เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-35 บีบบังคับ

ตอนที่ 20-35 บีบบังคับ

ตอนที่ 20-35 บีบบังคับ


พิภพโอคาลุนด์ภาคตะวันออกของทวีปฟ็อกดีพ ภายในเทือกเขาเขี้ยวป่ากองกำลังของดันนิงตันจากแดนนรกประจำการอยู่ที่นี่

ลึกเข้าไปในเทือกเขาเขี้ยวป่ามีตำหนักที่ผุดขึ้นในเวลาชั่วข้ามคืน ลึกเข้าไปในตำหนักที่มืดมิด ห้องโถงที่มีประกายแสงสลัวสีเขียวมีคนผู้หนึ่งนั่งสงบนิ่ง  ขณะนั้นเองทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาในโถงใหญ่

“ใต้เท้า ข้านำเทพชั้นสูงห้าร้อยคนไปค้นหาทั่วทวีปบีสท์ก็อดแล้ว เราไม่พบร่องรอยของเพชรกระจับแดงแม้แต่น้อย” บุรุษผมเขียวเข้มร่างกำยำสวมชุดคลุมรายงานด้วยความเคารพ  ขณะที่เขากล่าว เขามีสีหน้าไม่สบายใจ

“ทวีปฟ็อกดีพ..ข้าใช้พลังมหาเทพและค้นลงไปใต้ดิน แต่ไม่พบอะไร”

ดันนิงตันอยู่ในชุดสีเขียวเข้มและมีสีหน้าไม่พอใจ  “สองทวีปนี้ไม่ได้เก็บเอาไว้แน่  เอาอย่างนี้เจ้าพาพวกไปที่ทะเลและค้นหาอย่างระมัดระวังต่อไป!  ไม่ใช่แค่ตรวจลึกลงไปในทะเล  แม้แต่โคลนและดินใต้ทะเลก็ต้องค้นลึกลงไปด้วยจนกว่าพวกเจ้าจะไปจนสุดแผ่นดิน”

“ขอรับใต้เท้า” บุรุษผมเขียวเข้มพยักหน้า แต่เขาเพียงแต่ยังแสดงสีหน้าปกติต่อหน้าดันนิงตันเท่านั้น

“ใต้เท้า...เรามีกองกำลังมาด้วยไม่มาก  เท่าที่ข้ารู้ มีหลายคนที่มาถึงแล้ว กองกำลังอื่นกระจายอยู่ทั่วพิภพโอคาลุนด์แล้ว  เมื่อท่านตกลงช่วยประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้าง..ท่านพาเรามาด้วยท่านน่าจะเอาทหารมาเพิ่มอีกสักหน่อย” บุรุษผมเขียวเข้มพูดอย่างกังวล

“เจ้าห่วงเรื่องของเจ้าเองดีกว่า  เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้มากไป”  ดันนิงตันหงุดหงิด

“ขอรับ” บุรุษผมเขียวเข้มเมื่อเห็นว่าดันนิงตันไม่พอใจ เขาไม่กล้าพูดต่อไปทันที

ดันนิงตันนิ่งกับที่เงียบๆ  แต่เขาผิดหวังมากเช่นกัน  เมื่อมาถึงพิภพโอคาลุนด์  เขารู้ว่าสถานการณ์น่ากลัว! เพราะมีพารากอนมากเกินไปที่มาร่วมในการเดินทางครั้งนี้  พารากอนในพิภพจักรวาลต่างๆ มีน้อยขนาดไหน?  และเมื่อรวมทั้งดันนิงตันด้วย ในพิภพโอคาลุนด์มีพารากอนมาถึงแล้วเก้าคน!

แม้ว่าจะมีคนราวยี่สิบหรือสามสิบคนที่สงสัยว่าจะเป็นพารากอนก็ตาม..

