เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20-18 เรื่องตลก

ตอนที่ 20-18 เรื่องตลก

ตอนที่ 20-18 เรื่องตลก


ภายในหอโถงใหญ่  คนภายนอกทั้งหมดแยกออกมา

มหาเทพสตาร์มิสท์นั่งอยู่บนบัลลังก์ดวงตาสีม่วงเข้มของเขามองที่ลินลี่ย์ “ลินลี่ย์!  เท่าที่ข้าทราบมาเจ้าได้รับเครื่องรางจอมเทพมุกวิญญาณเก้าเม็ด และโองการจอมเทพซึ่งอธิบายถึงของทั้งสามนี้  เครื่องรางจอมเทพและโองการจอมเทพไม่มีประโยชน์ใดกับเจ้า  ทางที่ดีที่สุดเจ้าส่งออกมาให้ข้าโดยตรงดีกว่า  แน่นอนว่าข้าจะไม่รับมอบเปล่าๆ แน่นอน”

“อภัยให้ข้าด้วยเถิด มหาเทพ”  ลินลี่ย์คำนับขณะกล่าว  “ข้าไม่ได้ครอบครองเครื่องรางจอมเทพหรือโองการมหาเทพเลย”

“ครืนนน...”

รัศมีสีดำเยือกเย็นและน่ากลัวไม่มีแม้แต่แสงจางๆแผ่ขยายออกมาจากร่างมหาเทพสตาร์มิสท์ ในทันใดนั้นทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ ลินลี่ย์รู้สึกแต่เพียงว่าร่างของเขาหนาวเหน็บขึ้น  และขาของเขาอ่อนแรง เขารู้สึกเหมือนกับเขากลับไปเป็นเด็กน้อยเมื่อตอนพบเห็นมังกรดำอสูรเวทระดับเก้าเป็นครั้งแรก

ความแตกต่างระหว่างเทพและมหาเทพกว้างใหญ่ไพศาลมาก!

“มหาเทพ” เบรุตที่อยู่ใกล้ๆ รีบกล่าว “เป็นไปได้ว่าท่านไม่รู้ว่ามหาเทพธาตุลมและมหาเทพบลัดริจก็ตามหาลินลี่ย์มาแล้ว?  ลินลี่ย์ได้สาบานด้วยถ้อยคำสาบานต่อจอมเทพชะตา และมหาเทพบลัดริจเองก็ได้ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่ากับดักที่วางเอาไว้เพื่อทำร้ายลินลี่ย์”

“โบซันและคนอื่นก็มาด้วยหรือ?”  สายตาของมหาเทพสตาร์มิสต์มองดูที่เบรุต

“ขอรับ, มหาเทพ”  เบรุตรีบอธิบาย “ข่าวนี้ถูกส่งออกไปโดยเจ้าแคว้นสกายเมาท์ชื่อโมลด์ ก่อนหน้านี้ลินลี่ย์ได้ฆ่าร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดของเขา  โมลด์ไม่สามารถตามล้างแค้นได้ ดังนั้นเขาจึงคิดแผนนี้ขึ้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นเรื่องบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง  หลังจากที่ลินลี่ย์ฆ่าร่างแยกที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้วเขาจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเครื่องรางจอมเทพนี่หรือ?”

“โมลด์...” มหาเทพสตาร์มิสท์รู้ว่าข้อมูลนี้มาจากคนชื่อโมลด์จริงๆ  “เขาอยากตายหรือ?”  เสียงทุ้มนั้นแฝงไปด้วยความโกรธ

“โมลด์ต้องการล้างแค้นลินลี่ย์ แม้ว่าจะต้องทุ่มเทด้วยชีวิตของเขาเองก็ตาม”  เบรุตรีบกล่าว “หลังจากเสียร่างแยกที่ทรงพลังที่สุดไป โมลด์ไม่มีค่าคู่ควรอีกต่อไป แต่ลินลี่ย์เป็นเทพพารากอน ความแตกต่างระหว่างทั้งสองยิ่งใหญ่นัก สำหรับโมลด์ยินดีใช้ชีวิตที่ไร้ค่าของเขาแลกกับชีวิตของลินลี่ย์..นั่นแหละคือเหตุผล”

“โมลด์อยู่ที่ไหน?”  มหาเทพสตาร์พูดเย็นชา

“เขาถูกมหาเทพบลัดริจประหารชีวิตไปแล้ว”  เบรุตอธิบาย “มหาเทพธาตุลม ลอร์ดเทเรเซียและมหาเทพบลัดริจโกรธเขา  ลินลี่ย์ก็ต้องการไล่ล่าและฆ่าโมลด์  แต่โมลด์เป็นทูตของมหาเทพบลัดริจในที่สุดมหาเทพบลัดริจเป็นผู้ประหารชีวิตโมลด์เอง”

มหาเทพสตาร์มิสท์เงียบและเขาจ้องมองลินลี่ย์

ลินลี่ย์รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจากดวงตาของมหาเทพนี้

ทันใดนั้น...

มหาเทพสตาร์มิสท์ขมวดคิ้วขณะที่เขามองไปที่ประตูโถงใหญ่ ร่างเลือนรางร่างหนึ่งปรากฏขี้นและกลายเป็นรูปร่างของมหาเทพบลัดริจ

“โบซัน!  เจ้าก็มาด้วยหรือ?”  มหาเทพสตาร์มิสท์กล่าว

มหาเทพบลัดริจยิ้ม  จากนั้นคำนับเล็กน้อย  เขาหัวเราะพลางเดินเข้ามาและกล่าว  “ข้าย่อมมาแน่นอน  ท่านมาถึงอาณาเขตของข้า   ข้าจะไม่มารับท่านได้ยังไง?  สตาร์!ดูเหมือนว่าเครื่องรางจอมเทพน่าหลงใหลดึงดูดใจจริงๆ  ก่อนหน้านี้เทเรเซียก็ไล่ตามลินลี่ย์และต้องการจะบังคับให้ลินลี่ย์ส่งมอบให้  ลินลี่ย์ไม่มีทางเลือกได้แต่สาบานกับจอมเทพ”

และจากนั้นมหาเทพบลัดริจนั่งลงด้วยเช่นกัน

มหาเทพบลัดริจหัวเราะขณะที่เขามองดูลินลี่ย์และเบรุต  “ไม่ต้องห่วง,มหาเทพสตาร์มิสท์ไม่เหมือนเจ้าบ้าเทเรเซียนั่น”

“พอเถอะ” มหาเทพสตาร์มิสท์อดชำเลืองมองมาทางมหาทพบลัดริจไม่ได้  “ในเมื่อลินลี่ย์สาบานกับจอมเทพไปแล้วและเจ้าก็เป็นพยานยืนยันพฤติกรรมของเขา..ข้าเชื่อในสิ่งที่เจ้าพูด  แต่โบซัน..โมลด์ทูตของเจ้ากล้าสร้างข่าวแบบนี้จริงๆ หรือ? เมื่อมีคลื่นก็ต้องมีลมพัด ข้าคิดว่าจอมเทพผู้ทรงพลานุภาพอาจจะออกภารกิจมาอย่างแท้จริง”

มหาเทพบลัดริจพยักหน้า  “ก็มีเหตุผล แต่ถ้ามีภารกิจอย่างนั้นจริงๆอย่างน้อยเราต้องเห็นหนึ่งในสามเครื่องรางจอมเทพใช่ไหม?  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือโองการจอมเทพ  โองการจอมเทพจะอธิบายภารกิจ แต่ข้อมูลบนคำสั่งนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน  นี่เป็นเหตุให้แม้จะมีภารกิจจอมเทพแต่ไม่มีทางที่โองการจอมเทพจะมีข้อมูลคนถือหนึ่งในเครื่องรางเป็นแน่”

มหาเทพสตาร์มิสท์พยักหน้า

ทันใดนั้น...

“ครืนน....” สำนึกเทพที่น่ากลัวของมหาเทพสตาร์มิสท์แผ่ออกไปทันที

“สตาร์,ทำไมเจ้าใช้สำนึกเทพคลุมทั่วแดนนรกเล่า?” มหาเทพบลัดริจพูดด้วยความสงสัย

เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ลินลี่ย์รู้สึกกระวนกระวายใจ  คลุมได้ทั้งแดนนรก?  ระยะของสำนึกเทพของคนๆหนึ่งสามารถระบุได้ถึงพลังวิญญาณและพลังปณิธานของคนผู้นั้น ลินลี่ย์สามารถขยายสำนึกออกไปได้เพียงแปดล้านกิโลเมตร  และนั่นเป็นเพราะพลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่ง  แต่มหาเทพเล่า?  พวกเขาสามารถครอบคลุมได้ทั้งทั่วแดนนรก

ทุกคนสามารถคิดได้ว่าปณิธานของมหาเทพแข็งแกร่งขนาดไหนเมื่อเทียบกับพลังปณิธานเขาเอง

มิน่าเล่าเมื่อมหาเทพมาด้วยตนเองเพื่อจัดการกับพารากอน  พารากอนนั้นจะต้องตาย  เว้นแต่แน่นอนว่าพารากอนหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมหาเทพและหนีไปพิภพโลกธาตุแทน

“เป็นธรรมดาเราต้องพูดคุยเรื่องนี้กับมหาเทพอื่นในแดนนรก มิฉะนั้นทุกสิบปีหรือทุกร้อยปีมหาเทพอื่นก็จะมากันอีก  และเราไม่แน่ใจว่าข่าวนี้จะจริงหรือไม่”  มหาเทพสตาร์มิสท์พูดอย่างเยือกเย็น

ลินลี่ย์รำพึงในใจ  “สนทนากันกับมหาเทพแดนนรกทุกคน?”

