เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 เผชิญหน้ากลางศาล

บทที่ 18 เผชิญหน้ากลางศาล

บทที่ 18 เผชิญหน้ากลางศาล


เมื่อตี๋เหรินเจี๋ยและจ้าวจี้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกลางศาล ฟางเชียนก็รีบกุลีกุจอจัดเตรียมจวนแม่ทัพในเมืองให้เป็นที่พักของคณะตี๋เหรินเจี๋ย

จ้าวจี้จัดการย้ายสัมภาระจากโรงเตี๊ยมมายังจวนที่พัก และสำรวจความเรียบร้อยตามธรรมเนียม ก่อนจะเดินเข้าไปรายงานตี๋เหรินเจี๋ยในห้องว่า "ใต้เท้าขอรับ ข้างนอกมีสายลับจับตาดูอยู่"

"เป็นไปตามคาด" ตี๋เหรินเจี๋ยลูบเคราพลางครุ่นคิด

จากนั้นเขาก็หันไปทางฮูจิ้งฮุย "เห็นหรือยัง นี่คือเหตุผลที่ข้าต้องปลอมตัวออกตรวจ ถ้ามาถึงก็วิ่งโร่ไปหาฟางเชียนเลย ป่านนี้คงถูกจับตาจนกระดิกตัวไม่ได้ ไม่ได้รู้อะไรสักอย่าง"

ฮูจิ้งฮุยแสดงท่าทีเลื่อมใส ประสานมือคารวะ "ใต้เท้าช่างมองการณ์ไกล ข้าน้อยละอายใจนักที่เทียบไม่ติด"

เดิมทีจ้าวจี้คิดว่าฮูจิ้งฮุยแค่ประจบสอพลอ จึงยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตนใดเข้าสิง จู่ๆ ฮูจิ้งฮุยก็เปลี่ยนเรื่อง ยั่วโมโหตี๋เหรินเจี๋ยขึ้นมาเสียอย่างนั้น

"แต่ข้าน้อยไม่เข้าใจ เรามาที่นี่เพื่อสืบคดีคณะทูตถูกสังหาร คดีชาวบ้านพวกนี้ต่อให้สืบจนกระจ่างแจ้ง จะมีประโยชน์อันใดหรือขอรับ?"

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของตี๋เหรินเจี๋ยก็เคร่งขรึมลงทันที ส่ายหน้าไปมา "ตั้งแต่โบราณกาล บัณฑิตผู้ครองแผ่นดินล้วนยึดถือราษฎรเป็นรากฐาน เมื่อราษฎรเดือดร้อน ขุนนางกลับเพิกเฉย มิหนำซ้ำยังขูดรีดและปิดปากด้วยการทรมารเช่นฟางเชียน นี่แหละคือลางบอกเหตุแห่งความโกลาหล"

"คนเป็นขุนนาง ต้องถือการบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรเป็นที่ตั้ง การรุกรานของทูเจเป็นเพียงโรคผิวหนัง แต่ขุนนางกังฉินอย่างฟางเชียนต่างหากที่เป็นโรคร้ายกัดกินอวัยวะภายใน"

"พูดอีกอย่างคือ หากทูเจบุกมาจริงๆ โยวโจวคือด่านหน้า เจ้าจะหวังพึ่งคนพรรค์อย่างฟางเชียนให้ต้านทานข้าศึกกระนั้นหรือ?"

ยิ่งพูดน้ำเสียงของตี๋เหรินเจี๋ยก็ยิ่งดุดัน ฮูจิ้งฮุยฟังแล้วเหงื่อตก รีบก้มหน้าลง

จ้าวจี้เห็นตี๋เหรินเจี๋ยสั่งสอนฮูจิ้งฮุยก็แอบสะใจ ช่วยเสริมอีกแรง "ใต้เท้ากล่าวถูกต้องขอรับ คืนก่อนที่ข้าน้อยไปช่วยชาวบ้านที่หมู่บ้านต้าหลิ่วซู่ ก็รู้สึกว่าทหารเมืองโยวโจวไร้วินัย ขาดการฝึกซ้อม ยากจะพึ่งพาได้"

พอจ้าวจี้พูดถึงชาวบ้าน ตี๋เหรินเจี๋ยก็รีบถาม "ชาวบ้านที่ลานประหารเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ใต้เท้าโปรดวางใจ ตอนนี้ชาวบ้านพักรักษาตัวอยู่ที่จวนของหัวหน้าเสมียนเฉียวไท่ ได้รับการดูแลอย่างดีขอรับ" จ้าวจี้ตอบ แต่แล้วก็ชะงักไปเหมือนมีอะไรติดค้าง "เพียงแต่..."

"เพียงแต่อะไร?" ตี๋เหรินเจี๋ยถามต่อ

จ้าวจี้จึงเล่าเรื่องที่เขาฆ่าหัวหน้านายทหาร จับศพแขวนประจาน และจับทหารที่เหลือมัดกลับมาให้ฟังจนหมดเปลือก

ตี๋เหรินเจี๋ยฟังแล้วก็ทั้งขำทั้งระอา "สถานการณ์คับขัน จะโทษเจ้าก็ไม่ได้ แต่ว่าวิธีการ... ออกจะบุ่มบ่ามไปสักหน่อย"

ถึงกระนั้น ตี๋เหรินเจี๋ยไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึ จึงไม่ถือสาหาความจ้าวจี้แม้แต่น้อย

สุดท้าย ตี๋เหรินเจี๋ยก็มอบหมายงาน "พรุ่งนี้เช้า จิ้งฮุยไปตามหยวนฟางกลับเข้าเมือง ส่วนเฉิงหยวนไปรับชาวบ้านที่จวนเฉียวไท่กลับมา เราจะเชือดไก่ให้ลิงดู สั่นประสาทฟางเชียนสักหน่อย"

เช้าวันรุ่งขึ้น ขุนนางฝ่ายบู๊และบุ๋นแห่งเมืองโยวโจวต่างมารวมตัวกันที่ศาลว่าการเพื่อเข้าเฝ้าผู้แทนพระองค์

ตี๋เหรินเจี๋ยนั่งสง่างามบนเก้าอี้เจ้าเมือง สวมชุดขุนนางสีเงินลายคราม จ้าวจี้ยืนกุมกระบี่อยู่ด้านหลังอย่างองอาจ

ฟางเชียน อู๋อี้จือ และเฉียวไท่ นั่งเรียงลำดับตามตำแหน่ง ทั้งสามดูสงบนิ่งรอตี๋เหรินเจี๋ยเปิดศาล แต่ภายในใจต่างมีความคิดที่แตกต่างกัน

"ปัง!" เสียงไม้ตบโต๊ะดังสนั่น ตี๋เหรินเจี๋ยตะโกนถาม "ผู้ว่าฯ โยวโจว ฟางเชียน อยู่ที่ไหน!"

"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!" ฟางเชียนรีบก้าวออกมา

"เรื่องชาวบ้านหมู่บ้านต้าหลิ่วซู่ก่อกบฏ เจ้ารู้เรื่องหรือไม่?" ตี๋เหรินเจี๋ยถามเสียงแข็ง

"เรียนใต้เท้า ชาวบ้านหมู่บ้านต้าหลิ่วซู่เจ้าเล่ห์เพทุบาย ไม่ยอมอยู่ในโอวาท เมื่อครั้งทูเจตีเมืองแตก พวกมันเป็นคนนำทางให้ข้าศึก เข่นฆ่าพี่น้องชาวต้าโจว พอทหารหลวงยึดเมืองคืนได้ พวกมันก็ยังเคียดแค้น ซ่องสุมกำลังก่อกบฏ..."

"หุบปาก!" ตี๋เหรินเจี๋ยตวาดลั่น ขัดจังหวะคำแก้ตัวของฟางเชียน

"เป็นเจ้าต่างหากที่ปล่อยปละละเลยให้ขุนนางชั่วโกงเงินเยียวยา ฮุบที่ดินทำกิน จนชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่ว"

"ชาวบ้านมาร้องเรียน แทนที่จะให้ความเป็นธรรม เจ้ากลับฉีกคำร้อง จับคนขังคุก สั่งประหารชีวิต จนชาวบ้านทนไม่ไหวต้องลุกฮือ"

"ต่อหน้าข้า ยังกล้าใช้ลิ้นตลบตะแลง แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดินบ้างหรือไง!"

คำด่าของตี๋เหรินเจี๋ยทำให้ขุนนางทั้งศาลสะดุ้งโหยง

ฟางเชียนแสร้งทำหน้าเหมือนถูกใส่ร้าย คุกเข่าลงโขกศีรษะ ร้องโวยวาย "ใต้เท้า! ข้าน้อยถูกใส่ความขอรับ!"

อู๋อี้จือที่เตรียมตัวมาดี รีบออกมาช่วย "ใต้เท้าโปรดฟัง เงินเยียวยาจากราชสำนัก ทางจังหวัดส่งให้แต่ละอำเภอไปแจกจ่ายจนครบถ้วน ไม่มีการหักไว้แม้แต่แดงเดียว เรื่องยึดที่ดินหรือฉีกคำร้อง ยิ่งเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อยขอรับ"

ฟางเชียนได้ทีรีบสมทบ ทำท่าเจ็บปวดรวดร้าว "ใช่แล้วขอรับ ข้าน้อยทำงานเพื่อราษฎรด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ต้องมีคนจงใจใส่ร้ายป้ายสีแน่ ขอใต้เท้าโปรดตรวจสอบให้กระจ่างแจ้งด้วยเถิด"

ทั้งสองรับส่งกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แสดงละครตบตาได้แนบเนียน แสดงว่าเตี๊ยมกันมาอย่างดี จ้าวจี้ยืนมองด้วยสายตาเย็นชา รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของทั้งคู่ดีว่าวันนี้คงไม่ยอมเผยไต๋ง่ายๆ

ตี๋เหรินเจี๋ยแค่นหัวเราะ "โอ้? งั้นข้าคงเข้าใจผิดไปเองสินะ?"

"ใต้เท้าเพิ่งมาถึง อาจจะฟังความข้างเดียวจากพวกคนถ่อย ข้าน้อยปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทำเพื่อประชาชนมาตลอด จะไปมีเรื่องเสื่อมเสียได้อย่างไร?"

ฟางเชียนเหลือบมองเฉียวไท่แวบหนึ่ง เป็นนัยว่า "คนถ่อย" ที่ว่าคือเฉียวไท่ แต่เฉียวไท่ยังคงนิ่งเฉย ไม่โต้ตอบ

ตี๋เหรินเจี๋ยได้ยินคำพูดหน้าด้านๆ ของฟางเชียน ก็โมโหจนควันออกหู ตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่น

"ฮึ! ข้าลงพื้นที่หมู่บ้านต้าหลิ่วซู่ด้วยตัวเอง สิ่งที่เห็นกับตามันคือหลักฐานชัดเจนว่าพวกเจ้ารังแกชาวบ้าน! ยังกล้ามาปั้นน้ำเป็นตัวว่าปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด ทำเพื่อประชาชนอีกรึ รู้จักคำว่าละอายบ้างไหม!"

คำพูดนี้ทำเอาฟางเชียนหน้าถอดสี ไม่นึกว่าตี๋เหรินเจี๋ยจะแอบไปสืบที่หมู่บ้านมาแล้ว

เขาหน้าซีดเผือด แต่ยังดันทุรังเถียงข้างๆ คูๆ "ใต้เท้าเอาแต่กล่าวหาลอยๆ หลักฐานอยู่ที่ไหน?"

ตี๋เหรินเจี๋ยรอจังหวะนี้อยู่แล้ว แสยะยิ้ม "คิดว่าข้าไม่มีหลักฐานรึ? จ้าวจี้ เอาตัวพยานเข้ามา!"

จ้าวจี้พาชายชรา 'อู๋เหล่าเอ้อร์' เข้ามาในศาลทันที เขาคือคนแก่ที่ขอน้ำกินบนลานประหารนั่นเอง

ฟางเชียนและอู๋อี้จือเห็นพยานตัวเป็นๆ ก็ตกใจแทบสิ้นสติ ไม่นึกว่านักโทษที่หายไปจากลานประหารจะมาโผล่ในมือผู้แทนพระองค์

จ้าวจี้มองดูสีหน้าตื่นตระหนกของทั้งคู่ด้วยความขบขัน ครั้งนี้ไม่มีฮูจิ้งฮุยคอยตามเช็ดตามล้างให้ คงดิ้นไม่หลุดแน่

และก็เป็นไปตามคาด อู๋เหล่าเอ้อร์เล่าความชั่วของฟางเชียนและพรรคพวกออกมาจนหมดเปลือก

ตี๋เหรินเจี๋ยทำท่าเหมือนผู้ชนะ "ไงล่ะ พยานก็มีแล้ว ยังจะแก้ตัวอะไรอีก?"

ฟางเชียนอึกอัก พูดไม่ออก "เอ่อ... คือว่า..."