มีพารากอนอีกมากที่ซ่อนตัวในดินแดนห่างไกลแม้แต่จะซ่อนตัวในพิภพโลกธาตุ แม้แต่มหาเทพก็ยังกำหนดตำแหน่งของพารากอนเหล่านั้นไม่ได้ ปกติเป็นเรื่องยากที่พารากอนจะมาพบเจอกันได้  พารากอนสามคนอยู่ในที่เดียวกันเป็นเรื่องที่แทบไม่น่าเชื่อ  พารากอนเก้าคน..อยู่ในที่เดียวกันเป็นเพราะมหาเทพหลายคนสนใจเรื่องนี้ ดังนั้นเทพพารากอนหลายคนจึงปรากฏตัวในที่เดียวกัน

“มีเทพพารากอนหลายคนมาก  .. เมื่อเพชรกระจับแดงปรากฏ  แล้วจะได้รับเพชรได้ง่ายๆ อย่างไรกัน?”  ดันนิงตันลอบส่ายหัว

“ดันนิงตัน?” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในใจของเขา

“เอ๊ะ? ลินลี่ย์หรือ?” ดันนิงตันรู้ว่าใครทันทีเขาคุยกลับผ่านสำนึกเทพทันที  “ลินลี่ย์, เราไม่ได้พบกันเลยตั้งแต่เจ้ากลายเป็นพารากอนใช่ไหม?”

“ข้าเพิ่งจะบรรลุถึงระดับนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง”  ลินลี่ย์หัวเราะ  จากนั้นถาม “ท่านดันนิงตัน, ท่านพบเบาะแสอะไรเกี่ยวกับเพชรกระจับแดงบ้างไหม?”

“ไม่มี, ไม่พบอะไรเลย  แล้วเจ้าเล่า?”  ดันนิงตันถาม

เทพสุดยอดฝีมือทั้งสองนี้อยู่ห่างกันหลายพันกิโลเมตร  แต่สามารถคุยกันได้อย่างปกติโดยผ่านสำนึกเทพ

“ข้าน่ะหรือ? ท่านมีเทพชั้นสูงตั้งแปดร้อยคนอยู่บังคับบัญชา  แต่ไม่สามารถหาได้พบหรือ  บีบีกับข้ามากันเอง  เราจะทำอะไรได้?”  ลินลี่ย์เม้มปากหัวเราะ ลินลี่ย์ไม่ต้องการเปิดเผยความจริงเรื่องที่เขาเป็นวิญญาณกลายสภาพ

“ลินลี่ย์, ข้าไม่ต้องการวิจารณ์เจ้า แต่ด้วยสถานะของเจ้าในตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ ถือว่าไม่ยากเกินไปที่เจ้าจะระดมคนจากตระกูลสักสองสามพันคน  ด้วยบริวารสองสามพันคนก็คงเป็นเรื่องง่ายมากที่เจ้าจะสืบค้นในพิภพโอคาลุนด์  แต่เจ้ามากันเองกับบีบี..”  ดันนิงตันถอนหายใจ

ถ้าใครคิดว่าลินลี่ย์เป็นพารากอนคนหนึ่ง  พิภพโอคาลุนด์ก็มีพารากอนถึงเก้าคนแล้ว

แต่นอกจากเทพพารากอนเอง กองกำลังทุกกองที่พามาล้วนแต่เป็นเทพชั้นสูงกลุ่มใหญ่ อย่างน้อยก็ราวพันคน

“จะนำกองกำลังจากตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์เข้าประตูเทเลพอร์ตจะต้องใช้เวลาที่มากเทพชั้นสูงธรรมดาเหล่านั้นบินช้ากว่าท่านและข้ามาก!  ถ้าข้าทำเช่นนั้นบางทีข้าอาจต้องใช้เวลาสองสามเดือนกว่าจะมาถึงที่นี่  ระหว่างหลายเดือนนี้  ข้าคิดว่าพวกท่านและคนอื่นๆคงพบเพชรกระจับแดงไปแล้ว แน่นอนว่าข้าคงจะรอไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงมากับแค่บีบีเท่านั้น”  ลินลี่ย์หัวเราะ

