- หน้าแรก
- หมอหลวงทะลุมิติ พลิกชะตาฝ่าดงมีดดาบ
- บทที่ 8 - ถูกจองจำ
บทที่ 8 - ถูกจองจำ
บทที่ 8 - ถูกจองจำ
บทที่ 8 - ถูกจองจำ
ณ ตำหนักชุ่ยเวย
"ฝ่าบาท กระหม่อมมาถึงแล้วพะยะค่ะ ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดจะให้รับใช้"
เบื้องหน้าของหยางหลิวชิง องค์ฮ่องเต้ไคหงประทับนั่งคู่กับพระสนมเต๋อเฟย ในสายตาของหยางหลิวชิง เก้าอี้ที่ทั้งสองประทับนั้นดูวิจิตรบรรจงยิ่งนัก มีเส้นสายโค้งมน เบาะรองนั่งปูด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่มปักลวดลายละเอียด ขาเก้าอี้มั่นคงแข็งแรง ประดับด้วยทองเหลืองชิ้นเล็ก ๆ ดูหรูหรา นี่คงเป็นเก้าอี้ส่วนพระองค์ของฮ่องเต้เป็นแน่ ของระดับนี้ตำหนักสนมหนิงคงไม่มีทางหามาครอบครองได้
"โทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง หมอหยางรู้หรือไม่ว่าต้องได้รับโทษสถานใด?"
บรรยากาศหนักอึ้งราวกับถูกแช่แข็งเข้าปกคลุม องค์ฮ่องเต้มีพระพักตร์บึ้งตึงเขม็ง สายตาคมกริบดุจสายฟ้าฟาดลงมาที่ร่างของหยางหลิวชิงซึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มฝ่ามือ หยางหลิวชิงก้มหน้าโขกศีรษะกับพื้น "ฝ่าบาท! กระหม่อมไม่กล้าทูลเท็จแม้แต่น้อย กระหม่อมรักษาคนไข้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด ไม่กล้ามีความคิดนอกลู่นอกทาง ขอฝ่าบาททรงเมตตาไตร่ตรองด้วยเถิดพะยะค่ะ"
"เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ ว่าสนมหนิงตั้งครรภ์?"
"ฝ่าบาท! เมื่อวานกระหม่อมเพิ่งมาจับชีพจร แต่ตรวจไม่พบอาการใด ๆ เลยพะยะค่ะ สนมหนิงก็ดูปกติดี ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลย"
"ฮึ! ฝีมือแค่นี้ยังสะเออะเข้ามาอยู่ในสำนักหมอหลวง แค่ชีพจรมงคลยังจับไม่เจอ จะมีหน้ามารับตำแหน่งนี้ได้อย่างไร หมอเถื่อนอย่างเจ้าไม่รู้หรือว่าวินิจฉัยผิดพลาดทำร้ายคนไปกี่คนแล้ว หรือว่าเจ้ารู้อาการแต่จงใจปิดบัง เจ้ามีเจตนาอะไรกันแน่?" ขณะที่พระสนมเต๋อเฟยลูบปลอกเล็บยาวเฟื้อยของนาง ริมฝีปากสีแดงสดก็ขยับด่าทอไม่หยุด ทำเอาหยางหลิวชิงรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ฝ่าบาท สนมเต๋อเฟย... กระหม่อมไม่ทราบว่าอาการของสนมหนิงเป็นอย่างไรบ้าง ขอทรงอนุญาตให้กระหม่อมเข้าไปตรวจดูสักหน่อยได้หรือไม่ พะยะค่ะ กระหม่อมทราบดีว่าความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แต่สนมหนิงและเด็กในครรภ์ยังมิได้รับการตรวจอาการเลย ขอฝ่าบาททรงอนุญาตให้กระหม่อมเข้าไปจับชีพจร เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง และยังเป็นการช่วยในเรื่องความปลอดภัยของพระนางด้วย พะยะค่ะ"
"อนุญาต"
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องชั้นใน กลิ่นคาวเลือดก็ลอยมาแตะจมูกจนชวนให้คลื่นไส้ หยางหลิวชิงสบเข้ากับดวงตาที่อิดโรยและเหม่อลอยของสนมหนิง เขากดความรู้สึกปั่นป่วนในใจลง ก่อนจะเริ่มจับชีพจร
"หมอหยาง..." สนมหนิงเอ่ยเสียงแผ่ว ใบหน้าซีดเผือดฉายแววความเจ็บปวดอย่างชัดเจน
หยางหลิวชิงส่ายหน้าเบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณ เขาทราบได้ทันทีว่าเรื่องนี้สนมหนิงไม่รู้เรื่อง และคนที่อยู่ในห้องนี้ก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่ไว้ใจไม่ได้
ใบหน้าขาวซีดของสนมหนิงตัดกับสีแดงฉานของโลหิตที่เปรอะเปื้อน เหงื่อเปียกชุ่มอยู่บนหมอน ความเจ็บปวดที่ปรากฏบนใบหน้านั้นเป็นของจริงโดยไม่มีการเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
ครู่ต่อมา "สนมหนิงกำลังมีภาวะแท้งคุกคามพะยะค่ะ"
ทันทีที่ได้ยินคำนั้น สนมหนิงกำผ้าปูที่นอนแน่น พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนมายังหยางหลิวชิง
"วางใจเถอะพะยะค่ะ ครรภ์นี้ยังคงรักษาไว้ได้" หยางหลิวชิงหยิบเข็มเงินออกมา ฝังลงไปที่จุดจู๋ซานหลี่ ซานอินเจียว และจุดอื่น ๆ อย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณและโลหิต เป็นการปรับสมดุลร่างกายและพยุงครรภ์ไว้
"เรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ แต่หลังจากนี้ต้องระวังให้มาก ร่างกายของท่านคงทนรับเหตุการณ์เช่นนี้อีกไม่ไหวแน่ ข้าจะเขียนใบสั่งยาให้สาวใช้นำไปต้มได้เลย"
"ระวังหน่อย อย่าต้มจนยาเสียสรรพคุณไปเสียล่ะ"
สาวใช้รับใบสั่งยาไป แต่ยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้อง หยางหลิวชิงเริ่มรู้สึกผิดสังเกต จึงพูดขึ้น "เจ้ายังไม่ได้ยินอีกหรือ? นายหญิงของเจ้าต้องการการบำรุงโดยด่วน ตอนนี้ร่างกายอ่อนแอมาก" พลางเริ่มเก็บล่วมยา
สาวใช้คนนั้นจึงยอมเดินออกไปอย่างเชื่องช้า ด้านนอกยังมีสาวใช้อีกสองคนยืนเฝ้าอยู่ หยางหลิวชิงเหลือบมองไปยังเตียง สบตากับสนมหนิง เพียงแค่แวบเดียว เขาก็เข้าใจแล้วว่าจะต้องแถลงแก้ต่างอย่างไร
ทันใดนั้นท่าทางที่เคยเชื่องช้าของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็นกระฉับกระเฉง หยางหลิวชิงรีบถือล่วมยา ถวายบังคมลา แล้วออกไปรายงานฮ่องเต้
"ฝ่าบาท อาการของสนมหนิงนับว่าหนักหนาสาหัสมาก กระหม่อมได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว ขณะนี้พระครรภ์คงที่แล้วพะยะค่ะ"
"กระหม่อมวิชาแพทย์อ่อนด้อย เมื่อวานตรวจไม่พบชีพจรมงคลจริง ๆ ขอฝ่าบาททรงลงโทษ แต่ขอทรงโปรดพิจารณาด้วยว่า กระหม่อมมิได้ทำงานอย่างสะเพร่า เมื่อวานนี้ชีพจรแตกต่างจากวันนี้โดยสิ้นเชิงพะยะค่ะ"
เขาจำต้องแถลงด้วยถ้อยคำที่คลุมเครือเช่นนี้ เพื่อให้ฮ่องเต้ทรงทราบว่าการแท้งพระครรภ์นี้มิได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
"เช่นนั้นท่านกำลังจะบอกว่า นางกินยาอำพรางชีพจรด้วยตนเองเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้เช่นนั้นรึ? เหตุผลเช่นนี้ฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งจากการตรวจค้นตัว หมอหยางยังมีใบสั่งยาบำรุงครรภ์อยู่ใบหนึ่ง ซึ่งลงวันที่ไว้เมื่อวานนี้ นี่หมายความว่าอย่างไรกันแน่?" สนมเต๋อเฟยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ถ้อยคำนี้ทำให้หยางหลิวชิงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขานึกไว้แล้วว่าจะต้องเผชิญกับแผนการเช่นนี้ มิน่าเล่าจึงจ้องเล่นงานเขาอย่างหนักหน่วง โชคดีที่เขามีแผนสำรองเตรียมไว้ก่อนแล้ว
เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอ่ย "พระสนมเต๋อเฟย เมื่อวานกระหม่อมเขียนใบสั่งยาไว้จริงพะยะค่ะ แต่นั่นไม่ใช่ยาบำรุงครรภ์ สนมหนิงบ่นกับกระหม่อมว่าร่างกายไม่แข็งแรง จึงยังไม่มีพระโอรสหรือธิดาสักที อยากให้กระหม่อมช่วยจัดยาปรับสมดุลร่างกายให้ ใบสั่งยานั้นกระหม่อมยังเก็บไว้ ยังไม่ได้จัดเข้าระบบบัญชีเลยพะยะค่ะ"
ฝ่าบาท ตำรับยาทั้งสองนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก คนที่ไม่ใช่แพทย์อาจแยกแยะได้ยากยิ่งนัก อย่างเช่น โกฐเขมา ตู้จ้ง และชะเอม ล้วนมีสรรพคุณในการรักษาอาการได้ทั้งสองแบบ ขอฝ่าบาททรงโปรดตรวจสอบใบสั่งยานี้ และส่งให้ท่านเจ้ากรมหูวินิจฉัย หากใบสั่งยานี้ผิดเพี้ยนไป กระหม่อมยินดีรับโทษทุกประการโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
หยางหลิวชิงกราบทูลฮ่องเต้ด้วยท่าทีสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ แม้เขาจะเป็นเพียงแพทย์หลวงผู้น้อย แต่ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ เขาย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดมากล่าวหาใส่ร้ายโดยไร้เหตุผลอย่างเด็ดขาด
ฮ่องเต้ไคหงทรงสะบัดพระหัตถ์ สั่งให้คนไปตามผู้ที่สังกัดสำนักหมอหลวงมา สนมเต๋อเฟยกระซิบกระซาบถวายคำแนะนำบางอย่างข้างพระกรรณ ฮ่องเต้ตรัสตอบนางกลับไปเพียงคำสองคำ ดูท่าจะทรงเบื่อหน่ายแล้ว นางจึงหันกลับไปปรนนิบัติพระองค์ต่อไป ไม่มีผู้ใดสนใจอาการของสนมหนิงอีกต่อไป
อันที่จริง เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุมากถึงเพียงนี้ พระโอรสธิดาก็มีอยู่เต็มวัง การที่สนมยศต่ำต้อยคนหนึ่งตั้งครรภ์จึงมิใช่เรื่องใหญ่โตอันใดนัก แต่การที่พระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว
หัวเข่าของเขาเริ่มปวดหนึบ แต่ก็ยังต้องรักษากิริยาให้นิ่งสงบเอาไว้ โอ้! มันช่างทรมานแทบขาดใจ เมื่อใดท่านเจ้ากรมหูจะมาถึงกัน เขาคงจะได้คุกเข่าจนตายเพราะหัวเข่าด้านแข็งไปเสียก่อน
ในขณะที่เขากำลังคิดฟุ้งซ่าน ท่านเจ้ากรมหูก็มาถึงพอดี เขารีบก้าวเข้ามาถวายบังคม และรับใบสั่งยาจากขันทีไปพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
"ทูลฝ่าบาท ตำรับยานี้เป็นยาปรับสมดุลร่างกายพ่ะย่ะค่ะ มิใช่ยาบำรุงครรภ์"
ทั้งสองคนคุกเข่ารอฟังคำตัดสิน เนิ่นนานจนหยางหลิวชิงเริ่มคิดว่าตนคงจะไม่รอดแล้ว ฮ่องเต้จึงตรัสขึ้น "แล้วเหตุใดสนมหนิงจึงมีอาการเหมือนจะแท้งเล่า?"
หยางหลิวชิงกราบทูลตอบ "ทูลฝ่าบาท สนมหนิงตั้งครรภ์อ่อน ๆ ครรภ์ยังไม่แข็งแรง แล้วทรงเผลอเสวยของที่มีฤทธิ์เย็น จึงทำให้..."
"สนมหนิงนี่ช่างเหลือเกินนัก ตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ตัวเองยังไม่รู้เรื่องอีก ประจำเดือนขาดก็ยังไม่สังเกตอีกหรืออย่างไรกัน"
เรียนพระสนมเต๋อเฟย สนมหนิงนั้นมีรอบเดือนที่ไม่ปกติอยู่แล้วพะยะค่ะ อีกทั้งยังมีอาการมดลูกเย็น กระหม่อมจึงต้องคอยจัดยาบำรุงเพื่อปรับสมดุลให้เสมอ เป็นความบกพร่องของกระหม่อมเองที่ทำให้พระสนมต้องมาเป็นกังวล
อย่างนั้นหรือ? แต่สนมหนิงอยู่ดี ๆ จะแท้งได้อย่างไร คงกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปเป็นแน่ เป็นความผิดของข้าเองที่ดูแลบรรดาน้อง ๆ ในวังหลังได้ไม่ดีพอ นางคงยังเด็กนัก ไม่ประสีประสาเรื่องพวกนี้
กลยุทธ์ถอยเพื่อรุกของพระสนมเต๋อเฟยสร้างความตื่นตะลึงแก่หยางหลิวชิงอย่างยิ่งในลีลาการแสดงของนาง นางเปลี่ยนสีหน้าได้ไวยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ เครื่องประดับบนศีรษะสั่นไหวระยิบระยับไปตามท่าทางอันสง่างาม
"ฝ่าบาท เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ ที่ดูแลความเรียบร้อยในวังหลังได้ไม่ทั่วถึง หม่อมฉันสมควรตายสถานเดียวเพคะ"
ฮ่องเต้ไคหงทรงเก็บสร้อยประคำไม้กฤษณาเข้าที่ ก่อนจะยื่นมือไปประคองสนมเต๋อเฟยให้ลุกขึ้น "ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก ขนาดตัวนางเองยังไม่รู้เรื่อง แล้วเจ้าจะไปล่วงรู้ได้อย่างไร งานในวังหลังก็รัดตัวเจ้าจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว"
ทรงตรัสจบก็ลุกขึ้นปัดชายเสื้อ หนวดเคราและริมฝีปากขยับไหว "แพทย์หลวงหยาง วิชาแพทย์ของเจ้าไม่เอาไหน เป็นเหตุให้สนมหนิงครรภ์ไม่มั่นคง โทษฐานเดิมสมควรตาย แต่เห็นแก่ความดีความชอบที่ช่วยรักษาเลือดเนื้อเชื้อไขของมังกรไว้ได้ ให้ถือว่าเป็นการไถ่โทษ ปลดออกจากตำแหน่งเสีย แล้วนำตัวไปขังคุกหลวงเทียนเหลา"
ทรงตรัสจบก็สะบัดแขนเสื้อเสด็จจากไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังอันน่าเกรงขาม
"ขอบพระทัยฝ่าบาท"
สาวใช้เข้ามาประคองสนมเต๋อเฟยเดินตามไป นางปรายตามองหยางหลิวชิงที่ยังคงโขกศีรษะคารวะอยู่แวบหนึ่ง ดวงตาที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยฉายแววดูแคลนและสงสัยวูบไหว ก่อนที่ประกายเหล่านั้นจะเลือนหายไปกลายเป็นความอ่อนโยนเมตตาในที่สุด
เป็นเพียงแค่หมอชั้นต่ำผู้หนึ่ง แต่เกือบจะทำให้แผนการของข้าพังทลายลง การที่ข้าต้องมาเสียเวลาจัดการกับพวกมดปลวกเช่นนี้ นับว่าพวกมันได้รับเกียรติเกินกว่าที่ควรจะเป็นมากพอแล้ว
แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ นังแพศยาที่ตำหนักชุ่ยเวย ลูกในท้องของมันยังกลับรอดชีวิตมาได้! มันบังอาจนักที่เห็นข้าเป็นเพียงหัวหลักหัวตอ กล้าปิดบังเรื่องการตั้งครรภ์เช่นนี้ คิดหรือว่ามันจะรอดพ้นไปจากสายตาของข้าได้?
ทุกความเคลื่อนไหวในวังหลังนี้ ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่ล่วงรู้ คอยดูผลที่ตามมาเถิด!
(จบแล้ว)