เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-19 กระดาษ

ตอนที่ 20-19 กระดาษ

ตอนที่ 20-19 กระดาษ


ลินลี่ย์เดินออกมาจากห้องโถงใหญ่จากนั้นเดินผ่านไปตามทางเดินมาถึงลานว่าง

เขาสูดหายใจลึกรู้สึกได้ถึงสายลมแผ่วเบาที่พัดปะทะร่างเขา  รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา  เหมือนกับว่าเขาปลดภาระที่หนักหน่วงได้  “โมลด์ทำร้ายข้าอย่างสาหัสก่อนที่เขาจะตายจริงๆ  มันสร้างปัญหาให้ข้าไม่รู้จักหมดสิ้น  อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มหาเทพต่างๆได้พูดคุยกันแล้ว เรื่องนี้ควรจะจบได้แล้ว เว้นแต่ว่าเครื่องรางชิ้นที่สามจะปรากฏหรือโองการจอมเทพปรากฏขึ้น!”

“พี่ใหญ่!”  บีบีวิ่งเขามาหาทั้งประหลาดใจและดีใจ

“ท่านพ่อ” เทย์เลอร์,ซาชาและคนอื่นเดินเข้ามาสมทบแต่ไกลเช่นกัน

ลินลี่ย์มองดูครอบครัวและสหาย“ไม่ว่ายังไงเครื่องรางจอมเทพเป็นของที่ดึงดูดความสนใจของมหาเทพ เพราะข่าวที่โมลด์แพร่กระจายไปจะนำความยุ่งยากลำบากมาให้ข้า  แต่พวกเขาไม่ควรจะไร้ยางอายจนใช้แรงกดดันต่อครอบครัวข้า”ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีมาก่อน เท่าที่ลินลี่ย์รู้ มหาเทพไม่เคยกดดันสมาชิกครอบครัวของเทพเลย

“พี่ใหญ่, ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?”  บีบีเดินมาข้างหน้าลินลี่ย์

“บีบี, ดูหน้าน้องสามสิ  เจ้าน่าจะรู้จากการมองหน้าเขานะ”  เยลหัวเราะ

“ปู่เบรุตข้าอยู่ที่ไหน?  เขาอยู่ในห้องโถงใหญ่คนเดียวหรือ?”  บีบีพูดด้วยความสงสัย

“เขากำลังปรึกษาลับกับมหาเทพบลัดริจ”  ลินลี่ย์บอก

บีบีและเยลตกใจกันหมด  บีบีกล่าว “มหาเทพบลัดริจมาด้วยหรือ?”  ไม่มีคนอื่นเห็นมหาเทพบลัดริจมาถึง เพราะมหาเทพบลัดริจสร้างร่างพลังงานโดยตรงอยู่ในห้องโถงใหญ่  ดังนั้นคนที่อยู่ข้างนอกจึงไม่รู้

“ปู่เบรุตเจ้ากำลังเดินมา”  ลินลี่ย์หัวเราะขณะพูดกับบีบี  เบรุตเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ใบหน้าเขามีรอยยิ้ม

หลังจากออกมาเบรุตมองหน้าลินลี่ย์ จากนั้นเดินเข้ามาหา

“ปู่” บีบีเดินมารับหน้าเขา

เบรุตหัวเราะขณะลูบหัวบีบี  จากนั้นมองลินลี่ย์  เขาหัวเราะและกล่าว  “ทุกอย่างได้รับการคลี่คลายแล้ว ลินลี่ย์!  ข้ามีธุระต้องไปจัดการ  และจะไปเดี๋ยวนี้เลย”  หลังจากพูดเสร็จเบรุตพูดกับลินลี่ย์ผ่านสำนึกเทพ “ลินลี่ย์! จำไว้ให้ดี ไม่ว่าเจ้าจะได้รับมุกวิญญาณหรือไม่ก็ตาม ถ้าเจ้าได้รับไว้ เจ้าต้องมั่นใจว่าเจ้าต้องซ่อนเอาไว้ให้ปลอดภัย”

การส่งสำนึกเทพของเบรุตทำให้ลินลี่ย์ตกใจหนัก

“ลอร์ดเบรุต?” ลินลี่ย์ส่งสำนึกเทพกลับด้วยความประหลาดใจ ลินลี่ย์รู้สึกขอบคุณต่อเบรุต และยังมองเบรุตเหมือนกับว่าเขาเป็นผู้อาวุโสของครอบครัวเขา

เบรุตยิ้มเต็มใบหน้า  แต่เขาส่งสำนึกเทพบอกอย่างจริงจัง  “ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น  ถ้าเจ้าไม่ได้รับไว้ นั่นก็ดีไป  แต่ถ้าเจ้าได้มา เจ้าต้องซ่อนเอาไว้ให้ดีอย่ายอมรับ ต่อให้ใครขู่เข็ญว่าจะฆ่าเจ้าก็ตาม!  ตราบเท่าที่เจ้าทำได้เช่นนี้เจ้าจะปลอดภัย” หลังจากส่งสำนึกเทพบอกแล้ว เบรุตหัวเราะขณะที่เขาพูดกับทุกคนอีกไม่กี่คำ  จากนั้นก็จากไป

ลินลี่ย์มองดูเบรุตจากไปความสงสัยในใจเขามีมากขึ้น

“ลอร์ดเบรุตตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ถึงพูดคำเหล่านี้?  เขาไม่ควรจะรู้ว่าข้ามีเครื่องรางจอมเทพ  แต่คำพูดของเขา...”  ลินลี่ย์ไม่เข้าใจ

เวลาผ่านไป

ในพริบตาผ่านไปอีกร้อยปี

ในช่วงที่ผ่านมาร้อยปี  ลินลี่ย์ใช้ร่างแยกธาตุน้ำเพื่อพักผ่อนสมาคมกับครอบครัวขณะที่อีกสามร่างแยกรวมทั้งร่างหลักของเขามุ่งทุ่มเทให้กับฝึกฝนอย่างระมัดระวัง  เขาเริ่มฝึกเคล็ดลึกลับที่หกในธาตุไฟแต่น่าเสียดาย เคล็ดลึกลับที่หกนี้คือเคล็ดพลัง ‘ระเบิด’ ที่ลึกลับที่สุด ทรงพลังที่สุด ความเร็วในการฝึกฝนของลินลี่ย์จึงช้ามาก

เคล็ดต่างๆของพลังระเบิด.. เหมือนกับแรงระเบิดของภูเขาไฟ ต้องมีการรวบรวมพลังไว้เป็นปริมาณมากจากนั้นปลดปล่อยออกไปอย่างฉับพลัน  พลังของมันมหาศาลยิ่งนัก

ตัวอย่างเช่น  บลูไฟร์สามารถเคลื่อนไหวราวกับว่าเขาเทเลพอร์ทและพลังโจมตีวิญญาณและพลังโจมตีวัตถุของเขาต้องบอกว่าสุดยอด  นี่ต้องทำด้วยเคล็ดระเบิดแน่  แม้ว่าเคล็ดลึกลับทั้งหลายจะอธิบายได้ง่าย  แต่เมื่อลงลึกในเนื้อหาและพยายามจะทำความเชี่ยวชาญให้ได้เคล็ดเหล่านั้นกลับทำความเข้าใจได้ยากเหลือเชื่อ

การฝึกฝนกฎธาตุไฟของเขาช้าลง

แต่เส้นทางการหลอมรวมกฎธาตุทั้งสี่ยังช้าลงด้วย  เคล็ดวังวนอ่อนหยุ่นของธาตุน้ำและชีพจรโลกของกฎธาตุดินหลอมรวมไปแล้ว  แต่ความเร็วของลินลี่ย์ช้าลงมากหลังจากนั้น  เขาไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าใดๆ ได้

“วิ้วววว”

สายลมพัดหวีดหวิวเกล็ดหิมะคลุมเต็มท้องฟ้า

เทือกเขาสกายไรท์ดูเหมือนคลุมไปด้วยชุดสีเงินปรากฏดูงดงามราวกับภาพฝัน ทหารลาดตระเวณจำนวนหนึ่งที่เดินตรวจตรารอบตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์มีจำนวนลดลงมากเช่นกัน นี่เป็นเพราะในตอนนี้พวกเขามีเทพพารากอนคุ้มครองพวกเขาอยู่  ใครจะกล้ามาหาเรื่องพวกเขา?  เป็นธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องมีทหารจำนวนมากคอยระวังการณ์

เทือกเขาสกายไรท์  ถนนมังกรยังมีทหารยืนรวมตัวกระจายตามจุดต่างสามารถเห็นได้

อสูรโลหะโดยสารรูปค้อนขนาดยักษ์กำลังบินเข้ามาแต่ไกล มันหยุดชะงักอยู่ด้านนอกเขตเทือกเขาสกายไรท์และที่ทำการตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์จากนั้นก็หายไปเห็นแต่บุรุษร่างใหญ่ คนผู้นี้สูง 2.5 เมตรสวมกางเกงขายาวสีดำขณะที่ร่างกายท่อนบนไม่ได้สวมอะไรนอกจากเสื้อกั๊กเผยให้เห็นมัดกล้ามแขนของเขา

ผมสีแดงของเขายาวเพียงหนึ่งนิ้วแต่ดูแข็งราวกับลวด

“นั่นใคร?” หนึ่งในทหารของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์บินเข้ามาหา

บุรุษร่างกำยำหัวเราะและกล่าว“ไปแจ้งผู้อาวุโสลินลี่ย์ของพวกเจ้าว่าโมซีสหายเก่ามาเยือน” เสียงนี้นุ่มนวลมากและฟังแล้วรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจ  ไม่ได้แสดงความโกรธหรือไม่พอใจแม้แต่น้อย

ทหารเหล่านั้นทุกคนมองหน้ากันเอง

สหายเก่าผู้อาวุโสลินลี่ย์?  พวกเขาสามารถบอกได้เช่นกันว่าผู้มาใหญ่นี้มีรัศมีที่โดดเด่น

“โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปรายงานก่อน” หนึ่งในทหารกล่าว จากนั้นหมุนตัวบินเข้าไปในเทือกเขาสกายไรท์ทันที

“โมซี่คือใคร? เจ้าเคยได้ยินชื่อเขามาก่อนหรือเปล่า?”

“ดูจากลักษณะ เขาน่าจะเป็นยอดฝีมือที่ทรงพลังแข็งแกร่ง  สหายของผู้อาวุโสลินลี่ย์...เขาน่าจะเป็นระดับผู้บัญชาการหรืออาจเป็นยอดฝีมือระดับเจ้าแคว้นก็ได้”

ทหารเหล่านั้นลอบคุยกันผ่านสำนึกเทพเกี่ยวกับคนตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา มียอดฝีมือนับไม่ถ้วนที่มาเยี่ยมเยียนลินลี่ย์เมื่อไม่กี่ปีมานี้และทหารเหล่านี้ก็รู้ดีทุกคน... ไม่มีอาคันตุกะคนไหนที่ทำร้ายพวกเขา  ดังนั้นพวกทหารจึงมีมารยาทอันดีต่อคนที่มาเยี่ยมพบลินลี่ย์

ช่วงเวลาต่อมา

“ฮ่าฮ่า โมซี!” เสียงหัวเราะดังขึ้นขณะที่มีสองคนที่บินเข้ามาหาจากที่ไกล

โมซีเพ่งมองจากนั้นหัวเราะเช่นกัน  “ลินลี่ย์!  ไม่ได้พบกันนานเลยนะ”

ทั้งสองคนคือลินลี่ย์และทหารลาดตระเวนอีกคน  ลินลี่ย์เมื่อรู้ว่าเป็นโมซีมาหาก็รีบมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง  เขาหัวเราะพลางกล่าว “ไม่ได้พบกันนานเลยทีเดียวท่านโมซี! เชิญเข้ามาคุยข้างในกันก่อน” โมซีเดินเคียงไหล่ไปพร้อมกับลินลี่ย์ตามถนนมังกรพวกเขาบินเข้าไปในในภูเขาพร้อมกัน

“เราไม่ได้พบกันมาสองพันปีแล้ว  แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าที่ตอนนั้นเป็นเพียงเทพแท้จะกลายเป็นเทพพารากอนไปแล้ว  เมื่อได้ทราบข่าวนี้ข้าไม่อยากเชื่อจริงๆ”  โมซีหัวเราะ “เพียงแต่ได้รับการยืนยันจากมหาเทพของข้าข้าจึงยอมเชื่อ ข้านับถือเจ้าจริงๆ”

โมซีเป็นผู้บัญชาการขุมนรกที่ทรงพลังมากของแดนนรก

ลินลี่ย์เพียงแต่รู้ในเวลาต่อมาจากหนังสือแนะนำของเบรุตว่าโมซีทรงพลังมากขนาดไหน!

โมซีเองฝึกมาทางวิถีทำลายล้างและวิถีมรณะ นอกจากนี้เขายังมีความสำเร็จในระดับน่ากลัวในสองวิถีนี้  ขณะที่วิถีมรณะก็พอกันโมซีเองก็ใกล้จะถึงระดับสุดยอดสมบูรณ์อีกเพียงก้าวเดียวเขาจะกลายเป็นเทพพารากอน โมซีสามารถครอบงำอสูรเจ็ดดาวได้อย่างง่ายดาย!

จำนวนคนที่สามารถทำได้ขนาดนี้ในแดนนรกแทบจะนับได้ด้วยมือข้างเดียว

ต่อให้ลินลี่ย์กลายเป็นพารากอนในกฎธาตุดินได้  เขาก็คงไม่สำเร็จได้ขนาดนี้แน่  ที่สำคัญแต่ละกฎธาตุจะมีความพิเศษในตัวเอง  ยอดฝีมือวิถีมรณะจะมีทักษะในเรื่องวิญญาณ

สำหรับการทำลายล้างเป็นเพราะโมซีเป็นผู้มีสายเลือดไตตันบลัดรูนเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ในวิถีทำลายล้างที่ใกล้ระดับอสูรเทพ  และนั่นทำให้โมซีไม่ใช้สุดยอดไม้ตายของเขา

เขาแทบจะถึงจุดสุดยอดในพลังโจมตีวัตถุและพลังโจมตีวิญญาณทั้งสองอย่างสมบูรณ์

อาจกล่าวได้ว่านอกจากพารากอนแล้วโมซีไร้เทียมทาน มิน่าเล่าในอดีตตระกูลไตตันบลัดรูนจึงสามารถปกครองเกาะมิลัวร์ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายและพัฒนาไปเป็นเมืองที่ไม่มีใครกล้าหาเรื่องรบกวน  ท่านจะทำอะไรได้? เจ้าแคว้นธรรมดาไม่ใช่คู่มือของโมซี?

“ข้าเพียงแต่บรรลุระดับใหม่ได้โดยอาศัยโชค  และข้าแทบจะต้องแลกด้วยชีวิต”  ลินลี่ย์พูดและหัวเราะอย่างเยือกเย็น

“ข้าก็เหมือนกันฝันว่าจะกลายเป็นเทพพารากอนสักคน แต่ก้าวสุดท้ายนี้.. ไม่มีอะไรที่ข้าทำได้   ข้าจะทำอะไรได้”  โมซีส่ายศีรษะและหัวเราะ

ขณะที่หัวเราะพูดคุยกันทั้งสองคนเข้าไปในที่พำนักของลินลี่ย์ เพราะโมซีไม่คุ้นเคยกับคนอื่นลินลี่ย์จึงแนะนำสมาชิกที่สำคัญในที่พำนักของเขาเท่านั้นจากนั้นพาโมซีไปห้องรับอาคันตุกะ  โมซีและลินลี่ย์เริ่มคุยกันเป็นส่วนตัว

โมซีพูดอย่างคล่องแคล่วและขณะที่เขาพูดคุยหัวเราะ เขาแสดงความเห็นต่อลินลี่ย์มากขึ้น

“ลินลี่ย์, หลังจากคุยกับเจ้าตั้งนานข้าเกือบลืมเรื่องที่เป็นเหตุให้ข้ามาที่นี่วันนี้”  โมซีพูดพลางยิ้ม

“โอว? เรื่องอะไร?”  ลินลี่ย์พูดด้วยความประหลาดใจ

เขาคิดว่าโมซีมาคุยเพื่อระลึกความทรงจำกับเขา  แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามีเหตุผลพิเศษในการเดินทาง

“ดูนี่สิ” โมซีโบกมือและกระดาษสีดำปรากฏขึ้น “นี่ถูกส่งมาให้ข้าโดยนักรบเทพชั้นสูงคนหนึ่ง  เมื่อเห็นข่าวนี้  ข้ามีความรู้สึกแย่ทันที! ข้ารู้สึกเหมือนกับว่ามีคนพยายามทำร้ายเจ้าซึ่งเป็นเหตุให้ข้าต้องครอบงำเทพชั้นสูงคนนั้น  ถึงตอนนั้นข้าจึงได้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนของโมลด์”

ลินลี่ย์ตาเป็นประกาย  “นี่คือกระดาษที่โมลด์ใช้ส่งไปหรือ?”  ลินลี่ย์รีบรับมาดู

ลินลี่ย์ต้องการรู้มากว่ากระดาษชิ้นนี้อธิบายอะไรไว้ โมลด์เพียงแต่ส่งบริวารของเขาไปยังหกพื้นที่อื่น  ขณะที่ทวีปบลัดริจ..เขาไม่มอบให้เจ้าแคว้นหรือผู้บัญชาการอื่น

“ข้อมูลในกระดาษนี้ตั้งใจจะฆ่าเจ้าอย่างชัดเจน  นี่คือเหตุผลที่ข้ารีบมาส่งให้เจ้าทันที”  โมซีพูดจริงจัง

ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งที่เทพชั้นสูงนั้นต้องเดินทางจากทวีปบลัดริจไปเกาะมิลัวร์และจากนั้นทำให้โมซีต้องรีบ ทุกคนสามารถเข้าใจได้ถึงเหตุผลที่เวลาผ่านไปนานมาก

ลินลี่ย์อ่านข้อมูลในกระดาษอย่างระมัดระวัง

“เครื่องรางทั้งสาม..มุกวิญญาณเก้าเม็ด,มงกุฎห้าแฉกและเพชรกระจับแดง เครื่องรางจอมเทพเหล่านี้จะเอามารวมกันเป็น ‘มงกุฎแห่งชีวิต?” ตาของลินลี่ย์เป็นประกาย “เมื่อเครื่องรางทั้งสามนี้รวมเข้าด้วยกัน และกลายเป็นมงกุฎแห่งชีวิตผู้นั้นจะขอพรจากจอมเทพแห่งชีวิตได้อย่างหนึ่ง”

นั่นเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดในเอกสาร

ขณะเดียวกันยังรวมคำอธิบายของเครื่องรางจอมเทพทั้งสาม

“อย่างนั้นมงกุฎคร่ำคร่าก็เรียกว่ามงกุฎห้าแฉก?เครื่องรางทั้งสาม.. ข้ามีอยู่สองแล้ว...” ลินลี่ย์ดีใจอยู่ในใจ  “ตอนนี้,ข้ายังขาดอยู่อย่างเดียวคือเพชรกระจับแดง”

เพชรกระจับแดงก็คือเพชรรูปคล้ายกระจับมีสีแดง

ขณะที่พลังวิเศษที่มันมี  กระดาษนี้ไม่ได้พูดถึง

แผ่นกระดาษนี้ยังคงบอกถึงโองการจอมเทพซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องรางทั้งสามนี้ขณะที่มุกวิญญาณทั้งเก้าอยู่ในมือของลินลี่ย์แห่งตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นอินดิโก!

“ข้าไม่เคยเห็นโองการจอมเทพเลย”  ลินลี่ย์รำพึงกับตัวเอง  “แต่บรรดาเครื่องรางทั้งสามข้ามีอยู่สองแล้ว  ถ้าข้าได้รับชิ้นที่สาม  อย่างนั้นข้าก็สามารถขอพรจอมเทพแห่งชีวิตได้”

“ขอพรจอมเทพแห่งชีวิต?”  ลินลี่ย์อดพึมพำกับตัวเองไม่ได้

ทันใดนั้น..

“ปัง!”

ประกายความคิดอย่างหนึ่งแว่บขึ้นในใจของลินลี่ย์  ตาเขาเป็นประกายทันที

โมซีนั่งอยู่ข้างลินลี่ย์อดหัวเราะเมื่อเห็นอาการตกใจของลินลี่ย์มิได้ “ข้ารู้เกี่ยวกับภารกิจจอมเทพมาบ้างเล็กน้อย ช่วงเวลาหลายปีนับไม่ถ้วนจอมเทพออกภารกิจมาหลายครั้งแล้ว  ดูเหมือนข้ายังจำได้ว่ามหาเทพที่ทำได้สำเร็จในแต่ละครั้งมหาเทพจะขอเป็นสมบัติจอมเทพซึ่งจอมเทพมักจะยอมตกลงสร้างให้

จอมเทพจะตอบสนองตามคำขอ

“จอมเทพแห่งชีวิตเชี่ยวชาญในวิถีชีวิตซึ่งควบคุมชีวิตและชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนของจักรวาล! มหาเทพไม่สามารถช่วยปู่เดลินได้ แต่เป็นไปได้มากว่าจอมเทพแห่งชีวิตอาจทำได้”  ลินลี่ย์จำได้ถึงสิ่งที่พระยายมราชพูดกับเขา

เมื่อวิญญาณผู้ใดแตกสลายไปแล้ว  มหาเทพไม่สามารถช่วยพวกเขาได้

จอมเทพล่ะ?

แม้ว่านางไม่มั่นใจแต่จอมเทพผู้เชี่ยวชาญของวิถีต่างๆ ก็ทรงพลัง บางทีพวกเขาอาจช่วยได้

“ปู่เดลิน...” ฉากภาพนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาในใจของลินลี่ย์

วันนั้นชายชราเคราขาวหนวดขาวลอยออกมาจากแหวน...

วันนั้นที่ชายชราเคราขาวคอยแนะนำเขาที่ยังเป็นเด็กน้อยให้เข้าโรงเรียนสิ่วตรงทำให้เด็กน้อยผู้นั้นมีระดับพลังเพิ่มขึ้น...

วันนั้นที่ชายชราเคราขาวยอมสละชีวิตตัวเองใช้คาถาต้องห้าม...

“ปู่เดลิน...” ลินลี่ย์ขึ้นไปถึงจุดสุดยอดของพลังได้ รู้สึกใจสั่นสะท้าน  “ตราบใดที่ข้าสามารถหาเครื่องรางทั้งสามได้ข้าจะขอพรจากจอมเทพแห่งชีวิต  ตอนนี้ข้ายังขาดอยู่เพียงอย่างเดียว  แค่เพียงอย่างเดียว!  ปู่เดลิน  ข้า..ข้าจะทำให้ท่านมีชีวิตกลับคืนมาให้จงได้”

ใจของลินลี่ย์เร่าร้อน  ความหวังของเขากำลังคุโชน!

จบบทที่ ตอนที่ 20-19 กระดาษ

คัดลอกลิงก์แล้ว