เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-20 ผ่านไปพันปี ความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง

ตอนที่ 20-20 ผ่านไปพันปี ความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง

ตอนที่ 20-20 ผ่านไปพันปี ความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง


หลายปีมาแล้วมหาเทพบลัดริจได้ประหารชีวิตโมลด์ในเมืองลูซีฟ ในแคว้นสกายเมาท์

ความวุ่นวายดังกล่าวดึงดูดความสนใจจากเจ้าเมืองลูซีฟเป็นธรรมดา และเทพชั้นสูงหลายคนเช่นกัน  แต่มหาเทพบลัดริจเพียงแต่ออกคำสั่งเจ้าเมืองไม่ต้องให้ความสนใจ  นอกจากนี้มหาเทพบลัดริจกำจัดร่างของโมลด์  เนื่องจากว่ามหาเทพออกคำสั่ง..จึงไม่มีใครในเมืองลูซีฟกล้าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เป็นธรรมดา

ดังนั้นเรื่องนี้จึงจบลงได้

โมลด์กลัวว่าลินลี่ย์จะไล่ล่าตามฆ่าเขา ซึ่งเป็นเหตุผลให้เขาซ่อนตัวอยู่ในเมืองลูซีฟ  เขาเช่าคฤหาสน์อยู่ที่นั่น  แม้ว่าหลังจากเขาตายแล้ว ทหารของแคว้นสกายเมาท์ยังเชื่อว่าเขายังปลอดภัยและมีชีวิตเป็นปกติ

แคว้นสกายเมาท์ จวนอดีตเจ้าแคว้น  ทหารหลายคนยืนประจำการอยู่ที่นี่

พระอาทิตย์สีเลือดลอยอยู่ในท้องฟ้า  ทันใดนั้นมีสายฟ้าฟาดลงมาจากท้องฟ้า  จากนั้นชะงักอยู่ในกลางอากาศเหนือคฤหาสน์เจ้าแคว้น  กลายเป็นร่างมนุษย์คนหนึ่ง  คนผู้นี้ยืนนิ่งอยู่ในกลางอากาศ เอวของเขาตั้งตรง  แม้ว่าเขาจะค่อนข้างผอม แต่รัศมีคุกคามผู้คนแผ่ออกมาจากตัวเขา  ศีรษะของเขาคลุมไปด้วยผมยาวสยาย ทิ้งตัวลงมาถึงเอวเขา

บนหลังของเขามีดาบศึกเล่มหนึ่ง

คนผู้นี้คือยอดฝีมือที่ลินลี่ย์เคยพบเจอในทะเลสตาร์มิสท์ - โรมิโอ  ในอดีตโรมิโอมีพลังที่น่ากลัวใกล้เคียงกับยอดฝีมือระดับเทพอสูร

“นี่คือจวนเจ้าแคว้น รีบออกไปซะ”  ทหารประจำแคว้นจำนวนหนึ่งบินเข้ามา  คนที่เป็นนายกองตะโกนบอกโรมิโออย่างไม่พอใจ

โรมิโอแผ่รัศมีออกไปทันที และเขายังคงลอยตัวอยู่เหนือคฤหาสน์เจ้าแคว้น  เขาแสดงออกชัดเจนว่าต้องการท้าทาย

โรมิโอกวาดตามองคนที่อยู่ด้านใต้  “จากวันนี้เป็นต้นไป  ข้าโรมิโอ บอนเซนจะเป็นเจ้าแคว้นสกายเมาท์!”  เสียงของเขากึกก้องเหมือนฟ้าผ่า สะท้อนอยู่ในอากาศ  ทหารประจำการทั้งแสนคนที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินคำพูดของขาชัดเจน

“บังอาจ!”  ชายชราผมขาวในชุดดำโกรธ  “เจ้าแคว้นสกายเมาท์เราคือท่านโมลด์ ถ้าเจ้าต้องการเป็นเจ้าแคว้น  อย่างนั้นก็ต้องทำตามกฎ  ก่อนอื่นเป็นอสูรเจ็ดดาวให้ได้เสียก่อน  จากนั้นค่อยมาท้าทาย”

ทหารประจำแคว้นข้างล่างต่างพากันโกรธไม่พอใจกันทุกคน

คนผู้หนึ่งจะกลายเป็นเจ้าแคว้นก็แค่เพราะเขาเอาแต่พูดแค่เพียงนั้นหรือ?  การปรากฏตัวเหนือจวนเจ้าแคว้นและประกาศตัวเป็นเจ้าแคว้นก็ได้ด้วยหรือ?  นี่น่าขันยิ่งนัก

“ครืน...”

คลื่นพลังงานสีดำหนาทึบที่น่ากลัวลอยลงมาจากท้องฟ้า ทำให้ทหารประจำแคว้นข้างล่างประหลาดใจ  หนึ่งในทหารโดยเฉพาะ  ผู้อาวุโสชุดยาวดำจ้องมองจนสีหน้าเปลี่ยน  “พลังมหาเทพผู้ทรงอำนาจ...”

และจากนั้นพลังมหาเทพที่เต็มท้องฟ้าเริ่มผสานกันจนเป็นรูปใบหน้าที่สูงสิบเมตร

“ควั่บ...”

พลังที่น่ากลัวของมหาเทพ

“มหาเทพ”  ทหารประจำแคว้นทุกคนที่อยู่บนพื้นคุกเข่าและตัวสั่น

“มหาเทพ”  โรมิโอลงมายืนบนพื้นและคุกเข่า

“โมลด์เจ้าแคว้นสกายเมาท์คนก่อนได้กระทำความผิดและถูกประหารชีวิตไปแล้ว  จากวันนี้เป็นต้นไป ตำแหน่งเจ้าแคว้นสกายเมาท์จะตกเป็นของโรมิโอที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเจ้า”  เสียงเหมือนฟ้าผ่าดังขึ้นในหูและในใจทุกคน  รัศมีและลักษณะของมหาเทพกดลงที่ทหารประจำแคว้นอย่างน่ากลัว ไม่มีเลยสักคนที่กล้าเงยหน้าขึ้น

และจากนั้นใบหน้ายักษ์ขนาดสิบเมตรหายไปทันที  โลกกลับคืนเป็นปกติอีกครั้ง

เพียงแต่ตอนนี้ทหารประจำแคว้นจึงค่อยกล้าเงยหน้า  เมื่อเห็นว่ามหาเทพไปแล้ว พวกเขาจึงลุกขึ้นยืน

“คารวะท่านเจ้าแคว้น”  คนที่มีความคิดว่องไวในพวกเขารีบหันไปคุกเข่าแสดงความเคารพโรมิโอ

“คารวะท่านเจ้าแคว้น!”  ทันใดนั้นทหารอื่นอีกหลายแสนพากันคุกเข่าข้างหนึ่งและแสดงความคารวะเจ้าแคว้นพร้อมกัน

สายตาที่เยือกเย็นและแหลมคมกวาดมองพวกเขาทุกคน  แต่รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าเขา  หลังจากคร่ำเคร่งฝึกฝนมานานหลายปี  เขากลายเป็นเจ้าแคว้นจนได้  ตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในเทพอสูร 108 ของแดนนรกแล้ว

อย่างไรก็ตามโรมิโอได้รับมอบตำแหน่งนี้โดยมหาเทพแต่งตั้ง  เขาไม่ได้รับตำแหน่งมาโดยวิธีเอาชนะเจ้าแคว้นคนเก่าตามปกติ  แต่เป็นการแต่งตั้ง  ดังนั้นเป็นธรรมดาที่คนหลายคนจึงไม่ค่อยเชื่อพลังของโรมิโอ  ใครจะคิดกันเล่าว่าในอนาคตอาจจะมีอสูรเจ็ดดาวสองสามคนมาท้าประลองกับเขา

“อย่างนั้นก็มาเถอะ  ยิ่งมากยิ่งดี”  ตาของโรมิโอเป็นประกาย

แดนนรก ทวีปคาโรล อสูรโลหะรูปมังกรดำกำลังบินอยู่ในท้องฟ้า

“ท่านเจ้าแคว้นตายจริงๆ!  การเดินทางของเราไร้ประโยชน์ไม่ใช่หรือ?”  ภายในอสูรโลหะ มีเทพชั้นสูงสิบห้าคนรวมอยู่

พวกที่ไปส่งข่าวที่ทะเลสตาร์มิสท์ใช้เวลาเดินทางน้อย  แต่ไม่ใช่กลุ่มนักรบเทพชั้นสูงที่ถูกส่งไปทวีปคาโรลแน่  พวกเขาเพิ่งมาถึง  ความจริงเทพชั้นสูงร้อยคนในระหว่างร้อยปีที่ผ่านมามีเพียงราวสี่สิบคนที่ส่งข่าวได้สำเร็จ  คนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ได้รับมอบให้ไปไกลกว่าไม่สามารถไปได้ทันเวลา

หลังจากโรมิโอมาถึงแล้วจากนั้นเขาปล่อยร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกจับเป็นตัวประกันที่จวนเจ้าเมืองพวกทหารจึงรู้ว่าโมลด์ตายแล้ว

“โมลด์ตายแล้ว  ไม่มีรางวัลสำหรับพวกเรา ต่อให้เราส่งข่าวเสร็จก็ตาม  พี่น้องเรา, ไปกันเถอะ  ได้เวลากลับบ้านแล้ว”

“เราเดินทางตั้งร้อยปี  แต่ไม่ได้อะไรเลยแม้แต่น้อย”

เห็นได้ชัดว่าทหารเหล่านี้ไม่พอใจกันมาก

“เฮ้,  เอาอย่างนี้เป็นไง  เราจะขายข่าวทั้งหมดนี้ออกไป?  ข้อมูลนี้ยังเป็นข้อมูลสำคัญมาก  ถ้าเราขายให้หน่วยข่าวกรองของปราสาทอสูร  เราจะได้รับรางวัลที่สูงเหมือนกัน  โมลด์ตายไปแล้ว  เขาไม่สามารถฆ่าเราได้ที่ปล่อยข้อมูลนี้ให้รั่วออกไป”

“ใช่แล้ว  ข่าวนี้ต้องมีค่าอย่างแน่นอน”

“ข่าวนี้พูดถึงท่านลอร์ดลินลี่ย์ เท่าที่ข้าเห็น  โมลด์ตั้งใจทำอันตรายลอร์ดลินลี่ย์”  ทหารเหล่านี้ไม่เชื่อว่าข่าวนี้จะเป็นจริง

ทันทีที่ทหารเหล่านั้นเดินทางไปโดยไม่ได้อะไร และไม่มีหวังจะได้รับรางวัลจากโมลด์ตามที่สัญญา  พวกเขาตัดสินใจ  พวกเขาขายข้อมูลที่น่าทึ่งนี้ให้ปราสาทอสูร  ปราสาทอสูรมีหลายแผนกแตกต่าง อาทิ คุ้มกัน ล่าสังหาร ล่าสมบัติ...และแน่นอน  พวกเขาซื้อข้อมูลรายงานข่าวกรองจากหน่วยข่าวกรอง

หลังจากปราสาทอสูรจ่ายเงินซื้อข้อมูลนี้ ทหารเหล่านั้นผู้ไม่กลัวการตอบโต้ของโมลด์ได้แจ้งปราสาทอสูรว่าเป็นโมลด์ที่สั่งให้พวกเขาส่งข่าวนี้ให้เจ้าแคว้นและทูตมหาเทพต่างๆ

หลังจากได้รับข้อมูลนี้ ปราสาทอสูรจะต้องขายออกให้ยอดฝีมือผู้สนใจด้วยราคาที่สูง  เป็นธรรมดาที่ข่าวนี้ได้รับรู้กันในหมู่ยอดฝีมือแดนนรก

ยอดฝีมือส่วนใหญ่เชื่อว่าโมลด์พยายามทำร้ายลินลี่ย์

แต่ก็มีส่วนน้อยที่เชื่อข่าว ดังนั้นพวกเขาจึงลงพื้นที่เพื่อค้นหาเครื่องรางทั้งสาม  เพื่อที่ว่าจะได้นำมาเสนอให้มหาเทพเพื่อรับรางวัล

แน่นอนว่าข่าวนี้แพร่กระจายมาถึงหูมหาเทพอย่างรวดเร็วเช่นกัน  แต่หลังจากมีการประชุมทางไกลแล้ว  มหาเทพไม่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก  และในขณะเดียวกันมหาเทพยังหงุดหงิด  ข้อมูลเหล่านี้กระจายไปในที่ต่างๆ แบบนั้นได้ยังไง  มหาเทพออกคำสั่งไม่ให้ปราสาทอสูรขายข้อมูลนี้อีกต่อไป

แต่ไม่..

เนื่องจากข้อมูลนี้กระจายออกไปทั่วไปแล้ว  คำสั่งมหาเทพออกมาช้าเกินไป

เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบต่อลินลี่ย์  ชีวิตลินลี่ย์ยังคงเงียบสงบสุขเหมือนเคย  อย่างไรก็ตามลูกหลานที่ลินลี่ย์พามาจากพิภพยูลานหลังจากใช้เวลาหลายร้อยปีในแดนนรก เริ่มจะกระสับกระส่าย

แดนนรกมียอดฝีมือมากเกินไป

ลูกหลานของตระกูลบาลุคเกือบทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นเซียน  หลังจากผ่านพิธีชุบตัวก็กลายเป็นเทียมเทพ  ในแดนนรกสิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือถูกทำร้าย

เพียงอาศัยอำนาจของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์  ลูกหลานของตระกูลบาลุคจากทวีปยูลานยังสามารถเที่ยวไปได้ไม่กี่เมืองของแดนนรก  อย่างไรก็ตามพวกเขาพบว่าเป็นชีวิตน่าเบื่อ  และหลายคนตัดสินใจกลับไปทวีปยูลาน  ลินลี่ย์ไม่ห้ามพวกเขา แค่อาศัยเหรียญตรามหาเทพ เขาก็สามารถส่งกลุ่มลูกหลานกลับไปได้

ในพริบตาเดียวผ่านไปอีกพันปี นับตั้งแต่โมซีนำข้อมูลมาแจ้งให้ทราบ

พันปีสำหรับพวกเทพไม่ถือว่ามาก

ระหว่างช่วงพันปีนี้ ลินลี่ย์มีความก้าวหน้าในกฎทั้งสี่มาก  เขาเริ่มหลอมรวมเคล็ดชีพจรโลกและเคล็ดพลังโจมตีมิติของกฎธาตุลมได้  ความจริงเขาหลอมรวมเคล็ดนี้ได้ครึ่งหนึ่งแล้ว  เขายังคงเริ่มหลอมรวมเคล็ดโจมตีมิติและเคล็ดวังวนอ่อนหยุ่นของธาตุน้ำเข้าด้วยกัน  เพียงแต่เขายังไม่เชี่ยวชาญการหลอมรวมเคล็ดทั้งสองเหล่านี้

สำหรับร่างธาตุไฟ..

ความเร็วในการฝึกฝนในธาตุไฟของเขาช้าจริงๆ  และยิ่งเขาฝึกมาก ก็ยิ่งช้ามาก  เขาใช้เวลาพันปีหลังจากเชี่ยวชาญห้ากฎธาตุลึกลับธาตุไฟ  และใช้เวลาทั้งหมดฝึกเคล็ดพลังระเบิดแต่ก็ยังไม่เชี่ยวชาญเสียที

ภูเขาสกายไรท์ คฤหาสน์ลินลี่ย์

ใต้ต้นวิลโลว์ที่หนาทึบกิ่งบิดเกลียวภายในลานว่าง  ต้นวิลโลว์เขียวมีชีวิตมานานมากกว่าแปดร้อยปี  และกิ่งก้านของมันห้อยย้อยดูงดงาม

“เยล, แม้ว่าเจ้าจะกลายเป็นเทพผ่านการหลอมรวมประกายเทพ ก็อย่ายอมแพ้  บางทีบางคนที่หลอมรวมกับประกายเทพก็มีโอกาสหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้  ดูอย่างข้าสิ  ข้าไม่มั่นใจว่าความสามารถข้าเองจะหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้  แต่ไม่ใช่..ข้า บีบียังหลอมรวมเคล็ดลึกลับได้ตั้งสองเคล็ด จริงไหม?  ฮ่าฮ่า”  บีบีหัวเราะลั่นได้ยินมาจากใต้ต้นวิลโลว์

ใต้ต้นวิลโลว์มีโต๊ะไม้สีดำบุรุษสามคนนั่งล้อมวงคุย  สามคนนี้ได้แก่บีบี เยลและวอร์ตัน

“ข้าไม่ได้หวังอะไรสูงสุดสอยอย่างนั้น”  เยลหัวเราะเบาๆ  “ดูข้าสิ,  ตอนนี้ข้าเป็นเทพชั้นสูงแล้ว  แม้ว่าข้าจะมาถึงระดับนี้ได้โดยผ่านการหลอมรวมประกายเทพ  แต่ความแตกต่างระหว่างจุดที่ข้าเป็นในตอนนี้และจุดที่ข้ายังอยู่ในสถาบันเอินส์ยิ่งใหญ่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน นอกจากนี้ ข้ายังฟื้นฟูก่อตั้งหอการค้าดอว์สันได้แล้ว และเรามีกลุ่มลูกหลานจำนวนมาก  ข้าพอใจแล้ว ฮ่าฮ่า สิ่งเดียวที่ข้าเหลือในตอนนี้คือสำราญกับชีวิต  บางทีข้าอาจไปโลกธาตุอื่นแล้วผจญภัยบ้างก็ได้  ข้าเป็นแค่เทพชั้นสูงที่ผ่านการหลอมรวมประกายเทพ  แต่ในโลกธาตุธรรมดา ข้าไม่มีอะไรต้องกลัว  และ..ข้ายังมีหยดพลังมหาเทพที่น้องสามให้ข้าไว้”

หลังจากกลายเป็นเทพ  เขากลับไปยังทวีปยูลานและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสองร้อยปี

ระหว่างช่วงเวลาสองร้อยปี  เยลมีบุตรธิดาสิบเก้าคน  โดยอาศัยพลังอำนาจของจักรวรรดิบาลุค เขาก่อตั้งหอการค้าดอว์สันอีกครั้งโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก  บุตรและธิดาสิบเก้าคนของเขารับภาระงานของเขา  และหอการค้าดอว์สันกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง  จากนั้นเยลรู้สึกเบื่อจึงพาภรรยาคนที่สามมาแดนนรกกับเขา

แต่แน่นอนว่าเวลานั้นเยลโชคไม่ดี ขณะที่ถือเหรียญตรามหาเทพ  เขาต้องไปจากทวีปยูลานเข้าแดนนรกจากนั้นกลับแปดครั้งรวดก่อนจะมาถึงทวีปบลัดริจ

ประตูเทเลพอร์ตสำหรับผู้ถือเหรียญตรามหาเทพไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้

“เยล, บีบี..ข้าสงสัยว่าอีกนานเท่าใดกว่าข้าจะได้ไปโลกธาตุอื่นเพื่อเที่ยวชมบ้าง”  วอร์ตันหัวเราะขณะที่รำพึงในใจตนเอง

เบรุตให้เหรียญตรามหาเทพกับลินลี่ย์  แต่ไม่ได้เอาคืน  เนื่องจากลินลี่ย์ไม่ได้ใช้ เขาจึงให้บีบีและวอร์ตันยืมใช้บ่อยๆ

“จะใจร้อนไปทำไม?  ต่อไปเราจะให้พี่ใหญ่พาเราไปด้วยกันก็สิ้นเรื่อง”  บีบีกล่าว

ขณะที่พวกเขาคุยกัน...

“ครืน...”  ระลอกพลังที่เกิดจากกฎธาตุธรรมชาติเริ่มชะลอตัวลงมา  ทิศทางก็คือภายในที่อยู่ของลินลี่ย์

บีบี วอร์ตันและเยลลุกขึ้นยืนทันที

“นั่นมาจากที่ฝึกฝนของน้องสาม...”  เยลรีบกล่าว

“ฮ่าฮ่า  พี่ใหญ่บรรลุระดับใหม่แล้ว  ในที่สุดร่างแยกธาตุไฟของพี่ใหญ่ก็บรรลุเคล็ดลึกลับใหม่ได้เช่นกัน”  บีบีร้องเรียกฉลองยินดี

เป็นอย่างที่บีบีพูดแน่นอน  ร่างแยกธาตุไฟของลินลี่ย์บรรลุระดับใหม่

แสงสีแดงอาบฉายไปทั้งห้องที่พำนัก

ลินลี่ย์ที่ตอนนี้มีผมสีน้ำตาลยาวนั่งขัดสมาธิ แต่ข้างๆ เขาเป็นลินลี่ย์ที่มีผมสีแดงลอยตัวอยู่  อัญมณีสีดำที่เปล่งประกายแสงสีแดงลอยอยู่เหนือศีรษะลินลี่ย์นี้  นั่นคือประกายเทพธาตุไฟของเขา มวลธาตุไฟหนาแน่นม้วนตัวอยู่รอบประกายเทพ  ภายในนั้นแฝงไปด้วยกฎธรรมชาติของโลก

ขณะต่อมา

“ในที่สุด ก็สำเร็จ”  ลินลี่ย์นั่งอยู่ในท่าสมาธิลืมตาขึ้น  ร่างแยกธาตุไฟของเขาเข้าไปในร่างของเขา

“ร่างแยกธาตุไฟของข้าฝึกฝนได้ช้ากว่าร่างแยกอื่นมากจริงๆ  โชคดีที่ตั้งแต่ร่างแยกธาตุไฟของข้าสามารถแบ่งพลังงานจากสี่วิญญาณร่างแยกอื่น จึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน  ทำให้ความเร็วในการฝึกฝนของข้ารวดเร็วขึ้นมาก  มิฉะนั้นบางทีข้าคงไม่อาจบรรลุและเชี่ยวชาญเคล็ดที่หกนี้ได้อย่างรวดเร็ว”  ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืน หน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้ม  “โดยการใช้พลังเทพสามรูปแบบธาตุ พลังของข้าเทียบได้กับตอนใช้พลังมหาเทพ  อย่างนั้นด้วยพลังเทพสี่แบบ..?”

ในที่สุดลินลี่ย์ก็สามารถทดสอบความรู้สึกของการใช้พลังเทพสี่รูปแบบหลอมรวมกัน

หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น  หน้าของเขามีรอยยิ้ม  ลินลี่ย์หลอมรวมพลังของเขา  และเมื่อเขาทำเช่นนั้น สีหน้าของเขาชะงักค้าง

“แครก...”  เสียงประหลาดดังขึ้นในร่างของลินลี่ย์  และกล้ามเนื้อในร่างทั้งหมดของเขาเกร็ง

เกล็ดมังกรสีทองฟ้าของเขาผุดขึ้นมาทันที  และหนามโผล่ออกมาจากหน้าผากและกระดูกสันหลัง  หางมังกรผุดออกมาจากด้านหลัง และพลังที่น่ากลัวแผ่ไปทั่วตัวลินลี่ย์

“นี่...นี่ นี่มันเหลือเชื่อมาก”  ตาของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

จบบทที่ ตอนที่ 20-20 ผ่านไปพันปี ความเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว