เขาจะเป็นคู่ต่อสู้กับเจ้าได้อย่างไร?”  บุรุษผมยาวสีฟ้าและมีเกล็ดปลาที่หน้าผากหัวเราะขณะพูด

“ทุกคน,อย่าลืมว่าลินลี่ย์เป็นพารากอนคนหนึ่ง” มหาเทพบลัดริจยิ้มขณะเตือนพวกเขาทั้งหมด

“แม้ว่าเขาเป็นพารากอนฮึ่ม..อาจจะเป็นมหาเทพระดับกลางที่เป็นพารากอน ยังเอาชนะดิยาได้หรือ?”  มหาเทพอีกคนหนึ่งปฏิเสธ

“ทุกท่าน!”ประมุขมหาเทพธาตุลม ดิยาจงใจถอนหายใจ “ข้าใช้พลังโจมตีขั้นสุดยอด แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้  ในความเป็นจริงข้าไม่สามารถบังคับให้ลินลี่ย์ใช้ทักษะเทพธรรมชาติของเผ่ามังกรฟ้าด้วยซ้ำ เหตุผลที่ลินลี่ย์ทรงพลังนักเป็นเพราะเขามีสมบัติจอมเทพตั้งแต่แรก!”

มีเสียงฮือฮาทันที!

“สมบัติจอมเทพ?!”

มหาเทพรวมทั้งมหาเทพหลายคนที่เพียงเฝ้ามองดูอย่างสนุกสนานแต่ไม่พูดอะไรพากันตะลึงทั้งหมด ประมุขมหาเทพรวมทั้งออกุสตาหันไปจ้องมองดูลินลี่ย์

“เป็นความจริง” ลินลี่ย์เผชิญกับสายตาของคนเหล่านี้และพยักหน้ายอมรับ

โยนหินก้อนเดียวก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมไกลพันเมตร!

“เขามีสมบัติจอมเทพจริงๆ!”

มหาเทพที่มีทัศนคติมองดูเรื่องนี้อย่างขบขันเปลี่ยนความคิดทันที

“โดยอาศัยสมบัติจอมเทพ  ลินลี่ย์ก็สามารถได้เปรียบดิยาเพียงเล็กน้อย” บุรุษผู้มีเขาสีทองและมีตราสายฟ้าอยู่บนหน้าผากรำพึงกับตนเอง “สำหรับสมบัติจอมเทพตกไปอยู่ในมือของเขานับว่าสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง!  ถ้าข้าได้รับสมบัติจอมเทพเนื่องด้วยพลังของข้า ข้าจะมีโอกาสเทียบได้กับสี่ประมุขมหาเทพสี่วิถี!”

คนผู้นี้เป็นประมุขมหาเทพธาตุสายฟ้า

ประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้ามีร่างแยกมหาเทพอีกร่างหนึ่ง ทำให้ประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้ามีพลังปณิธานเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเป็นธรรมดา  พลังของเขาเหนือกว่าประมุขมหาเทพสายธาตุคนอื่น  แต่ประมุขมหาเทพแห่งแสงมีสมบัติจอมเทพ

ดังนั้นในบรรดาประมุขมหาเทพเจ็ดสายธาตุประมุขมหาเทพแห่งแสงเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้าเป็นอันดับสอง อย่างไรก็ตามความแตกต่างระหว่างพวกเขาไม่ได้มาก ถ้าประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้าได้รับสมบัติจอมเทพ  เขาจะมีพลังเหนือกว่าประมุขมหาเทพแห่งแสงทันทีและสามารถคุกคามประมุขมหาเทพสี่วิถีได้!

“สมบัติจอมเทพ!” ประมุขมหาเทพแห่งแสงไตร่ตรองหาวิธีชิงสมบัติจอมเทพ  “เจ้าลินลี่ย์ผู้น้อยนี้ แม้อาศัยสมบัติจอมเทพก็มีแต่เพียงพลังทั่วไป เขายังไม่เป็นภัยคุกคาม!ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ก็คือประมุขมหาเทพคนอื่น  ข้าต้องชิงสมบัติจอมเทพมาให้ได้! แต่ข้าคิดว่าประมุขมหาเทพอื่นคงไม่ยอมรับเรื่องนี้แน่”

ประมุขมหาเทพแห่งสายฟ้ากวาดตามองดูประมุขมหาเทพอื่น

ความจริงประมุขมหาเทพอื่นก็ตกใจด้วยเช่นกัน

สมบัติจอมเทพ!

ถ้าพวกเขาได้รับมาบ้างจริงๆพวกเขาจะเหนือกว่าประมุขมหาเทพอื่น!