ทวีปเรดบุดที่อยู่ไกลทวีปเจดโฟลทตะวันออก ทะเลเชาติคที่กว้างใหญ่..

มหาเทพแยกย้ายกันอยู่ในแผ่นดินที่ห่างไกลตอนนี้ทุกคนติดต่อกันผ่านสำนึกเทพ

“สตาร์!  ทำไมเจ้าถึงส่งสำนึกเทพถึงทุกคน?”  ลึกลงไปในทะเลเชาติค เสียงพูดที่ทรงพลังเหลือเชื่อดังกึกก้องในใจของมหาเทพทุกคน

“ท่านประมุข,ข้าส่งสำนึกเทพถึงทุกคนเพราะมีข่าวแพร่กระจายไปในแดนนรกเรื่องเครื่องรางจอมเทพ  ทันทีที่ข้าทราบข่าวนี้ จึงเป็นเหตุผลให้ข้าคิดว่าดีที่สุดคือส่งสำนึกเทพคุยกับทุกคนในเรื่องนี้โดยตรง” เสียงของมหาเทพสตาร์มิสท์ดังก้องในใจของมหาเทพทุกคนเช่นกัน

เหล่ามหาเทพสามารถใช้สำนึกเทพครอบคลุมทั้งดินแดนนรกไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาต้องมาประชุมคุยพร้อมกันต่อหน้า

“เครื่องรางจอมเทพ?”  เสียงร้องประหลาดใจและดีใจดังขึ้นนี่คือเสียงจากมหาเทพแห่งทวีปมูจา

“จอมเทพออกภารกิจมาอีกหรือ?”

“ภารกิจอะไร?”

หลายเสียงก้องสะท้อนดังออกมาต่อเนื่อง

แต่แน่นอนว่ามีแต่เพียงมหาเทพที่ได้ยินเสียงนี้เท่านั้น  แม้แต่ลินลี่ย์และคนอื่นก็ไม่สามารถได้ยิน

“ฮึ่ม..ข่าวนี้เดิมทีมาจากทูตมหาเทพของโบซัน” เทเรเซียมหาเทพธาตุลมพูดออกมา สี่พิภพชั้นสูง รวมทั้งในแดนนรก กว้างใหญ่กว่าโลกธาตุศักดิ์สิทธิ์อื่นซึ่งเป็นเหตุให้มหาเทพอื่นหลายคนอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน

แดนนรกไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่มหาเทพวิถีทำลายล้างเท่านั้น

ตัวอย่างเช่นอาจมีมหาเทพธาตุลม ธาตุดิน หรือธาตุไฟที่นี่คนหรือสองคนดังนั้นมหาเทพที่ร่วมประชุมในตอนนี้รวมถึงมหาเทพในสิบเอ็ดสายด้วย

“ทุกท่าน” มหาเทพบลัดริจพูดขึ้นทันที  “ข้าต้องขอโทษจริงๆ ข่าวนี้เดิมทีมาจากโมลด์ทูตที่อยู่ในการปกครองของข้า  ตามที่ข้าตรวจสอบดู เขาต้องการล้างแค้นหลังจากสูญเสียร่างแยกที่ทรงพลังที่สุดเนื่องจากถูกเทพพารากอนฆ่าตาย  ดังนั้นจึงสร้างเรื่องโกหกนี้ขึ้น  เทเรเซียและข้าติดตามเรื่องนี้ดูแล้วไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องตลก”

“เทพพารากอนคือใคร?”  เสียงดังก้องขึ้นในใจของมหาเทพแต่ละคน

“เขาชื่อลินลี่ย์  เทพพารากอนของตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์”  เสียงของเทเรเซียดังขึ้น

“ลินลี่ย์?” เสียงปลาบปลื้มอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังขึ้น  เสียงนี้เดิมทีมาจากผู้ทรงพลังที่พำนักอยู่ภายในเทือกเขาอะเมทิสต์“ลินลี่ย์กับข้ามีความเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง เขาเพิ่งฝึกฝนมาเพียงสองสามพันปี แต่เขานับเป็นอัจฉริยะจริงๆนี่เขาเข้าถึงระดับพารากอนแล้ว”

“พารากอน?”