แต่อู๋อี้จือยังไม่ยอมแพ้ แทรกขึ้นมา "ใต้เท้า ชายผู้นี้เป็นกบฏ ถูกจับได้ก็ต้องแค้นเคืองเป็นธรรมดา คำพูดใส่ร้ายของมันเชื่อถือไม่ได้หรอกขอรับ"

ฟางเชียนได้สติ รีบผสมโรง "จริงด้วยขอรับท่านอู๋ซือหม่า ใต้เท้าคงถูกพวกกบฏหลอกเข้าแล้ว ถึงได้เข้าใจข้าน้อยผิด"

ไม่เพียงแค่นั้น อู๋อี้จือส่งสายตาให้พรรคพวก ขุนนางเกินครึ่งศาลต่างพากันออกมาคุกเข่าขอความเมตตาให้ฟางเชียน

"ใต้เท้าฟางเป็นขุนนางตงฉิน!" "ขอใต้เท้าโปรดพิจารณา!" เสียงเซ็งแซ่ไปหมด มีเพียงเฉียวไท่และขุนนางไม่กี่คนที่นิ่งเงียบ

จ้าวจี้หรี่ตามอง "เจ้าอู๋อี้จือคนนี้ไม่ธรรมดา หัวไวใช้ได้ เทียบกับฟางเชียนแล้วฉลาดกว่าเยอะ"

สถานการณ์พลิกผัน ตี๋เหรินเจี๋ยเองก็คาดไม่ถึงว่าจะเจอแรงต้านขนาดนี้ จึงจำใจต้องโบกมือสั่งให้นำตัวอู๋เหล่าเอ้อร์ลงไปพักผ่อนก่อน

ตี๋เหรินเจี๋ยรู้ว่าฟางเชียนมีพวกพ้อง แต่ไม่คิดว่าอิทธิพลในโยวโจวจะแผ่ขยายกว้างขวางขนาดนี้ ขุนนางส่วนใหญ่กลายเป็นพวกเดียวกันหมด

แต่ตี๋เหรินเจี๋ยก็ไม่ได้กะจะจัดการฟางเชียนให้เสร็จในคราวเดียว เขาเปลี่ยนความคิด ยิ้มออกมาอย่างมีความนัย สถานการณ์ที่คาดไม่ถึงแบบนี้ยิ่งยืนยันว่าเขามาถูกทางแล้ว

จ้าวจี้กระซิบข้างหูตี๋เหรินเจี๋ย "ใต้เท้า ให้เฉียวไท่ออกมาพูดไหมขอรับ?"

จ้าวจี้กับเฉียวไท่เตรียมหลักฐานความผิดของฟางเชียนไว้เพียบ จากขุนนางที่ไม่พอใจฟางเชียน

แต่ตี๋เหรินเจี๋ยมีแผนอื่น ส่ายหน้าปฏิเสธ

เขาหันไปยิ้มให้ฟางเชียนอย่างเป็นกันเอง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "อ้อ ดูท่าข้าจะเข้าใจท่านฟางผิดไปจริงๆ ต้องขออภัยด้วย"

ฟางเชียนเองก็งงที่ตี๋เหรินเจี๋ยเปลี่ยนท่าทีเร็วจนาดนี้ แต่ก็รีบรับสมอ้าง "ใต้เท้ากล่าวหนักไปแล้ว เข้าใจผิดกันได้ขอรับ"

จังหวะนั้น ฮูจิ้งฮุยเดินออกมาจากด้านหลัง รายงานว่า "ใต้เท้า หยวนฟางกลับมาแล้ว กองทหารคุ้มกันก็มาถึงแล้วขอรับ"

ฟางเชียนรีบเสนอหน้า "ข้าน้อยเตรียมจวนรับรองไว้ที่สวนสกุลอู๋แล้ว เชิญใต้เท้าเข้าพักได้เลยขอรับ"

ตี๋เหรินเจี๋ยยิ้มรับ "ขอบใจท่านผู้ว่าฯ มาก ลำบากท่านแล้ว"

"มิได้ๆ เป็นหน้าที่ของข้าน้อยขอรับ" ฟางเชียนพินอบพิเทาเต็มที่

ทั้งสองฝ่ายต่างพูดจาอ่อนหวานใส่กัน เหมือนเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน แต่ในใจของตี๋เหรินเจี๋ยนั้น ได้วางหมากตาต่อไปไว้อย่างลึกซึ้งแล้ว

จบบทที่ บทที่ 18 เผชิญหน้ากลางศาล

คัดลอกลิงก์แล้ว