“ฮึ่ม,พวกเจ้าทุกคนต้องการต่อสู้เพื่อชิงเอาไปหรือ?” ประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตาหัวเราะเย็นชาในใจ  “มีข้าอยู่ที่นี่สิ่งเดียวที่พวกเจ้าที่เหลือจะทำได้ก็คือฝันต่อไป อย่างไรก็ตาม...ประมุขมหาเทพสี่วิถีจะเป็นตัวปัญหา”  ออกุสตายังคงกังวล  กังวลเกี่ยวกับประมุขมหาเทพสี่วิถี

คำพูดเรียบง่ายจากดิยาเปิดเผยความจริงที่ว่าลินลี่ย์ครอบครองสมบัติจอมเทพทำให้ประมุขมหาเทพทุกคนผู้มีคุณสมบัติต่อสู้เพื่อสมบัติตกใจ

“ลินลี่ย์, ข้ายังไม่สามารถฆ่าเจ้าได้, แต่ประมุขมหาเทพอื่นสามารถทำได้” ดิยาดีใจกับสิ่งที่เขาทำ

ลินลี่ย์ไม่กังวลแม้แต่น้อย  เขากวาดตามองประมุขมหาเทพทั้งสิบเอ็ด  “ข้าคิดว่ามีมหาเทพหลายคนที่ค่อนข้างจะมีความโลภในหัวใจของพวกเขา  อย่างไรก็ตาม หลังจากข้าฆ่าออกุสตาข้าคาดว่าประมุขมหาเทพเหล่านี้คงจะตกใจกลัว พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไรตามมา” ลินลี่ย์ไม่ได้รู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อย

เขาเพียงแต่เผยพลังที่แท้จริงของเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้น

มหาเทพทุกคนในตอนนี้เข้าใจว่าภารกิจของจอมเทพครั้งที่เจ็ดที่ออกมาตั้งแต่สร้างจักรวาลลินลี่ย์ทำสำเร็จไปแล้ว ระหว่างช่วงเวลาก่อนนั้น มหาเทพต่างๆ ถูกเขาหลอกทุกคนอย่างไรก็ตามไม่มีใครพูดคลุมเครือเกี่ยวกับเรื่องอย่างนี้  ถ้าเทพชั้นสูงหลอกมหาเทพ  มหาเทพจะต้องโกรธและล้างแค้นเป็นธรรมดา

แต่พลังของลินลี่ย์ในตอนนี้อยู่ในระดับเดียวกับประมุขมหาเทพ  ใครจะกล้าล้างแค้นเล่า?

นอกจากนี้สถานการณ์ปัจจุบันอ่อนไหวมาก

ประมุขมหาเทพส่วนใหญ่ของสิบเอ็ดคนรู้สึกโลภอยากได้สมบัติจอมเทพของลินลี่ย์ แต่ประมุขมหาเทพทุกคนรู้ว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรเช่นกัน! พวกเขากลัวว่าพวกเขาจะเป็นคนแรกที่โจมตี แต่ในที่สุดกลับปล่อยผลประโยชน์หลุดไปให้คนอื่นๆ  ดังนั้นทุกคนจึงระมัดระวังตัวกันมาก

“ลินลี่ย์หลอมรวมประกายเทพทั้งสามและเป็นพารากอนทั้งยังมีสมบัติจอมเทพ เขามีพลังพอสู้กับดิยาได้ อย่างไรก็ตาม...” เสียงของประมุขมหาเทพแห่งชีวิตเย็นชาขึ้นและดุร้ายมากขึ้น  “แค่เพราะเจ้ามีพลังมากขึ้นเจ้าก็สามารถฆ่ามหาเทพน้อยธาตุลมด้วยหรือ? นี่เป็นการขัดกับข้อตกลงเดิมของเรา”

ลินลี่ย์พูดขึ้น  “ประมุขมหาเทพ แต่ก่อนที่ข้าจะหลอมรวมกับประกายมหาเทพธาตุลม  ข้าไม่ได้ทรงพลังมาก”

ประมุขมหาเทพวิถีทาลายล้างพูดอย่างสงบ “แม้ว่าก่อนที่เจ้าจะหลอมรวมประกายมหาเทพธาตุลม เจ้าก็มีพลังเหนือกว่ามหาเทพกลางทั่วไปแล้ว  การฆ่าเทเรเซียเป็นการละเมิดข้อตกลงของเรา”

“ทุกท่าน” เบรุตที่อยู่ใกล้รีบลุกขึ้นยืน “มีสองเรื่องที่ข้าต้องการพูด เดิมทีเมื่อลินลี่ย์ยังเป็นเทพชั้นสูง เทเรเซียต้องการโจมตีและฆ่าลินลี่ย์ในแดนนรก  โชคดีที่มหาเทพบลัดริจโบซันห้ามเขาเอาไว้  เรื่องที่สองก็คือเมื่อลินลี่ย์ผ่านมิติปั่นป่วนกลับจากพิภพโอคาลุนด์ไปพิภพยูลาน  ลินลี่ย์ก็เกือบถูกฆ่านานแล้ว  เทเรเซียลงมือกับลินลี่ย์ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะลินลี่ย์ลงมือแก้แค้นไม่อาจนับได้ว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงได้”

ประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างในชุดดำชำเลืองมองเบรุต  “เขาทำร้ายลินลี่ย์ในมิติปั่นป่วน?  ใครเป็นพยานในเรื่องนี้”

“เรียนท่านมหาเทพ!”  ขณะนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “แม้ว่าลินลี่ย์และข้าจะมีความเป็นปฏิปักษ์กันระหว่างเรา ข้าต้องยอมรับว่าตอนนั้นเทเรเซียทำร้ายกลุ่มของลินลี่ย์จริงๆ  ข้าเห็นเรื่องนี้ผ่านสำนึกเทพของข้าไม่มีความผิดพลาดแน่นอน”

ลินลี่ย์อดหันไปมองดูไม่ได้

คนพูดคือประมุขมหาเทพแห่งแสงออกุสตา!

จบบทที่ ตอนที่ 21-15 ความละโมบ

คัดลอกลิงก์แล้ว