“เขากลายเป็นเทพพารากอนหลังจากผ่านไปไม่กี่พันปีหรือนี่?  เป็นไปไม่ได้!!!”

“อีกอย่างข้ารู้จักเทพที่ชื่อลินลี่ย์ซึ่งกลายเป็นเทพพารากอน ข้ามองเห็นระหว่างการสู้ศึกสุดท้ายของสงครามมหาพิภพ  เขาเอาชนะแม็กนัสได้  แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาฝึกได้ยังไงแค่ไม่กี่พันปี”

มีเสียงดังขึ้นมาจากแดนนรกในทิศทางต่างๆผ่านแดนนรกที่กว้างใหญ่ไพศาล มหาเทพต่างสนทนากันเอง ทุกคนค่อนข้างตกตะลึง

ที่สำคัญแม้แต่ในมหาเทพส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นพารากอน  มหาเทพส่วนใหญ่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอำนาจถือกำเนิดโดยธรรมชาติหลังจากเอกภพก่อกำเนิดไม่นาน เหตุผลที่พวกเขากลายเป็นมหาเทพเป็นเรื่องของโชคและพลังอำนาจ แทบจะไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับพวกเขาไม่ว่าพวกเขาจะเคยเป็นเทพพารากอนหรือไม่

ในใจพวกเขามหาเทพโดยมากรู้สึกชื่นชมพวกที่สามารถกลายเป็นเทพพารากอนได้

ที่สำคัญการกลายเป็นเทพพารากอนเกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้ฝึก ขณะที่การกลายเป็นมหาเทพเป็นเรื่องของโชคและวาสนามากกว่า

“ลินลี่ย์เพิ่งจะกลับมาจากสงครามมหาพิภพได้ไม่นานบางทีเขาคงจะมีเรื่องขัดใจกับคนชื่อโมลด์และสุดท้ายเขาฆ่าร่างแยกที่ทรงพลังที่สุดของโมลด์ โมลด์ไม่มีพลังพอจะแก้แค้นได้ ดังนั้นจึงคิดแผนนี้ขึ้นมา”  นี่คือการตัดสินของมหาเทพเรดบุด “ลินลี่ย์ใช้เวลาเพียงไม่กี่พันปีจึงจะเป็นเทพพารากอนได้  และเครื่องรางจอมเทพไม่มีประโยชน์ต่อเขาข้าคิดว่าเขาคงไม่โง่พอพยายามซ่อนเครื่องรางจอมเทพไว้แน่”

“จริง” เสียงของมหาเทพบลัดริจดังขึ้น  “ลินลี่ย์ อยู่ต่อหน้าเทเรเซียได้ใช้คำสาบานจอมเทพ  เทเรเซีย!  ข้าพูดถูกหรือเปล่า?”

เสียงของเทเรเซียไม่ได้ดังขึ้นรับทันที  เพียงแต่หลังจากเวลาผ่านไปชั่วขณะ เขาจึงตอบรับ“ใช่แล้ว ลินลี่ย์กล่าวสาบานจอมเทพว่าก่อนที่ข้าจะบอกเขาเรื่องนี้เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเครื่องรางจอมเทพแม้แต่น้อย”

“ข้าจำเป็นต้องบอกกับทุกท่านอีกเรื่องหนึ่ง”  มหาเทพบลัดริจสรุป  “ข่าวนี้มาจากกระดาษธรรมดา ไม่ใช่โองการจอมเทพ”

“ไม่ใช่โองการจอมเทพ?  แล้วเราจะพูดเรื่องนี้ไปทำไม?”

“ไม่มีโองการจอมเทพปรากฏออกมา  ต่อให้มีเครื่องรางจอมเทพวางอยู่ข้างหน้าเรา  บางทีเราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่านั่นคือเครื่องรางจอมเทพหรือไม่  โลกธาตุก็สามารถให้กำเนิดของบางอย่างที่ไม่เหมือนใครได้เหมือนกัน”

มหาเทพหลายคนพูดคุยเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องตลก

เสียงของเทเรเซียดังขึ้น  “แต่กระดาษชิ้นนั้นอธิบายถึงของสามอย่าง”