ตอนนี้ดันนิงตันเข้าใจแล้ว

คนอื่นสั่งทหารที่ประจำการอยู่รอบประตูวงเวทเทเลพอร์ตให้ช่วยพวกเขาดังนั้นจึงใช้เวลาไม่มาก

“เรื่องนั้นพอก่อนเถอะ ท่านดันนิงตันท่านคิดว่าโบรดีจะทิ้งเพชรกระจับแดงไว้ในพิภพโอคาลุนด์แห่งนี้จริงๆหรือเปล่า?”  ลินลี่ย์ถาม

“จริงๆแล้วข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าโบรดีไม่ได้มาที่พิภพแห่งนี้”  ดันนิงตันกล่าว  “ตอนนี้ข้าต้องการหาตัวผู้ดูแลทางเข้าพิภพ  แต่.. ข้าหาตัวเขาไม่เจอ ข้าคิดว่าผู้ดูแลประตูพิภพคงถูกบาล์มพารากอนแห่งไฟเอาตัวไป  นั่นเป็นเพราะเขาเป็นพวกแรกที่มาถึงพิภพโอคาลุนด์”ดันนิงตันกล่าว

“บาล์ม?”

มีข้อมูลเกี่ยวกับบาล์มผุดขึ้นในใจลินลี่ย์

“ท่านดันนิงตันข้อมูลที่ผู้ดูแลทางเข้าพิภพเป็นเรื่องสำคัญสุดขีด!  เอาอย่างนี้เป็นไง...เรารวมกำลังกันบีบบังคับให้บาล์มปล่อยตัวผู้ดูแลทางเข้าพิภพ  ท่านจะว่ายังไง?”  ลินลี่ย์เสนอ

“บีบบังคับ?”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของดันนิงตัน  “ความคิดเยี่ยม ข้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถลงมือกับบาล์มด้วยตัวเองได้...แต่ถ้าเราผนึกกำลังกันและโจมตีขนาบเขา ต่อให้บาล์มไม่ตาย แต่เขาก็คงเจ็บตัวบ้าง ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะเนรเทศเขา ข้าคิดว่าบาล์มคงไม่ต้องการเจ็บตัวอย่างนั้นโดยไม่มีเหตุผล”

“อย่างนั้นก็ดี เมื่อไหร่เราจะผนึกกำลังกันและไปตามหาบาล์ม?”

ลินลี่ย์และดันนิงตันพูดเรื่องนี้ใช้เวลาค่อนข้างมาก

ทวีปฟ็อกดีพเทือกเขาเพียส

เทือกเขาเพียสทอดตัวยาวมากกว่าหมื่นกิโลเมตรและกว้างหลายกิโลเมตร  เทือกเขาเหล่านั้นมีรูปทรงคล้ายมีดแบ่งแยกจักรวรรดิโมลินและจักรวรรดิบลูเมเปิลออกจากกัน  อย่างไรก็ตามในใจกลางเทือกเขาเพียสยังมีหุบเขาลึกที่รู้จักกันในชื่อว่า ‘ช่องเขาเทวทัณฑ์’ หุบเขานี้ทะลุผ่านเทือกเขาเพียส

ประชาชนทั้งสองจักรวรรดิสามารถผ่านไปมาทั้งสองฟากภูเขาโดยผ่านช่องเขานี้

เหตุผลที่สถานที่นี้เป็นที่รู้จักกันในนามว่าช่องเขาเทวทัณฑ์เป็นเพราะตามตำนาน..เทพทั้งสองสู้รบกันที่นี่และจากนั้นด้วยพลังดาบฟันครั้งเดียวได้ตัดผ่านลึกเข้าไปทั้งแนวเขา ทิ้งไว้แต่เพียงช่องเขาเทวทัณฑ์ที่มีความยาวร้อยกิโลเมตรไว้เท่านั้น

แต่เพราะเทือกเขาเชื่อมสองจักรวรรดิไว้ ทั้งสองจักรวรรดิจัดทหารประจำการไว้ทั้งสองฟากฝั่ง ทหารทั้งสองจักรวรรดินี้มักจะรบกันด้วยปัญหาต่างๆ

“ครืน....”

พื้นโลกสั่นสะเทือนเสียงฝีเท้าดังขึ้น ภายใต้คำสั่งของผู้บัญชาการทหาร  กองทัพทั้งสองฝ่ายเตรียมจัดรูปกระบวนทัพขณะที่ทั้งสองฝ่ายประจัญหน้ากันและกัน

เพราะจักรวรรดิทั้งสองไม่ปักปันเขตแดนให้ชัดเจน...ช่องเขาแห่งนี้เป็นเพียงที่ให้พวกเขาได้รบกัน พวกเขาสู้รบกันได้แม้ด้วยปัญหาที่เล็กน้อยที่สุด เหตุผลที่พวกเขาทำเช่นนี้เพราะจักรวรรดิทั้งสองแค่ต้องการดูการสู้รบภายในช่องเขาเหมือนกับเป็นที่ฝึกฝนกองทัพไปโดยไม่รู้ตัว เพียงแต่ทหารพอเห็นเลือดเท่านั้นก็บ้าเลือดสู้รบกันจริงๆ จังๆ

ทุกๆสองสามเดือนหรือทุกสองสามปี จะมีการรบใหญ่ครั้งหนึ่ง แต่ละครั้งจะมีการบาดเจ็บล้มตายกันเป็นหมื่น นี่เป็นเรื่องธรรมดา

ที่สำคัญทั้งสองจักรวรรดินี้แม้ในทวีปฟ็อกดีพที่กว้างใหญ่ ก็ยังเป็นสองจักรวรรดิที่ทรงพลังอำนาจมาก  มีประชาการอยู่ในระดับหมื่นล้าน

“ทัพหน้า... หน้า...เดิน!”

นักรบคนหนึ่งอยู่ในชุดเกราะทองนั่งอยู่บนหลังอสรพิษดำ  เขาออกคำสั่งทันที

ขุนศึกนายกองของทั้งสองกองทัพเข้าใจว่าไม่มีทางที่สองจักรวรรดิจะต่อสู้กันจริงๆจังๆ นี่เป็นแค่วิธีการฝึกทหารของพวกเขา แต่โดยตรงแล้วเพราะพวกเขาต้องการฝึกฝนทหารของพวกเขา อาจจะทำให้เลยเถิดจนพวกเขาถึงกับสาบานว่าจะต้องเอาชนะฝ่ายศัตรูให้ได้

ขณะนั้นเองกระบวนทัพทั้งสองฝ่ายเริ่มเข้าประจัญบาน

“วืดดด!”  “วืดดดด!” ธนูยิงเต็มท้องฟ้าขณะที่ทัพหน้าของแต่ละกองทัพทะยานเข้าหากันราวกับสายน้ำบ่า  เลือดสาดกระจายไปทุกที่และทหารหนุ่มบางคนที่มีประสบการณ์รบในครั้งแรกบางคนกลัวจนแข้งขาอ่อน ความเป็นความตายคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายในสนามรบ เพียงแต่คนที่มีประสบการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจะกลายเป็นทหารที่แท้จริง!

ขณะนั้นเอง...

มีร่างเงาสองร่างปรากฏในท้องฟ้า

“เอ๋?” สุดยอดฝีมือของกองทัพทั้งสองเงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“เซียนหรือ?”

“ลินลี่ย์, เจ้าถอนหายใจทำไม?”  นั่นคือลินลี่ย์กับดันนิงตัน พวกเขาบินผ่านท้องฟ้าและลินลี่ย์หัวเราะขณะที่เขาก้มหน้ามองดูการสู้รบที่เกิดขึ้นในช่องเขา  “เมื่อข้าเห็นการสู้ที่ดุเดือดแบบนี้  ข้านึกย้อนไปถึงบ้านเกิดข้า ทวีปยูลาน อย่างไรก็ตามการสู้รบที่ทวีปฟ็อกดีพนี้มีขนาดใหญ่กว่าสงครามของทวีปยูลานบ้านข้ามากนัก  ทั้งในแง่จำนวนทหารและจำนวนยอดฝีมือ”

“แดนโลกธาตุ..” ดันนิงตันหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ข้าเกิดและโตในแดนนรก ข้าไม่รู้เกี่ยวกับแดนโลกธาตุเหล่านี้มากนัก”

“ดินแดนโลกธาตุยังคงน่าสนใจมาก”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น  “เพียงแต่พิภพโอคาลุนด์มีประชากรมากเกินไป”

ทวีปที่ยืดยาวมีเส้นรอบทวีปเป็นร้อยล้านกิโลเมตร

และทวีปยูลานเล่า?  เป็นทวีปที่มีพื้นที่ราวสามหมื่นตารางกิโลเมตร  ความกว้างใหญ่แตกต่างกันเหลือเกิน!

สำหรับความแตกต่างในเรื่องจำนวนประชากรบางทีอาจจะหนึ่งในพันหรือหนึ่งในหมื่นของทวีปนี้ เป็นธรรมดาที่จำนวนเซียนในทวีปยูลานย่อมมีน้อยกว่ามากเช่นกัน

“ที่พำนักของบาล์มอยู่ข้างหน้า”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

“เอาเถอะ เราคุยกับบาล์มดูก่อน” ดันนิงตันและลินลี่ย์ชะงักอยู่กับที่ในกลางอากาศ  ข้างล่างพวกเขาไม่ห่างไกลนักมีวังสีแดงเพลิงยาวเหยียด

ดันนิงตันแผ่สำนึกเทพออกไปเพื่อเจรจากับบาล์ม

“บาล์ม!”

“ดันนิงตัน!”  เทพพารากอนแห่งธาตุไฟอยู่ภายในตำหนัก  บาล์มตอบสนองทันที

“กลุ่มของเจ้าเข้ามาในพิภพโอคาลุนด์ก่อนผู้ดูแลทางเข้าพิภพควรจะอยู่กับเจ้า ใช่ไหม? เราทุกคนมาที่นี่เพื่อเพชรกระจับแดง ทุกคนต้องแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทางที่ดีเจ้าปล่อยผู้ดูแลทางเข้าพิภพเถอะ ไม่ใช่เรื่องดีแน่หากเจ้าจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโบรดีไว้กับตัวเอง”  ดันนิงตันกระตุ้น

การตอบสนองต่อคำพูดของดันนิงตันอย่างเดียวก็คือแค่นเสียงเย็นชา

ดันนิงตันหน้าบึ้ง

“ลินลี่ย์อยู่ข้างๆ ข้า  เราหวังว่าเจ้าจะปล่อยผู้ดูแลทางเข้าพิภพ”  ดันนิงตันกล่าวต่อ

“ลินลี่ย์?” บาล์มหัวเราะตอบทางสำนึกเทพ “น่าขัน เจ้าไม่สามารถหาตัวผู้ดูแลทางเข้าพิภพดังนั้นถึงได้ตามหาข้างั้นหรือ? ข้าจะบอกเรื่องนี้ให้กับเจ้าก็ได้ เมื่อข้ามาถึงพิภพโอคาลุนด์ข้าไม่พบเห็นผู้ดูแลทางเข้าพิภพในที่ไหนทั้งนั้น เป็นไปได้ว่าผู้ดูแลทางเข้าพิภพคงอยู่ในที่ส่วนอื่นของพิภพโอคาลุนด์”

เสียงลมหวีดหวิวในอากาศเหนือเทือกเขาเพียส  ร่างสองร่างยืนนิ่งอยู่ในท่ามกลางสายลม  ดันนิงตันชำเลืองมองลินลี่ย์

“เขาปฏิเสธไม่ยอมรับงั้นหรือ?”  ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

“ถูกแล้ว” ดันนิงตันหัวเราะเช่นกัน

“ข้าคิดว่าบาล์มค่อนข้างฉลาด  แต่ดูเหมือนว่า...”  ลินลี่ย์หัวเราะ และดันนิงตันก็หัวเราะเช่นกัน

ทั้งสองตั้งใจทำอย่างนี้มานานแล้ว

ถ้าคำพูดใช้ไม่ได้  อย่างนั้นพวกเขาก็ต้องเคลื่อนไหวลงมือ!

“ดูนี่” ลินลี่ย์เหยียดมือและกระบี่สีดำปรากฏในมือ แค่เพียงคิดมันเปลี่ยนสภาพเป็นสีใส

“ทำลาย!”

ลินลี่ย์จ้องมองดูข้างล่างอย่างเย็นชาจากนั้นใช้พลังกระบี่โจมตี  กระบี่แสงสีฟ้าขนาดใหญ่ส่งเสียงร้องหวีดหวิวมิติด้านล่างบิดเบี้ยวและฉีกขาดราวกับกระดาษ พื้นที่และศิลาข้างล่างหายวับไม่เหลือ และเทพชั้นสูงในตำหนักทุกคนหนีกระจายไปในทิศทางต่างๆด้วยความหวาดกลัว

เป็นวิชาวายุทลายมิติ!

สิ่งที่น่ากลัวก็คือแรงฟันดาบในแดนนรกจะกลายเป็นพายุมิติที่น่ากลัวในพิภพโลกธาตุนี้

พอเวลาผ่านไปนานมิติกลับคืนสู่สภาพปกติ

แต่ภูเขาด้านล่างลินลี่ย์หายไปแล้ว  เหลืออยู่แต่เพียงหุบเขาลึกไม่เห็นก้น

มีร่างจำนวนนับไม่ถ้วนบินขึ้นมาในท้องฟ้าผู้นำเป็นบุรุษชุดเขียวเข้มผมสีแดงเพลิง ตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ และเขาจ้องมองลินลี่ย์และดันนิงตันที่อยู่ห่างออกไปด้วยความโกรธ  “ลินลี่ย์ทำไมเจ้าทำลายที่พำนักของข้าอย่างไม่มีเหตุผล?”

ดันนิงตันแค่เริ่มหัวเราะ  “ทำไม? เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ?”

“อย่าทำไขสือ” ลินลี่ย์หัวเราะอย่างเยือกเย็น

แม้ว่าจะมีเทพชั้นสูงจำนวนพันคนลอยตัวอยู่ในท้องฟ้า  แต่พวกเขาไม่กล้าแทรกแซง  พวกเขาแค่มองดูภาพข้างหน้าอยู่เงียบๆ  ที่สำคัญ.. นี่เป็นการพูดคุยของเทพพารากอนสามคน ไม่ว่าจะเป็นใครในสามคนก็สามารถฆ่าพวกเขาทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

“ส่งผู้ดูแลทางเข้าพิภพมา”  ลินลี่ย์กล่าว

“มิฉะนั้น.. เจ้าก็รู้นะ”  ดันนิงตันพูดต่อ

บาล์มหน้าแดงและมีแสงฉายออกจากตาของเขา

“ข้าบอกเจ้าไปแล้ว  ผู้ดูแลทางเข้าพิภพไม่อยู่ที่นี่!”  บาล์มตะโกนด้วยความโกรธ

“ยังจะโกหกอีก” ดันนิงตันส่ายศีรษะและถอนหายใจ “ลินลี่ย์ ดูเหมือนเราไม่มีทางเลือกอื่น”

“เราไม่มีจริงๆ”  ลินลี่ย์หัวเราะ และจากนั้นพูดตามปกติ  “ลงมือ!”

จบบทที่ ตอนที่ 20-35 บีบบังคับ

คัดลอกลิงก์แล้ว