“มีแต่คำอธิบายในโองการจอมเทพเท่านั้นที่เชื่อถือได้จริง  เทเรเซีย...อะไรกัน ด้วยพลังของเจ้าเจ้าต้องการเข้ามาแข่งด้วยหรือ? ต่อให้จอมเทพออกภารกิจมาจริงๆ  แต่ด้วยพลังของเจ้าข้าคิดว่าถ้าเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยผลสุดท้ายเจ้าก็จะล้มเหลว”  เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากร่างที่ทรงพลังในทวีปคาโรวที่อยู่ห่างไกล

เทเรเซียเงียบ

ทั้งนี้เป็นเพราะมหาเทพที่พูดมีพลังมากกว่าเขาห่างไกล

“โมลด์ผู้นั้นช่างกล้าจริงๆ”  เสียงนี้ดังมาจากทะเลเชาติค  “อย่างไรก็ตามเพราะเขากล้าอ้างเช่นนั้นก็หมายความว่าอาจจะเป็นความจริงก็ได้ที่เขาต้องการแก้แค้นลินลี่ย์ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต..เขาอาจจะได้รับข้อมูลบางอย่างมาจริงและอาจเคยเห็นโองการจอมเทพจริงๆ   ช่างเถอะ, สำหรับตอนนี้ไม่ต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้อีก  เพียงแต่เมื่อโองการจอมเทพปรากฏขึ้นในโลกจะต้องมีข้อพิสูจน์ว่าจอมเทพได้สั่งภารกิจมาจริงๆ”

คำพูดของประมุขมหาเทพวิถีทำลายล้างได้ผล  ทันทีที่คำพูดของเขาดังขึ้นมหาเทพอื่นไม่พูดอะไรต่อไป

ภายในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ลินลี่ย์ ลินลี่ย์เพียงแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ข้างหนึ่งเงียบๆ  เขารู้ว่ามหาเทพกำลังสนทนาผ่านสำนึกเทพ

“พวกเขาอยู่กระจัดกระจายทั่วแดนนรกและสามารถสนทนากันผ่านสำนึกเทพได้ น่ากลัวอย่างแท้จริง” ลินลี่ย์ลอบถอนหายใจ

ทันใดนั้น...

มหาเทพสตาร์มิสท์ลุกขึ้นยืนและลินลี่ย์รีบหันหน้ามาทางเขา มหาเทพสตาร์มิสท์ชำเลืองมองลินลี่ย์มีรอยยิ้มที่ยากจะเห็นปรากฏบนใบหน้าของเขา “เจ้ากลายเป็นเทพพารากอนได้หลังจากใช้เวลาไม่กี่พันปีเองหรือ?  ลินลี่ย์... นี่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงยอดเยี่ยม  ยอดเยี่ยมจริงๆ”  หลังจากพูดจบมหาเทพสตาร์มิสท์ก็หายไป

มีแต่เพียงลินลี่ย์ถอนหายใจโล่งอก

“เขารู้ได้ยังไงว่าข้ากลายเป็นเทพพารากอนหลังจากผ่านไปไม่กี่พันปี?”  ลินลี่ย์งง

มีน้อยคนมากในตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่รู้ว่าลินลี่ย์ฝึกมานานแค่ไหน  มีน้อยคนที่ตกลงกันไว้อย่างเช่นรีสเจมก็รู้เรื่องนี้

“ฮ่าฮ่า, เทพพารากอนที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่พันปี” มหาเทพบลัดริจหัวเราะขณะที่เขามองลินลี่ย์ “ข่าวนี้มาจากมหาเทพเรดบุด ลินลี่ย์, ข้าคิดว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆ มหาเทพของโลกธาตุต่างๆ จะรู้เรื่องนี้กันทั้งหมดตกลงว่าเรื่องของเจ้าได้บทสรุปไปแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะมีมหาเทพมาตามหาตัวเจ้าเพิ่มอีก”

“ขอบคุณมหาเทพ” ลินลี่ย์คำนับและกล่าวด้วยความเคารพ

ลินลี่ย์รู้ว่ามหาเทพบลัดริจยืนยันเข้าข้างเขาอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มว่าเขาช่วยพูดเรื่องนี้แทนเขาในการพูดคุยกับมหาเทพอื่น  ไม่ได้ความช่วยเหลือจากมหาเทพท่านนี้มหาเทพอื่นคงมาสร้างความยุ่งยากให้เขานานแล้ว

“ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว  ข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับเบรุตก่อน”  มหาเทพบลัดริจกล่าว

“ขอรับ” ลินลี่ย์ถอยออกมาทันทีและปล่อยให้เบรุตกับมหาเทพบลัดริจสนทนากันต่อในห้องโถงใหญ่

จบบทที่ ตอนที่ 20-18 เรื่องตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว